<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชม&quot;เมืองน่าน&quot;ในม่านฝน ช็อปปิ้งสินค้าเกษตร งานหัตถกรรมจากชุมชน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ททท.สำนักงานน่าน ชวนเที่ยวออนไลน์ ชมบรรยากาศเมืองน่านในช่วงฤดูฝน พร้อมจับมือพันธมิตรเปิดช่องทางการตลาดให้ชุมชนขายสินค้าการเกษตร งานผ้าทอและผลิตภัณฑ์อื่นๆ รวมทั้งหนุนผู้ประกอบการท่องเที่ยว ยกระดับมาตรฐานการบริการสู่ SHA&amp;nbsp;รองรับการท่องเที่ยววิถีใหม่ เน้นความปลอดภัยต่อสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;เครื่องหมายรับรองมาตรฐาน SHA&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้อยตรีภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานน่าน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ส่งผลกระทบในภาพรวมทางการท่องเที่ยวทั่วประเทศ และเชื่อมโยงมาถึงจังหวัดน่านด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ททท.สำนักงานน่านได้น้อมรับนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนให้ประชาชนอยู่กับบ้านเพื่อความปลอดภัย&amp;nbsp;และใช้โอกาสนี้เตรียมความพร้อมทางด้านการท่องเที่ยวให้สอดรับกับการท่องเที่ยววิถีใหม่ หรือ New Normal&amp;nbsp;ควบคู่กับการใช้สื่อออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์ม&amp;nbsp; Facebook : TAT NAN&amp;nbsp; ททท.สำนักงานน่าน, Line:@tat.nan, Twitter: @tatnanofficial และ IG: tatnan_office&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ของ ททท.&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่ รวมทั้งกลุ่มเกษตรกร และผู้จำหน่ายสินค้าชุมชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกันยังใช้ช่องทางออนไลน์ แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ วัดวาอาราม ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต ภูมิปัญญาที่น่าสนใจ และมีอัตลักษณ์เฉพาะตัวเพื่อย้ำเตือนความทรงจำ และเป็นข้อมูลให้นักท่องเที่ยวเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย สามารถเดินทางข้ามจังหวัดมาท่องเที่ยวได้เหมือนปกติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;ทะเลหมอกช่วงฤดูฝนเมืองน่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังนำเสนอข้อมูลข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์และรายงานสถานการณ์ต่างๆ ในพื้นที่ให้คนทั่วไปรับทราบ อาทิ การเปิดหรือปิดสถานที่ท่องเที่ยว มาตรการเดินทางเข้าเมืองน่าน&amp;nbsp; รายงานสถานการณ์โควิดประจำวัน และข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการป้องกันโควิด ฯลฯ เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานน่าน กล่าวต่อว่า ททท.สำนักงานน่านได้ทำการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการต่างๆ ในพื้นที่ เข้าร่วมโครงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย หรือ Amazing Thailand Safety &amp;amp; Health Administration (SHA) ให้มากที่สุด โดยขณะนี้มีผู้ประกอบการในจังหวัดน่านประมาณกว่า 40 แห่งเข้าร่วมครอบคลุม 10 ประเภทกิจการ ตามที่ ททท.กำหนดไว้&amp;nbsp; ได้แก่ 1.ภัตตาคาร ร้านอาหาร 2.โรงแรม ที่พัก สถานที่จัดประชุม 3.นันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว 4.ยานพาหนะ 5. บริษัทนำเที่ยว 6.สุขภาพและความงาม 7.ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า 8.กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว 9.โรงละคร โรงมหรสพ การจัดกิจกรรม และ 10.ร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นาขั้นบันได บรรยากาศที่นักท่องเที่ยวประทับใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโครงการมาตรฐาน SHA เกิดขึ้นจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp; โดย ททท.ร่วมกับกรมควบคุมโรค&amp;nbsp; กรมอนามัย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข มีเป้าหมายเพื่อยกมาตรฐานการบริการที่มีความปลอดภัยด้านสุขอนามัย โดยเชิญชวนผู้ประกอบการและสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องแต่ละพื้นที่เข้าร่วมโครงการ ผู้ที่ผ่านมาตรฐานการประเมิน จะได้รับเครื่องหมาย SHA เป็นสัญลักษณ์ เพื่อเพิ่มความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานน่าน กล่าวต่อว่า ททท.และภาคีที่เกี่ยวข้องในจังหวัดน่านทั้งภาครัฐและเอกชนยังได้ร่วมกันช่วยเหลือชุมชนในพื้นที่ ซึ่งมีผลผลิตสินค้าเกษตรตามฤดูกาล ด้วยการเปิดช่องทางการตลาด จำหน่ายผลไม้และสินค้าจากชุมชน จำหน่ายให้คนในพื้นที่ แต่เป็นไปภายใต้มาตรการสาธารณสุขของจังหวัดน่าน และเปิดให้ประชาชนทั่วไปสั่งซื้อได้ในหลายช่องทางผ่านสื่อออนไลน์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;quot;งานเทศกาลลำไย และของดีเชียงกลาง @ น่าน&amp;quot;&amp;nbsp; เมื่อเร็วๆนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับตัวอย่างกิจกรรมที่จัดไปแล้วแต่ประชาชนที่สนใจยังสั่งซื้อได้ทางออนไลน์ได้ ได้แก่ &amp;quot;งานเทศกาลลำไย และของดีเชียงกลาง @ น่าน&amp;quot; ณ สวนเกษตรแปลงใหญ่ลำไย บ้านพญาแก้ว&amp;nbsp;ตำบลพญาแก้ว อำเภอเชียงกลาง ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา จำหน่ายลำไย, เงาะ, อโวคาโด และ สินค้าการเกษตรอีกหลายชนิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังมีงาน &amp;ldquo;มหกรรมสินค้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน...&amp;quot;หาของดีดี...ให้แม่&amp;quot; ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา อำเภอภูเพียง เมื่อวันที่ 12-14 สิงหาคมที่ผ่านมา จำหน่ายสินค้าเกษตร สินค้าเกษตรแปรรูป กาแฟ เครื่องเงิน สินค้าโอท็อป และของดีของเด่นของจังหวัดอีกมากมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;กิจกรรมที่จัดขึ้น เพื่อส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตรและสินค้าจากชุมชน พัฒนาช่องทางการตลาด พัฒนาความรู้และเพิ่มศักยภาพกระบวนการทำงานในพื้นที่ เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตลอดจนสร้างการรับรู้และเปิดช่องทางการสั่งซื้อสินค้าภายหลังจากการจัดงานได้อีกด้วย&amp;quot; ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานน่านกล่าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากสินค้าด้านการเกษตรแล้ว ยังมีสินค้าที่ผลิตในจังหวัดน่าน โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าผ้าทอเมืองน่าน ซึ่งปัจจุบันมีการยกระดับจนกลายมาเป็นเสื้อผ้าร่วมสมัย ซึ่งผู้สนใจสามารถสั่งซื้อได้โดยตรงจากผู้ผลิตซึ่งมีอยู่หลากหลายประเภท ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;การทอผ้าพื้นเมืองน่านโดยคนในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผ้าทอ &amp;ldquo;บ้านซาวหลวง&amp;rdquo; มีการทอทั้งผ้าฝ้ายและผ้าฝ้ายสลับไหม เติมดิ้นเงินดิ้นทองเพิ่มความสวยงาม ลวดลายเอกลักษณ์คือ ลายบ่อสวก ซึ่งแกะลวดลายมาจากปากไหที่ค้นพบที่แหล่งเตาโบราณบ้านบ่อสวก ประกอบด้วย ลายอินธนู ลายนกฮูก ลายอินคำแสง ฯลฯ ที่มีความสวยงาม ผู้สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ โทร&amp;nbsp; 0-61316-0733&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผ้าทอพื้นเมืองน่าน&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ร้านฝ้ายเงิน&amp;quot; นอกจากจะเป็นร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าทอ โดยเฉพาะเครื่องแต่งกายที่มีให้เลือกหลายสไตล์ ราคาไม่แพง ร้านฝ้ายเงินยังเป็นแหล่งรวบรวมผ้าทอหลากลวดลายตั้งแต่ของใหม่ลายประยุกต์และแบบดั้งเดิม สีสันสวยงามเตะตา ไปจนถึงผ้าโบราณล้ำค่า โทร. 0-5468-1163&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นเมืองน่าน ร้านฝ้ายเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;โฮงเจ้าฟองคำ&amp;quot; ผลิตและจำหน่ายผ้าพื้นเมือง ลายเอกลักษณ์คือ ผ้าลายน้ำไหลหยดน้ำ ซึ่งเป็นลายที่พัฒนามาจาก ลายน้ำไหลของไทลื้อ แต่ให้มีความอ่อนช้อยราวกับสายน้ำไหลจริงๆ โทร. 0-5471-0537 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ผ้าทอเมืองน่าน ร้านวราภรณ์ผ้าทอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;วราภรณ์ผ้าทอ&amp;quot; จำหน่ายผ้าทอพื้นเมืองแบบต่างๆ และลายผ้าลิขสิทธิ์เฉพาะของทางร้านคือ &amp;ldquo;ลายปล้องหนานบัวผัน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ลายม่านหนานบัวผัน&amp;rdquo; ด้วยการใช้แรงบันดาลใจจากภาพซิ่นบนจิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์ โทร.&amp;nbsp; 08-3322-1885&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บ้านดอนมูล&amp;quot; เป็นกลุ่มทอผ้าไทลื้อที่มีรูปแบบการตัดเย็บกันง่ายๆ ใต้ถุนบ้าน ท่ามกลางความอบอุ่นของกลุ่มชาวบ้านเชื้อสายไทลื้อที่สืบทอดภูมิปัญญาในการย้อมสี ทอผ้า เย็บผ้า แล้วต่อยอด จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์จากผ้าทอหลากหลาย มี ตั้งแต่ผ้าซิ่นแบบดั้งเดิม ไปจนถึงเสื้อผ้า กางเกง เดรส กระเป๋า มีการดีไซน์ให้โดนใจคนรุ่นใหม่ แต่ยังได้กลิ่นอายชาวเหนือแบบร่วมสมัย โทร. 09-1052-1322, 08-0 852-1399&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จันทร์สมการทอ&amp;quot;&amp;nbsp; มีผ้าทอลายน้ำไหลที่ขึ้นชื่อของชาวไทลื้อ ที่สืบทอดมาเป็นร้อยปี และได้มีการประยุกต์ลายเพิ่มเติมขึ้นมา เช่น ลายจรวด ลายแมงมุม ลายปลาหมึก ลายเล็บมือนาง เป็นต้น โทร. 0-5468-5222&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แพวผ้าฝ้าย&amp;quot; มีการพัฒนาผ้าทอ&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นซิ่นแบบดั้งเดิม เสื้อผ้า กางเกง กระโปรง กระเป๋า ปลอกหมอน ผ้าห่ม ผ้าม่าน ไปจนถึงรองเท้า มีหลากรูปแบบ หลายระดับราคาให้เลือกซื้อ เรียกว่าผลิตเองขายเองตั้งแต่ต้นถึงปลายน้ำ จนมีคำสั่งซื้อเข้ามาทั้งจากในเมืองไทยและจากต่างประเทศ แถมยังดีไซน์ชุดเก๋ๆ ล้ำๆ จนเป็นที่รู้จักในวงการแฟชั่นอีกด้วย โทร. 08-9851-8918 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับผู้สนใจผ้าพื้นเมืองน่านเพิ่มเติม สามารถติดตามได้อย่างละเอียดผ่าน เว็บไซต์ วันธรรมดาน่าเที่ยวของ www.weekdayspecialthailand.com /9570 ซึ่งในเว็บไซต์นี้ นอกจากข้อมูลเกี่ยวกับผ้าพื้นเมืองน่านแล้ว ยังมีเรื่องราวของที่กิน-ที่พัก-สถานที่น่าสนใจและกิจกรรมจากพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศให้เข้าไปชมกันได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ภาพปู่ม่าน ย่าม่าน&amp;nbsp; จิตรกรรมฝาผนัง ที่่มีชื่อเสียงวัดภูมินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;วัดภูมินทร์ หนึ่งในวัดสำคัญของเมืองน่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานน่าน&amp;nbsp; กล่าวต่อว่า ส่วนสุดท้ายที่ ททท.