<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>6961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2018 21:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2018 05:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห่วงผู้สูงวัยเกิดอาการ &quot;เหงาฉับพลัน&quot;ช่วงหยุดสงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นาวาอากาศตรีนพ.บุญเรือง &amp;nbsp;ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ซึ่งมีวันหยุดติดต่อกัน &amp;nbsp;5 วันตั้งแต่ 12-16 เมษายน 2561 ว่า ถือเป็นช่วงขึ้นปีใหม่ของคนไทย &amp;nbsp;เป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความสุข และได้พบปะพร้อมหน้าพร้อมตากัน &amp;nbsp; แต่จะมีคนส่วนหนึ่งที่ไม่มีโอกาสได้กลับบ้านหรือมีความสุขในช่วงเทศกาลสงกรานต์ &amp;nbsp;ซึ่งอาจ เกิดภาวะที่เรียกว่า&amp;ldquo;ความเหงาเฉียบพลัน &amp;rdquo; ( Acute loneliness) &amp;nbsp;โดยจะมีอาการรู้สึกโดดเดี่ยว &amp;nbsp;น้อยใจ หงุดหงิด นอนไม่หลับ เศร้า รู้สึกว่าตนเองไม่มีความสำคัญ ไม่มีใครคิดถึง &amp;nbsp;ไม่มีใครรัก อาการนี้เกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ลูกหลานไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้าน &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; จากงานวิจัยพบว่า ในผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้น จะเผชิญกับสถานการณ์ความเหงาเฉียบพลันได้ &amp;nbsp;1 ใน 10 คน &amp;nbsp;หากอายุมากกว่า 80 ปีขึ้นไป จะพบได้สูงถึง &amp;nbsp;1 ใน 2 คน &amp;nbsp; พิษภัยของความเหงา หากปล่อยไปจะกลายเป็น ความเหงาเรื้อรัง (Chronic loneliness) &amp;nbsp;เป็นจุดเริ่มต้นของโรคซึมเศร้า และเป็นปัจจัยเสี่ยงการเจ็บป่วยทางจิตใจที่ส่งผลเกิดโรคทางกายหลายโรค เช่น ความดันโลหิตสูง ภูมิต้านทานต่ำลง &amp;nbsp;การนอนผิดปกติ ติดเหล้า โรคอ้วน การตายก่อนวัยอันควร ฯลฯ &amp;nbsp;จึงไม่ควรมองข้าม&amp;rdquo; อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวต่อว่า &amp;nbsp; เชิญชวนให้ทุกครอบครัวให้ความสนใจเพื่อป้องกันความเหงาเฉียบพลัน และช่วยกันดูแลผู้สูงอายุที่มีทั่วประเทศประมาณ 10 ล้านคนในช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นพิเศษ &amp;nbsp;ทั้งนี้ผลสำรวจของสวนดุสิตโพล พบว่า ร้อยละ 82 สิ่งที่ผู้สูงอายุต้องการมากที่สุดในวันสงกรานต์ คืออยากให้ลูกหลานกลับบ้าน อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา &amp;nbsp;รดน้ำดำหัว จึงมีคำแนะนำ 4 ประการเพื่อป้องกันอาการดังกล่าง ดังนี้ 1.ให้นึกอยู่เสมอว่ามีคนรอคอยอยู่ที่บ้าน 2. ใช้เวลาแห่งความสุขที่อยู่ร่วมกันอย่างมีคุณค่า3. มีกิจกรรมที่สามารถทำร่วมกันได้ทุกวัย 4. หากไม่สามารถกลับมาอยู่กับครอบครัวได้ อย่าเงียบเฉย ให้ติดต่อกลับบ้านพูดคุยไต่ถามสาระสุกดิบซึ่งกันและกัน &amp;nbsp;จะทำให้ผู้ที่รออยู่ที่บ้านรู้สึกมีคุณค่า ไม่โดดเดี่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทางด้านนางสุดา &amp;nbsp;วงศ์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มเติมว่าในกรณีที่ครอบครัวไม่สามารถกลับไปอยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตาได้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ &amp;nbsp; มีวิธีดูแลใจ คลายความเหงาด้วยตนเอง ดังนี้ 1..เข้าใจความจำเป็นที่ครอบครัวไม่สามารถกลับมาเยี่ยมในช่วงสงกรานต์ 2. ไม่เปรียบเทียบกับครอบครัวอื่น &amp;nbsp;3. พยายามอย่าอยู่คนเดียวหรือคิดหมกมุ่น น้อยใจ &amp;nbsp;4. ทำกิจกรรมที่ชื่นชอบหรือเข้าร่วมกิจกรรมวันสงกรานต์ของชุมชน &amp;nbsp;จะช่วยให้คลายความเหงาได้ &amp;nbsp;หากมีความทุกข์ใจ หรือไม่สบายใจ สามารถติดต่อปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต โทร1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับผู้สูงอายุในชุมชน ที่อยู่คนเดียว ไม่มีลูกหลานดูแล หากชุมชนจัดกิจกรรมพิเศษในวันเทศกาลสงกรานต์ เช่นจัดพิธีรดน้ำดำหัว &amp;nbsp;มอบของขวัญเล็กๆน้อยๆ แม้จะมีค่าไม่มาก แต่ให้ผลทางด้านจิตใจ จะช่วยสร้างความสุขใจให้ผู้สูงอายุเหล่านี้ได้อย่างดี และเกิดความรู้สึกมีคุณค่า เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6961</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสุขภาพจิต, นพ.บุญเรือง  ไตรเรืองวรวัฒน์, ผู้สูงอายุ, สุขภาพจิตผู้สูงอายุ, เทศกาลสงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb184ca19a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
