<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 17:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 17:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดอน&#039; ขึงขัง! ซัดองค์กรตปท.อย่าจุ้นเรื่องในไทย ตีปากสื่อนอกถามชี้นำนายกฯเผด็จการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดอน&amp;quot;&amp;nbsp;ซัดองค์กรตปท.อย่าจุ้นกิจการภายในไทย ย้ำไม่เคยใช้ความรุนแรงม็อบเด็ก พร้อมตอกสื่อนอก ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับตัวเองดีกว่า หลังถาม &amp;quot;นายกฯ&amp;quot;&amp;nbsp;คิดอย่างไรถูกเรียก &amp;quot;นายกฯเผด็จการ&amp;quot;&amp;nbsp;ย้ำ บ้านเมืองสงบสุขดีอยู่แล้ว อย่าปล่อยต่างชาติมาป่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการชุมนุมของนักศึกษาที่ขยายวงไปถึงเด็กมัธยมแล้ว ว่า ต้องถามก่อนว่า นักเรียนนักศึกษาเหล่านี้เขาประท้วงเรื่องอะไร เพราะถ้าบอกว่าเป็นเรื่องของการเมือง ก็ต้องบอกว่า เรามีสภาผู้แทนราษฎร เป็นเวทีที่จะพูดคุยเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว และถือเป็นพื้นที่ที่ดีที่สุดในขณะนี้ที่เราต้องเจอกับปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 และตอนนี้เราก็พยายามที่จะฟื้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-10 ให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัญหาเศรษฐกิจในบ้านเราจะฟื้นได้ดีก็ต่อเมื่อไม่มีปัญหาแทรกซ้อนอื่น ๆ ถ้าจะมีปัญหาการเมืองก็ไปทำในสภา การที่มาชุมนุมหรือมาทำที่อื่น มันก็ไม่ได้ช่วยให้เรามีสมาธิในการทำงาน ไม่มีกำลังใจ หรือไม่มีโอกาสที่จะทำให้ปัญหาเศรษฐกิจมันฟื้นขึ้นมา แต่ในสภาฯ จะว่าหรือจะเหน็บแนมกันแค่ไหน มันก็มีกลไกที่จะรองรับของมันอยู่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ขณะนี้มีองค์กรต่างประเทศหลายองค์กร ออกมาติงรัฐบาล&amp;nbsp;ว่าไม่ควรทำอะไรรุนแรงกับบรรดาเด็ก นิสิต นักศึกษา นายดอน กล่าวว่า เราไม่เคยทำอะไรรุนแรงกับเด็กไทยอยู่แล้ว หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ไทย ก็ไม่เคยทำอะไรรุนแรง ที่ผ่านมา ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองก็เอาใจใส่ลูกหลานทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เสียงที่ออกมาจากต่างประเทศนั้น เป็นเสียงที่ออกมาจากประสบการณ์ของเขา ซึ่งผมคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดคือ เขาไม่ต้องมาพูดในเรื่องเหล่านี้ เพราะเป็นเรื่องภายในของเรา เรามีวิธี ที่จะดูแล หรือหาทางออก หรือจัดการกันเองได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เมื่อช่วงเช้ามีสื่อต่างประเทศ สอบถามนายกฯ กรณีที่มีเด็ก ๆ เรียกนายกฯ ว่าเป็นนายกฯเผด็จการ นายดอน กล่าวว่า ผู้สื่อข่าวไทยต้องไปบอกผู้สื่อข่าวต่างประเทศเหล่านั้น ว่า &amp;ldquo;เฮ้ ยู ไปทำอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์สำหรับยูมากกว่าดีกว่า&amp;rdquo; เราต้องช่วยกัน คนเหล่านี้เขาก็พยายามที่จะสร้างประเด็น ตั้งคำถามโน่นนี่นั่น แต่พวกเราก็รู้ดีว่า บ้านเมืองเราเป็นบ้านเมืองที่สงบสุขดีอยู่แล้ว มีระบบการจัดการอยู่แล้ว มีกลไกทางการเมืองที่จะดูแลปัญหาทางการเมืองอยู่แล้ว อย่าปล่อยให้คนชาติอื่นมาปั่นป่วน มาสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมืองเราเกิดปัญหา เราต้องเข้าใจจุดนี้ เราถึงจะมีสมาธิ มีเวลาในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่เป็นปัญหาใหญ่อยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74943</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอน ปรมัตถ์วินัย, รมว.ต่างประเทศ, สื่อนอก, องค์กรต่างประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f353a6f22410.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2019 13:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2019 13:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไบโอไทยชี้แบน3สารพิษจุดเปลี่ยนประเทศ ปลื้มสื่อนอกแห่ตีปี๊บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ต.