<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2018 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2018 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สื่อบันเทิงไทยคึกคัก เงินสะพัด 4.8 แสนล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;PwC คาดเม็ดเงินค่าใช้จ่ายผ่านอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงไทยปี 2565 เฉียด 4.8 แสนล้านบาท เผย 3 อันดับที่มีการเม็ดเงินสูงสุด คาดอิทธิพลโซเชียลมีเดียและเทคโนโลยี ดันออนไลน์อีก 4 ปีแตะ 3.18 หมื่นล้านบาท

นางณฐพร พันธุ์อุดม หุ้นส่วนสายงานตรวจสอบบัญชี และหัวหน้าสายงาน Technology, InfoComm และ Entertainment &amp;amp; Media (TICE) บริษัท PwC ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากรายงาน PwC&amp;rsquo;s Global entertainment and media outlook 2018-2022 ซึ่งทำการสำรวจทิศทางอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงทั่วโลกว่า รายได้จากสื่อดิจิทัล จะยิ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงไทยในอนาคต คาดการณ์ว่าในปี 2565 มูลค่าการใช้จ่ายผ่านอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงไทยจะอยู่ที่ 478,355 ล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีในช่วง 5 ปีข้างหน้า 2561-2565 อยู่ที่ 6.5%

ทั้งนี้ รายงานฉบับดังกล่าว ระบุถึง 3 อันดับสื่อและบันเทิงของไทยที่มีมูลค่าการใช้จ่ายสูงที่สุด ได้แก่ โฆษณาออนไลน์ เติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 18.6% วิดีโอเกมส์และอีสปอร์ต เติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 16.9% และวิดีโอผ่านอินเทอร์เน็ต เติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 13.9% ขณะที่หนังสือพิมพ์ จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีลดลงที่ 1.9% และนิตยสาร มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีลดลงที่ 0.7%

&amp;nbsp;&amp;ldquo;คาดว่าแนวโน้มของสื่อโฆษณาออนไลน์ไทยจะยิ่งสดใสในอนาคต เพราะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม หันมาปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอเนื้อหาบนแพลตฟอร์มที่เป็นดิจิทัลมากขึ้น ประกอบกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของตลาดวิดีโอออนดีมานด์ การถ่ายทอดสดสตรีมมิ่ง และตลาดอีคอมเมิร์ซ อย่างไรก็ดี ความท้าทายสำคัญจะอยู่ที่การกำหนดกลยุทธ์ที่ใช่และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังต้องมีความสามารถในการนำเสนอเนื้อหาที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างทันเวลาด้วยราคาที่น่าสนใจด้วย&amp;rdquo;นาง ณฐพร กล่าว

&amp;nbsp; ขณะเดียวกันรายงานของ PwCคาดการณ์ว่า ภายในปี 2565 ตลาดโฆษณาออนไลน์ของไทยจะมีมูลค่าถึง 3.18 หมื่นล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการในการใช้งานโทรศัพท์มือถือที่เพิ่มมากขึ้นและความนิยมของผู้บริโภคในการใช้โซเชียลมีเดีย เช่น เฟสบุ๊ค จากปัจจุบันประเทศอินโดนีเซียมีตลาดโฆษณาออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีมูลค่าการใช้จ่ายอยู่ที่ราว 5 หมื่นล้านบาท รองลงมา ได้แก่ ไทย 1.35 หมื่นล้านบาท มาเลเซีย 1.1 หมื่นล้านบาท และฟิลิปปินส์ 1.09 หมื่นล้านบาทตามลำดับ

นางณฐพร กล่าวว่า ตลาดเกมวิดีโอเกมส์และอีสปอร์ตของไทย นับเป็นตลาดที่เติบโตรวดเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยในปี 2560 มูลค่าใช้จ่ายของตลาดอยู่ที่ 3.11 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 6.78 หมื่นล้านบาทในปี 2565 โดยได้แรงหนุนจากการใช้งานสมาร์ทโฟนและค่าใช้จ่ายแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตและแอปพลิเคชันต่างๆ ที่มีราคาไม่แพง ส่วนตลาดอีสปอร์ตในไทย ที่ถึงแม้จะยังมีขนาดเล็กอยู่ แต่ก็มีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยตลาดสื่อและบันเทิงไทยอีกประเภทที่น่าจับตาคือ ตลาดวิดีโอผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งรายงานคาดการณ์ว่ามูลค่าการใช้จ่ายในปี 2565 จะอยู่ที่ 4.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นเท่าตัวจาก 2.2 พันล้านบาท ในปี 2560

