<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2021 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่ากลัว &#039;นายกสมาคมสัตว์แพทย์ฯ &#039;ชี้ไข้หูดับป้องกันได้ควรบริโภคหมูปรุงสุกเท่านั้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24 มิ.ย. 2564 ผศ.น.สพ.ดร.สุเจตน์ ชื่นชม นายกสมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสุกรไทย กล่าวว่า โดยปกติแล้วการติดเชื้อแบคทีเรียสเตรฟโตคอกคัส ซูอิส (Streptococus suis) เกิดจากการรับประทานเนื้อสัตว์ดิบ หรือสุกๆดิบๆ อาทิ ลาบดิบ ก้อย ส้า หลู้หมู ซอยจุ๊ ก๋วยเตี๋ยวหมูหมก แหนมดิบ รวมถึงการปิ้งย่างแบบกึ่งสุกกึ่งดิบ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะป่วยด้วยโรคไข้หูดับ หรือทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เป็นสาเหตุให้เกิดประสาทหูดับเฉียบพลัน สูญเสียการได้ยิน จนอาจทำให้หูหนวกถาวร การติดเชื้อในกระแสเลือด และกรณีร้ายแรงที่สุดอาจเสียชีวิตได้ ส่วนกรณีล่าสุดที่มีผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าว หลังจากการสอบสวนโรคพบว่าอาจมีโอกาสที่จะเกิดจากเชื้อเข้าทางบาดแผล ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ได้พบบ่อยนัก ประชาชนจึงไม่ควรตื่นตระหนก เพราะมีวิธีการป้องกันได้ ด้วยการบริโภคเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกเท่านั้น โดยการรับประทานเนื้อสัตว์ทุกชนิด ต้องปรุงให้สุกที่อุณหภูมิตั้งแต่ 70 องศาเซลเซียสขึ้นไป เป็นเวลาอย่างน้อย 10 นาที เพื่อให้มั่นใจว่าเนื้อสุกทั่วถึง และเชื้อโรคต่างๆจะถูกทำลายได้ในอุณหภูมิและเวลาดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไข้หูดับไม่ใช่โรคติดต่อ แต่เป็นโรคที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสุขลักษณะของผู้บริโภค โอกาสติดเชื้อมีสองทางคือทางการกินและการสัมผัสเชื้อโดยตรง ดังนั้นการป้องกันคือคำตอบที่ดีที่สุด โดยต้องเลิกรับประทานเนื้อสัตว์ดิบ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบอย่างเด็ดขาด กรณีที่มีบาดแผลที่มือ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสเนื้อสัตว์หรือเลือดสัตว์ โดยต้องสวมถุงมือป้องกัน เพื่อลดโอกาสเสี่ยงจากเชื้อที่อาจปนเปื้อนจากแผลที่มือเข้าสู่เนื้อหมูหรือจากเนื้อหมูเข้าสู่แผล ต้องแยกอุปกรณ์สำหรับอาหารดิบและอาหารสุกออกจากกัน เพื่อป้องกันอีกระดับหนึ่ง เช่นการใช้เขียง หรือการใช้ตะเกียบสำหรับคีบเนื้อสด และเนื้อสุก ควรแยกกันด้วย จึงจะปลอดภัยจากเชื้อโรคต่างๆ&amp;rdquo; ผศ.น.สพ.ดร.สุเจตน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ขอเน้นย้ำผู้บริโภคให้หลีกเลี่ยงการรับประทานหมูที่ไม่ทราบแหล่งที่มา หรือจากแหล่งจำหน่ายที่ไม่ผ่านการรับรองของกรมปศุสัตว์ ควรเน้นเลือกซื้อเนื้อหมูจากฟาร์มมาตรฐาน GAP หรือ GFM และผ่านโรงฆ่าที่ได้มาตรฐาน จำหน่ายในสถานที่จำหน่ายที่กรมปศุสัตว์รับรอง หรือสังเกตเครื่องหมาย &amp;ldquo;ปศุสัตว์ OK&amp;rdquo; ที่ปัจจุบันกระจายอยู่ทั่วประเทศ มากกว่า 7 พันจุดทั่วประเทศ
&amp;nbsp;
ส่วนวิธีการป้องกันสำหรับผู้ทำงานที่ต้องใกล้ชิดหรือสัมผัสตัวหมู เนื้อ เลือด ต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน อาทิ รองเท้าบู๊ท ถุงมือยาง สวมเสื้อผ้าที่รัดกุม หากมีบาดแผลต้องปิดให้มิดชิดหรือสวมถุงมือ ล้างและฟอกสบู่ทุกครั้งที่สัมผัสหมูดิบหรือชำแหละหมู สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย 100% หมั่นล้างมือทุกครั้ง ซึ่งนอกจากจะป้องกันไข้หูดับแล้ว ยังช่วยป้องกันเชื้อโควิด-19 อีกด้วย./&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107465</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกสมาคมสัตวแพทย์, ป้องกันโรคไข้หูดับ, สุกร, สุเจตน์ ชื่นชม, หมู, โรคไข้หูดับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210624/image_big_60d3ef0f6bae3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2019 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2019 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวา!อหิวาต์ห้ามนำเข้าหมู-หมูป่าจาก&#039;ลาว-เวียดนาม&#039;90วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.2562 - นายสรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้ออกประกาศกรมปศุสัตว์ 2 ฉบับและประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 25 มิ.ย.นี้แล้ว โดยประกาศฉบับแรกเป็น เรื่อง ชะลอการนำเข้าหรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสุกร หมูป่า หรือซากสุกร ซากหมูป่า จากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พ.ศ.2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเนื้อหาระบุว่า ด้วยองค์การสุขภาพสัตว์โลก World Organisation for Animal Health : (OIE) ได้รายงานสถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever) ในสุกรในหมู่บ้าน ณ แขวงสาละวัน (Saravane) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งโรคระบาดสัตว์ชนิดดังกล่าวสามารถแพร่กระจายไปอย่างกว้างขวางได้ โดยมีสาเหตุสeคัญมาจากการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่วยหรือสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคหรือซากของสัตว์ซึ่งป่วยหรือตาย โดยโรคระบาดดังกล่าวไปยังท้องที่ต่าง ๆ และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้โรคระบาดสัตว์ชนิดดังกล่าวมีโอกาส แพร่กระจายเข้ามาในประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรและหมูป่าในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 ประกอบกับมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 อธิบดีกรมปศุสัตว์จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ 1.ให้ชะลอการนำเข้าหรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสุกร หมูป่า หรือซากสุกร ซากหมูป่า ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ 2.ประกาศฉบับนี้ให้มีผลใช้บังคับได้เป็นเวลาเก้าสิบวันนับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนฉบับที่ 2 เป็นประกาศกรมปศุสัตว์เรื่อง ชะลอการนำเข้าหรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสุกร หมูป่า หรือซากสุกร ซากหมูป่าจากสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พ.ศ.2562 มีเนื้อหาว่า สืบเนื่องจากประกาศกรมปศุสัตว์ เรื่อง ชะลอการนำเข้าหรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสุกรหมูป่า หรือซากสุกร ซากหมูป่า จากสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พ.ศ. 2562 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 นั้นได้สิ้นสุดการบังคับใช้ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีการรายงานการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever) ในหลายพื้นที่ของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เช่น สุกรในหมู่บ้าน ณ จังหวัด Son La จังหวัด Yen Bai และจังหวัด Lao Cai จากองค์การสุขภาพสัตว์โลก World Organisation for Animal Health : (OIE) ซึ่งโรคระบาดสัตว์ชนิดดังกล่าวสามารถแพร่กระจายไปอย่างกว้างขวางได้ โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่วยหรือสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคหรือซากของสัตว์ซึ่งป่วยหรือตายโดยโรคระบาดดังกล่าวไปยังท้องที่ต่าง ๆ และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้โรคระบาดสัตว์ชนิดดังกล่าวมีโอกาสแพร่กระจายเข้ามาในประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 ประกอบกับมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 อธิบดีกรมปศุสัตว์จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ 1.