<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2019 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2019 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิบากกรรมสุขภาพคนไทย หลัง 3 สารเคมี ได้ไปต่อ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในรอบปีที่ผ่านมา ข่าวการยกเลิกแบน 3 สารเคมี &amp;nbsp;&amp;quot;พาราควอต ไกลโคเซต คลอร์ไพริฟอส &amp;quot;ออกไปอีก6เดือนสำหรับ พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส ส่วนไกลโคเซต ให้ใช้ได้ต่อไป และมีผลบังคับใช้ วันที่ 1มิ.ย.2563 &amp;nbsp;ทั้งที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย เคยมีมติให้ยกเลิกใช้ไปแล้ว และให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา นับเป็นเรื่องฮือฮาสะท้านสะเทือนสถานภาพรัฐบาล ไม่น้อย เพราะรัฐมนตรีของสองพรรคร่วมรัฐบาล คือ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รวม.กระทรวงอุตสาหกรรม พรรคพลังประชารัฐ และนายอนุทิน ชาญวีรกุล รมว.กระทรวงสาธารณสุข พรรคภูมิใจไทย จะขึ้นเวทีมวย คนละมุม ด้วยความเห็นต่าง แบน กับ ไม่แบน 3สารเคมี

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่ายกแรกๆ นายอนุทิน ดูจะเป็นฝ่ายได้เปรียบเพราะมีกองเชียร์ กระแสสังคมช่วยหนุน ให้ยกเลิก จนกดดันให้คณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งเป็นผู้อุ้ม3สารเคมีนี้มาตลอด ต้องตัดสินใจในการประชุมเมื่อวันที่ 22ต.ค.ประกาศยกเลิกการใช้ 3สารเคมีนี้ในที่สุด. และให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1ธ.ค.62 มติดังกล่าว เรียกเสียงเฮ จากผู้ต่อต้านการใช้3สารพิษ นับเป็นชัยชนะที่รอคอยมา 7ปี นับจากมีการเรียกร้องให้ยกเลิกใช้สารเคมีดังกล่าว

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่แล้วในช่วงท้ายของแมทช์การปะทะของมวยคู่นี้ นายสุริยะ &amp;nbsp;กลับพลิกสถานการณ์ให้เป็นฝายได้เปรียบ &amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอัยนตราย นายสุริยะได้เข้าร่วมประชุมครั้งแรก เมื่อวันที่ 27พ.ย.62 และผลการประชุมออกมามีการกลับลำมติ ให้เลื่อนการแบน3สารพิษออกไปอีก 6เดือนเล่นเอานายอนุทิน อึ้ง! กับเกมที่พลิกผันจากหน้ามือไปหลังมืออย่างไม่น่าเชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ดังกล่าว เป็นที่จับตาเรื่องรอยร้าวระหว่างสองพรรคร่วมรัฐบาล ที่มีเสียงปริ่มน้ำ และทำให้หลายคนลุ้นว่ารัฐนาวารัฐบาลประยุทธิ์ ที่ล่าสุดถูกตั้งฉายาว่า &amp;quot;รัฐบาลซาเล้ง&amp;quot; จะรอดหรือไม่ หรือแตกกันเป็นเสี่ยงๆ เพราะสองบิ๊กไม่อยากมองหน้ากันแล้ว

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่ก่อนคณะกรรมการวัตถุอันตรายจะกลับลำ ก็มีสัญญาณมาก่อน โดยมีกลุ่มม็อบเกษตรกร กลุ่มอ้างตัวอนุรักษ์ธรรมชาติ ออกมาประท้วง แสดงความไม่เห็นด้วยการยกเลิกใช้ 3สารเคมี &amp;nbsp;ส่วนใหญ่ยกเหตุผลเรื่องต้นทุน ซึ่ง3สารเคมีตอบโจทย์ อย่างมาก เพราะราคาถูก และใช้ได้ผลดีมาก อีกทั้งภาครัฐเองก็ยังไม่มีสารอื่นที่มาทดแทน &amp;nbsp; ได้แต่บอกยกเลิกเฉยๆ &amp;nbsp;กระแสค้านยังมีอีกแง่มุม ออกมาให้ข้อมูลว่า ไปเอาที่ไหนมาพูดว่าสารเคมีพวกนี้เป็นอันตราย ไม่มีข้อมูลวิทยาศาสตร์ยืนยันรับรอง ซึ่งขัดแย้งกับกระแสที่หนุนให้ยกเลิก และข้อมูลจากนักวิชาการต่างๆ ตลอดจนข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ที่ยืนยันว่า 3 สารเคมี เป็นสารอันตราย ผลลัพธ์ที่เป็นผลเสียหนักไปทางเป็นตัวการก่อมะเร็ง และทำลายสิ่งแวดล้อม

