<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2019 15:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 06:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส.ขับเคลื่อนมาตรฐาน“นักวิ่ง+งานวิ่ง”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;การวิ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมทางกายที่คนนิยมอันดับต้นๆ ของโลก โดยประเทศไทยมีนักวิ่งกว่า 17 ล้านคน มีการจัดวิ่งมาราธอนเกือบ 3 พันงานต่อปี แต่เป็นเพียงการเพิ่มขึ้นในเชิงปริมาณเท่านั้น ดังนั้นจะทำอย่างไรให้มีคุณภาพตามมาด้วย โดยเอาสุขภาพนำ วิ่งแล้วไม่เกิดโรค ไม่มีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ และต้องสนุกสนาน&amp;rdquo; ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในวงสัมมนา &amp;ldquo;GOOD GUY RUN DNA SEMINAR 2019&amp;rdquo; วิ่งดีวิ่งดังปังทุกงานวิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เป้าหมายงานครั้งนี้เพื่อร่วมกันสร้างมาตรฐานสำหรับนักวิ่งไทยและผู้จัดการแข่งขันวิ่ง ให้ก้าวสู่มาตรฐานวิ่งระดับชาติและนานาชาติ ซึ่งรณรงค์ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งผู้จัดให้ความสำคัญต่อการจัดงานวิ่งที่มีมาตรฐาน รวมถึงเผยแพร่พันธกิจที่จะเป็นการสร้างมาตรฐานที่ดีแก่นักวิ่งและสังคมนักวิ่งให้มีมาตรฐานไปพร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เวทีนี้ ดร.นพ.ไพโรจน์บอกว่า สิ่งสำคัญที่กำหนดไว้เป็น DNA ของนักวิ่งมี 6 ประเด็น คือ1.เอกสิทธิ์ไม่ขาดตอน คือเวลาสมัครวิ่งจะได้รับ Bib เป็นเอกสิทธิ์ของเรา จะขายให้ใครก็ได้ แต่จริงๆ มีปัญหามากเพราะ Bib จะระบุตัวตนบัตรประชาชน ถ้าเกิดอะไรขึ้นแล้วทำข้อมูลผิดคนจะมีผลกระทบมาก แน่นอนว่าไม่ผิดกฎหมาย ในแง่ของคุณธรรมจริยธรรมไม่ควรทำ 2.การตรงเวลา มาสตาร์ทตรงเวลา 3.ไม่แซง ไม่แทรก เพราะการวิ่งตัดหน้าทำให้เกิดอันตราย 4.วิ่งครบ ไม่โกงเวลา 5.มีน้ำใจ 6.จบแบบเท่ๆ การได้ถ่ายรูปสวยๆ สะท้อนถึงการมีวินัยในการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ ย้ำว่าทั้ง 6 ข้อเป็นสิ่งสำคัญที่จะเกิดประโยชน์ต่อตัวนักวิ่งเอง และสามารถขยายต่อถึงสังคมโดยรวม เพื่อนฝูง ครอบครัว โดยใช้งานวิ่ง good guy Run เป็นตัวเริ่มอยากให้มาลองสัมผัสประสบการณ์นี้ด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รัฐจิโรจน์ วณิชชากร บริษัท MICE &amp;amp; Communication, บางแสน21 กล่าวว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงไทยเกิดปรากฏการณ์ Running Boom ซึ่งต่างมีมาตรฐานที่ดี แต่จำเป็นต้องมีมาตรฐานขั้นต่ำ เช่น ระบบการแพทย์ การดูแลความปลอดภัย ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญของการจัดงานวิ่ง สำหรับ DNA ของนักวิ่งทั้ง 6 ข้อ เห็นด้วยและควรช่วยกันรณรงค์ โดยเฉพาะเรื่อง Bib ถ้าข้อมูลไม่ตรงจะมีปัญหา เช่น คนที่ Bib ไม่ตรง พอได้รางวัลจะมีปัญหารับรางวัลไม่ได้ และกว่าจะตรวจสอบเสร็จคนที่ได้ลำดับถัดไปกลับบ้านไปแล้ว ซึ่งนั่นอาจเป็นรางวัลแรกในชีวิตของเขาก็ได้ และการขอเปลี่ยนข้อมูลใน Bib ไม่ใช่เรื่องง่าย ทำให้ระบบรวนไปหมด กรณีมีปัญหาสุขภาพต้องใช้ข้อมูลที่บรรจุใน Bib เมื่อคนที่เกิดปัญหาไม่ใช่ตัวจริง โทรหาญาติที่ระบุไว้ เพราะต้องการการตัดสินใจ ก็ปรากฏว่าไม่ใช่ การรักษาจึงทำไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;การแพทย์เป็นเรื่องใหญ่ ยิ่งปีนี้มีนักวิ่งกว่าหมื่นคน ทีมแพทย์เครียดมาก เพราะไทยอากาศร้อน ระบบที่ทำต้องพร้อมทุกอย่าง ต้องตัดสินใจภายใต้ข้อมูลที่มี สิ่งที่เราทำได้คือ แจ้งนักวิ่งก่อนร่วมกิจกรรมให้ยอมรับกติกา ย้ำว่า ตั๋ววิ่งคล้ายกับตั๋วเครื่องบินเปลี่ยนได้ แต่ต้องแจ้งและมีค่าธรรมเนียม หรืออาจเป็นตั๋วที่ซื้อแล้วห้ามเปลี่ยน&amp;rdquo; เจ้าของออร์แกไนเซอร์จัดงานวิ่งกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;บุญเพิ่ม อินทนปสาธน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มูฟเอเชีย จำกัด ออร์แกไนเซอร์มากประสบการณ์ กล่าวว่า ตอนนี้เกิดอุตสาหกรรมการวิ่งมากขึ้น แต่กลับไม่มีมาตรฐานในการวิ่งมากนัก หลังจากที่ สสส.