<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11868</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; storage.thaipost.net Line ID:@thaipost ขอไว้อาลัยให้กับการสูญเสียบุคคลสำคัญในแวดวงตำรวจ-การเมือง &amp;ldquo;พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร&amp;rdquo; อดีตนายตำรวจราชสำนักประจำ อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ เสียชีวิตลงเมื่อคืนวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา จากโรคมะเร็ง รวมอายุ 88 ปี ท่านเป็นผู้ถวายการรับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในฐานะนายตำรวจราชสำนักประจำ และเป็นนักเขียนนวนิยายเกี่ยวกับวงการตำรวจและอาชญากรรม จนได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ.2541...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับบทบาทสำคัญในทางการเมือง &amp;ldquo;พล.ต.อ.วสิษฐ&amp;rdquo; เป็นนายตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์สำคัญอย่าง 14 ตุลา 2516 โดยเป็นผู้ประสานงานพาผู้แทนนิสิตนักศึกษาที่ชุมนุมขับไล่รัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร เข้าเฝ้าฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ ซึ่งในการปาฐกถา 14 ตุลา เมื่อปีที่แล้วเอง (2560) &amp;ldquo;พล.ต.อ.วสิษฐ&amp;rdquo; ก็ได้ขึ้นปาฐกถาเรื่อง &amp;ldquo;ในหลวงรัชกาลที่ 9 กับ 14 ตุลา&amp;rdquo; เล่าถึงเหตุการณ์ดังกล่าวไว้พอดี ในส่วนบทบาทช่วงปัจจุบัน &amp;ldquo;พล.ต.อ.วสิษฐ&amp;rdquo; เป็นหนึ่งในบุคคลที่ต่อต้าน &amp;ldquo;ระบอบทักษิณ&amp;rdquo; และยังสนับสนุนการปฏิรูปตำรวจที่ภาคประชาชนกำลังผลักดันอย่างแข็งขัน ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พูดถึงการปฏิรูปตำรวจแล้ว สัปดาห์นี้ก็ยังมีข่าวสารในทางลบของตำรวจออกมาให้เห็น อย่างการจับกุม &amp;ldquo;สุกิจ พูนศรีเกษม&amp;rdquo; ทนายความคนหนึ่งขณะพาลูกความไปแจ้งความที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่ง เนื่องจาก &amp;ldquo;สุกิจ&amp;rdquo; ถูกออกหมายจับข้อหารุกป่าสงวน แต่ภาพการจับกุมที่ออกมานั้น เป็นภาพที่ตำรวจบุกเข้าล็อกตัวใส่กุญแจมือจับกดลงกับพื้น ราวกับกำลังจับผู้ต้องหาซึ่งเป็นอาชญากรร้ายแรง จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์ทำนองว่าใช้กำลังเกินกว่าเหตุ และยังทำให้สภาทนายความฯ ถึงกับต้องออกมาแถลงข่าวคัดค้านเป็นการด่วน ส่อกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างองค์กรขึ้นได้ จากการกระทำตัวเองแท้ๆ ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นึกย้อนไปถึงการจับกุม &amp;ldquo;อดีตพระพุทธะอิสระ&amp;rdquo; ตำรวจก็โดนวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้แล้วครั้งหนึ่ง ในการยกกำลังถือปืนไปจับคนในผ้าเหลืองที่ไม่มีท่าทีหรือกองกำลังใดๆ ต่อสู้ขัดขวาง และกรณีอื่นๆ จนบัดนี้ &amp;ldquo;เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.)&amp;rdquo; จึงออกแถลงการณ์เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีกำชับและควบคุมการปฏิบัติของตำรวจ มิให้เลือกปฏิบัติต่อประชาชนในการออกหมายเรียกผู้ต้องหาและเสนอศาลออกหมายจับโดยไม่มีความจำเป็นและไม่มีมาตรฐานเดียวกัน พร้อมให้เร่งปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ด้วยการให้พนักงานอัยการตรวจพยานหลักฐานให้ความเห็นชอบการออกหมายเรียกและเสนอศาลออกหมายจับของตำรวจทุกคดี ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไปที่สองพี่น้อง &amp;ldquo;แม้ว-ปู&amp;rdquo; ผู้หนีคดี &amp;ldquo;ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร&amp;rdquo; อดีตนายกรัฐมนตรี ล่าสุดแฟนคลับคงได้กลับมาคึกคักส่งเสียงเชียร์อีกครั้งหลัง &amp;ldquo;ยิ่งลักษณ์&amp;rdquo; กลับมาโพสต์เฟซบุ๊กครั้งแรก เนื่องในโอกาสครบรอบเบิร์ธเดย์ปีที่ 51 ของตัวเอง ขอบคุณแฟนๆ ที่ส่งของขวัญ ส่งกำลังใจมาให้ วันเดียวกัน &amp;ldquo;จอม เพชรประดับ&amp;rdquo; อดีตผู้ประกาศข่าว ยังเปิดเผยการสนทนาพูดคุยกับ &amp;ldquo;แม้ว-ปู&amp;rdquo; ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงช่วงหนึ่งที่ &amp;ldquo;ทักษิณ&amp;rdquo; บอกว่า &amp;ldquo;แต่ผมจะไม่ยอมให้น้องสาวผมติดคุกแม้แต่วันเดียว หรือแม้แต่วินาทีเดียว&amp;rdquo; นึกย้อนไปถึงพาดหัวตัวไม้ นสพ.ไทยโพสต์ เมื่อวันที่ 26 ส.ค.2560 ว่า &amp;ldquo;ปูเผ่นตามแผนแม้ว&amp;rdquo; วันนี้ยืนยันความจริงจากปากเจ้าตัวเองเลย ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายคนกลับคุก &amp;ldquo;ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์&amp;rdquo; อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ถูกจำคุก 1 เดือน คดียื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดฯ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หลังพ้นโทษคดีรื้อบาร์เบียร์มาได้ไม่นานเท่าไหร่นัก จึงติดเรื่องข้อกฎหมายที่ทำให้ศาลไม่รอลงอาญา โดยทรัพย์สินที่ไม่ได้แสดงต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จนถูกฟ้องต่อศาลนั้น เป็นหุ้นภัตตาคารมูลค่า 150,000 บาท ที่โอนให้พนักงาน 2 คนแล้ว ซึ่งอาจเป็นเงินเพียงเล็กน้อยสำหรับคนรวยมีฐานะ แต่ก็ยังมีการสืบทราบพบได้จนเป็นเหตุให้ติดคุก สื่อให้เห็นว่าระบบการตรวจสอบทรัพย์สินของนักการเมืองไทยนั้น ทำได้เขี้ยวเข้มเด็ดขาดเหมือนกันนะ ...0&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11868</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอม เพชรประดับ, จอมพลถนอม กิตติขจร, ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์, ทักษิณ, นายชาติสังคม, บันทึกหน้า4, พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช, พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ระบอบทักษิณ, สุกิจ พูนศรีเกษม, อดีตพระพุทธะอิสระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11865</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาทนายนัด เคลียร์ผบ.ตร. จับสุกิจเกินเหตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เลขาฯ สภาทนายฯ เผยนายกสภาทนายฯ นัด ผบ.ตร.ถกเคสจับทนายสุกิจ เคลียร์ใจ ก่อนส่งผลให้คณะทำงานพิจารณา หลังทนายทั่วประเทศเดือดจะบอยคอต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน นายสรัลชา ศรีชลวัฒนา เลขาธิการสภาทนายความ กล่าวถึงการจับกุมนายสุกิจ พูนศรีเกษม ทนายความ ที่อยู่ระหว่างการพาลูกความไปแจ้งความที่ สน.พหลโยธิน ว่า ในเรื่องนี้ทางว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ ได้มีการประสานไปยังสำนักงานตำรวจเเห่งชาติเพื่อขอเข้าพบพูดคุยในประเด็นดังกล่าว เพื่อไม่ให้เรื่องบานปลาย เนื่องจากทนายความทั่วประเทศมีทีท่าไม่พอใจกรณีดังกล่าว โดยทนายความจำนวนมากมีการส่งหนังสือและข้อความแสดงท่าทีไม่พอใจ สตช.