ค. 62 &amp;ndash;&amp;nbsp; เพจเฟซบุ๊กมูลนิธิชีววิถี BIOTHAI ได้โพสต์ข้อความว่า &amp;ldquo;หลังคณะกรรมการวัตถุอันตรายลงมติแบน 3 สารพิษที่มีความเสี่ยงสูง 3 ชนิด ด้วยคะแนนท่วมท้น สื่อต่างประเทศพร้อมใจกันรายงานข่าวนี้อย่างพร้อมเพรียง ไม่ว่าจะเป็นนิวยอร์คไทม์ วอชิงตันโพสต์ เอพี เอเอฟพี ฟร้องซ์ 24 สำนักข่าวเบอร์นาม่า ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพีอ้างอิงคำให้สัมภาษณ์ของอนุทิน ชาญวีรกูล ที่กล่าวถึงการลาออกหากการแบนไม่ประสบผลสำเร็จ และคำให้สัมภาษณ์ของปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานไทยแพนที่ระบุว่า การแบนสารพิษครั้งนี้เป็นผลมาจากการสนับสนุนที่ฝ่ายการเมืองรู้ร้อนรู้หนาวต่อปัญหาของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวเบอร์นามา ให้รายละเอียดการแบนไปจนถึงผลการโหวตแบนในแต่ละสารอันตราย และการคัดค้านจากเกษตรกรบางกลุ่มที่อ้างว่าการแบนจะเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวของฟร้องซ์24 ให้รายละเอียดข่าวอย่างครบถ้วน โดยให้ภาพกว้างของการแบนพาราควอต และไกลโฟเซต โดยสารตัวหลังขณะนี้ได้ถูกจำกัดการใช้แล้วในหลายประเทศ โดยฝรั่งเศสจะเริ่มแบนสารนี้ในปี 2023 โดยตบท้ายว่า &amp;quot;Thai-PAN ซึ่งได้รณรงค์เรื่องนี้มาอย่างยาวนานขอบคุณรัฐบาล*ที่แบนทั้ง 3 สารพิษ แต่เรียกร้องให้รัฐและทุกฝ่ายต้องให้การสนับสนุนเกษตรกรในการปรับเปลี่ยนด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราควรใช้การเริ่มต้นนี้ เป็นจุดเปลี่ยนแปลงประเทศ จากประเทศที่พึ่งพาการส่งออกวัตถุดิบราคาถูก และพืชผักไม่ปลอดภัยไปสู่เกษตรกรรมที่ยั่งยืนในอนาคต&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48695</URL_LINK>
                <HASHTAG>BIOTHAI, คกก.วัตถุอันตราย, มูลนิธิชีววิถี, สื่อนอก, แบน3สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191023/image_big_5daff3cc868a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2019 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2019 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พิชัย’โหนสื่อนอกขย่ม’บิ๊กตู่’ เตือนตั้งรมต.ยี้ทุบศก.ทรุดอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย. 62 -&amp;nbsp; นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง แต่สื่อใหญ่ต่างประเทศหลายสำนักได้ให้ความเห็นในทางลบอย่างมาก เช่น นิกเคอิ รีวิว ของญี่ปุ่น วิจารณ์ว่าการที่พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้งทำประเทศไทยถอยหลังกลับไป 30 ปี ดิ อิโคโนมิสต์ ของอังกฤษ วิจารณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ บิดเบือนกฏหมายเพื่อสืบทอดอำนาจ วอชิงตันโพสต์ สื่อทรงอิทธิพลที่สุดของสหรัฐถึงกับแนะให้รัฐบาลสหรัฐอย่าได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์อย่างเต็มรูปแบบกับรัฐบาลไทย โดยระบุชัดเจนว่าเป็น ประชาธิปไตยจอมปลอม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายพิชัย กล่าวว่า การที่สื่อใหญ่ระดับโลกให้ความเห็นเช่นนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศอย่างแน่นอน ตรงข้ามกับที่ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ พยายามแก้ต่างเพื่อปลอบใจรัฐบาล&amp;nbsp; โดยจะทำให้ ถึงแม้มีการเลือกตั้งแล้ว แต่เนื่องจากมีความผิดปกติในการเลือกตั้งจำนวนมาก อีกทั้งรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย การฟื้นเศรษฐกิจของประเทศไทยจะทำได้ยากมาก หรือ แทบทำไม่ได้เลย เพราะจะไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างประเทศได้ เศรษฐกิจไทยก็จะยังคงย่ำแย่ลงต่อไป ประชาชนจะยิ่งลำบากมากขึ้น โดยรัฐบาลจะพยายามโทษไปที่สงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่งไม่น่าจะใช่เหตุผลทั้งหมดเพราะประเทศเวียดนามกลับได้ประโยชน์ ในขณะที่ประเทศไทยกลับแย่ลงเรื่อยๆ อีกทั้งช่วงเศรษฐกิจโลกดี เศรษฐกิจไทยก็แย่มาตลอด 5 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การคัดเลือกบุคคลที่มาดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีในขั้นตอนต่อไปก็อยากให้เลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง และมีประวัติการทำงานที่โปร่งใส ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือ ต้องไม่ยี้ เพราะหากเลือกคนที่มีประวัติยี้ หรือ มีผลประโยชน์ทับซ้อน จะยิ่งทำให้ความมั่นใจลดต่ำลงไปอีก และประชาชนจะยิ่งไม่ยอมรับ หลายชื่อที่ปรากฏในหน้าสื่อได้เริ่มสร้างความกังวลให้กับประชาชนจำนวนมาก&amp;nbsp; เพราะ 5 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ มีอำนาจเต็มยังไม่สามารถทำเศรษฐกิจให้ดีได้ ประชาชนลำบากกันอย่างมาก มาตอนนี้หลังการเลือกตั้งแล้ว ต้องมาแบ่งอำนาจให้กับพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งอาจมีรัฐมนตรีที่มีประวัติย้อนหลังที่ยี้ แล้วจะไปทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้อย่างไร ดังนั้นจึงอยากให้คัดบุคคลให้เหมาะสมและดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างน้อยก็จะไม่ทำให้เศรษฐกิจทรุดหนักมากลงไปอีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38338</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บิ๊กตู่, ประยุทธ์, พิชัย, รมต.ยี้, ศก.ทรุด, สื่อนอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181007/image_big_5bb9778c18909.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2019 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2019 13:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการปัดข่าวขอฮ่องกงจับ&#039;ทักษิณ&#039;ส่งไทย! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มี.ค. 62 - นายชัชชม อรรฆภิญญ์ อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีมีสื่อต่างประเทศอ้างคำให้สัมภาษณ์ของตนทำนองว่าอัยการไทยส่งหนังสือขอผู้ร้ายข้ามแดนนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ทางการฮ่องกง ซึ่งนายทักษิณจะเดินทางมาร่วมงานแต่งงานของบุตรสาวตนเองที่ฮ่องกง ว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ไม่ทราบว่าสื่อต่างประเทศไปเขียนได้อย่างไร ตามหลักพนักงานสอบสวนต้องเป็นผู้รวบรวมหลักฐานที่อยู่มาให้อัยการก่อนทำหนังสือ ถ้ามีหลักฐานชัดเจนแล้วว่าอยู่ตรงไหนถึงต้องขอไปได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31805</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัชชม อรรฆภิญญ์, ทักษิณ, สื่อนอก, ส่งผู้ร้ายข้ามแดน, อัยการ, ฮ่องกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190320/image_big_5c91ddd191c8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2018 17:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2018 17:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลแจงวุ่นสื่อนอกโผล่สัมภาษณ์ทีมหมูป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23&amp;nbsp;ส.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเจมส์ ลองแมน ผู้สื่อข่าวสำนักข่าว&amp;nbsp;ABC NEWS&amp;nbsp;&amp;nbsp;ของประเทศสหรัฐอเมริกา&amp;nbsp;ในฐานะผู้สัมภาษณ์&amp;nbsp;13&amp;nbsp;หมู่ป่าอะคาเดมี ได้ทวิตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว และโพสต์รูปสัมภาษณ์ &amp;nbsp;พร้อมระบุข้อความว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;ถือเป็นเกียรติและได้รับสิทธิพิเศษในการพูดคุยกับทีมฟุตบอลไทยผู้กล้าหาญและโค้ชของพวกเขา จากปฏิบัติการกู้ภัยที่น่ามหัศจรรย์&amp;rdquo;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ทวิตเตอร์ของ&amp;nbsp;ABC NEWS&amp;nbsp;ยังเผยแพร่ภาพการสัมภาษณ์เยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี เชียงราย&amp;nbsp;13&amp;nbsp;คน โดยมีข้อความว่า &amp;ldquo;การสัมภาษณ์ประสานงานผ่านรัฐบาลไทย แต่มีเงื่อนไขว่าหัวข้อคำถามต้องผ่านการตรวจสอบจากนักจิตวิทยาเด็ก และผู้เชี่ยวชาญอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสวัสดิ์ภาพของทั้ง&amp;nbsp;13คน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจากกรณีดังกล่าว&amp;nbsp;เป็นเหตุให้สื่อมวลชนสำนักข่าวต่างประเทศ ประจำประเทศไทย วิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีการแจ้งล่วงหน้า เรื่องการเริ่มเปิดให้สื่อมวลชนยื่นขออนุญาตสัมภาษณ์เยาวชน กระทั่งมีการนำเอกสารของจังหวัดเชียงราย ลงวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ส.