ส่งเสริมเรื่องนี้มานาน รัฐบาลและเอกชนเริ่มเห็นความสำคัญมากขึ้น แต่ละหน่วยงานมีวัตถุประสงค์การจัดงานแตกต่างกัน เช่น วิ่งเพื่อสุขภาพ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว หรือเป็น Sport tourism เป็นต้น เมื่อบ่งบอกคาแรคเตอร์ของงานวิ่งได้จะสามารถกำหนดมาตรฐานการวิ่งที่เหมาะสมกับงาน ดังนั้น การเริ่มในวันนี้มีโอกาสสูงจะสามารถสร้างมาตรฐานการวิ่งได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;หากทำได้จะมี 2 สิ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ ตัวนักวิ่ง ภาคีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาช่วยเสริมความแข็งแรง และนักวิ่งไทยเริ่มมีจรรยาบรรณมากขึ้น ทำให้การทำงานในภาพรวมง่ายขึ้น มีเวลาดูแลกิจกรรมด้านอื่นๆ จริยธรรม จรรยาบรรณ เรื่องการซื้อขาย Bib เคยมีการลงโทษไม่ให้เข้าร่วม 3 ปี แต่สุดท้ายคนที่จะทำผิดก็ทำอยู่ดี&amp;rdquo; บุญเพิ่มกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทานากะ มานาบุ อดีตผู้บริหารของสมาพันธ์กรีฑาประเทศญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งของ Tokyo Marathon กล่าวว่า งานโตเกียวมาราธอนจะมีนักวิ่งที่มีชื่อเสียง มีประสบการณ์สูง ด้วยความที่รู้ว่าตัวเองมีชื่อเสียงจึงพยายามสร้างสถิติใหม่ๆ ของตัวเอง และมีมาตรฐานเรื่องการวิ่งสูงอยู่แล้ว ดังนั้นนักวิ่งกลุ่มอื่นๆ ที่เข้าร่วมจะเรียนรู้มาตรฐานที่ดีและเก่งไปพร้อมๆ กันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;คิมูระ ยาซึโตะ บริษัท R-bies ผู้ดำเนินการเรื่อง Race Technology and Registration, Participation and Database Management, Race management and operations กล่าวว่า การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการขับเคลื่อนการจัดกิจกรรมการวิ่งให้มีคุณภาพ โดยการเปิดเว็บไซต์เพื่อบันทึกข้อมูลรายการวิ่งข้อมูลนักวิ่ง เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความเห็นและประสบการณ์ในการวิ่งมาราธอนแต่ละสนาม ทั้งในแง่บวกแง่ลบ จากนั้นมีการประเมินและให้คะแนนนแต่ละกิจกรรม หากหน่วยงานใดที่จัดกิจกรรมแล้วได้รับคะแนนเยอะจะมีผู้ไว้ใจให้คนที่ตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วิ่งดี วิ่งดัง ปังทุกงานวิ่ง และได้มาตรฐาน อาจใช้งานวิ่งส่งเสริมความดี &amp;quot;กู๊ดกายรัน ปีที่ 2 (Good Guy Run 2019)&amp;quot; เป็นจุดเริ่ม โดยจะจัดงานวันที่ 1 ธ.ค. ณ สะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ การแข่งขันแบ่งเป็น 3 ระยะทาง ประกอบด้วย วิ่ง 13 กม., วิ่ง 5 กม. และ 2 กม. กิจกรรมเน้นส่งเสริมให้เกิดมาตรฐานทั้งการจัดงานและตัวนักวิ่งเอง ภายหลังเข้าเส้นชัยนักวิ่งจะได้ร่วมกิจกรรมการแปรอักษรเป็นสัญลักษณ์รูปมือร่วมกัน มีการบันทึกภาพมุมสูงเพื่อแชร์พลังความดีให้ทั่วประเทศและทั่วโลกได้รับรู้ สามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง THAIJOGGING.ORG และทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ GoodGuyRun.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50111</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), งานวิ่ง, ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม, นักวิ่ง, สุขภาวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dca6d009dee2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2019 15:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2019 06:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส.-Greenery จับมือทำหนังสือคู่มือเปลี่ยนตัวเองและโลกทั้งใบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สสส.-Greenery จับมือแถลงข่าวหนุน Beautiful Life คู่มือเปลี่ยนแปลงตัวเองและโลกทั้งใบ หนังสือเล่มที่ 8-9 ของ SOOK PUBLISHING คู่มือกรีนดี LIVE GREEN GUIDE คู่มือกินดี EAT GOOD GUIDE แย้มเคล็ดลับกินดีตาม 5 ชนชาติ อาหารดีที่สุดในโลก พร้อมเรียนรู้โรคขาดธรรมชาติ ตอกย้ำแคมเปญ ชีวิตดี...