มา แต่เราก็ต้องตระหนักและไม่อยากให้เรื่องบานปลายจนกระทบกับการทำงานระหว่างสององค์กร ที่จะส่งผลให้กระทบกับกระบวนการยุติธรรมและประชาชน ตอนนี้เรายังคิดว่าเราสามารถคุยกันได้ เพราะทำงานร่วมกันมาโดยตลอด ส่วนจะเป็นวันไหนต้องดูรายละเอียดจากคณะทำงานที่เป็นผู้ประสานไปอีกที ซึ่งคาดว่าก่อนที่จะมีการประชุม คณะทำงานประจำเดือนของสภาทนายฯ ทั้ง 25 คน ก็จะนำเรื่องนี้มาพิจารณาในวันที่ 29-29 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันประชุมคณะทำงานบอร์ด ก็อาจจะได้ผลการพูดคุยเจรจาของผู้นำทั้งสององค์กรมาประกอบการพิจารณา ก่อนที่จะมีมติและท่าทีอย่างไรต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้อาจเป็นช่วงที่สถานการณ์ยังร้อน แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ถ้าเราทำอะไรไปเลยโดยไม่คิดก่อน แล้วบอยคอตไม่ส่งทนายไปนั่งร่วมสอบสวน ก็จะกระทบต่องานยุติธรรมอย่างมาก ประชาชนเดือดร้อน แต่อยากให้เพื่อนทนายทั่วประเทศรู้ไว้ว่า ไม่ใช่เราไม่ทำอะไรเลย แต่เราต้องมองหลายด้าน ทางตำรวจเองก็คงรู้ว่าทำอะไรลงไป ทั้งทนายและตำรวจก็มีคนดี-ไม่ดีอยู่ในองค์กร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการที่ ผบ.ตร.ระบุว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่กระทำตามกฎหมาย นายสรัลชากล่าวว่า ตรงนี้แหละที่ทำให้ทนายความทั่วประเทศข้องใจ ว่าทำไม ผบ.ตร.ไม่ตำหนิลูกน้อง แต่กลับไปบอกว่าทำตามกฎหมาย แม้กฎหมายจะเขียนไว้ก็จะต้องดูด้วยว่าการกระทำนั้นสมควร เหมาะสม พอดีหรือไม่ ต้องดูลึกๆ ผบ.ตร.ก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ อย่ามัวแต่ฟังลูกน้องใกล้ชิด ควรดูเหตุการณ์ให้ละเอียดก่อนว่า ถ้าเป็นประชาชนธรรมดาโดนกระทำแบบนี้จะทำอย่างไร ถูกตำรวจอ้างว่ามีหมายจับ แต่กระทำการเยอะไปแบบนี้ ไม่ใช่มีอำนาจตามกฎหมายอยู่ในมือจะกระทำกับทนายความซึ่งเป็นประชาชนทั่วไปแบบนี้ได้ ตรงนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีที่ควรจะอบรมลูกน้อง เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แม้จะมีอารมณ์ก็ต้องอดทนบ้าง ต้องนึกถึงว่าผู้ถูกกระทำเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ควรได้รับหลักการปฏิบัติเหมือนมนุษย์ ประชาชนจะได้รู้ว่าตำรวจเห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์อยู่บ้าง กระทำตามกฎหมายที่สมควรแก่เหตุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11865</URL_LINK>
                <HASHTAG>ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ รุยาพร, สรัลชา ศรีชลวัฒนา, สุกิจ พูนศรีเกษม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180621/image_big_5b2bac907d93d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2018 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2018 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประณามตร.จับผู้ถูกกล่าวหาโดยมิชอบเสนอให้อัยการเห็นชอบออกหมายเรียก-หมายจับ    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21มิ.ย.61- เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.) Police&amp;nbsp; Watch ออกแถลงการณ์ประณามการจับกุมนายสุกิจ พูนศรีเกษม ประกอบวิชาชีพเป็นทนายความ ที่อยู่ระหว่างการพาลูกความไปแจ้งความที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่ง ว่า เป็นการปฏิบัติต่อผู้ถูกกล่าวหาคดีอาญาโดยมิชอบ พร้อมกับเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี กำชับและควบคุมการปฏิบัติของตำรวจ มิให้เลือกปฏิบัติต่อประชาชนในการออกหมายเรียกผู้ต้องหาและเสนอศาลออกหมายจับโดยไม่มีความจำเป็นและไม่มีมาตรฐานเดียวกัน และให้เร่งปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมด้วยการให้พนักงานอัยการตรวจพยานหลักฐานให้ความเห็นชอบการออกหมายเรียกและเสนอศาลออกหมายจับของตำรวจทุกคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกับยกตัวอย่างว่าหลายคดีที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนีแต่ตำรวจเสนออกหมายจับโดยอ้างเพียงว่าสามารถทำได้เป็นคดีที่มีโทษจำคุกเกินสามปี ซึ่งเป็นการปฏิบัติที่ขัดรัฐธรรมนูญและป.