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ความตึงเครียดของพรรคร่วมรัฐบาล จากปัญหา 3สารเคมี หนีไม่พ้น ต้องมีผู้ใหญ่ในรัฐบาล ต้องลงมือจัดการแก้ไข หยุดความบาดหมางไม่ให้ ลุกลาม บานปลายไปกว่านี้ &amp;nbsp; ทางออกของนายกรัฐมนตรี คือการให้&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รมต.จากประชาธิปัตย์ เข้ามาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย แต่นายเฉลิมชัยเอง ก็ออกจะเอนเอียงความเห็นไปในทางเห็นด้วยกับนายสุริยะ

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัยให้สัมภาษณ์ว่า การตัดสินใจแบนหรือไม่แบนมีผลกระทบทั้งนั้น &amp;nbsp;ตนในฐานะที่ดูแลเกษตรกรก็ต้องพิจารณาในส่วนของเกษตรกร โดยให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) พิจาราณาทุกด้าน คาดว่าจะมีข้อมูลออกมา และคงไม่ต้องคุยกับนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.กระทรวงเกษตรฯ ที่มาจากพรรคภูมิใจไทย และเป็นตัวละครสำคัญ ให้มีการแบน 3สารเคมีอีก &amp;nbsp; เพราะได้มีการมอบอำนาจการตัดสินใจก่อนหน้าไปแล้วและคงพิจารณารอบคอบด้านแล้ว

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การดำเนินบทบาท &amp;quot; คนกลาง&amp;quot; ของนายเฉลิมชัย ก็คือ การหารือกับ &amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร 19 องค์กร ที่ออกมาคัดค้านยกเลิกการแบน 3สารเคมี &amp;nbsp;เกษตรกรกลุ่มนี้ เสนอให้แก้ไขปัญหา โดยให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายกลับไปใช้มาตรการจำกัดการใช้กับสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ตามมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายวันที่ 23 พ.ค.2561 และมติวันที่ 14 ก.พ. 2562 ที่มีการประเมินด้านสุขภาพและผลกระทบแล้ว &amp;nbsp;ซึ่งมีรายงานว่า นายเฉลิมชัยระบุว่า จะนำผลการหารือ ไปรายงานให้นายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการวัตถุอันตรายรับทราบทุกอย่างก็จะจบ &amp;nbsp;

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ความคุกรุ่น ระดับเกือบจะลุกเป็นไฟนี้ยังไม่นับ ก็มีมือที่สาม อย่างสหรัฐอเมริกา เข้ามาช่วยผสมโรง &amp;nbsp;ออกมาคัดค้านไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลไทยจะยกเลิกการใช้ 3สารเคมี &amp;nbsp;

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และหลังจากความขัดแย้งของพรรคร่วมรัฐบาลระอุอยู่ไม่นาน ก็เข้าใจว่ามีการเคลียร์กันภายในหลังบ้านพรรคร่วม ทำให้นายอนุทิน เหมือนจะยอมรับสภาพ และหยุดการเคลื่อนไหวแบน3สารเคมีไประยะหนึ่งแล้ว แม้จะมีกลุ่มนักวิชาการที่ไม่เห็นด้วยกับการให้สารพิษดังกล่าวได้ไปต่อ &amp;nbsp;อย่าง ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ออกมาล่าชื่อคนในวงการหมอ ได้มากว่า5หมื่นชื่อ &amp;nbsp; และนำมายื่นให้นายอนุทิน หวังปลุกกระแสยกเลิก3 สารเคมีให้จุดติดอีกครั้ง &amp;nbsp;แต่นายอนุทินดูเหมือนจะพูดได้เพียงว่า&amp;quot; แม้ตนจะพ่ายในเกมส์ และไม่ยอมพ่ายในาารดูแลสุขภาพคนไทย&amp;quot; &amp;nbsp; ถ้าป่วยด้วยสาเหตุที่มาจากสารเคมีเมื่อไหร่ ก็พร้อมจะดูแลรักษา

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีเสียงกระซิบกระซาบว่า &amp;nbsp;เบื้องลึก เบื้องหลัง การไม่แบน 3สารเคมี เป็นเรื่องผลประโยชน์ล้วนๆ โดยเฉพาะธุรกิจค้าสารเคมี ที่มีวงเงินจากวงจรธุรกิจมหาศาล &amp;nbsp;จะได้รับผลกระทบอย่างหนัก หากมีการยกเลิกใช้จริง เพราะยังมีสต็อกตกค้างไม่ต่ำกว่า 2.3 หมื่นตัน คิดเป็นมูลค่าจำนวนเงินมหึมา