เริ่มที่เรา ทำได้สำเร็จเกิดความภาคภูมิใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สำนักพิมพ์ SOOK Publishing แถลงข่าวเปิดตัวหนังสือชุดกินดี กรีนดี Eat Good Live Green ประกอบด้วยคู่มือ 2 เล่ม ซึ่งเป็นหนังสือเล่มที่ 8, 9 ในปีนี้ ที่เวทีกลาง Challenger 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ปรึกษาสำนักพิมพ์ SOOK PUBLISHING กล่าวว่า สุขภาพดีเป็นพื้นฐานของคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนแสวงหา เราทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของโลก และทุกสิ่งบนโลกล้วนเชื่อมโยงกับตัวเรา ในยุคนี้การเลือกบริโภคอาหารกินที่ดีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ควรทำควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมรอบตัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สสส.สนับสนุนการผลักดันข้อเสนอและนโยบายในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 เราเห็นความสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการสร้างปัจจัยทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดี &amp;ldquo;หนังสือชุดกินดี กรีนดี จะเป็นหนังสือที่เหมาะสมให้ของขวัญในช่วงปีใหม่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สสส.ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญที่มีองค์ความรู้ เป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือในการส่งสาส์นให้ประชาชน จัดทำเป็นหนังสือที่เขียนเรื่องใกล้ตัว เข้าถึงได้ง่าย โดยมี Partner ที่ดี greenery.org อ่านเข้าใจง่าย เป็นการ Start up เนื้อหาในหนังสือชุดนี้ถูกรวบรวมขึ้นมาเพื่อช่วยเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ให้กับผู้อ่านด้วยทางเลือกมากมาย เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาวิธีดูแลสุขภาพ ผู้อ่านสามารถเลือกได้ว่าแนวทางใดที่เหมาะสมกับบริบทของตัวเองแล้วนำมาปรับใช้ เพราะชีวิตดีไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ใคร แต่ชีวิตดีเริ่มที่เรา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ด้วยพฤติกรรมของคนเราไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง เด็กรับประทานอะไร เมื่อโตขึ้นก็รับประทานอาหารเหมือนเดิม บางคนชอบกินข้าวมันไก่ก็ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง การปลูกพืชผักผลไม้กินเองเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เพราะไม่มีสารพิษเจือปน บางครั้งเราต้องเปลี่ยนวิธีกินอาหารให้หลากหลายยิ่งขึ้น คนญี่ปุ่นจะทำเมนูคำเล็กๆ ตกแต่งอย่างสวยงาม เพื่อจะได้กินอาหารหลากหลายขึ้น มีทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต เกลือแร่ วิตามิน ไขมันให้เพียงพอต่อร่างกาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การทำเต้าหู้ออร์แกนิก สะอาด อร่อย ปลอดภัย ทำเองได้ง่ายๆ ได้เต้าหู้สะอาด อร่อย กินแล้วสบายใจ ด้วยการเลือกถั่วเหลืองอินทรีย์มาทำเต้าหู้ได้ การทำเต้าหู้เป็นงานคราฟต์ เมื่อได้เห็นถั่วเหลืองเป็นเมล็ดๆ กลายเป็นเต้าหู้สีขาวนุ่มนิ่ม ทำให้เชื่อมโยงกับอาหารที่กินแบบสุดๆ จนทำให้เกิดความรู้สึกมั่นคงในใจ การทำเต้าหู้แสนอร่อยจากศูนย์การเรียนรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ &amp;ldquo;สวนผักคนเมือง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การหมักซอสถั่วเหลืองกินเอง มีผลงานวิจัยว่าซอสถั่วเหลืองเชิงอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ใช้วิธีหมกสูตรเร่งรัดด้วยกรดเกลือเข้มข้นที่ช่วยย่นระยะเวลาการหมัก ทำให้เกิดผลร้ายเกิดสารพิษชื่อ 3-MCPD เจือปนอยู่ในน้ำซอส เมื่อสะสมในร่างกายส่งผลให้เกิดมะเร็งร้ายได้ กลุ่มสวนผักคนเมืองจึงคิดค้นกรรมวิธีในการหมักซอสถั่วเหลืองแบบบ้านๆ ทำได้ง่าย อร่อย ปลอดภัย หมักครั้งหนึ่งเก็บไว้กินได้นานหลายเดือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กัดก้อนเกลือกิน