<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2019 21:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2019 21:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มทรู โชว์ผลงานกำไรต่อเนื่องเป็น 2.9 พันล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2562 ผลักดันกำไรสะสม 9 เดือนปี 2562 เป็น 5.4 พันล้านบาท พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยคะแนนเป็นที่ 1 ในหมวดธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม  ดัชนีความยั่งยืนระดับโลก Dow Jones Sustainability Index (DJSI) </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มทรู รายงานกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างต่อเนื่องเป็น 2.9 พันล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2562 เทียบกับกำไร 1.1 พันล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2562 และ 99 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2561 หนุนโดย EBITDA และกำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้นเป็น 10.3 พันล้านบาทและ 3.4 พันล้านบาท ตามลำดับ ผลประกอบการที่แข็งแกร่งนี้เป็นผลมาจากรายได้จากการให้บริการที่ เติบโตโดยธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต มีฐานผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าอุตสาหกรรม ค่าใช้จ่ายด้านการขายที่ลดลง อีกทั้งยังได้รับผลประโยชน์จากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (DIF) ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร. กิตติณัฐ ทีคะวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) กล่าวว่า &amp;ldquo;ในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา กลุ่มทรูมีฐานผู้ใช้บริการเติบโตแข็งแกร่งและกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้จากการให้บริการมีจำนวนสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 78.6 พันล้านบาทและกำไรสุทธิ 5.4 พันล้านบาทในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2562 อีกทั้งเรายังมีความยินดีที่ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนระดับโลกต่อเนื่องเป็นปีที่สาม โดยเฉพาะการได้รับคะแนนสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของโลกในหมวดธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมติดต่อกันเป็นปีที่สองสำหรับดัชนี Dow Jones Sustainability Index (DJSI) ทั้งนี้ ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลุ่มทรูยังคงมีฐานผู้ใช้บริการที่เติบโตสูงเหนืออุตสาหกรรม โดยเฉพาะฐานผู้ใช้บริการระบบรายเดือนของทรูมูฟ เอช ที่เพิ่มขึ้นสุทธิประมาณ 215,000 ราย ในไตรมาส คิดเป็นร้อยละ 43 ของอุตสาหกรรม ในขณะเดียวกัน ธุรกิจบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตกลับมาเติบโตสูงขึ้นแม้การแข่งขันยังคงอยู่ในระดับที่สูง อันเป็นผลจากการมุ่งสรรหามูลค่าเพิ่มตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้ตรงจุด โดยเฉพาะการเปิดตัวแคมเปญนวัตกรรม Gigatex Fiber Router เทคโนโลยีล่าสุดจากทรูออนไลน์ ที่มาพร้อมคอนเทนต์ยอดนิยมผ่านกล่อง TrueID TV สร้างความแตกต่างผ่านการให้บริการด้านดิจิทัลครบวงจรและสิทธิประโยชน์มากมายภายใต้ทรูยูและทรูพอยท์ อีกทั้งยังเพิ่มพรีเมียมคอนเทนต์อย่างพรีเมียร์ลีก อังกฤษ (EPL) ซึ่งทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป ได้รับลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดผ่านทุกแพลตฟอร์มทั้งทีวี ออนไลน์และดิจิทัล นอกจากนั้น ทรูไอดี (TrueID) ยังมีจำนวนผู้ใช้บริการต่อเดือนที่เติบโตต่อเนื่องเป็น 22.2 ล้านราย นับเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศิริพจน์ คุณากรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) กล่าวว่า &amp;ldquo;ความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของกลุ่มทรูในการเดินหน้าพัฒนาเครือข่ายให้มีคุณภาพครอบคลุม ไม่หยุดนิ่งในการสรรหานวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับโครงสร้างองค์กร ให้มีการปฎิบัติการได้อย่างคล่องตัว รองรับสภาวะการแข่งขันในยุคดิจิทัลได้เห็นผลชัดเจนมากขึ้น