วิอาญา และละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แต่กลับเลือกปฏิบัติในคดีที่โทษจำคุกสูงเกินสามปีกับตำรวจบางนายโดยไม่มีการเสนอศาลออกหมายจับแม้กระทั่งออกหมายเรียกเป็นผู้ต้องหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-----&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถลงการณ์เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.) Police&amp;nbsp; Watch
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฉบับที่ 11/ 2561
&amp;nbsp;
เรื่อง&amp;nbsp; ประณามการกระทำของตำรวจที่ปฏิบัติต่อผู้ถูกกล่าวหาคดีอาญาโดยมิชอบ&amp;nbsp; และขอให้นายกรัฐมนตรีเร่งปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมด้วยการให้พนักงานอัยการตรวจพยานหลักฐานให้ความเห็นชอบการออกหมายเรียกและเสนอศาลออกหมายจับ
&amp;nbsp;
เนื่องจากได้เกิดเหตุการณ์การดำเนินคดีอาญาที่นำไปสู่การเสนอศาลออกหมายจับบุคคลหลายกรณี ที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ในมาตรา 28 อยู่เสมอๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นการออกหมายจับครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร และครูปรีชา ใคร่ครวญ ในกรณีการสอบสวนคดีหวย 30 ล้าน โดยกล่าวหาว่าแจ้งความเท็จ การจับกุมตัวนายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที พิธีกรช่องนิวส์วัน ข้อหาหมิ่นประมาทและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ&amp;nbsp; โดยอ้างว่าไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง มีพฤติการณ์หลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การออกหมายจับและใช้กำลังตำรวจล้อมบ้านจับตัว พ.ต.ท.สันธนะ&amp;nbsp; ประยูรรัตน์&amp;nbsp; โดยกล่าวหาว่าร่วมกันกรรโชกทรัพย์&amp;nbsp; การออกหมายจับและจับตัวอดีตพระพุทธะอิสระ โดยตำรวจพังกุฏิเข้าไปจับขณะนอนหลับ รวมทั้งพระเถระชั้นผู้ใหญ่หลายรูปในช่วงที่ผ่านมา และกรณีล่าสุดคือการออกหมายจับ แล้วจับกุมนายสุกิจ พูนศรีเกษม ทนายความ โดยการใช้กำลังบังคับกดคอลงกับพื้นบนสถานีตำรวจ ขณะพาผู้เสียหายไปใช้สิทธิตามกฎหมายในการแจ้งความร้องทุกข์
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ไม่ว่าการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาแต่ละคดีจะเป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ข้อเท็จจริงก็เป็นที่ทราบกันดีว่า&amp;nbsp; บุคคลเหล่านี้ไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนี&amp;nbsp; ทุกคนยังใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ&amp;nbsp; ซ้ำส่วนใหญ่ยังพร้อมจะเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้รัฐพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนอีกด้วย&amp;nbsp; แต่ตำรวจกลับไม่ยอมรับรู้ถึงการพร้อมเข้ารับทราบข้อกล่าวหาดังกล่าว&amp;nbsp; และได้เสนอศาลออกหมายจับ&amp;nbsp; โดยอ้างเพียงว่าสามารถกระทำได้&amp;nbsp; เนื่องจากเป็นคดีที่มีโทษจำคุกเกินสามปีตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา&amp;nbsp; 66 (1) ไม่จำเป็นต้องออกหมายเรียกก่อนแต่อย่างใด
&amp;nbsp;