ความเค็มหลากหลายในก้อนเกลือ การได้ร้บเกลือมากๆ ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ไตทำงานหนัก เกิดโรคไต โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด เส้นเลือดในสมองแตก เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคกระดูกพรุน มะเร็งในกระเพาะอาหาร ขณะนี้เกลือดำหิมาลายัน เกลือชมพูครองซีนอาหารสุขภาพ หินเกลือสีดำวับวาว นำมาเป็นสปาแช่มือแช่เท้ารู้สึกว่าเบาสบาย ไม่เหนอะหนะเท่าเกลือแกงธรรมดา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การรณรงค์ใช้ถุงผ้า ไม่ใช้ถุงก๊อบแก๊บ ในหนังสือคู่มือกรีนดี Live Green Guide รวมเรื่องราววิถีออร์แกนิกปรับชีวิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อสุขภาพดีของเราทุกคน การเย็บถุงผ้าใบจิ๋วไว้ชั่งของในซูเปอร์มาร์เก็ต ไอเดียเอาผ้าที่เหลือจากการตัดชุดให้ลูกมาเย็บเป็นถุงฟ้าใบจิ๋วหลายไซส์ มีหูรูดปิดสนิท ไปเลือกผักผลไม้ในซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วให้พนักงานชั่งน้ำหนักได้ ไม่ต้องใช้ถุงพลาสติก &amp;ldquo;เป็นผู้หญิงที่พกกระเป๋าใบใหญ่ พกแก้วตัวเองที่เปลี่ยนบ่อยๆ เราต้องเริ่มต้นที่ตัวเรา ดีกว่าการไปบอกว่าให้คนอื่นทำ การใช้ถุงผ้า reuse refill recycle repair reduce return ทำวันละนิดวันละหน่อยจะเกิดความภาคภูมิใจ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้วยมือเรา&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;มีการแนะนำ 7 ร้านรีฟิลทั่วไทย ที่ช่วยให้สร้างขยะน้อยลง ปัญหาขยะพลาสติกเป็นประเด็นใหญ่ ภาพท้องทะเลที่เต็มไปด้วยขยะ แนวคิดขยะเหลือศูนย์ วิถีชีวิตแบบ Zero waste ลดการใช้ขยะพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้งในชีวิตประจำวัน ยังต้องหาวิธีจัดขยะชิ้นใหญ่อย่างเหล่าบรรจุภัณฑ์จากสิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้าน มีร้านค้ากรีนๆ อย่างร้าน Bulk store หรือร้านค้าแบบเติม ทำให้เรานำขวดบรรจุภัณฑ์เก่ามาเติมผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ถึงร้าน ไม่ต้องเพิ่มขยะภายในครัวเรือน Refill Station ปั๊มน้ำยา ร้าน Better Moon X Refill Station ซอยสุขุมวิท 77/1 อ่อนนุช กรุงเทพฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ธนบูรณ์ สมบูรณ์ ผู้ก่อตั้งเครือข่าย Greenery และ บ.ก.บริหารเว็บไซต์ กล่าวว่า คู่มือ Eat Good Guide รวบรวมและคัดสรรบทความของเว็บไซต์ Greenery.org ที่จะชวนทุกคนเริ่มต้นการดูแลตัวเองง่ายๆ ด้วยการใส่ใจรายละเอียดของชีวิต ตั้งแต่การเลือกกินอาหารที่ดี มีประโยชน์ ปลอดสารพิษ รู้จักเลือกแหล่งผลิตอาหารธรรมชาติจากเกษตรกรที่ใส่ใจ รู้วิธีปรุงอาหารอย่างตั้งใจด้วยสองมือของเรา ถอดรหัสเรื่องการกินจาก 5 ประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารดี แล้วดูว่ามีวิธีคิด วิธีเลือก และวิธีกินแบบใดที่สามารถนำมาปรับใช้กับโต๊ะอาหารบ้านเราได้บ้าง ส่วนคู่มือกรีนดี Live Green Guide เชิญชวนผู้อ่านมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง หัวมาใช้วิถีชีวิตออร์แกนิก วิถีชีวิตเรียบง่าย รู้จักเลือกใช้ข้าวของในชีวิตประจำวันที่เป็นมิตรต่อโลกมากขึ้น พร้อมกับไปเชื่อมโยงตัวเรากับธรรมชาติ เรียนรู้โรคขาดธรรมชาติที่มาพร้อมกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ถอดรหัสวิถีกินดีจาก 5 ชนชาติที่อาหารดีที่สุดในโลก 1.กินครบหมู่แบบคนญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นมีอายุขัยเฉลี่ยสูงที่สุดในโลก อาหารญี่ปุ่นมีสารอาหารครบ 5 หมู่ รวมถึงการดื่มชาเป็นประจำเป็นปัจจัยทำให้คนญี่ปุ่นมีสุขภาพดี 2.กินของใกล้ตัวแบบชาวนอร์ดิก (สวีเดน เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์) กินวัตถุดิบพื้นถิ่นที่ทั้งสดและมีประโยชน์ ปลา ผักท้องถิ่น อุดมด้วยเบตาแคโรทีนและสารต้านอนุมูลอิสระ ขนมปังอุดมด้วยใยอาหาร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;3.