กลุ่มทรูมีฐานผู้ใช้บริการที่เติบโตสูงในไตรมาสที่สามที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเติบโตเหนืออุตสาหกรรมของทั้งธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต อันเป็นผลจากความเชื่อมั่นในเรื่องเครือข่ายและบริการ รวมถึงการทำการตลาดเจาะแต่ละกลุ่มลูกค้าและบริหารพื้นที่แบบจุลภาคอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกัน การให้บริการในรูปแบบคอนเวอร์เจนซ์ที่เพิ่มมูลค่าให้แก่ลูกค้าผ่านการผสานหลากหลายสินค้าและสิทธิพิเศษต่างๆ ภายใต้กลุ่มทรู ช่วยเพิ่มความผูกพันของลูกค้าและสร้างโอกาสการเติบโตรายได้ของกลุ่มผ่านการใช้งานที่เพิ่มขึ้นในแต่ละครัวเรือน ทั้งนี้ กลุ่มทรูจะเดินหน้าขยายและเสริมความแข็งแกร่งให้กับช่องทางการขาย รวมถึงมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพภายในองค์กร เพื่อสร้างผลกำไรและการเติบโตที่เข้มแข็งต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรูมูฟ เอช มีรายได้จากการให้บริการจำนวน 19.3 พันล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2562 หนุนโดยรายได้รวมจากบริการเสียงและนอนวอยซ์ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากปีก่อน และร้อยละ 1 จากไตรมาสก่อน ทรูมูฟ เอช มีฐานผู้ใช้บริการที่เติบโตสูงเหนืออุตสาหกรรม โดยมีผู้ใช้บริการรายใหม่สุทธิประมาณ 271,000 ราย แบ่งเป็นรายเดือน 215,000 ราย และเติมเงิน 55,000 ราย ส่งผลให้ฐานลูกค้ารวมเพิ่มขึ้นเป็น 30.1 ล้านราย และส่วนแบ่งตลาดฐานลูกค้าเติบโตเป็นร้อยละ 32.7 โดยการเติบโตอย่างสูงของทรูมูฟ เอช นี้ ส่วนใหญ่เป็นผลจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของกลุ่มลูกค้าระบบรายเดือน และผลตอบรับเชิงบวกต่อแคมเปญทางการตลาดและดีไวซ์ที่มุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เน้นใช้บริการดาต้าหรือนอนวอยซ์ ทั้งนี้ ทรูมูฟ เอช จะยังคงมุ่งตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละกลุ่มลูกค้าให้ตรงจุดมากขึ้น รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านคอนเทนต์ยอดนิยม การอัพเกรดบริการเติมเงินเป็นรายเดือน และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับช่องทางการขายและการบริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรูออนไลน์ ยังคงให้ความสำคัญกับการเพิ่มคุณภาพและประสบการณ์การใช้บริการบรอดแบนด์ของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งช่วยผลักดันให้ผลประกอบการเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่องในไตรมาส 3 ปี 2562 โดยแพ็กเกจไฟเบอร์บรอดแบนด์ของทรูออนไลน์ให้บริการด้วยความเร็วสูงในระดับกิ๊กกะบิต หรือ 1Gbps ผ่านนวัตกรรมเทคโนโลยี Gigatex Fiber Router อีกทั้งยังเพิ่มมูลค่าด้วยแคมเปญที่ผสานบริการหลากหลายของกลุ่มทรู โดยเฉพาะแคมเปญร่วมกับกล่อง TrueID TV ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมากจากผู้ใช้บริการ ส่งผลให้การเติบโตของรายได้บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตสูงขึ้นกว่าไตรมาสก่อนหน้า เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.2 จากไตรมาสก่อนเป็น 6.6 พันล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2562 โดยทรูออนไลน์มียอด ARPU เติบโตขึ้นประมาณร้อยละ 3 จากไตรมาสก่อนเป็น 567 บาท และมีลูกค้าบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตรายใหม่สุทธิสูงที่สุดในอุตสาหกรรมหรือเพิ่มขึ้นสุทธิกว่า 94,000 ราย ขยายฐานลูกค้ารวมเพิ่มขึ้นเป็น 3.7 ล้านราย ทั้งนี้ ทรูออนไลน์จะเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งให้กับความเป็นผู้นำบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตและสร้างการเติบโตผ่านนวัตกรรมบนอุปกรณ์ในการให้บริการคุณภาพสูง พร้อมขยายช่องทางการจัดจำหน่ายอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรูวิชั่นส์ ได้รับลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษผ่านทุกแพลตฟอร์มทั้งทีวี ออนไลน์และดิจิทัล ช่วยสร้างการเติบโตทั้งรายได้และฐานลูกค้า โดยเฉพาะผู้สมัครสมาชิกแพ็กเกจแพลตทินัม โดย ณ สิ้นไตรมาส 3 ที่ผ่านมา มีฐานลูกค้ารวมและลูกค้าแบบบอกรับเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนเป็น 