ดำเนินการ คือตอกย้ำเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ข้างต้น&amp;nbsp; เพื่อไม่ให้ทุกคนไม่ลืมเลือนน่าน เช่น การนำเสนอภาพนิ่ง คลิปวิดีโอ และข้อมูล ของสถานที่สำคัญในเมืองน่าน เช่น จิตกรรมฝาผนังปู่ม่านย่าม่าน วัดภูมินทร์,&amp;nbsp; วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร, วัดมิ่งเมือง และเสาพระหลักเมืองน่าน, วัดพระธาตุแช่แห้ง, วัดหัวข่วง, วัดภูเก็ต, &amp;nbsp;พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน, อุทยานแห่งชาติ 7 แห่งในเมืองน่านที่มีความสวยงาม, ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา, ตลาดสดเช้าเมืองน่าน หรือตลาดสดตั้งจิตอนุสรณ์, แหล่งท่องเที่ยวที่อำเภอปัว, บ่อเกลือ และพาไปชมนาขั้นบันไดที่สวยงาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;พระธาตุแช่แห้ง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองน่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในช่วงกรีนซีซั่น หรือการท่องเที่ยวช่วงฤดูฝนนี้ มีการนำเสนอบรรยากาศทะเลหมอก ตามเส้นทางท่องเที่ยวในจังหวัดน่าน และกิจกรรมที่น่าสนใจที่เคยได้รับความนิยมในช่วงนี้ อาทิ ล่องแก่งลำน้ำว้า และปั่นจักรยานท่องเที่ยวเมืองน่าน ชิมกาแฟน่าน เที่ยวคาเฟ่ และไม่พลาด ชิมอาหารเหนือในร้านต่างๆ เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;สายหมอกที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;อุทยานแห่งชาติดอยภูคาช่วงฤดูฝน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สนใจสามารถติดตามบรรยากาศและข่าวสารการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดน่านได้ทาง Facebook : TAT NAN ททท.สำนักงานน่าน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;สรณะ รายงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113471</URL_LINK>
                <HASHTAG>Amazing Thailand Safety &amp; Health Administration (SHA), New Normal, SHA, TAT NAN, กรมควบคุมโรค, กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, กรมอนามัย, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงสาธารณสุข, การท่องเที่ยววิถีใหม่, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ขายสินค้าการเกษตร, งานเทศกาลลำไย และของดีเชียงกลาง @ น่าน, ชม&quot;เมืองน่าน&quot;ในม่านฝน, ชวนเที่ยวออนไลน์, ททท., ผู้ประกอบการท่องเที่ยว, มหกรรมสินค้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน...&quot;หาของดีดี...ให้แม่, มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย, ยกระดับมาตรฐานการบริการ, ร้อยตรีภาณุวัฒน์ ขัดนาค, ลายปล้องหนานบัวผัน, ลายม่านหนานบัวผัน, วราภรณ์ผ้าทอ, สำนักงานน่าน, สื่อออนไลน์, อยู่กับบ้านเพื่อความปลอดภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_611a0d5891e42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 20:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมดลุ้น! ศาลแพ่ง ยกคำร้องนักข่าวออนไลน์โดนกระสุนยาง ขอให้เรียกสตช.มาไต่สวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.64 - ตามที่ปรากฏเป็นข่าวต่อสาธารณะว่า เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2564 ศาลแพ่งได้มีคำสั่งในคดีหมายเลขดำที่ พ.3683/2564 ระหว่างนายธนาพงศ์ เกิ่งไพบูลย์ ผู้สื่อข่าวจาก PLUS SEVEN&amp;nbsp;กับพวกรวม 2 คน กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (จำเลยที่ 1) กับพวกรวม 4 คน ให้จำเลยที่ 1 ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการชุมนุมและสลายการชุมนุม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของโจทก์ทั้งสองและสื่อมวลชน ภายใต้หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติงานของสื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกจำเลยที่ 1 หรือตัวแทนพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องมาไต่สวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ได้ดำเนินการประการใดบ้างเพื่อให้เจ้าพนักงานตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของศาลดังกล่าว และเพื่อให้ได้ความว่าจำเลยที่ 1 จะดำเนินการหรือมีมาตรการอย่างไรต่อไปเพื่อให้คำสั่งของศาลดังกล่าวมีสภาพบังคับใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ หรือในประเด็นอื่นอันเกี่ยวข้องกับคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เพื่อให้ศาลมีคำสั่งหรือมาตรการใดๆ ตามที่ศาลเห็นสมควรเพื่อบังคับตามคำสั่งศาลต่อไปนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ ศาลแพ่งได้พิจารณาคำร้องดังกล่าวแล้วมีคำสั่งว่า พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว การที่โจทก์ทั้งสอง และสื่อมวลชนจะได้รับความคุ้มครอง โจทก์ทั้งสอง และสื่อมวลชนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ และแนวทางการปฏิบัติงานของสื่อมวลชนด้วย กรณีตามคำร้องโจทก์ทั้งสองไม่ปรากฏว่า สื่อมวลชนที่ถูกยิงด้วยกระสุนยางได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ และแนวทางการปฏิบัติงานของสื่อมวลชนแล้วหรือไม่ อย่างไรอันจะได้รับความคุ้มครองตามคำสั่งดังกล่าว กรณียังไม่มีเหตุอันสมควรที่จะไต่สวนตามคำร้องของโจทก์ทั้งสอง จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113013</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ศาลแพ่ง, สื่อออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607febcb57c2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 17:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; ชี้แม้ศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราว​ แต่สื่อต้องระวังอย่าทำผิดกฎหมายอื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.64 - นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลแพ่งมีคำสั่งห้ามดำเนินการบังคับใช้ข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 29 เป็นการชั่วคราว เกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เนื่องจากข้อกำหนดไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์หรือแนวทางปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ รวมถึงพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ได้ให้อำนาจนายกฯออกข้อกำหนดให้ดำเนินการระงับการให้บริการอินเตอร์เน็ตถือเป็นข้อกำหนดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นว่า เมื่อศาลสั่งออกมาจะทำอย่างไรได้ก็ต้องคุ้มครองชั่วคราว ก็แปลว่าไม่ใช้ข้อบังคับดังกล่าว ตอนนี้ทุกอย่างก็ต้องหยุดชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า เช่นนี้แล้วถือว่าเป็นการออกกฎหมายที่ผิดพลาดหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เมื่อศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราวก็ต้องรอต่อไปว่าขั้นสุดท้ายปลายทางถึงที่สุดแล้วศาลจะสั่งอย่างไร มันก็เหมือนกับคดีทั้งหลายที่มีการคุ้มครองชั่วคราวซึ่งรัฐเองก็ต้องปฏิบัติตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า จากนี้ไปการปฏิบัติของสื่อสามารถดำเนินการได้ปกติใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็สามารถดำเนินการได้ เพียงแต่ว่าอย่าให้ผิดกฎหมายอื่นก็แล้วกัน เพราะมันยังมีกฎหมายอื่นอีกเยอะที่ศาลได้บอกเอาไว้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112431</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, ข้อกำหนดฉบับที่ 29, วิษณุ เครืองาม, ศาลแพ่ง, สื่อออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e3c120ca0c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 20:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 20:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลนัดฟังคำสั่ง 6 ส.ค.นี้ &#039;สื่อออนไลน์&#039; ฟ้องเพิกถอนข้อกำหนดให้ กสทช.ฟันข่าวปลอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค.64 - จากกรณี ทนายความภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน และตัวแทนสื่อออนไลน์ ประกอบด้วย นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความจากภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ,&amp;nbsp;น.ส.ฐปณีย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;เอียดศรีไชย ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์&amp;nbsp;The Reporters ,&amp;nbsp;สื่อ&amp;nbsp;Voice , The Standard , The Momentum , THE MATTER ,&amp;nbsp;ประชาไท , Dem All , The People , way magazine , PLUS SEVEN&amp;nbsp;จำนวน 12 คน ได้รวมตัวยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผอ.ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 เพื่อให้ศาลแพ่งมีคำสั่งเพิกถอน ข้อกำหนดฉบับที่ 29 ที่ให้อำนาจ กสทช.ดำเนินการเอาผิดกับข่าวปลอมนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณาเป็นคดีหมายเลขดำที่ พ&amp;nbsp;3618/2564&amp;nbsp;ศาลได้ออกนั่งพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่าข้อกำหนดดังกล่าวไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองและกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีทางปกครองตามมาตรา 16 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 อันทำให้การฟ้องคดีนี้ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองทั้งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 194 บัญญัติว่า ศาลยุติธรรมมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวง เว้นแต่คดีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายบัญญัติให้อยู่ในอำนาจของศาลอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีจึงเห็นได้ว่าศาลยุติธรรมเป็นศาลที่มีเขตอำนาจทั่วไป คดีจึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลนี้ให้รับคำฟ้องสำเนาให้จำเลยให้โจทก์ทั้ง 12 นำส่งภายใน 7 วัน นับแต่วันนี้ ส่งไม่ได้ให้แถลงเพื่อดำเนินการต่อไปภายใน 15 วัน นับแต่ส่งไม่ได้ หากไม่ปฏิบัติถือว่าทิ้งฟ้อง แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือโควิด-19 ทวีความรุนแรงในชั้นนี้จึงไม่อาจกำหนดวันนัดได้ หากสถานการณ์คลี่คลายศาลจะแจ้งให้โจทก์ทั้ง 12 มากำหนดวันนัดเพื่อส่งหมายเรียก และสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลย และดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษานั้น ศาลทำการไต่สวนแล้วเสร็จโดยเพื่อให้การพิจารณาสั่งคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีพิพากษาเป็นไปด้วยความรอบคอบ จึงเห็นควรให้นัดฟังคำสั่งวันที่ 6 ส.ค.เวลา 13.30 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111991</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, ข้อกำหนดฉบับที่ 29, พรก.