กินถั่วกินเมล็ดแบบชาวแอฟริกาตะวันตก ติดอันดับอาหารสุขภาพดีของโลก ข้าวผัดหรือข้าวหุงสีเหลืองที่กินกับสตูถั่ว ปลารมควัน แยมอุดมด้วยส่วนประกอบที่ดีต่อร่างกาย ธัญพืช เนื้อไม่ติดมัน ผัก ผลไม้ มีใยอาหาร โอเมกา 3 แคลอรีต่ำ ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ถือว่าเป็นอาหารที่ดีกว่าอาหารแปรรูปหลายเท่า 4.กินไม่เยอะแบบคนฝรั่งเศส ที่มีผลไม้ ผัก ธัญพืช ถั่ว รวมทั้งยังเป็นไขมันดี น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ ไขมันดีในปลา เนื้อไม่ติดมัน กินน้อย แต่กินเน้นๆ แบบนี้ทำให้คนฝรั่งเศสมีสุขภาพดี แม้จะมีชีส ครัวซองต์ เนื้อที่มีปริมาณไม่เยอะจนเกินไปในแต่ละมื้อ 5.กินดีผสมผสานแบบคนเมดิเตอร์เรเนียน เบอร์รีและสตรอว์เบอร์รีช่วยต้านโรคอัลไซเมอร์ได้ น้ำมันมะกอกที่เป็นไขมันหลักของอาหารเมดิเตอร์เรเนียนก็มีกรดไขมันตัวดีที่ช่วยรักษาหัวใจ คนแถบนี้จึงมีอายุยืนและหัวใจดีได้เพราะอาหารที่กินเข้าไป...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ธนบูรณ์กล่าวว่า เราจะเปลี่ยนโลกได้ถ้าเราเริ่มทำด้วยตัวเอง ตั้งแต่การพกถุงผ้า ขวด stainless พกหลอด เมื่อเข้าร้านสะดวกซื้อมีเป้ติดตัวเพื่อใส่ของที่ซื้อมา การพกปิ่นโตไปซื้ออาหาร จากเดิมที่เริ่มต้นเพียง 50 คน เพิ่มเป็น 3.5 หมื่นคน เป็นงานท้าทายตัวเอง สิ่งเหล่านี้จะต้องช่วยกันส่งพลังถึงกันให้มากๆ ให้เป็นพลังบวก ปัจจุบันนี้มีร้านค้าหลายร้านที่ลดราคาเครื่องดื่มครั้งละ 5-10 บาทเมื่อมีการพกถ้วยมาเติม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ถ้าเราลดขยะวันละ 1 ชิ้น ปีหนึ่งก็ลดได้ถึงปีละ 365 ชิ้น เรามาชวนคนรอบข้างให้เปลี่ยนโลกได้ด้วยตัวเอง ลงมือทำตั้งแต่วันนี้ ลดขยะวันละชิ้นดีกว่าไม่ทำอะไรเลย.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50107</URL_LINK>
                <HASHTAG>Greenery, กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), สุขภาวะ, เบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dca65d54afcf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2019 06:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส.-สินเจริญบราเธอร์ขับเคลื่อนเรือนจำสุขภาวะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สสส.ขับเคลื่อนเรือนจำสุขภาวะ มุ่งสร้างสุขภาวะพื้นฐานผู้ต้องขัง แจงตัวเลข 46% ซึมเศร้าคุกคาม หนุน The Prison Project&amp;ldquo;สินเจริญบราเธอร์&amp;rdquo; ศิลปินจิตอาสาเพื่อนร่วมทางเติมพลังบวกใช้ดนตรีเยียวยาใจ &amp;ldquo;ผู้ต้องขัง&amp;rdquo; คืนคนใหม่กลับสู่สังคม พร้อมด้วยกลุ่มพันธมิตร, วิฑูรย์ ศิลาอ่อน นักธุรกิจผู้บริหารเครือ S&amp;amp;P, ผิง เฉิน อุปนายกสมาคมนักธุรกิจยุคใหม่ไทย-จีน, สาโรจน์ เลิศพงษ์วรพันธ์ ผจก.แผนกส่งเสริมการขาย ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9, อภิชาต ไทยรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ร่วมสนับสนุน 15 ผู้ต้องขังหญิงอยุธยาโชว์พลังด้วยเสียงเพลงใจใหญ่กว่าอะไรทั้งนั้น พร้อมเปิดตัวผู้พ้นโทษหัวใจดวงใหม่กลับสู่สังคมด้วยอาชีพสุจริต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ The Prison Project : สร้างหัวใจดวงใหม่กลับสู่สังคม&amp;rdquo; ที่ชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 เมื่อวันที่ 16 กันยายน โดย &amp;ldquo;สินเจริญบราเธอร์&amp;rdquo; ประกอบด้วย บอม สุทธิศักดิ์, เบิ้ล ธีรยุทธ และบอย ธนัญชัย สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งเป็นโครงการเสริมสร้างสุขภาวะจิตในเชิงบวก เริ่มต้นที่ทัณฑสถานหญิง 4 เรือนจำ เรือนจำในกรุงเทพมหานคร เรือนจำในเขตปริมณฑลและเรือนจำในจังหวัดใกล้เคียง เรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (แดนหญิง) ทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง (คลองห้า) เรือนจำกลางนครปฐม ทัณฑสถานหญิงธนบุรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในงานนี้วงดนตรีทีมสราญใจร้องนำโดยปราชญ์ จูน แซ็ก-เล่นดนตรีกู่เจิ้งดังก้องกังวานไปทั่วชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 โดยมีเชอรี่ The Voice Thailand ทำหน้าที่พิธีกร ทั้งนี้ยังเปิดตัวพันธมิตรสำคัญร่วมสนับสนุนบนเวที ภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ (สำนัก 9) สสส., วิฑูรย์ ศิลาอ่อน นักธุรกิจผู้บริหารเครือ S&amp;amp;P, ผิง เฉิน, ณัฐพัชร์ เชษฐธนินภัชร์ อุปนายกสมาคมนักธุรกิจยุคใหม่ไทย-จีน, สาโรจน์ เลิศพงษ์วรพันธ์ ผจก.