4.0 ล้านราย และ 2.3 ล้านรายตามลำดับ ทรูวิชั่นส์มีรายได้จากการให้บริการที่เติบโตจากไตรมาสก่อนได้อย่างต่อเนื่องเป็น 3.1 พันล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2562 ส่วนใหญ่จากรายได้จากการจัดคอนเสิร์ตเกาหลีซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง รวมถึงรายได้จากการ sublicense และ sponsorship จากการถ่ายทอดสดคอนเทนต์ที่มีคุณภาพอย่าง EPL ทั้งนี้ ทรูวิชั่นส์ จะมุ่งสร้างการเติบโตของรายได้ผ่านช่องทางที่หลากหลายมากขึ้นโดยการ sublicense คอนเทนต์ที่ผลิตขึ้นเองให้กับผู้ให้บริการรายอื่น รวมไปถึงการเติบโตผ่านช่องทาง online influencer เพื่อทำกิจกรรมทางการตลาดกับผู้ชมคอนเทนต์ได้ตรงจุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรูดิจิทัลกรุ๊ป มุ่งนำเสนอนวัตกรรม บริการด้านดิจิทัลและโซลูชั่นส์แบบครบวงจร เพื่อสร้างการเติบโตในยุคดิจิทัล&amp;nbsp; โดยแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง TrueID สามารถคงความเป็นผู้นำและขยายฐานผู้ใช้บริการได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เติบโตกว่าร้อยละ 15 จากไตรมาสก่อนเป็น 22.2 ล้านราย ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2562 นอกจากนี้ การถ่ายทอดสดคอนเทนต์คุณภาพอย่าง EPL ครบทุกแมตช์ ช่วยสร้างมูลค่าและรายได้ที่เพิ่มขึ้นให้กับกลุ่ม โดยเฉพาะรายได้จากการสมัครดูคอนเทนต์ นอกจากนั้นยังคงพัฒนาและนำเสนอดิจิทัลโซลูชั่นส์ให้ตรงความต้องการของลูกค้าองค์กรในแต่ละอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถเพิ่มจำนวนอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อและใช้บริการเป็นมากกว่า 205,000 อุปกรณ์ คิดเป็นการเติบโตกว่าร้อยละ 6 จากไตรมาสก่อน ในขณะเดียวกัน ธุรกิจ Analytics ช่วยสร้างการเติบโตให้กับกลุ่มทรูทำให้สามารถนำเสนอสินค้าและบริการที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งาน ตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละรายได้ตรงจุด และยังช่วยเพิ่มความผูกพันของลูกค้า รวมถึงสร้างโอกาสในการนำเสนอแพ็กเกจที่สูงขึ้น หรือบริการอื่นๆภายใต้กลุ่มทรูได้มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50301</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มทรู, กำไร, ดร. กิตติณัฐ ทีคะวรรณ, สื่อสารโทรคมนาคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191114/image_big_5dcd62f18d486.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46324</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2019 12:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2019 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วงการโทรคมนาคมสื่อสารสะเทือน!ศุกร์นี้ศาลปกครองอ่านคำพิพากษา4คดีรวด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2562 - &amp;nbsp;สำนักงานศาลปกครองได้มีกำหนดนัดพิจารณาคดีที่น่าสนใจในวันที่ 27 ก.ย.นี้หลายคดี โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องในแวดวงสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งในเวลา 10.00 น. ณ ห้องพิจารณาคดี 5 ชั้น 3 อาคารศาลปกครอง ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำที่ 1819/2559 ระหว่าง บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) (ผู้ฟ้องคดี) กับ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีดังกล่าว กสทฯ ฟ้องว่าทีโอทีฯ ผิดสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมระหว่างกัน กรณีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีคำชี้ขาดข้อพิพาท เรื่องที่ 3/2553 ลว. 6 ก.ย.2553 ให้ผู้ฟ้องคดีกับผู้ถูกฟ้องคดีเข้าทำสัญญาดังกล่าวและมีสิทธิเรียกเก็บค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมระหว่างกัน ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีได้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมระหว่างโครงข่ายโทรศัพท์ของผู้ถูกฟ้องคดีกับโครงข่ายโทรศัพท์ประจำที่และเคลื่อนที่ของผู้ฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีจึงมีหนังสือเรียกเก็บค่าเชื่อมต่อดังกล่าว กับผู้ถูกฟ้องคดี แต่ได้รับการปฏิเสธ ปรากฏตามหนังสือ ลว. 3 ต.