<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20826</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2018 19:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2018 19:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พนักงานโลตัสแตกตื่น เจอเลย์ออฟทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานโลตัสแตกตื่น เจอเลย์ออฟทุกสาขา&amp;nbsp; ด้านฝ่ายสื่อสารองค์กรระบุ ต้องปรับโครงสร้างทางธุรกิจเพื่อให้แข่งขันได้ จึงจำเป็นต้องลดคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา มีการตั้งโพสต์กระทู้ ในเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้มีการตั้งหัวข้อว่า &amp;ldquo;เทสโก้โลตัสจ้างพนักงานออกทั้งประเทศ คนที่ออกจะทำอะไรต่อ คนที่เหลืออยู่จะทนแรงกดดันไหวมั้ย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นก็มีผู้เข้ามาตอบกระทู้เป็นจำนวนมาก โดยมีการระบุว่า &amp;ldquo;สาขาเราโดน 39 คน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางข้อความระบุว่า &amp;ldquo;มีการลดพนักงาน 30-50% ถูกจ้างให้ลาออก 10-17 เท่าของเงินเดือนภายในวันเดียว การปรับโครงสร้างด้วยการจ้างออกแบบไม่ทันตั้งตัว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางข้อความ ระบุ จ้างออกแบบไม่ได้ตั้งตัวกันจริงๆคะ แต่พนักงานที่ยังคงเหลือต้องทนอยู่ภายใต้ภาวะกดดันอีกเยอะคะ เพราะสุดท้ายพนักงานที่อยู่ในระดับนี้ คงจะไม่เหลืออยู่ในโลตัส ถ้าไม่ได้ปรับตำแหน่งขึ้นก็คงต้องโดนปรับออกอีกเป็นแน่ ตามโครงสร้างพนักงานใหม่ของที่นี่ ขอเป็นกำลังใจให้คนที่ยังได้อยู่สู้ๆต่อไปนะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีข้อความหนึ่งระบุว่า &amp;ldquo;จ้างออกทั่วประเทศ 43 สาขา ถูกปิด ตอนลูกน้องเรา พี่ๆ น้องๆ ที่สนิท โดนเรียกชื่อไปเข้าห้องประชุม ออกมาน้ำตาคลอกันมา เราร้องโฮเลย ตั้งหลักกันไม่ทันจริงๆ มันกะทันหัน มันหักดิบมาก แผนกเราเหลือเราคนเดียว กับงานที่หนักสุดๆ เราทำแผนก PI แผนกที่ต้องเปลี่ยนป้ายราคาทั้งห้าง มันหนักสำหรับคนที่ยังอยู่ เคว้งมาก คนน้อยลง กับงานที่มากขึ้น ปรับโครงสร้างตั้งแต่วันที่ 1 เดือน 11 ตอนนี้ยังน้ำตาไหลอยู่เลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นฝ่ายสื่อสารองค์กรเทสโก้ โลตัส ขอแจ้งข้อมูล ดังนี้ เทสโก้ โลตัส ให้บริการลูกค้าในประเทศไทยมานานกว่า 24 ปี โดยได้มุ่งมั่นที่จะมอบสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่เอื้อมถึง ควบคู่ไปกับการสนับสนุนเศรษฐกิจ สังคม และชุมชนไทยมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทฯ ได้มีการปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ตอบรับความต้องการของลูกค้าที่มีความเปลี่ยนแปลงไปได้ดียิ่งขึ้น และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ดังนั้น จึงต้องมีการปรับโครงสร้างทีมงานให้สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจใหม่ ซึ่งโครงสร้างทีมงานใหม่ของเราจะมุ่งเน้นไปที่ส่วนงานที่มีความสำคัญสำหรับลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของเรา และโครงสร้างทีมใหม่นี้จะลดขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้การทำงานของเพื่อนพนักงานง่ายขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทฯ จำเป็นต้องยกเลิกบางตำแหน่งงานเพื่อให้เหมาะสมกับโครงสร้างทีมงานใหม่ บริษัทฯได้พิจารณาตัดสินใจเรื่องนี้อย่างรอบคอบ และคำนึงถึงพนักงาน โดยได้พยายามจัดทำข้อเสนอที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และให้ความช่วยเหลืออย่างดีแก่พนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนนี้ อีกทั้งยึดหลักการปฏิบัติต่อพนักงานทุกท่านอย่างเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทสโก้ โลตัส เป็นธุรกิจที่มีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง เรายังมุ่งมั่นที่จะขยายการเติบโตของธุรกิจในประเทศไทย และให้บริการลูกค้าให้ดียิ่งๆ ขึ้นทุกวัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20826</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลดพนักงาน, สื่อโซเซียล, เทสโก้โลตัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181027/image_big_5bd45a62a2bf7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18729</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2018 