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาการเลิกใช้ หรือใช้ต่อ 3สารเคมี จึงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หากวิเคราะห์ให้ดี จะเห็นว่าเกษตรกรจำนวนมาก ที่ไม่ใช่เกษตรอินทรีย์ จะเดือดร้อนอย่างแน่นอน &amp;nbsp; เพราะขณะนี้ ยังไมมีอะไรที่มาทดแทนสารเคมีดังกล่าวได้ &amp;nbsp;และ ไทยยังทำการเกษตรพืช แบบเชิงเดี่ยวเป็นส่วนใหญ่ พวกไร่อ้อย-ยางพารา-ข้าวโพด-มันสำปะหลัง-ปาล์มน้ำมัน และไม้ผล &amp;nbsp; ต้องหวังผลผลิตจำนวนมาก &amp;nbsp;หากไม่มีการใช้สารเคมีกำจัดหญ้า หรือศัตรูพืช ก็จะทำให้ผลผลิตลดลงอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในแง่สุขภาพ ความเป็นความตายของคนไทย ก็ขึ้นอยู่กับสารเคมีที่ว่านี้ด้วยเช่นกัน &amp;nbsp; มีรายงานตัวเลขจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากการใช้สารเคมีเกษตร จำนวนมาก และมีเกษครกรป่วยโรคเนื้อเน่าจากการใช้สารเคมี &amp;nbsp;นอกจากนี &amp;nbsp;ถ้าดูจากสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทย โรคมะเร็ง ก็ยังเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งอีกด้วย

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และถึงจะมีเหตุผลมากมายที่ทำให้คนเป็นมะเร็ง แต่&amp;quot;อาหาร&amp;quot;พืชผัก ที่เราบริโภค เอาใส่ปากใส่ท้องในแต่ละวัน นับว่าเป็นสิ่งใกล้ตัวที่สุด &amp;nbsp;มิหนำซ้ำเรายังต้องบริโภคอาหารกันวันละ 3มื้อ &amp;nbsp;และถ้าอาหารไม่ปลอดภัย ก็มีโอกาสที่จะได้รับสารพิษซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกเมื่อเชื่อวัน &amp;nbsp; เหมือนการหยอดยาพิษให้กับร่างกายไปเรื่อยๆ ก็คงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงด้วยเช่นกัน

&amp;nbsp; ในระดับภาพกว้าง ๆพิษภัยของสารเคมีเกษตร นั้นย่อมต้องมีแน่นอน ในช่วงก่อนการมีมติแบน เมื่อวันที่ 22ต.ค. ก็มีข่าวว่านักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำปูนา มาตรวจหาสารเคมีตกค้าง ก็พบว่ามีสารเคมีอันตราย ในตัวปูมากกว่า 200 เท่าของระดับความปลอดภัย &amp;nbsp;พร้อมทั้งยังเตือนการบริโภค&amp;quot;น้ำปู๋&amp;quot; ที่นิยมของชาวเหนือว่า อาจะได้รับอันตรายจากสารเคมีนี้ไปเต็มๆ

&amp;nbsp; &amp;nbsp; ยังมีข่าวเกษตรกร เสียชีวิตเพราะถังฉีดพ่นสารเคมีฉยาฆ่าหญ้า &amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรสะพายหลังเวลาฉีดพ่น เกิดรั่ว และสารเคมีไหลซึมไปตามร่องก้น ของเกษตรกรรายนี้ ทำให้ต่อมาต้องเเสียชีวิตในที่สุด

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ไม่นับข้อมูลจากนักวิชาการ ที่ทำวิจัยและเก็บข้อมูลออกมาระบุว่า สารเคมีเกษตร มีผลกระทบต่อสมองของทารกในครรภ์อีกด้วย สารเคมีเกษตรจึงเป็นสารก่อมะเร็งที่น่ากลัวอย่างยิ่ง &amp;nbsp;

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปว่า พิษภัยจากสารเคมีนั้นมีอยู่จริงและแพร่กระจายในระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อมแล้ว ทั้งดิน ทั้งน้ำ &amp;nbsp;และผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจก็เป็นเรืองที่เป็นจริง หากมีการยกเลิกใช้3สารเคมี

&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัญหานี้ จึงเหมือนการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ของรัฐบาลลุงตู่

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถึงกระนั้น ถ้าเทียบผลประโยชน์ทางธุรกิจ กับ ค่ายา ค่ารักษาพยาบาล ที่ต้องรักษาคนเป็นมะเร็ง ซึ่งมีมูลค่าไม่น้อย ก้ำกึ่งกับมูลค่าทางเศรษฐกิจ ก็เป็นเรื่องที่คนมีอำนาจตัดสินใจต้องเลือก ว่าจะพาคนไทยเดินไปทางไหน รวย หรือตาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53571</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารพิษ, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, ยกเลิกแบน3 สารเคมี, สุขภาพคนไทยกับสารพิษเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191206/image_big_5dea05d992892.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