ค.2559 เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนเสียหาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีที่ 2 &amp;nbsp;ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำที่ 18/2560 ระหว่าง บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (ผู้ฟ้องคดี) กับทีโอทีฯ (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับเรื่องที่มีกฎหมายกำหนดให้อยู่ในเขตอำนาจศาลปกครอง โดยฟ้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดคณะอนุญาโตตุลาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทรูฯ ฟ้องทีโอทีฯ ว่าคณะอนุญาโตตุลาการ มีคำชี้ขาด ข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 63/2548 ข้อพิพาทหมายเลขแดงที่ 74/2559 ลว. 23 ก.ย.2559 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีชี้ขาดให้ผู้ฟ้องคดีชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่ผู้ถูกฟ้องคดี ตามสัญญาร่วมการงานและร่วมลงทุนขยายบริการโทรศัพท์ ลว. 2 ส.ค.2534 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ลว. 8 ก.ย.2538 ซึ่งผู้ฟ้องคดีเห็นว่าเป็นคำชี้ขาดที่ไม่อยู่ในขอบเขตของสัญญาอนุญาโตตุลาการ เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนเสียหาย ณ ห้องพิจารณาคดี 5 ชั้น 3 อาคารศาลปกครอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีที่ 3 ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำที่ 2128/2556 ระหว่าง กสทฯ (ผู้ฟ้องคดี) กับ สำนักงาน กสทช.ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากออกกฎ หรือคำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่น โดยขอให้เพิกถอนประกาศของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรทัศน์เคลื่อนที่ พ.ศ.2556 และมติอื่นๆ ของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กสทฯ ฟ้องว่าสำนักงาน กสทช.กับพวกมีประกาศ เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราว
ในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ.2556 และมีมติ คำสั่งอื่นๆ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีไม่อนุญาตให้ผู้ฟ้องคดีรับโอนเลขหมายโทรคมนาคมผู้ใช้บริการของ บริษัท ทรู มูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอล โฟน จำกัด เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีในฐานะผู้รับสัมปทานได้รับความเดือดร้อนเสียหาย ณ ห้องพิจารณาคดี 5 ชั้น 3 อาคารศาลปกครอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และคดีสุดท้าย ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 2345/2556 ระหว่างทีโอทีฯ กับ กสทช.ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) ในคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยฟ้องให้เพิกถอนประกาศ มติ และคำสั่งเกี่ยวกับการคุ้มครองใช้บริการเป็นการชั่วคราวกรณีสิ้นสุดสัญญาสัมปทานหรือสัญญาให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทีโอทีฯ &amp;nbsp;ฟ้องว่า กสทช.และพวกมีประกาศ เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราว ในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ.2556 ลว. 16 ส.ค.2556 และมีมติ ลว. 26
&amp;nbsp;ส.ค.2556 และคำสั่ง ลว. 30 ส.ค.2556แก้ไขเงื่อนไขการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากผู้ฟ้องคดีเห็นว่าเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญและเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมและเป็นการสร้างภาระให้แก่ &amp;nbsp; ผู้ฟ้องคดีเกินสมควร เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนเสียหาย ณ ห้องพิจารณาคดี 5 ชั้น 3 อาคารศาลปกครอง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46324</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำพิพากษา, บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน), บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน), ศาลปกครองกลาง, สำนักงานศาลปกครอง, สื่อสารโทรคมนาคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd2aecfc1e0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