ฉุกเฉิน, สื่อออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210802/image_big_6107efef32833.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 12:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฐปณีย์&#039;นำทีมสื่อออนไลน์ฟ้องศาลแพ่ง! เพิกถอนคำสั่ง&#039;บิ๊กตู่&#039;ฉบับที่29</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค. 64 - เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก&amp;nbsp; ทนายความภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน และตัวแทนสื่อออนไลน์ ประกอบด้วย นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความจากภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน, น.ส.ฐปณีย์&amp;nbsp; เอียดศรีไชย ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ The Reporters, สื่อ Voice, The Standard, The Momentum, THE MATTER, ประชาไท, Dem All, The People, way magazine, PLUS SEVEN&amp;nbsp; จำนวน 12 คน ได้รวมตัวยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)&amp;nbsp; เพื่อให้ศาลแพ่งมีคำสั่งเพิกถอนข้อกำหนดฉบับที่ 29 ที่ให้อำนาจคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)&amp;nbsp; &amp;ldquo;ตัดเน็ต&amp;rdquo; ผู้โพสต์ข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว ซึ่งออกคำสั่งโดยไม่มีอำนาจ ไม่มีความจำเป็น ไม่ได้สัดส่วน และขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อคุ้มครองชั่วคราวด้วย ซึ่งการยื่นคำฟ้องใช้เวลาประมาณ 20 นาทีจึงเสร็จสิ้น จากนั้นจึงออกให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า วันนี้ตัวแทนสื่อ และภาคประชาชน 12 คน เป็นโจทก์ ยื่นให้ศาลเพิกถอนข้อกำหนด ตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ฉบับที่ 29 ซึ่งออกโดยนายกรัฐมนตรี ในลักษณะที่ห้ามไม่ให้นำเข้า ข้อความที่อาจจะทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว ซึ่งข้อกำหนดนี้ อาจทำให้ตีความได้ว่าแม้การนำเข้าความจริงหรือนำเสนอข่าวตามความจริง ก็อาจจะเป็นความผิดตามข้อกำหนดฉบับนี้ได้ จึงเห็นว่าขัดต่อหลักความชัดเจน หลักไม่มีความผิด ไม่มีกฎหมาย ไม่มีโทษตามกฎหมายอาญา และขัดต่อรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นต่อมาสื่อมวลชนต้องมีเสรีภาพในการนำเสนอข่าวสาร เป็นเสรีภาพที่ได้รับการรับรองไว้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 34,35,26 การจำกัดในลักษณะนี้เท่ากับเป็นการจำกัดเสรีภาพ ในการเสนอข่าว ด้วยความจริงอย่างตรงไปตรงมา และข้อกำหนดฉบับนี้ให้อำนาจ กสทช. สั่งให้ผู้ให้บริการทำการตรวจสอบ ข้อมูลว่าผู้ใดกระทำผิด และให้มีอำนาจ ระงับการให้บริการอินเทอร์เน็ต การกำหนดลักษณะนี้มีความไม่ชอบด้วยกฎหมายหลายประการ คือในพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 9 ไม่ได้ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีสั่งระงับการให้บริการอินเทอร์เน็ตได้ การออกข้อกำหนดนี้จึงเกินกว่าที่กฎหมายให้อำนาจไว้ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การตัดอินเตอร์เน็ตเป็นการกระทำที่เกินไปกว่าแนวของศาลอาญาหรือเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ เพื่อคุ้มครองเสรีภาพของสื่อ และเสรีภาพทางการแสดงออก หากจะปิดกั้นหรือลบข้อความ ก็ควรลบเป็นรายข้อความที่เป็นความผิดต่อกฎหมายเท่านั้น แต่การระงับให้บริการอินเทอร์เน็ต จะทำให้ผู้ที่ถูกระงับไม่สามารถใช้งานได้ในทุกแพลตฟอร์ม และยังถือว่าเป็นการปิดกั้นการสื่อสารในอนาคต ซึ่งขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 30&amp;rdquo; นายนรเศรษฐ์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็นที่สังคมอาจจะมีคำถามว่า ถ้าไม่มีข้อกำหนดฉบับนี้ รัฐจะจัดการต่อข่าวปลอม หรือข่าวที่บิดเบือนอย่างไรนั้น ขอเรียนว่าเรื่องนี้รัฐบาลไม่มีความจำเป็นที่ต้องออกพระราชกำหนด เพราะว่ารัฐสามารถใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดว่าด้วยคอมพิวเตอร์ ในการดำเนินคดีกับคนที่เผยแพร่ข่าวปลอม หรือข่าวบิดเบือนได้อยู่แล้ว ส่วนหากจำเป็นที่ต้องลบข้อความก็สามารถใช้อำนาจ ตามมาตรา 20 ในการยื่นคำร้องต่อศาลอาญาให้ศาลสั่งลบข้อความได้ การออกข้อกำหนดลักษณะนี้จึงไม่มีความจำเป็น ที่สำคัญข้อกำหนดนี้ให้ กสทช.มีอำนาจเด็ดขาด โดยไม่ต้องผ่านศาลตรวจสอบ และไม่ให้คู่ความอีกฝ่ายคัดค้าน จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างยิ่ง ขณะเดียวกันในวันนี้ก็ได้ขอให้ศาลแพ่งคุ้มครองชั่วคราวด้วย ดังนั้นถ้าศาลแพ่งรับฟ้อง พร้อมมีคำสั่งให้ไต่สวนฉุกเฉิน และหากศาลมีคำสั่งให้คุ้มครองชั่วคราว นั่นก็หมายความว่าข้อกำหนดดังกล่าวอาจจะยังไม่สามารถใช้บังคับได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.