ให้ชะลอการนำเข้าหรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสุกร หมูป่า หรือซากสุกร ซากหมูป่าที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และ 2.ประกาศฉบับนี้ให้มีผลใช้บังคับได้เป็นเวลาเก้าสิบวันนับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39347</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศ, ราชกิจจานุเบกษา, ราชอาณาจักร, สรวิศ ธานีโต, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, สุกร, หมูป่า, อธิบดีกรมปศุสัตว์, เวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16660</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2018 20:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2018 20:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนฆ่าหมู 38,000 ตัว ควบคุมอหิวาห์แอฟริการะบาดในสุกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงเกษตรของจีนพยายามควบคุมการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร โดยถึงวันเสาร์ที่ผ่านมาได้ฆ่าสุกรทิ้งแล้วมากกว่า 38,000 ตัว นับแต่พบการแพร่ระบาดเมื่อเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของกระทรวงเกษตรของจีนตามรายงานข่าวของสื่อทางการจีนเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน 2561 กล่าวว่า จีนพบการแพร่ระบาดของโรคอหิวาห์แอฟริกาในสุกร (African swine fever) แล้วใน 5 มณฑลภายในเวลา 1 เดือน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องฆ่าสุกรทิ้งเพื่อควบคุมการระบาด โดยถึงวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้ฆ่าสุกรที่มณฑลเหลียวหนิง, เหอหนาน, เจียงซู และเจ้อเจียง รวมกันแล้ว 37,271 ตัว และที่มณฑลอานฮุยแห่งเดียว ฆ่าสุกรทิ้ง 1,264 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่ห้ามการขนย้ายสุกรมีชีวิตจากมณฑลที่พบการแพร่ระบาดออกนอกพื้นที่ และตลาดขายเนื้อสุกรในมณฑลเหล่านี้ต้องปิดด้วย ส่วนสุกรมีชีวิตจากมณฑลอื่นที่ยังไม่พบการระบาด ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ขนย้ายผ่านมณฑลเหล่านี้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซินหัวรายงานว่า จีนพบสุกรติดเชื้อไวรัสอหิวาห์แอฟริกาในสุกรครั้งแรกที่มณฑลเหลียวหนิงเมื่อเดือนสิงหาคม จากนั้นโรคนี้ได้แพร่ระบาดมายังมณฑลทางใต้ โดยพบการสุกรติดเชื้อไกลออกไปถึง 1,000 กิโลเมตร เพิ่มความวิตกว่าจะมีการแพร่ระบาดทั่วประเทศ อย่างไรก็ดี แม้จะยังพบการแพร่เชื้ออยู่ แต่โฆษกกระทรวงเกษตรยืนยันว่า สถานการณ์โดยทั่วไปสามารถควบคุมไว้ได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) เคยเตือนไว้เมื่อเดือนพฤษภาคมว่า มีความเสี่ยงที่โรคนี้จะแพร่จากรัสเซีย และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เอฟเอโอเตือนอีกครั้งว่า โรคนี้อาจแพร่ระบาดจากจีนไปยังประเทศอื่นในเอเชียได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรคอหิวาห์แอฟริกาในสุกรไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่สุกรที่ติดเชื้อจะมีอาการไข้เลือดออกและอาจตายภายในไม่กี่วัน ปัจจุบันยังไม่มียาต้านหรือวัคซีนป้องกัน