ในขณะเดียวกันหลายคดีที่มีโทษจำคุกสูงเกินสามปี แต่ตำรวจก็ไม่ได้เสนอศาลออกหมายจับ เช่น คดีผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ มีโทษจำคุกถึงสิบปี&amp;nbsp; คดีอดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ฉ้อโกงประชาชน (ตำรวจ 192 นาย) และอีกหลายคดีที่ตำรวจไม่ได้เสนอศาลออกหมายจับ หรือแม้กระทั่งออกหมายเรียกเป็นผู้ต้องหา&amp;nbsp; แต่กลับใช้วิธีแจ้งให้มารับทราบข้อหาและไม่ต้องมีการประกันตัวเหมือนประชาชนทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทบัญญัติมาตรา 66 (1) นี้ได้กลายเป็นจุดอ่อนให้ตำรวจสามารถเลือกปฏิบัติต่อประชาชนอย่างไม่เป็นธรรม โดยใช้เป็นเหตุในการเสนอศาลออกหมายจับผู้ถูกกล่าวหาทุกคนได้ง่าย&amp;nbsp; แม้กระทั่งบางคดีบุคคลนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดเลย&amp;nbsp; และไม่มีโอกาสรู้ด้วยซ้ำว่าได้มีใครไปกล่าวหาตนในเรื่องอะไรที่ใด ศาลได้ออกหมายจับตนแต่เมื่อใด
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เมื่อศาลออกหมายจับแล้ว&amp;nbsp; ตำรวจก็สามารถนำไปใช้จับผู้ถูกกล่าวหาด้วยวิธีการต่างๆ บางกรณีก็เป็นการแกล้งให้บุคคลเดือดร้อนได้รับความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นการบุกเข้าไปจับในบ้านพักอาศัยโดยแจ้งให้สื่อไปทำข่าว&amp;nbsp; การจับในสาธารณสถาน หรือสถานศึกษาต่อหน้านักเรียน เช่น กรณี ครูปรีชา ใคร่ครวญ หรือแม้กระทั่งสัญจรอยู่ตามทางสาธารณะยามวิกาล ควบคุมตัวไปยังสถานีตำรวจที่เสนอศาลออกหมาย ซึ่งอาจเป็นต่างจังหวัดที่ต้องใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง&amp;nbsp; สร้างความเดือดร้อนหวาดกลัวให้เกิดกับประชาชนทั้งคนไทยและชาวต่างชาติอย่างยิ่ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;การกระทำดังกล่าว ไม่ว่าในที่สุดผู้ถูกออกหมายจับจะเป็นผู้กระทำผิดจริงหรือไม่&amp;nbsp; แต่ไม่ได้เป็นไปตามตัวบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา&amp;nbsp; 29 วรรคสอง ที่บัญญัติว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;ให้สันนิษฐานว่า&amp;nbsp; ผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด&amp;nbsp; และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่าบุคคลใดกระทำความผิด&amp;nbsp; จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น&amp;nbsp; ในการจับ&amp;nbsp; ตำรวจก็มักไม่ได้ปฏิบัติตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ในมาตรา 83 ในเรื่องการแจ้งสิทธิ์แก่ผู้ถูกกล่าวหาในการแจ้งให้ญาติพี่น้องทราบถึงการถูกจับทันทีอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp; โดยเฉพาะอย่างยิ่ง&amp;nbsp; วิธีการควบคุมตัวที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 29 วรรคสาม และ&amp;nbsp; ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 86&amp;nbsp; บัญญัติว่า &amp;ldquo;ให้กระทำเท่าที่จำเป็นเพื่อป้องกันมิให้มีการหลบหนีเท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หลายกรณีกลับมีการใช้กำลังบังคับ และใช้เครื่องพันธนาการ ทั้งที่ผู้ถูกจับไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนีแต่อย่างใด&amp;nbsp; ก่อให้เกิดความเสียหาย ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และไม่เป็นธรรมต่อประชาชนอย่างยิ่ง อีกทั้งยังทำให้นานาชาติมองว่า ไทยเป็นประเทศที่ล้าหลัง เพราะกระบวนการยุติธรรมทางอาญาไม่มีความเป็นมาตรฐานสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอเรียกร้องมายัง พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดผู้รับผิดชอบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; 1. สั่งกำชับและควบคุมการปฏิบัติของตำรวจ มิให้เลือกปฏิบัติต่อประชาชนในการออกหมายเรียกผู้ต้องหาและเสนอศาลออกหมายจับโดยไม่มีความจำเป็นและไม่มีมาตรฐานเดียวกัน&amp;nbsp; รวมทั้งวิธีการจับในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิเสรีภาพและชื่อเสียงของบุคคลโดยมิชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.เร่งปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอาญาของประเทศให้มีมาตรฐานสากล ด้วยการให้พนักงานอัยการตรวจสอบพยานหลักฐานให้ความเห็นชอบการออกหมายเรียกผู้ต้องหา และเสนอศาลออกหมายจับของตำรวจทุกคดี เช่นเดียวกับการปฏิบัติในนานาอารยประเทศทั่วโลกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.) Police&amp;nbsp; Watch