แผนกส่งเสริมการขาย ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9, อภิชาต ไทยรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย, คืนสิทธิ์ สุวรรณวัฒน์ (พิธีกรคู่กับวิทวัส สุนทรวิเนตร์ รายการตีสิบ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ (สำนัก 9) สสส. ในฐานะประธานเปิดงาน กล่าวว่า ประเทศไทยมีปัญหาผู้ต้องขังล้นคุก และเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ ข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์ พบว่าปี 2561 มีจำนวนผู้ต้องขังรวม 355,543 คน แบ่งเป็นชาย 308,532 คน และผู้ต้องขังหญิง 47,011 คน ถือว่ามีผู้ต้องขังมากเป็นอันดับ 6 ของโลก และมีผู้ต้องขังหญิงสูงเป็นลำดับ 4 ของโลก และเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย รองจากประเทศอินเดีย จีน การที่มีผู้ต้องขังจำนวนมากเกินกว่าที่เรือนจำจะรับได้ ทำให้เกิดปัญหาทั้งความแออัด น้ำดื่ม น้ำใช้ ขาดแคลนพื้นที่สำหรับการทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งล้วนผลต่อสุขภาวะทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภรณีกล่าวต่อว่า สสส.สนับสนุนขับเคลื่อนเรือนจำสุขภาวะ ซึ่งหมายถึงเรือนจำ มีสภาวะแวดล้อมทางกายภาพ สังคม และวัฒนธรรมที่ผู้ต้องขังได้รับการปฏิบัติที่เคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ให้ผู้ต้องขังมีโอกาสได้พัฒนาตนเองทั้งทางร่างกายและจิตใจ เพื่อให้กลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ นำไปสู่การสร้างสังคมที่มีสุขภาวะที่ดี ผ่านกิจกรรมหลากหลาย เช่น โยคะในเรือนจำ การปลูกพืชผักและพืชสมุนไพร รวมถึง Music Therapy&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรือนจำสุขภาวะ 7 ด้าน ดูแลตัวเองมีพลังความคิด และทำให้ผู้ต้องขังได้รับการฟื้นฟู มองโลกผ่านเสียงดนตรี มีทักษะในศิลปะทุกด้าน ทุกคนร้องเพลงเป็น ดึงการมีส่วนร่วมได้รับโอกาสที่ดี เป็นการสร้างความประทับใจในจิตวิญญาณ เป็นสะพานเชื่อมเรือนจำสู่โลกภายนอก ช่วยให้สังคมเปิดโอกาสหลายมุมมองใหม่แก่ผู้ต้องขัง ในเรือนจำแต่ละแห่งมีผู้ต้องขัง 1,000 คนขึ้นไป ตลอดทั้งโครงการมีการเสริมสร้างสุขภาวะจิต เสริมกำลังใจให้ผู้ต้องขังมากกว่า 6,000 คน มีตัวอย่างผู้พ้นโทษที่สามารถประกอบอาชีพเป็นที่ยอมรับในสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมที่จะประชาสัมพันธ์ให้กับสังคมในวงกว้าง เพื่อจะได้สร้างทัศนคติที่ดีในเชิงบวกต่อผู้พ้นโทษในอนาคตต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เราไม่ควรมีผู้ต้องขังเยอะขนาดนั้น ต้องประคับประคองให้มีชีวิตตามอัตภาพ มีการสำรวจว่า เมื่อ 3 ปีก่อนปล่อยผู้ต้องขังจากเรือนจำ 33% กลับเข้ามาในเรือนจำด้วยความผิดซ้ำๆ เมื่อพ้นโทษ เป็นเพราะสังคมไม่ได้ให้โอกาส ปัญหานี้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน การเปิดโอกาสให้คนดีกลับคืนสู่สังคมเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งผลการสำรวจจากโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตและจิตเวชสำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำ โดยสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต พบว่าผู้ต้องขังร้อยละ 45.67 มีภาวะซึมเศร้า ปัญหาสุขภาพจิต หรือโรคทางจิตเวช อยู่แยกจากครอบครัวตัวเอง อยู่ในสภาพแวดล้อมที่จำกัด เรื่องสุขภาวะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนพึงได้รับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;โครงการ The Prison Project : คืนคนใหม่ ให้สังคมไทยแข็งแรง เป็นโครงการที่ สสส.