ค.&amp;nbsp;61&amp;nbsp;ออกมาเผยแพร่ โดยเอกสารระบุว่า ขออนุญาตนำเยาวชน และโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี เชียงราย13&amp;nbsp;คน ไปพบปะสื่อมวลชนรายการเดินหน้าประเทศไทย ที่วัดพระธาตุดอยเวา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ในวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ส.ค. เวลา&amp;nbsp;16.00&amp;nbsp;น. โดยมีรถของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้รับส่ง โดยเอกสารลงลายเซ็นรองผู้ว่าราชการจังหวัด (รักษาราชการแทน) ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;เปิดเผยว่า กรณีนี้สำนักข่าว&amp;nbsp;ABC NEWS&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำหนังสือขออนุญาตสัมภาษณ์ทีมหมูป่าฯ ผ่านสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อเป็นสื่อมวลชนต่างชาติ ตนจึงมอบหมายให้ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดูแล ซึ่งก็ได้ให้สำนักข่าว&amp;nbsp;ABC NEWS&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำหนังสือขออนุญาตไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ซึ่งเขาก็ปฏิบัติตาม แต่ผู้ว่าฯเชียงก็ตอบว่าไม่มีอำนาจอนุมัติ จึงทำหนังสือมายังคณะกรรมการของกระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้อนุมัติ พร้อมให้ดูแนวคำถามที่จะสัมภาษณ์ ก่อนการอนุมัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชี้แจงว่า สำนักข่าว&amp;nbsp;ABC NEWS&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้ทำหนังสือขออนุญาตสัมภาษณ์&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ทีมหมูป่าอะคาเดมี มาที่กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งทางคณะกรรมการสื่อสร้างสรรค์กรณีถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย ชุดของ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ ก็ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวเป็นขั้นตอน ทั้งวัตถุประสงค์ ว่าเป็นสื่อประเภทไหน จะรายงานข่าวแบบไหน คำถามอย่างไร &amp;nbsp;และการสัมภาษณ์จะต้องเป็นไปในเนื้อหาไม่มีผลกระทบด้านจิตใจ หรือไม่กระทบภาพลักษณ์ของ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;หมูป่าอะคาเดมี ขณะเดียวกันจะต้องประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของประเทศไทย ซึ่งตนก็ได้ลงไปกำกับดูแลด้วย &amp;nbsp;เนื่องจากต้องการไปดูว่าคำถามที่สื่อต่างประเทศถามเหมาะสมหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยการสัมภาษณ์นั้นจะมีนักจิตวิทยาร่วมอยู่ด้วย ถ้าเจอคำถามที่ไม่เหมาะสมต้องหยุดทันที &amp;nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไข อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีสื่อต่างประเทศติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากขอเข้ามาจำนวนมาก ก็อาจจะพิจารณาได้ไม่หมด เพราะเด็กๆต้องเรียนหนังสือ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ สำนักข่าว&amp;nbsp;ABC NEWS&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นสำนักงานข่าวแรกที่ทำหนังสือขอมาและได้เข้าสัมภาษณ์ และขณะนี้มีสื่อต่างประเทศที่รอต่อคิวอยู่ คือ&amp;nbsp;NBC NEWS&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;CNN&amp;nbsp;ซึ่งสื่อไทยก็สามารถทำเรื่องมาตามขั้นตอนได้ เราไม่ได้ปิดกั้น&amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่มีเอกสารระบุว่าเป็นการให้สัมภาษณ์ในรายการเดินหน้าประเทศไทย พล.ท.วีรชน กล่าวว่า เอกสารดังกล่าวที่ออกมาเกิดความเข้าใจผิด ยืนยันไม่ได้มีการแอบอ้างใช้รายการเดินหน้าประเทศไทยแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16024</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีมหมูป่า, พล.ท.สรรเสริญ  แก้วกำเนิด, สื่อต่างชาติสัมภาษณ์ทีมหมูป่า, สื่อนอก, เจมส์ ลองแมน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acd5ae1522e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