&amp;nbsp;21 มิถุนายน 2561&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11838</URL_LINK>
                <HASHTAG>Police  Watch, ครูจอมทรัพย์, ครูปรีชา, นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที, พ.ต.ท.สันธนะ  ประยูรรัตน์, พนักงานสอบสวน, พนักงานอัยการ, พระพุทธะอิสระ, สภาทนายความ, สุกิจ พูนศรีเกษม, หมายจับ, หมายเรียก, เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180621/image_big_5b2b61f9603d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11780</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาทนายไม่พอใจ ล็อกสุกิจบนโรงพัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาทนายฯ เคลื่อนไหวกรณีตำรวจล็อกใส่กุญแจมือทนายสุกิจบนโรงพัก เผยสมาชิกทั่วประเทศไม่สบายใจ ชี้ไม่ให้เกียรติกัน กระทบต่อศักดิ์ศรีและวิชาชีพ นัดประชุม 28 มิ.ย. เพื่อกำหนดท่าที โยนเจ้าตัวตัดสินใจจะฟ้องชุดจับกุมผิด ม.157 หรือไม่ ผบ.ตร.ยันไม่เกินกว่าเหตุ ขณะที่บิ๊กป้อมก็หนุน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนพหลโยธิน กทม. วันที่ 20 มิถุนายนนี้ ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ พร้อมด้วยทีมผู้บริหารสภาทนายฯ แถลงข่าวกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอการจับกุมนายสุกิจ พูนศรีเกษม ประกอบวิชาชีพเป็นทนายความ ที่อยู่ระหว่างการพาลูกความไปแจ้งความที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่ง ว่า จากการดูคลิปเบื้องต้น ตัวนายสุกิจที่ถูกจับกุมตามหมายจับ ขณะนั้นกำลังปฏิบัติหน้าที่ของทนายความ แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมด้วยวิธีการที่ปรากฏตามสื่อเป็นการสมควรหรือไม่ เมื่อนายสุกิจเป็นทนายความ การจับกุมดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อวิชาชีพ ศักดิ์ศรีของทนายความ และความเป็นมนุษย์ ที่จะต้องได้รับความคุมครองตามรัฐธรรมนูญและ ป.วิอาญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตรงนี้เราไม่ได้ออกมาว่าจะปกป้องการกระทำผิด ทุกอาชีพย่อมมีคนที่จะกระทำผิดปะปนกันไป แต่เราตั้งข้อสังเกตถึงวิธีการจับกุมเป็นไปตามหลักการปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ เราจึงอยากฝากถึงผู้ที่เกี่ยวข้องว่าเราเข้าสู่ยุคปฏิรูปแล้ว การเข้าควบคุมแม้จะเป็นไปตามหมายจับ ก็จะต้องกระทำด้วยความเหมาะสมต่อสภาพและหลักปฏิบัติ เท่าที่เห็นตามคลิปก็ไม่มีทีท่าทีจะหลบหนี สถานที่เป็น สน. แค่เชิญตัวเขาก็ไปแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุมีญาติของนายสุกิจได้แจ้งเรื่องดังกล่าวมายังสภาทนายความให้รับทราบ และเฝ้าระวังในกรณีที่นายสุกิจถูกควบคุมตัวในลักษณะแบบนั้น ซึ่งการจะฟ้องร้องตำรวจชุดจับกุมหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับนายสุกิจซึ่งเป็นผู้ถูกกระทำ ส่วนการเข้าควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวจะเข้าข่ายความผิดฐานการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่นั้น จะต้องดูรายละเอียดในเรื่องนี้อีกครั้ง ตรงนี้ตนได้เห็นรายละเอียดเพียงเบื้องต้นที่นำเสนอโดยสื่อมวลชน