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2018 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สรอรรถ” แนะ แก้กฎหมาย ให้สอดรับเทรนด์โซเชียล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สรอรรถ&amp;rdquo; แนะรัฐบาลต้องแก้กฎหมายให้สอดรับเทรนด์โซเชียล ชี้ไทยล้าหลังประเทศอื่นทำมาหากินบนออนไลน์หมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงภาพรวมของเศรษฐกิจ และสังคมการเมืองไทย ว่า การเข้ามาของสื่อโซเชียล ส่งผลให้คนทั้งโลกมีช่องทางในการทำมาหากินมากกว่าเดิม เพราะสื่อโซเชียล เชื่อมคนถึงกันหมด สนับสนุน ให้ประชาชนนำทรัพย์ของตนมาสร้างรายได้ แต่สำหรับคนไทย กลับถูกกฎหมายล้าหลังตีกรอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอยกตัวอย่างเรื่อง GRAB, UBER ที่กำลังเป็นที่นิยม มีคนใช้บริการมาก แต่เห็นขนส่งไล่จับ เห็นตำรวจไล่จับ สะท้อนว่ากฎหมายของไทยตามพฤติกรรมของคนไม่ทัน &amp;nbsp;และมันไม่สมควรจะเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นในประเทศที่บอกว่าอยากใช้เทคโนโลยีมาขับเคลื่อนประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตัวขอเสนอให้มีการแก้กฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์ของโลกยุคปัจจุบัน เพื่อให้คนนำทรัพย์สินส่วนตัวออกมาใช้ทำมาหากินได้อย่างกว้างขวาง สร้างเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจไทย &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน ปัญหาการศึกษา ผลผลิตจากระบบการศึกษาไทยเป็นเรื่องที่ต้องตั้งคำถาม เพราะเด็กเรียนดีจำนวนมาก ไม่สามารถทำงานได้จริง เนื่องจากการขาดทีมเวิร์ค ดังนั้น เราจึงไม่ควรสร้างเพียงคนเก่งในตำรา แต่คนนั้น ต้องสามารถทำงานร่วมกับเพื่อนได้ด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสรอรรถ กล่าวต่อว่า ขณะที่ปัญหาด้านการเกษตร ส่วนตัวมองว่า เราไม่ดูแลเรื่องอุปสงค์ อุปทาน อย่างจริงจัง เกษตรกรปลูกพืชบางชนิดมากเกินไป เข้าสู่สภาวะล้นตลาด ดังนั้น ขอวิงวอนภาครัฐ เข้าไปจัดโซนนิ่งการเพาะปลูก ติดตามผล ควบคุมปริมาณผลผลิต ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น เมื่อเกษตรกรยอมปลูกพืชโซนนิ่ง ตามที่รัฐต้องการแล้ว ต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างเหมาะสมด้วย เช่น ปัจจัยการผลิตในกรณีที่ปลูกพืชชนิดใหม่ รวมไปถึงช่องทางการจัดจำหน่าย ภาพรวมคือเกตรกรต้องมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ใช่เสนอให้ปลูก แล้วปล่อยให้เกษตรกรเผชิญอนาคตตามยถากรรม &amp;nbsp;การปล่อยปละละเลยดังกล่าวจะนำมาซึ่งความไม่เชื่อใจกัน ระหว่างรัฐกับเกษตรกร สุดท้ายนโยบายการจัดโซนนิ่งย่อมไม่ได้ผล เกษตรกร จะไม่เปลี่ยนพฤติกรรม สภาวะโอเวอร์ซัพพลาย ราคาพืชผลตกต่ำตก จะเป็นปัญหาโลกแตกต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18729</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคภูมิใจไทย, สรอรรถ กลิ่นประทุม, สื่อโซเซียล, แก้กฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180904/image_big_5b8e31beee319.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2018 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2018 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ประชาชนหนุนใช้โซเชียลมีเดียหาเสียง แต่ยังชอบการฟังปราศรัยมากที่สุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลสำรวจความคิดเห็น แนวทางหาเสียงเลือกตั้งครั้งหน้า ประชาชนหนุนใช้ สื่อโซเชียลมีเดีย แต่ยังชอบการตั้งเวทีปราศรัยมากที่สุด และหวังจะเจอการหาเสียงที่พูดจริง ทำได้จริง โม้โอ้อวด ขายฝัน นั้นเกลียดมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
หลังจากที่ คสช. ประกาศคลายล็อกให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมได้ ยกเว้นการหาเสียงที่กำหนดห้ามใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์และโซเชียลมีเดีย กลายเป็นประเด็นร้อนที่ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ &amp;nbsp;เนื่องจากการเลือกตั้งอาจมีขึ้นเร็วในเดือนก.พ. ปีหน้า ทำให้พรรคการเมืองต่างๆจะต้องเร่งดำเนินการหาเสียงแข่งกับเวลา ที่เหลืออยู่ไม่มาก เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการหาเสียงเลือกตั้ง &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,174 คน ระหว่างวันที่ &amp;nbsp;18-22 กันยายน 2561 สรุปผลได้ ดังนี้