ฐปณีย์&amp;nbsp; ตัวแทนสื่อออนไลน์ กล่าวว่า ในนามองค์กรสื่อ และประชาชน เราร่วมกับภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับข้อกำหนด ฉบับที่ 29 ซึ่งในทางกฎหมายอาจขัดรัฐธรรมนูญ ในแง่ของสื่อมวลชนหรือประชาชนที่ใช้อินเทอร์เน็ต ก็ได้รับผลกระทบจากข้อกำหนดนี้ ทำให้สร้างความหวาดกลัวต่อสื่อมวลชน และประชาชน เป็นข้อกำหนดที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของประชาชน ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ฐปณีย์ กล่าวด้วยว่า การนำเสนอข่าวเรื่องผู้ป่วยเสียชีวิตในบ้าน หรือข้างถนน ข่าวเหล่านี้ สลดหดหู่ เศร้า และเป็นข่าวที่น่ากลัว แต่น่ากลัวโดยสถานการณ์และข้อเท็จจริง ในฐานะสื่อมวลชน เรามีการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนรายงานข่าว และมีหน้าที่นำเสนอข่าวเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ให้เขาได้เข้าถึงสิทธิการรักษา มองว่ารัฐไม่ควรใช้กฎหมายเหล่านี้เข้ามาปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของประชาชน และปิดกั้นการรายงานของสื่อมวลชนเพื่อช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ ส่วนมองว่าจะมีการใช้กฎหมายกลั่นแกล้งสื่อมวลชนหรือไม่นั้น ตนมองว่า ข้อกฎหมายนี้ไม่ชัดเจนกำกวม ซ้ำเติมสถานการณ์ เราตระหนักเรื่องจรรยาบรรณในวิชาชีพอยู่แล้ว&amp;nbsp; ซึ่งแตกต่างจากประเด็นที่รัฐจะจัดการกับเฟกนิวส์ โดยเฟกนิวส์หรือข่าวปลอมนั้น มีกฎหมายที่จะดำเนินการอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในสถานการณ์นี้รัฐควรเอื้อให้ประชาชนได้มีพื้นที่ร้องขอความช่วยเหลือและรักษาตัวเอง อย่างไรก็ตามเราไม่ได้หวาดกลัวข้อกำหนดนี้ เราออกมาเพื่อปกป้องสิทธิของทุกคนมากกว่า ความจริงแล้วการที่ประชาชนนำเสนอข่าวในการเรียกร้องว่ามีคนตาย ต้องการความช่วยเหลือ เราควรรีบเข้าไปตรวจสอบข้อมูล และช่วยเหลือเขามากกว่า แทนที่จะไปปิดกั้น&amp;rdquo; น.ส.ฐปณีย์ ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากวันนี้ศาลแพ่งมีคำสั่งให้เพิกถอนข้อกำหนดดังกล่าว แล้วมีคำสั่งฉบับใหม่ออกมาชัดเจนขึ้น เช่น ยกเว้นสื่อมวลชน จะพอใจหรือไม่ น.ส.ฐปณีย์ กล่าวว่า&amp;nbsp; เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้จำกัดเฉพาะสื่อมวลชนเท่านั้น ตนคิดว่าประชาชนเองในบางครั้งก็มีการนำเสนอข่าวได้ค่อนข้างดี ก็ควรมีพื้นที่ดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการยื่นฟ้อง ศาลได้รับคำฟ้องไว้ในสารบบเป็นคดีหมายเลขดำ พ.3618/2564 เพื่อนัดชี้สองสถานต่อไป ส่วนคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราวขณะนี้ยังไม่มีการเเจ้งคำสั่งลงมา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111934</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉบับที่29, ฐปณีย์ เอียดศรีไชย, นรเศรษฐ์  นาหนองตูม, ศบค., ศาลแพ่ง, สื่อออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210802/image_big_6107880a28d9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; สั่งกฤษฎีกาศึกษากฎหมายในต่างประเทศ ควบคุมเนื้อหาสื่อออนไลน์-โซเชียลมีเดีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชาบูรพาชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มอบหมายให้คณะกรรมการกฤษฎีกา ไปพิจารณาดูข้อกฎหมายและศึกษากฎระเบียบการออกกฏหมาย เพื่อควบคุมเนื้อหาในสื่อออนไลน์และการนำเสนอในโซเชียลมีเดีย โดยศึกษาจากในต่างประเทศที่มีการใช้กฎหมายดังกล่าว เพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงใช้ในประเทศไทยก่อนที่จะเสนอให้ครม.พิจารณา เห็นชอบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105677</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการกฤษฎีกา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สื่อออนไลน์, โซเชียลมีเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bf2903051c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกแฝดบิ๊กตู่ฟ้องเกรียน แจงยิบ10ข้อไร้อภิสิทธิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ธัญญา-นิฏฐา&amp;rdquo; ลูกฝาแฝด &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; สุดทนโซเชียลมีเดียป้ายสี มอบหมายทนายแจ้งความเอาผิดกราวรูด หวังเป็นตัวอย่างการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ต้องมีบรรทัดฐาน อย่าเอาการเมืองมาเล่นมั่วซั่ว พร้อมแจงความจริง 10 ประการลูกประยุทธ์ &amp;ldquo;ไมค์ ระยอง&amp;rdquo; เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ลั่นลุยกิจกรรมต่อ ลุ้นระทึกถอนประกันหรือไม่ 3 ก.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพุธที่ 2 ก.ย. ที่ สน.นางเลิ้ง นายอภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะทนายความประจำสำนักกฎหมาย อ.อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง และเพื่อน รับมอบอำนาจจาก น.ส.ธัญญา และ น.ส.นิฏฐา จันทร์โอชา สองบุตรสาวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ให้ดำเนินคดีต่อผู้ที่เผยแพร่ข้อความเท็จซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง โดยมี พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง ผบก.น.1 ร่วมสอบปากคำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอภิวัฒน์กล่าวว่า ได้รับมอบอำนาจจากบุตรสาวทั้งสองของ พล.อ.ประยุทธ์ ให้มาแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคล นิติบุคคลและสื่อออนไลน์ต่างๆ โดยเฉพาะทวิตเตอร์ รวมกว่าหลักร้อยบัญชีที่ลงข้อมูลเท็จให้ร้ายเสียหาย และทำให้มีคนหลงเชื่อไม่ไตร่ตรองนำไปแชร์ต่อและแสดงความเห็นอย่างเสียหาย ถือเป็นการหมิ่นประมาทบุคคลที่สาม เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ จึงต้องการให้ตำรวจตรวจสอบว่ามีใครที่ทำผิดบ้าง ส่วนกรณีมีนักการเมืองไปนำข้อมูลมาโพสต์แชร์ต่อด้วยนั้น ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนจะพิจารณาว่าเป็นตัวการร่วมหรือผู้สนับสนุนหรือไม่ ซึ่งลูกความทั้งสองยืนยันจะดำเนินคดีถึงที่สุด ไม่มีการยอมความ เพื่อเป็นบรรทัดฐานไม่ให้เกิดขึ้นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิวัฒน์กล่าวอีกว่า กรณีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่ได้สั่งหรือกำชับอะไรมา โดยตนเองมาในนามส่วนตัว เพราะลูกความถูกใส่ร้ายเสียหาย แม้ว่าก่อนหน้านี้เคยมีการกล่าวหามาโดยตลอด ลูกความพยายามอดกลั้นไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่ล่าสุดเป็นเรื่องร้ายแรง หาว่าทุจริตโกงเงินประเทศหลักหมื่นล้านบาท ซึ่งไม่มีมูลความจริง เป็นการให้ร้ายเสื่อมเสียกับวงศ์ตระกูล จึงได้ออกแถลงการณ์ชี้แจง 10 ประเด็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ 10 ประเด็นที่ชี้แจงประกอบด้วย 1.