ซึ่งผู้ที่ชี้ว่าการกระทำดังกล่าวมีความผิดหรือไม่ ต้องเป็นศาลยุติธรรมที่มีอำนาจชี้ขาดความผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าท่าทีของทนายความทั่วประเทศมีความเห็นในเรื่องนี้อย่างไร ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์กล่าวว่า ทนายความทั่วประเทศไม่สบายใจเรื่องนี้อย่างมาก หลังเกิดเหตุมีการสอบถามมาทางสภาทนายความถึงหลักการปฏิบัติดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่ากระทบต่อเกียรติ ศักดิ์ศรีของวิชาชีพ ซึ่งก็ยอมรับว่ามีทนายความจำนวนมากไม่พอใจ ส่วนจะออกมาเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่นั้น ต้องรอดูคณะกรรมการที่พิจารณาเรื่องนี้ว่าจะมีการพิจารณาออกมาอย่างไร ก็จะเป็นท่าทีของสภาทนายความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ในฐานะที่เป็นกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม จะนำเรื่องนี้เข้าสู่คณะกรรมการปฏิรูปฯ ด้วยหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์กล่าวว่า แน่นอน เรื่องนี้จะต้องนำเข้า เพราะตำรวจก็ถือเป็นหนึ่งในกระบวนการยุติธรรม เรื่องหลักในการปฏิบัติที่จะเข้าควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะกระทบสิทธิเสรีภาพที่จะต้องมีการปฏิรูป โดยหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ทางตนเองก็ได้มีการนัดหมายพูดคุยกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ถึงหลักการปฏิบัติและหาทางออกในเรื่องนี้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่านายสุกิจเคยถูกลงโทษถอนใบอนุญาตเป็นทนายความชั่วคราวหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์กล่าวว่า ทราบว่านายสุกิจในอดีตเคยถูกคำสั่งห้ามว่าคดีบางประเภทชั่วคราว แต่ตอนนี้นายสุกิจอยู่ในสถานะทนายความที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ ส่วนรายละเอียดที่เคยถูกสั่งห้ามว่าความในอดีตต้องไปดูอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายทัศไนย ไชยแขวง อุปนายกฝ่ายต่างประเทศและกรรมการประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า การควบคุมตัวตามหมายจับย่อมเป็นสิทธิที่จะทำได้ ซึ่งมีหลักปฏิบัติวางไว้อยู่แล้ว ตนมองว่าการจับกุมในคดีนี้เกินสมควรกว่าเหตุทั้งในด้านของอัตราโทษและพฤติการณ์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมาย ทางสภาทนายความจึงได้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และจะมีการประชุมเพื่อหารือสรุปท่าทีของสภาทนายความในเรื่องนี้ในวันที่ 28 มิ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ต่อมาสภาทนายความยังออกแถลงการณ์ระบุว่า กรณีเหตุการณ์จับกุมทนายความสุกิจ พูนศรีเกษม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.พหลโยธิน เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2561 ตามที่ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อสารมวลชนนั้น สภาทนายความในฐานะที่เป็นองค์กรทางวิชาชีพกฎหมายขอแถลงจุดยืนต่อเหตุการณ์นี้ว่า สภาทนายความเห็นว่าอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการจับกุม ต้องใช้วิธีการหรือป้องกันเท่าที่เหมาะสมและจำเป็นแก่พฤติการณ์ในการจับกุม แต่หากการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่เกินกว่าอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และอาจเป็นความผิดตามกฎหมายอื่น เช่น ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อเสรีภาพ ความผิดต่อร่างกาย และในการนี้จะได้รวบรวมนำข้อสรุปดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะกรรมการสภาทนายความ เพื่อพิจารณาดำเนินการบนพื้นฐานของสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน บทบัญญัติของกฎหมายและศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อบ่ายวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ สน.