&amp;nbsp;
1.ผู้สมัคร ส.ส. หาเสียงแบบใด? จึงจะถูกใจประชาชน
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เน้นสิ่งที่ทำได้จริง พูดแล้วทำจริง ทำตามที่พูด ไม่สร้างภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;41.93%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีนโยบายที่ทำเพื่อประชาชน ไม่เป็นประชานิยม มีแนวทางการทำงานที่เป็นรูปธรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;32.29%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลงพื้นที่ จัดเวทีปราศรัย หาเสียงผ่านสื่อโซเชียลต่าง ๆ ไลฟ์สด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;23.27%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคารพกฎกติกา ไม่ใส่ร้าย โจมตีกัน พูดมีสาระ สุภาพ น่าฟัง&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 21.80%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดีเบตแบบในต่างประเทศ แสดงวิสัยทัศน์ออกทีวี&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;15.51%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สมัคร ส.ส. หาเสียงแบบใด? ที่ประชาชนไม่ชอบ
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุยโม้โอ้อวด อวดอ้าง ขายฝัน ทำไม่ได้ตามที่พูดไว้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;35.92%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซื้อเสียง ติดสินบน กระทำผิดกฎกติกาที่กำหนด&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;34.24%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หาเสียงด้วยวิธีการรบกวนผู้อื่น เช่น รถแห่เสียงดัง ติดป้ายสมัครบังทาง รบกวนเวลาส่วนตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;25.84%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใส่ร้ายผู้สมัครฝั่งตรงข้าม โจมตี สาดโคลนกันไปมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;18.28%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ลงพื้นที่เอง ใช้หัวคะแนนลงพื้นที่ ไม่เข้าหาประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;14.92%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนคิดอย่างไร? กับการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. ผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดีย&amp;nbsp;
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นวิธีการที่ดี ทันสมัย ช่วยประหยัดเวลาและงบประมาณ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;48.15%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย สะดวก สามารถแสดงความคิดเห็นถามตอบได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;34.57%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ควบคุมได้ยาก ตรวจสอบไม่ได้ อาจเกิดการใส่ร้ายโจมตีกัน&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;25.93%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อสารได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย เป็นการหาเสียงเจาะกลุ่มเฉพาะ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;17.04%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ละเมิดพื้นที่ส่วนตัว ไม่สนใจอยากอ่าน แต่ต้องมาเห็นข้อความที่เข้ามา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;13.58%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิธีการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. แบบใด? ที่ถูกใจประชาชนมากที่สุด
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งเวทีปราศรัย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;29.32%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช้สื่อโซเชียลมีเดีย&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;26.00%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคาะประตูบ้าน&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;25.13%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีขบวนรถหาเสียง&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 9.08%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผ่านเว็บไซต์ของพรรคการเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;6.98%