เปลี่ยนชื่อ และเปลี่ยนนามสกุลกลับเป็นของมารดาเพื่อหลบหนีคดีฟอกเงินของบิดา ยืนยันว่าไม่เคยเปลี่ยนชื่อและนามสกุล โดยใช้ชื่อเดิมตั้งแต่เกิดจนปัจจุบัน 2.ไม่ได้อยู่ประเทศไทย ยืนยันว่าทั้งคู่ใช้ชีวิตตามปกติอยู่ในไทย 3.เรียนอยู่ประเทศออสเตรเลีย ยืนยันว่าไม่เคยเรียนที่ประเทศออสเตรเลีย เคยไปเที่ยวครั้งเดียวเมื่อยังเด็ก 4.เรียนอยู่ต่างประเทศ ยืนยันว่าเรียนชั้นประถมและมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ด้วยเกรดเฉลี่ย 4.00 และ 3.96 จบปริญญาตรีคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับสองทั้งคู่ 5.สอบตกปริญญาโท ยืนยันว่าไม่เคยเรียนต่อปริญญาโท และไม่เคยสอบตก
ความจริงลูกประยุทธ์
6.พักอาศัยอยู่คฤหาสน์ที่ประเทศอังกฤษโดยมีเจ้าสัวซื้อให้ ยืนยันว่าไม่เคยพำนักในอังกฤษ หรือประเทศใดเป็นเวลานาน เคยไปเที่ยวอังกฤษครั้งล่าสุดปี 2558 โดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยวเข้าพักตามโรงแรมปกติ 7.ซุกเงิน ฟอกเงินโดยบิดาโอนเงินเข้าบัญชีที่ต่างประเทศ ยืนยันว่าไม่มีบัญชีที่ต่างประเทศ มีเพียงที่ไทย และบิดาเคยโอนเงินให้เมื่อปี 2556 ซึ่งบิดาเคยแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่งนายกฯ ปี 2557 เป็นเงินที่ได้จากการขายที่ดินของ พ.อ.ประพัฒน์ จันทร์โอชา ซึ่งมีศักดิ์เป็นปู่ ที่นำมาแบ่งกับลูกหลาน 9.ไม่มีภาพปรากฏในโลกออนไลน์ ยืนยันว่าทั้งคู่ไม่มีโซเชียลมีเดียใดๆ เพื่อนๆ ต่างรู้กันว่าไม่ขอออกสื่อเพื่อป้องกันการแอบอ้าง และ 10.ไม่เปิดเผยตัวตนเหมือนลูกนักการเมืองอื่นๆ เพราะไม่ต้องการได้รับอภิสิทธิ์หรือรับผลประโยชน์ใดที่เกี่ยวข้องกับบิดา หรือตกเป็นที่สนใจของสังคม หากมีใครแอบอ้างถึงพวกตนทั้งสองว่าสามารถช่วยเหลือวิ่งเต้นได้นั้น ยืนยันว่าเป็นเรื่องเท็จทั้งสิ้น หากพบเบาะแสใดเกี่ยวกับการให้ร้ายพวกตน ส่งอีเมลมาที่ law.one555@gmail.com
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สำเริงกล่าวว่า ยังระบุไม่ได้ว่าต้องดำเนินคดีกับผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์หลักร้อยคนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานว่ามีผู้ใดกระทำผิดบ้าง จากนี้อาจต้องตั้งคณะทำงานในระดับกองบังคับการ โดยอาจพิจารณาการทำงานกับหน่วยงานร่วม เพราะเป็นคดีที่น่าสนใจในหมู่ประชาชน แต่ยืนยันว่าไม่มีความกดดัน และยอมรับว่าเพิ่งทราบชื่อลูกสาวของ พล.อ.ประยุทธ์ทั้ง 2 คน เพราะเจ้าตัวไม่ค่อยออกสื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากทำเนียบฯ แจ้งว่า ได้มีการเผยแพร่คำชี้แจงของ น.ส.ธัญญา และ น.ส.นิฏฐา จากข้อกล่าวหาในโซเชียลมีเดีย #ตามหาลูกประยุทธ์ ที่เป็นกระแสสังคมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยในช่วงท้าย น.ส.ธัญญาและ น.ส.นิฏฐาระบุว่า ต้องการใช้สิทธิทางกฎหมายโดยการฟ้องดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดกับผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จ, ด่าทอให้ร้าย, กล่าวหา, คุกคาม และหมิ่นประมาททั้งหมด ทั้งผู้ที่โพสต์และแชร์ในทุกช่องทางโซเชียลมีเดียไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์, ยูทูบ รวมถึงสื่อหรือพื้นที่สาธารณะอื่นๆ โดยไม่มีการยอมความใดๆ ทั้งสิ้น
&amp;ldquo;ข้าพเจ้าทั้งสองประสงค์ให้กรณีนี้เป็นกรณีตัวอย่างและบรรทัดฐานของการใช้โซเชียลมีเดียในประเทศไทยว่า ผู้ใดก็ตาม ไม่มีสิทธิเผยแพร่ข้อมูลเท็จ, ด่าทอให้ร้าย, กล่าวหา, คุกคาม และหมิ่นประมาทผู้อื่น โดยปราศจากหลักฐาน และในขณะเดียวกันก็ไม่ควรมีผู้ใดตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง จากการหลงเชื่อข้อมูลโดยขาดการไตร่ตรอง คิดวิเคราะห์แยกแยะ เพียงเพราะความอคติ และความเกลียดชังอีกต่อไป&amp;rdquo; ก่อนทิ้งท้ายด้วย
แฮชแท็ก #ความจริงลูกประยุทธ์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์เรื่องดังกล่าวระหว่างลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัยว่า &amp;quot;ก็เรื่องของเขา ถือว่าเขาบรรลุนิติภาวะแล้ว เป็นสิทธิ์ของเขา จะปกป้องชื่อเสียงก็เป็นเรื่องของเขา ผมก็ฟังคนรุ่นใหม่&amp;quot;