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11464</URL_LINK>
                <HASHTAG>สื่อบนออนไลน์, อีสปอร์ต, เงินสะพัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180616/image_big_5b2498282aad3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุคของสื่อออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ช่วงนี้เวลาพบปะเพื่อนฝูง มักจะเจอคำถามเดิมๆ ซ้ำๆ อยู่เสมอว่า &amp;quot;หนังสือพิมพ์เป็นยังไงบ้าง จะอยู่รอดไหม?&amp;quot; นี่คือคำถามของคนที่เขาหวังดี และแสดงความเป็นห่วงว่าอาชีพนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ จะสามารถทำมาหากินเลี้ยงชีพไปได้อีกนานแค่ไหน ในเมื่อถูกรบกวนด้วยสื่อดิจิทัลอย่างหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยสถานการณ์แบบนี้ จะตอบว่าธุรกิจยังดี หรือว่าเฟื่องฟู คงยากที่จะใครเชื่อ เพราะมีตัวอย่างให้เห็นมานักต่อนักแล้ว ที่เห็นมีการทยอยปิดบริษัท ปิดหัวหนังสือไปหลายเล่ม เพราะพิมพ์ไปก็ไม่คุ้ม มีแต่เข้าเนื้อ แถมรายได้จากโฆษณาบนสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งระบบก็ลดลงอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 20% ซึ่งปัจจุบันมีเหลืออยู่ไม่ถึง 10,000 ล้านบาทเท่านั้น จากที่เคยมีวงเงินสูงกว่าหลายหมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฉะนั้น สถานการณ์ของสื่อสิ่งพิมพ์ในขณะนี้ ก็เรียกได้ว่า ประคองตัว และมองหาช่องทางการอยู่รอด ซึ่งในแต่ละเล่ม ซึ่งก็จะมีกลยุทธ์ที่ไม่เหมือนกัน แต่ไม่ว่าจะต่างกันอย่างไร สิ่งที่เหมือนกันก็คือการปรับตัวเข้าหาสื่อดิจิทัล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เคยมีคนกล่าวไว้ว่า &amp;quot;คนอ่านอยู่ที่ไหน สื่อต้องตามไปที่นั้น&amp;quot; ตอนนี้คนไทยกำลังสนุกสนานกับการใช้งานสื่อบนออนไลน์ ดังนั้น ทุกสื่อสำนักพิมพ์ ก็ต้องมุ่งหน้าสู่ออนไลน์ เป็นคำตอบสุดท้าย ซึ่งแม้จะเข้าโดยเต็มใจ หรือไม่เต็มใจก็ตาม แต่ สื่อออนไลน์ยังคงเป็น &amp;quot;ความหวัง&amp;quot; ที่จะช่วยรักษาสถานะธุรกิจเอาไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอนว่าการเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ เป็นเรื่องยากเสมอ ซึ่งเชื่อว่าทุกสำนักข่าวก็จะต้องเจอการเปลี่ยนแปลงที่คล้ายๆ กัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถ้าไม่เริ่มต้น นับหนึ่งก็ได้แต่รอวันตาย เพราะหากดูพฤติกรรมของผู้อ่านยุคนี้ คนใช้เวลากับสิ่งพิมพ์ลดลงมาก เพราะมันมีอะไรที่น่าสนใจมากกว่าอยู่บนจอมือถือ หรือ คอมพิวเตอร์ โดยจากผลสำรวจล่าสุดของ &amp;ldquo;We Are Social&amp;rdquo; ดิจิทัลเอเยนซี และ &amp;ldquo;Hootsuite&amp;rdquo; ผู้ให้บริการระบบจัดการ Social Media และ Marketing Solutions ระบุว่าคนไทยใช้งานอินเทอร์เน็ตบนสมาร์ทโฟนต่อวัน สูงที่สุดในโลก 9 ชั่วโมง 38 นาทีต่อวัน ขณะเดียวกันคนไทยให้เวลาอยู่โลกออนไลน์ และโซเซียลมีเดียที่สูงมาก เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง ด้วยเวลาดังกล่าว ก็แทบจะเต็มวันในการใช้ชีวิตแล้ว จะมีเวลาไปทำอย่างอื่นได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยความนิยมของสื่อออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น ในมุมของธุรกิจสิ่งพิมพ์ อาจจะเป็นฝันร้าย