อันดับ 6&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ติดตั้งป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;6.81%
อันดับ 7&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือ (SMS)&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 0.52%
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
5.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนชอบการปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. บนเวทีหรือไม่
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;61.88% &amp;nbsp;เพราะ &amp;nbsp;ได้เจอผู้สมัครตัวจริง ได้ฟังแนวคิด วิสัยทัศน์ นโยบายการทำงาน ได้เห็นท่าทาง อากัปกริยา ฯลฯ &amp;nbsp;
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ชอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;38.12% &amp;nbsp;เพราะ &amp;nbsp;คนเยอะ เสียงดัง วุ่นวาย รบกวนผู้อื่น คุยโม้ โอ้อวด ต้องหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีการปราศรัย ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. &amp;nbsp;&amp;ldquo;สื่อ&amp;rdquo; ที่ใช้หาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. ที่ประชาชนให้ความสนใจ&amp;nbsp;
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โทรทัศน์&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;33.85%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อบุคคล เช่น ตัวผู้สมัคร/หัวหน้าพรรค/ผู้สนับสนุน &amp;nbsp;27.55%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โซเชียลมีเดีย&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;20.70%
อื่นๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้แก่ หนังสือพิมพ์ วิทยุ รถหาเสียง แผ่นพับ ใบปลิว เป็นต้น &amp;nbsp;17.90%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18203</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งเวทีปราศรัย, สวนดุสิตโพล, สื่อโซเซียล, เลือกตั้งปี 62, แนวทางการหาเสียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180923/image_big_5ba6f6994508d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2018 14:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2018 14:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;องอาจ&quot; เผยรู้ตัวหัวหน้าพรรคปชป.คนใหม่ไม่เกิน พ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;องอาจ&amp;quot; เผย ปชป.เคาะชื่อหัวหน้าพรรคคนใหม่ พ.ย.นี้ รับศึกชิงเก้าอี้เป็นเรื่องปกติ เชื่อจะไม่เกิดปัญหา หวังทุกฝ่ายเคารพมติสมาชิกพรรค จี้ &amp;ldquo;คสช.-กกต.&amp;rdquo;ทบทวนปมห้ามใช้โซเชียลมีเดียหาเสียง เหตุไม่เอื้อบรรยากาศการเมืองย้อนแย้งนโยบาย 4.0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (16ก.ย.) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค แถลงถึงคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2561 คลายล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้บางส่วน ว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมที่จะดำเนินกิจกรรมทางการเมืองเพื่อเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย โดยในเบื้องต้อนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการเรียกประชุมกรรมการบริหารพรรคทันที โดยจะมีการประชุมในวันที่ 17 ก.ย.นี้ เวลา 11.30 น. ซึ่งในที่ประชุมกรรมการบริการพรรคจะมีการพิจารณาร่างข้อบังคับพรรคใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกฎหมายพรรคการเมือง และข้อกำหนกตามกติกาใหม่ โดยจะเป็นการกำหนดการดำเนินการของพรรคในหลายเรื่อง ทั้งการหาสมาชิก การเลือกหัวหน้าพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อกรรมการบริหารพรรคประชุมและเห็นชอบข้อบังคับพรรคแล้ว ในวันที่ 24 ก.ย.