วิธีดีที่สุดในการป้องกันการระบาดคือฆ่ากำจัดสัตว์ที่ติดเชื้อ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16660</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าหมู, จีน, สุกร, หวัดหมูแอฟริกา, อหิวาต์แอฟริกาในสุกร, เอฟเอโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180902/image_big_5b8bd9a708bce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2018 07:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 07:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐขู่ไทยเปิดตลาดนำเข้าหมู แลกรับสิทธิจีเอสพี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยูเอสทีอาร์ เตรียมบินมาไทยปลายเดือนก.ค.นี้ จี้เปิดตลาดนำเข้าเนื้อหมู พร้อมขู่ หากไทยไม่ผ่อนปรน อาจชวดได้รับสิทธิจีเอสพีต่อ เหตุรัฐบาล &amp;ldquo;ทรัมป์&amp;rdquo; ไม่พอใจต่ออายุจีเอสพีช่วงที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ในช่วงปลายเดือนก.ค.61 สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) มีกำหนดการเดินทางเยือนไทย เพื่อหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย และติดตามความคืบหน้าในเรื่องการเปิดตลาดเนื้อหมู และเครื่องในจากสหรัฐฯ ที่ใช้สารเร่งเนื้อแดงแรคโตพามีนในการเลี้ยง ตามที่ได้หารือกันในการประชุมภายใต้กรอบความตกลงด้านการค้าและการลงทุนไทย-สหรัฐฯ (ทิฟา) เมื่อเดือนเม.ย.61 ซึ่งการประชุมในครั้งนั้น นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทยเจรจากับสหรัฐฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ ยูเอสทีอาร์ ได้ย้ำกับไทยว่า หากไทยต้องการให้สหรัฐฯคงการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) กับสินค้าไทย ฝ่ายไทยต้องมีท่าทีผ่อนปรน และมีแนวทางในการเปิดตลาดเนื้อหมูให้กับสหรัฐฯอย่างชัดเจน พร้อมจัดทำข้อเสนอการเปิดตลาดอย่างเป็นรูปธรรมด้วย นอกจากนี้ ยูเอสทีอาร์ ยังย้ำกับไทยอีกว่า รัฐบาลของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี ไม่เห็นด้วยกับการต่ออายุโครงการจีเอสพีในช่วงที่ผ่านมา ที่ให้กับประเทศกำลังพัฒนา และประเทศพัฒนาน้อยที่สุด รวมถึงไทยด้วย จึงชี้ให้เห็นว่า สหรัฐฯแสดงท่าทีชัดเจนว่าต้องการให้ไทยเปิดตลาดเนื้อหมู และพร้อมที่จะพิจารณาตัดสิทธิจีเอสพีไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาเหตุที่สหรัฐฯเอาเรื่องการตัดจีเอสพีสินค้าไทยมาผูกโยงกับการเปิดตลาดนำเข้าเนื้อหมู เป็นเพราะเมื่อเร็ว ๆ นี้ &amp;nbsp;สภาผู้ผลิตสุกรแห่งชาติสหรัฐฯ ได้ยื่นคำขอให้ยูเอสทีอาร์พิจารณาทบทวนการตัดสิทธิจีเอสพีที่ให้กับสินค้าไทย ภายใต้กรณีการพิจารณาการดำเนินการของประเทศที่ได้รับสิทธิ (Country Practice Reviews) โดยอ้างว่า ไทยไม่เข้าข่ายคุณสมบัติประเทศที่ได้รับสิทธิด้านการเปิดตลาดสินค้าให้แก่สหรัฐฯอย่างเป็นธรรม และสมเหตุผล เพราะไทยไม่เปิดนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐฯที่ใช้สารเร่งเนื้อแดงแรคโตพามีนในการเลี้ยง แม้ก่อนหน้านี้ ไทยได้เคยแจ้งกับสหรัฐฯว่า จะแก้ไขกฎหมายและระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับรองมาตรฐานสารตกค้างสูงสุดของสารเร่งเนื้อแดงดังกล่าว ที่ CODEX(โครงการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ) กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สภาผู้ผลิตสุกรฯ ยังกล่าวหาอีกว่า รัฐบาลไทยแทบจะไม่ออกใบอนุญาตการนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐฯ หรือหากจะออกใบอนุญาตให้ ก็ให้มีการนำเข้าในปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น และผู้ที่ได้รับใบอนุญาตต้องจ่ายค่าธนนมเนียมในการตรวจสอบในอัตราสูงมาก