แต่สำหรับสื่อออนไลน์ ธุรกิจมันเหมือนเพิ่งเริ่มต้น เพราะคาดการณ์ว่าเม็ดเงินโฆษณาในสื่อนี้ จะอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น อันเนื่องมาจากจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตนั้นยังคงเพิ่มขึ้น ตอนนี้ประเทศไทยมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต 57 ล้านคน หรือเท่ากับ 82% ของจำนวนประชากร ซึ่งก็หมายความว่าคนไทยเคยชินกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตแล้วอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้เอง สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ DAAT (Digital Advertising Association Thailand) ร่วมกับกันตาร์ ทีเอ็นเอส (ไทยแลนด์) เปิดเผยข้อมูลการใช้เงินซื้อสื่อดิจิทัล พบว่าในปี 2017 ที่ผ่านมา วงเงินโฆษณาในสื่อออนไลน์ ทะลุ 12,402 ล้านบาท หรือโตกว่า 31% เมื่อเทียบกับปี 2016&amp;nbsp; ซึ่งเห็นได้ชัดว่าวงเงินแซงหน้าเงินโฆณษาบนสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งระบบไปแล้ว แถมยังประเมินอีกว่า ในปีนี้เม็ดเงินโฆษณาดังกล่าวน่าจะขยับมาอยู่ที่ 14,330 ล้านบาท หรือโตกว่า 16% เลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฉะนั้น ตลาดจึงยังคงเปิดกว้าง สำหรับผู้ผลิตสื่อทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ ที่จะเข้าสู่ยุคการผลิตสื่อออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในปัจจุบันนี้หลายสิ่งหลายอย่างเอื้อต่อการผลิตสื่อออนไลน์อย่างมาก ทั้งอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ มีราคาที่ถูกลงมาก และมีคุณภาพที่สูงขึ้น สมาร์ทโฟนแค่เครื่องเดียว สามารถผลิตคอนเทนต์ได้ทุกรูปแบบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ด้วยแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ที่เอื้ออำนวยในการกระจายคอนเทนต์ไปสู่ผู้อ่าน ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ไลน์ ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม ยูทูบ หรืออื่นๆ ในอนาคต ซึ่งแพลตฟอร์มเหล่านี้ก็ช่วยส่งเสริมให้เนื้อหาสาระส่งตรงไปยังผู้อ่าน หรือผู้ติดตามได้ง่ายขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบัน ประเทศไทยก็มีโครงสร้างอินเทอร์เน็ตที่รวดเร็ว และดีขึ้นกว่าในอดีตมาก ขณะที่เครื่องมือในเรื่องของการหารายได้ก็เพียบพร้อม สำหรับแอดเน็ตเวิร์กต่างๆ ที่เข้ามาช่วยในเรื่องการหารายได้ให้กับคนทำคอนเทนต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อนาคตของสื่อคงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องไปสู่ช่องทางออนไลน์ แต่การสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ และให้สอดคล้องกับรายได้นั้นยังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ซึ่งทุกองค์กรจะต้องหาเส้นทางที่ดีที่สุด เพื่อที่จะทำให้ชื่อและคุณภาพงานขององค์กรจะยังอยู่ในใจของผู้อ่านตราบนานเท่านาน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9936</URL_LINK>
                <HASHTAG>DAAT, Hootsuite, Marketing Solutions, Social Media, We Are Social, กระจกไร้เงา, ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง, สมาคมโฆษณาดิจิทัล, สื่อดิจิทัล, สื่อบนออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