ที่จะถึงนี้ พรรคก็จะมีการจัดประชุมของพรรคใหม่เพื่อพิจารณาข้อบังคับพรรค และหากที่ประชุมใหญ่เห็นชอบข้อบังคับพรรคก็จะมีการดำเนินการตามข้อบังคับพรรคต่อไป อาทิ การรับสมัครสมาชิกพรรค การจัดตั้งสาขาพรรค รวมถึงการเลือกหัวหน้าพรรคด้วย ซึ่งการเลือกหัวหน้าพรรคในครั้งนี้จะมีการเลือกแบบหยั่งเสียงเลือกโดยตรงจากสมาชิกพรรค ผ่านแอพพลิเคชั่นที่พรรคจัดทำขึ้น ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม และเป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาประชาธิปไตย ทั้งยังเป็นการสืบสานเจตนารมย์ตามครรลองประชาธิปไตยของพรรค ส่งเสริมประชาธิปไตยภายในพรรค เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างกว้างขวาง และยังเป็นการสนองตอบการปฏิรูปการเมืองให้ชัดเจนยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามคาดว่าพรรคประชาธิปัตย์จะใช้เวลาในการดำเนินการเลือกหัวหน้าพรรคประมาณ 1 เดือน ซึ่งประเมินว่าจะได้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ประมาณเดือน พ.ย.ที่จะถึงนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่า นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ จะลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องธรรมดาของปชป. เมื่อมีการเลือกตั้งหัวหน้า ก็จะมีผู้เสนอตัว หรือสมาชิกในพรรคให้การสนับสนุนบุคคลขึ้นมาชิงตำแหน่ง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ และเกิดขึ้นในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ทุกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งไม่ใช่แค่นพ.วรงค์ แต่คนอื่นก็สามารถเสนอตัวเข้าเป็นหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ได้ อย่างไรก็ตามการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นไปอย่างโปร่งใส ไม่ก่อให้เกิดปัญหาใดๆ และเชื่อว่าทุกคนจะเคารพมติของสมาชิกพรรคซึ่งเป็นเจ้าของพรรคอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีการห้ามใช้โซเชียลมีเดียหาเสียงเลือกตั้งนายองอาจว่า ตน อยากให้ คสช. หารือร่วมกับ กกต.ในการใช้โซเชียลเมีเดียในการสื่อสารของพรรคการเมือง สมาชิก และผู้สมัคร เพราะการกำหนดกว้างๆ นั้น เป็นการไม่เอื้อต่อการพัฒนาประชาธิปไตย ไม่เป็นไปตามแนวทางที่รัฐบาลประกาศว่าเป็นประเทศไทย 4.0 เพราะขณะนี้สังคมก้าวหน้าไปมาก มีการใช้เทคโนโลยีสื่อสารกว่างขวาง แต่เรากลับมาห้ามใช้ช่องทางดังกล่าวสื่อสารระหว่างพรรคการเมือง สมาชิก และผู้สมัคร ทั้งที่เรื่องการใช้โซเชียลมีเดียในเรื่องนี้ไม่เป็นการกระทบความมั่นคงประเทศแต่อย่างใด และหากพบว่ามีนักการเมืองหรือพรรคการเมืองใดกระทำผิดก็สามารถดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยากฝากให้ คสช.พิจารณาทบทวนเรื่องนี้ โดยคสช.อาจหารือกับ กกต. เพราะเป็นคนกำหนดกติกาเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เพราะมองว่าตรงนี้เป็นหัวใจสำคัญทางการเมืองใน และหัวใจสำคัญในการพัฒนาประชาธิปไตย สร้างบรรยากาศการมีส่วนร่วมทางการเมือง เพราะหลังจากนี้การดำเนินการทางการเมืองใดๆ ควรเป็นไปอย่างโปร่งใส เท่าเทียม เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นว่าเราจะเดินไปสู่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง&amp;rdquo;นายองอาจกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17686</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคประชาธิปัตย์, สื่อโซเซียล, หัวหน้าพรรคคนใหม่, หาเสียง, องอาจ คล้ามไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180121/image_big_5a641a2cd14a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17665</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2018 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2018 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาติไทยพัฒนา  จี้ คสช.-กกต. เร่งเคลียร์ขอบเขตการใช้สื่อโซเซียลสำหรับการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วราวุธ&amp;quot; จี้ คสช.-กกต. เร่งเคลียร์ปมพรรคการเมือง ติดต่อสมาชิกผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ขอ ระบุให้ชัดทำอะไรได้-ไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 16 ก.ย. นายวราวุธ ศิลปอาชา อดีตส.ส.