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 พ.ค.61 ยูเอสทีอาร์ได้รับคำร้องดังกล่าวแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา โดยจะเปิดรับฟังความเห็นจากฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ก่อนประกาศผลการพิจารณาว่าจะยุติการทบทวน หรือให้ไทยดำเนินการเพื่อเปิดตลาดนำเข้าเนื้อสุกรให้แก่สหรัฐฯหรือไม่ อย่างไร ประมาณเดือนต.ค.นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11178</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีเอสพี, นำเข้าเนื้อหมู, ยูเอสทีอาร์, สหรัฐอเมริกา, สุกร, หมู, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180504/image_big_5aebd2d2bfca9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1080</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2026 17:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2018 10:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนลดนำเข้า ฉุดราคาหมูเป็นดิ่ง เล็งเพิ่มส่งออกไปกัมพูชา  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราคาหมูเป็นดิ่งหนัก หลังส่งออกไปจีนลดลง ทำราคาเหลือกก.ละ 43-44 บาท แต่ราคาหมูหน้าเขียง ยังขายเกินโลละ 100 บาท ทั้งที่ควรขายไม่เกิน 90 บาท ดิ้นส่งออกกัมพูชา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ขณะนี้ ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปี 60 เพราะการส่งออกหมูมีชีวิตไปตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักของไทย ลดลงมาก จากเฉลี่ยส่งออกได้ปีละประมาณ 1 ล้านตัว เหลือเพียง 300,000 ตัวในปี 60 ซึ่งเป็นผลมาจากจีนเข้มงวดเรื่องสุขอนามัย และมีหมูมีชีวิตของเวียดนามมาตีตลาด ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตเกินความต้องการบริโภคในประเทศ และดึงให้ราคาลดลงอย่างมาก โดยล่าสุด ณ วันที่ 12 ม.ค.61 ราคาหมูมีชีวิต อยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 43-44 บาท จากเดือนม.ค.60 ที่เฉลี่ยกก.ละ 60.80 บาท และเดือนธ.ค.60 ที่เฉลี่ยกก.ละ 44.66 บาท ขณะที่ต้นทุนการเลี้ยงอยู่ที่กก.ละเกือบ 60 บาท ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู โดยเฉพาะรายย่อย ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จนบางรายต้องเลิกเลี้ยง&amp;nbsp;


เว็บแทงหวย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ราคาหมูมีชีวิตที่ลดลงนี้ แม้ทำให้ราคาขายปลีกหมูเนื้อแดง หรือเนื้อหมูหน้าเขียงลดลงบ้าง แต่ยังไม่สะท้อนตามความเป็นจริง โดยราคาหมูมีชีวิตที่กก.ละ 43-44 บาทนั้น ราคาหมูหน้าเขียงควรจะขายไม่เกินกก.ละ 90 บาท&amp;nbsp;


เว็บสล็อตเว็บทดลอง &amp;nbsp;แต่ ณ วันที่ 12 ม.ค.61 ราคาเนื้อหมูชำแหละ ไหล่ สะโพก ยังอยู่ที่กก.ละ 100-105 บาท ต่างจากราคาเมื่อเดือนม.ค.60 ที่ราคาหมูหน้าเขียงที่ประมาณกก.ละ 125 บาท สะท้อนตามความเป็นจริงของราคาหมูมีชีวิต ที่กก.ละ 60.80 บาท แสดงให้เห็นว่า โรงชำแหละ และหน้าเขียง ยังมีกำไรอยู่มาก&amp;nbsp;


แทงบอลวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ไทยได้พยายามแก้ไขปัญหาปริมาณผลผลิตหมูล้นตลาดในขณะนี้ ด้วยการเจรจากับกัมพูชาให้นำเข้าหมูมีชีวิตจากไทยเพิ่มขึ้น ในระหว่างที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเข้าร่วมประชุมแม่โขง-ล้านช้าง ครั้งที่ 2 ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และได้มีโอกาสหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา&amp;nbsp;


สล็อต789&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1080</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, จีน, พาณิชย์, สุกร, หมู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c20a743c10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