&amp;ldquo;ไมค์&amp;rdquo;ยันทำกิจกรรมต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันก็มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาชนปลดแอก โดยที่ สน.นางเลิ้ง นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง ประธานกลุ่มเยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย พร้อมนายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกพนักงานสอบสวน ในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาด้วยเครื่องขยายเสียง กรณีการปราศรัยตอบโต้ พ.อ.หญิงนุสรา วรภัทราทร อดีตรองโฆษกกองทัพบก ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่นายภาณุพงศ์ได้นำภาพของ พล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก มาจุดไฟเผา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภาณุพงศ์กล่าวว่า แม้ถูกออกหมายเรียกดำเนินคดี ยังคงยืนยันที่จะออกมาเรียกร้องเคลื่อนไหว แสดงกิจกรรมทางการเมืองเช่นเดิม เพราะถือเป็นสิทธิของประชาชน ซึ่งการเผารูปนี้เป็นการสาปส่งบุคคลเหล่านี้ให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า การเข้าพบตำรวจของนายภาณุพงศ์เป็นการมาตามหมายเรียก เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ไม่ได้เตรียมหลักทรัพย์เพื่อขอประกัน และยืนยันปฏิเสธข้อกล่าวหา จึงไม่มีความกังวลเรื่องการถูกดำเนินคดี และคาดว่าจะได้รับการปล่อยตัว เนื่องจากการจัดกิจกรรมเป็นการทำตามสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ส่วนที่พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอถอนประกันตัวนายอานนท์ นำภา และนายภาณุพงศ์จากคดีการร่วมปราศรัยกับกลุ่มผู้ชุมนุมเยาวชนปลดแอกเมื่อวันที่ 18 ก.ค.นั้น ศาลอาญาได้นัดไต่สวนในวันที่ 3 ก.ย. เวลา 09.00 น. ว่ากรณีนี้ผิดเงื่อนไขหรือไม่ และจะเพิกถอนประกันหรือไม่
ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้ชุมนุมกลุ่มรักษ์โตนสะตอยังคงปักหลักชุมนุมอยู่บริเวณหน้าประตู 1 เพื่อขอให้ชะลอการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วเป็นวันที่ 3 โดยเวลาประมาณ 13.00 น. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ตัวแทนสหภาพนักเรียน นิสิต แห่งประเทศไทย และนายภาณุพงศ์ มาทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เผาพริกเผาเกลือขับไล่คนที่กัดกินประเทศไทย และกดขี่ประชาชน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน นายประเจือบ มลยงค์ กำนันตำบลหนองธง พร้อมด้วยประชาชน ต.หนองธง อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ ผ่านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้เร่งก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยทั้งสองกลุ่มไม่มีการเผชิญหน้ากันแต่อย่างใด
ด้านศาลรัฐธรรมนูญ ได้เผยแพร่เอกสารข่าวการประชุมปรึกษาพิจารณาคดี เรื่องพิจารณาที่ 16/2563 ที่นายสนธิญา สวัสดี ในฐานะผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 โดยกล่าวอ้างว่ากลุ่มผู้ชุมนุมนักเรียน นิสิต นักศึกษา และกลุ่มประชาชนเยาวชนปลดแอก (Free Youth) ในฐานะผู้ถูกร้องว่ากระทำการจัดการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 ก.ค.2563 และวันที่ 10 ส.ค.2563 โดยไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 และผู้ถูกร้องมีข้อเรียกร้องหลายประการ ซึ่งผู้ร้องเห็นว่าข้อเรียกร้องดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 โดยผลการพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องยังไม่เพียงพอเพื่อประโยชน์แก่การพิจารณาให้แสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา ของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา&amp;nbsp; นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลที่มีความแตกต่างกัน ว่าน่าจะสะท้อนความยืดหยุ่นของปัญหาประเทศมากที่สุด ซึ่งสามารถพูดคุยกันได้ในวาระ 2 ทั้งนี้ ปัญหาที่อยากเสนอคืออยากให้เร่งรัดการแก้รัฐธรรมนูญเป็นไปได้หรือไม่ โดยเมื่อรับหลักวาระหนึ่งในวันที่ 24 ก.ย.แล้ว และเข้าสู่วาระสองขอให้พิจารณาไม่เกิน 2 สัปดาห์ ซึ่งสามารถทำได้ ถ้าจบได้ภายใน 2 สัปดาห์ เราขอให้รัฐบาลเปิดประชุมสมัยวิสามัญในเดือน ต.ค. เพื่อให้จบวาระสาม และเมื่อเปิดประชุมสภาฯ ในวันที่ 1 พ.ย. เราก็จะสามารถเข้าสู่กระบวนการทำประชามติ ซึ่งคิดว่าหนึ่งเดือนสามารถทำประชามติเสร็จ พอเดือน ธ.ค.ก็สามารถตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ได้
&amp;ldquo;ไทม์ไลน์ที่คุยกันไว้ไม่เกินความพยายามที่จะทำได้ ดังนั้นจะขอร้องทุกฝ่าย โดยเฉพาะรัฐบาลได้ย่นย่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะหากยืดเรื่องนี้ มองไม่เห็นผลดีเลย แต่การทำให้เร็ว มีคุณภาพ ประชาชนมีส่วนร่วมจะแก้ปัญหาได้หลายอย่าง ประเทศก็จะเดินไปได้&amp;rdquo; นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ก่อนที่จะเป็นไปตามไทม์ไลน์ ทางวิปรัฐบาลออกมาเปิดเผยสัญญาณ ส.ว.ไม่ค่อยดี นายสุทินกล่าวว่า เราจะรอจนสัญญาณดีก็ไม่ได้ เชื่อว่าเหตุผลและปัญหาที่เราพบ ส.ว.จะเห็นและร่วมหาทางออกให้ประเทศ จึงเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้ว ส.ว.คงเห็นแก่ประเทศ ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลทำงานร่วมกันได้แม้ความเห็นจะแตกต่าง แต่มีเป้าหมายเดียวกัน แต่ถ้าเป้าหมายคนละแบบก็ทำงานกันยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าร่างของฝ่ายรัฐบาลจะกลายเป็นร่างหลัก ฝ่ายค้านจะไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ไม่มีปัญหา เพราะจะเอาของใครเป็นหลักก็ไม่ต่างกัน เพราะเนื้อหาคล้ายกัน ทั้งแก้มาตรา 256 และการตั้ง ส.ส.ร. ถ้าหลักใหญ่ตรงกันจะเอาร่างใดเป็นหลักก็ไม่ว่ากัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76333</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อมูลเท็จให้ร้ายเสียหาย, ทวิตเตอร์, ผู้ที่เผยแพร่ข้อความเท็จ, สื่อออนไลน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แจ้งความดำเนินคดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4fba1db03a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