สุพรรณบุรี และแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงการคลายล็อกทางการเมือง โดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) &amp;nbsp;ที่ 13/2561 ว่า ก่อนอื่นต้องขอบคุณ คสช. แต่ไม่ได้อยู่นอกเหนือความคาดหมาย เพราะเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการ เช่นการที่ให้ทุกพรรคการเมืองสามารถเรียกประชุมพรรคการเมือง เพื่อเสนอร่างข้อบังคับพรรคใหม่ เลือกกรรมการบริหารพรรคใหม่ เลือกหัวหน้าพรรคใหม่ เนื่องจากตอนนี้ไม่มีพรรคการเมืองใดที่มีเหล่านี้อยู่เลย นอกจากนี้ ยังให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินการหาสมาชิกได้ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะกฎหมายกำหนดว่าหากจะมีการเลือกตั้งผู้สมัครของพรรคการเมืองจะต้องเป็นสมาชิกพรรคไม่ต่ำกว่า 90 วัน คสช. คลายล็อคให้อย่างนี้สามารถทำให้พรรคการเมืองดำเนินงานตามกฏหมายที่กำหนดเอาไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่สิ่งที่ยังน่าเป็นห่วงอยู่คือ การติดต่อสมาชิกพรรคโดยผ่านวิธีสารสนเทศหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เรื่องนี้คงต้องขอความชัดเจนจาก คสช. หรือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ให้เร่งพิจารณา แล้วมีแนวทางที่ชัดเจนให้พรรคการเมืองได้ปฏิบัติ เพราะในโลกออนไลน์นั้นมีรายละเอียดซับซ้อน มีข้อจำกัดอย่างมาก เช่น เฟซบุ๊ก ของพรรคการเมืองจะทำอย่างไรที่จะไม่ให้เปิดเป็นสาธารณะเพื่อให้สื่อสารกับสมาชิกได้อย่างเดียว ซึ่งข้อนี้ผมเองก็ยังจนปัญญาอยู่เหมือนกัน หรือแม้แต่เว็บไซต์ของพรรคจะต้องทำอย่างไรก็ยังนึกไม่ออก การควบคุม การพูดคุย หรือสิ่งที่ดำเนินไปบนโซเชียลให้เป็นไปในทางปิดหรือไม่ใช่สาธารณะนั้นเป็นอะไรที่ยากมาก&amp;rdquo;นายวราวุธ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ กล่าวว่า นอกจากนี้ สิ่งที่ยังน่าเป็นห่วงคือ ประเด็นเรื่องการเตรียมความพร้อมของทุกส่วนที่เกี่ยวข้องในการเลือกตั้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ กกต. เพราะจากนี้ไปทุกพรรคการเมืองจะต้องเดินหน้าหาสมาชิก โดยต้องหาให้ครบ 5,000 คนภายในหนึ่งปี (13กย.62) หรือแม้แต่การที่จะต้องให้มีสมาชิก 500 คนเบื้องต้นนี้ก่อน และยังมีเรื่องการชำระค่าบำรุง ภายใน 180 วัน ในขณะที่ ผู้สมัครทั่วประเทศคงต่างเร่งรัดในการรับสมาชิกเข้ามา โดยคงจะมากกว่า 500 คน แน่นอน แล้วเมื่อถึงเวลาทุกพรรคย่อมถามไปที่ กกต. แล้วฐานสมาชิกฐานข้อมูลหรือระบบการปฎิบัติการของ กกต. นั้นมีความพร้อมในการรองรับในจุดนี้หรือไม่ไม่ว่าจะเป็นกำลังคน กำลังเทคโนโลยีพร้อมหรือไม่ ส่วนเรื่องพรรคการเมือง จะไปหาเสียงเมื่อถึงเวลาก็ได้กำหนดไว้อีกว่านโยบายที่จะนำเสนอต่อสาธารณะในการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะต้องส่งให้กกต. เป็นผู้พิจารณาว่าจะต้องใช้งบประมาณจากไหน มีความคุ้มค่าหรือไม่ เมื่อทุกพรรคการเมืองเสนอเข้าไปแล้วกกต.จะสามารถพิจารณาความเป็นไปได้ของนโยบายแต่ละพรรคการเมืองได้หรือไม่ กกต.มีบุคลากร ที่มีความพร้อมในการนั่งวิเคราะห์ข้อมูลของแต่ละพรรคที่มี 30-40 พรรค หรือไม่ และเมื่อวิเคราะห์แล้วยังต้องส่งแจ้งผลกลับมาที่พรรคการเมืองอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ กล่าวว่า สิ่งต่างๆเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า บุคลากรในกกต. ต้องมีจำนวนมหาศาลเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง ตน จึงมีความเป็นห่วงมากว่ากกต. จะทำงานทันหรือไม่ ส่วนกรณีที่คำสั่งดังกล่าวมีผลให้ยกเลิกการใช้ไพรมารีโหวต และให้ใช้รูปแบบคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครแทนนั้น อย่างน้อยคงเป็นการเอื้อพรรคการเมืองที่เพิ่งตั้งใหม่ขึ้นมา เรียนตรงตรงว่าระบบไพรมารี่ไม่เหมาะตั้งแต่แรก การไปเลียนแบบรูปแบบการเมืองของประเทศอื่นมาใช้กับประเทศไทยโดยตรงไม่สามารถทำได้ อย่างไรก็ตามสามารถเป็นตัวพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญร่างขึ้นมานั้นทำไม่ได้ เพราะถ้าทำได้คสช.คงไม่ออกมาตรา 44 มายกเว้นเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พรรคชาติไทยพัฒนารอให้ได้พูดคุยระหว่างพรรคการเมืองกับคณะกรรมการการเลือกตั้งในวันที่ 28 กันยายนนี้เสร็จก่อน จึงจะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรค จากนั้นประชุมใหญ่พรรคในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ถนนวิภาวดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17665</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอบเขตการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์, คำสั่งคลายล็อกทางการเมือง, วราวุธ ศิลปอาชา, สื่อโซเซียล, แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180906/image_big_5b91378c3eaea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