พหลโยธิน ขณะที่นายสุกิจ พูนศรีเกษม ทนายความ ได้พา น.ส.แสงสุริยเทพ พระมหาสุริยา ร่างทรง 4G มาแจ้งความต่อตำรวจ สน.พหลโยธิน เพื่อดำเนินคดีต่อนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ในข้อหาดูหมิ่นด้วยการโฆษณา แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงหมายจับข้อหารุกที่ป่าสงวนในจังหวัดตาก แต่เจ้าตัวพยายามขัดขืน เจ้าหน้าที่จึงจับใส่กุญแจมือ และขณะนี้อยู่ระหว่างลงบันทึกการจับกุมตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ตำรวจเขาทำตามหน้าที่ของเขา และก่อนจับได้ให้เดินไปห้องสืบสวนดีๆ แต่ขัดขืน&amp;nbsp;ถ้าเดินไปดีๆ ก็จบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ แต่เป็นการทำตามหน้าที่และขั้นตอน และเชื่อว่าคงไม่ต้องชี้แจงกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า เมื่อวานนี้ตนได้ให้นายสุกิจและตำรวจชุดจับกุมคุยกัน ก็ปรับความเข้าใจกันแล้ว ว่าเป็นความเข้าใจผิดกัน ตอนนี้ไม่ติดใจเอาความกันทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต่างคนต่างมีเหตุผล เจ๊ากันไป ยืนยันว่าเมื่อวานนี้ไม่มีการกลั่นแกล้งกัน ไม่มีการเข้าข้างใคร หรือทนายคนไหนตามที่คนในสังคมบางส่วนแสดงความเห็น ความเห็นแบบนั้นเลอะเทอะ แล้วนายสุกิจก็เป็นทนายรู้กฎหมาย เราคงไม่ไปกลั่นแกล้งด้วยกฎหมายหรอก แต่ถ้าข้องใจตำรวจก็มาร้องทุกข์กันได้ ถ้าใครกลั่นแกล้งกันก็ต้องดำเนินคดี&amp;quot; รอง ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บังคับการกองปราบปราม หนึ่งในเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กล่าวว่า ยืนยันว่าทุกอย่างที่ทำไปเป็นไปตามยุทธวิธีถูกต้องตามขั้นตอน ไม่มีการใช้อาวุธ หรือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ เพราะปฏิบัติตามยุทธวิธีตามกฎหมาย ป.วิอาญา ที่ว่าด้วยบุคคลใดที่ขัดขวางหรือหลบหนี ผู้จับสามารถใช้ยุทธวิธีการจับกุมตามความเหมาะสมตามแต่สถานการณ์ ส่วนที่สภาทนายความระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการไม่ให้เกียรติวิชาชีพทนายความ ในส่วนนี้อยากชี้แจงว่า พวกคุณเข้าใจกฎหมายทุกอย่าง อย่าพยายามสร้างบรรทัดฐานไปในทางที่ไม่ดี ทุกอย่างต้องว่ากันตามกฎหมาย ส่วนที่มีกระแสว่านายสุกิจจะฟ้องกลับนั้น ฟ้องได้เลยทุกข้อหา เพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่พึงกระทำได้อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า จากการตรวจร่างกายนายสุกิจเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. พบว่ามีบาดแผลถลอกตรงเข่า ขนาด 1และ 2 เซนติเมตร บาดแผลถลอกที่ต้นคอด้านหลัง มีอาการบวม เจ็บที่แผ่นหลังและเอว โดยบาดแผลที่เกิดเป็นบาดแผลใหม่ ส่วนจะทำให้สะโพกเคลื่อนหรือไม่ ในขั้นนี้ยังไม่สามารถบอกได้ เพราะตนตรวจเบื้องต้น ต้องเอกซเรย์อีกครั้ง ตนตรวจตอนนายสุกิจกำลังนั่งและยืน ไม่สามารถบอกได้ว่าทำให้นายสุกิจถึงขั้นเดินไม่ได้หรือไม่.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11780</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทัศไนย ไชยแขวง, พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สุกิจ พูนศรีเกษม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์, าที่ ร.ต.ถวัลย์ รุยาพร, แสงสุริยเทพ พระมหาสุริยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b2a572c4e843.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