สนับสนุน โดยมีการนำเอาแนวคิดเรือนจำสุขภาวะเข้ามาปรับใช้ในโครงการ ทำให้ผู้ต้องขังมีพลังชีวิต คิดบวก สร้างกำลังใจให้ผู้ต้องขังผ่านเสียงเพลง และกลับมามีโอกาสสร้างที่ยืนในสังคมได้ โดยดำเนินการเล่นดนตรีเพื่อชีวิตในลักษณะของคอนเสิร์ตใน 4 เรือนจำ คือ เรือนจำอยุธยา เรือนจำธนบุรี เรือนจำนครปฐม และเรือนจำธัญบุรี&amp;quot; ภรณีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิศักดิ์ สินเจริญ (บอม) ผู้รับผิดชอบโครงการ The Prison Project กล่าวว่า โครงการนี้ช่วยสร้างแรงบันดาลใจและกำลังใจให้แก่ผู้ต้องขังที่ถูกควบคุมตัวมีโอกาสกลับตัวกลับใจ และสำนึกในความผิดก่อนกลับไปเป็นคนดีของสังคม และในส่วนของผู้ต้องขังที่ใช้เวลาว่างหลังฝึกอาชีพ รวมตัวกันจัดตั้งวงดนตรีเพื่อแสดงออกถึงความรู้สึก ใช้ดนตรีปลอบโยนจิตใจ ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ส่วนตัวอยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับโครงการสร้างหัวใจดวงใหม่กลับสู่สังคม &amp;ldquo;เมื่อ 3 ปีก่อนผมให้เงินผู้ต้องขัง 3 หมื่นบาทซ่อมกีตาร์โปร่ง ไม่ได้คาดหวังว่ากีตาร์โปร่งจะกลับมาดีเหมือนเดิม แต่อยากให้โอกาสผู้ต้องขังกลับตัว มีที่ยืนในสังคม ขณะนี้ผู้ต้องขังคนนั้นพ้นโทษแล้ว รวมทั้งผู้ต้องขังหญิงที่พบกันข้างนอกโดยบังเอิญที่สนามเสือป่า เมื่อผมไปซื้อโทรศัพท์มือถือแล้วเธอเป็นคนขายโทรศัพท์มือถือ บอกกับผมว่าหนูพ้นโทษแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมใช้เงินทุน 3 พี่น้องเล่นดนตรีทุกวัน เก็บหอมรอมริบทำโครงการ The Prison Project ให้บอยเป็นคนตั้งชื่อให้ อุปสรรคมีทุกครั้ง แต่มีเจ้าหน้าที่ช่วยคลี่คลาย การเข้าไปในเรือนจำเป็นแดนสนธยา มีข้อจำกัดหลายอย่าง เมื่อเราพิสูจน์ว่าเราทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องขังจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประชา ประสงค์ธรรม นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ เรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำผู้ต้องขังจากเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (แดนหญิง) ทั้งหมด 15 คน สวมเสื้อ Cook 9 Coff วังจันทร์ Fresh Coffee มาร่วมร้องเพลงใจใหญ่กว่าอะไรทั้งนั้น.. &amp;ldquo;ปล่อยหัวใจตัวเองออกมา อาจจะมีบางครั้งเรานั้นล้มลง และยังคงไม่มีหนทางไปต่อ เรื่องมันรุมเร้าใจแค่นั้น บอกเลยไม่ต้องท้อ คิดว่ายังไม่พอที่จะทำร้ายเรา ไม่ต้องโทษใครทั้งนั้น เราต้องมั่นใจว่ายังมีหนทางทำให้ไปต่อ บอกหัวใจเราชัดๆ บอกเลยว่าไม่ท้อ เกิดมาหนึ่งชีวิต (ยกมือขวาขึ้น) เพราะใจของเราใหญ่กว่าอะไรทั้งนั้น ใจใหญ่กว่า ใจนั้นสำคัญ คนเราวัดกันที่หัวใจ ไม่โทษใครทั้งนั้น เราต้องมั่นใจ เพราะยังมีหนทางให้ไปต่อ....บอกหัวใจเราชัดๆ บอกเลยว่าไม่ท้อ ....&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงท้ายเป็นรายการสัมภาษณ์พิเศษเพื่อสร้างแรงบันดาลใจจากผู้พ้นโทษตัวอย่างจากโครงการ The Prison Project : คืนคนใหม่ให้สังคมไทยแข็งแรง ไพวรรณ น้อยคูณ, ศศิธร สุวรรณเทศ ที่ขณะนี้ทั้งสองประกอบอาชีพสุจริตด้วยการซ่อมเครื่องดนตรีและขายโทรศัพท์มือถือฯลฯ ศศิธร สุวรรณเทศ กล่าวว่า &amp;ldquo;กว่าหนูจะยืนถึงจุดนี้ทำได้ยาก หนูพูดจากใจจริง เป็นเพราะแรงบันดาลใจจากพี่ๆ วงดนตรีสินเจริญที่ให้กำลังใจ ฝากถึงพี่ๆ น้องๆ ทุกคน คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่อยู่ที่ตัวเราเลือกดีเลือกชั่วได้ สังคมให้โอกาสผู้ต้องขังทำให้มีวันนี้ได้&amp;rdquo;. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47487</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), สินเจริญบราเธอร์, สุขภาวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9aacf715b04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43852</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกพลังผู้ทำงานด้านสังคม ช่วยเพิ่มเสียง ”คนไร้ตัวตน”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;หากพูดถึง &amp;ldquo;ประชากรกลุ่มเฉพาะ&amp;rdquo; คนส่วนใหญ่อาจยังไม่เข้าใจว่าคือคนกลุ่มใดมีความเฉพาะอย่างไร แล้วอะไรที่ทำให้พวกเขาต้องกลายไปเป็นกลุ่มเฉพาะของสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ประชากรกลุ่มเฉพาะคือกลุ่มคนที่ไร้ตัวตนในสังคม ถูกมองข้าม ละเลย เข้าไม่ถึงทรัพยากร ถูกผลักภาระให้รับผิดชอบชีวิตและชะตากรรมด้วยตนเอง จึงมีความเสี่ยงสูงโดยเฉพาะความเสี่ยงด้านสุขภาพ ขาดอำนาจในการต่อรองทำให้ต้องยอมจำนนให้กับความไม่เที่ยงธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีแผนขับเคลื่อนงานด้านนี้โดยตรงภายใต้สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ ที่นิยามความหมายของคนกลุ่มนี้ไว้ว่า &amp;ldquo;คือประชากรบางกลุ่มที่มีทั้งความเปราะบาง ความเสี่ยง หรือต้องการกระบวนการพิเศษในการเข้าถึงการสร้างเสริมสุขภาวะ ซึ่งปัจจัยทางสังคมมีส่วนกำหนดปัจจัยทางสุขภาพ ทำให้เข้าไม่ถึงบริการและไม่ได้รับประโยชน์จากการส่งเสริมสุขภาพตามนโยบายในภาพรวม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;การจัดงานประชุมวิชาการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน: ประชากรกลุ่มเฉพาะ &amp;quot;Voice of the voiceless: The vulnerable populations&amp;quot; ถือเป็นการรวมตัวครั้งใหญ่ของคนทำงานด้านสังคมครั้งแรก เพื่อร่วมด้วยช่วยกันลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมด้านสุขภาพให้ประชากรกลุ่มเฉพาะ จะได้เข้าถึงสิทธิและบริการขั้นพื้นฐาน ตลอดจนเปิดพื้นที่ เปิดใจ สร้างโอกาส สร้างการยอมรับ และปรับทัศนคติมุมมองความคิดเพื่อการอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างอย่างเข้าใจ โดยมีภาคีเครือข่ายและกลุ่มคนทำงานที่เกี่ยวข้องในทุกระดับร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ สำนักวิชาการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวให้กำลังใจกลุ่มคนทำงานบนเวทีเสวนา &amp;ldquo;เติบโตกับงาน เบิกบานกับชีวิต&amp;rdquo; ว่า การทำงานช่วยเหลือประชากรกลุ่มเฉพาะถือเป็นสิ่งที่ยาก เนื่องจากมีปัญหาในเชิงโครงสร้างและระบบซึ่งถูกสังคมลืมไว้ข้างหลัง มีพยาบาลทำงานดูแลผู้พิการที่มีอาการทางจิตที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เล่าให้ฟังว่า มีผู้ป่วยฐานะยากจน ไม่มีที่นาทำกิน เมื่อมาทำงานรับจ้างกลับถูกเจ้านายเอายาบ้าผสมน้ำให้ดื่มเพื่อให้ไม่เหนื่อยและมีแรงทำงานได้เยอะ ทำเป็นระยะเวลานานหลายปีจนมีอาการทางจิต และเข้าไม่ถึงยารักษา แม้กลับมาอยู่ที่บ้านเจ้าหน้าที่ช่วยกันจัดยาให้สม่ำเสมอจนหายเป็นปกติแล้ว แต่ยังไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้เพราะโดนคนในชุมชนตีตราซ้ำเติมว่าเป็นผีบ้า สะท้อนให้เห็นว่าชุมชนไม่พร้อม และไม่ยอมรับให้เขากลับคืนสู่สังคม ดังนั้นกลุ่มคนที่จะต้องรับไม้ดูแลต่อคือกลุ่มคนทำงานด้านนี้ที่ต้องมีแรงบันดาลใจในการทำงาน มีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่เข้มแข็งอยู่ตลอดเวลา เพราะหากคนทำงานอย่างเราท้อ พวกเขาจะย่ำแย่และไม่อาจหลุดพ้นจากอคติและความเหลื่อมล้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;หลายคนอาจไม่รู้ว่างานที่ทุกคนทำเพื่อกลุ่มคนเปราะบางเกิดประโยชน์ 2 อย่าง คือ 1. Empathic Imagination เราจะสามารถจินตนาการเข้าใจหรือร่วมรู้สึกไปกับชะตากรรมและความทุกข์ของผู้อื่นได้แม้จะไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวเอง เช่น แม้ไม่เคยมีลูกก็เข้าใจความสูญเสียของคนเป็นแม่ที่ต้องดูแลลูกพิการจากอุบัติเหตุทางถนน และ 2. Reflexive Imagination สามารถสะท้อนย้อนความคิดกลับตัวเองแล้วทำให้ตัวเองเป็นคนที่ดีขึ้น เรียกได้ว่างานนี้เป็นเส้นทางของการเรียนรู้เพื่อเติบโตสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ และพร้อมจะเห็นอกเห็นใจคนอื่นในการทำงาน เมื่อเจอภาวะท้อแท้ให้นึกถึงคาถา 3 ข้อ คือ 1.จะได้ยกระดับความสามารถของตนเอง 2.เรามีอำนาจเลือกในสิ่งที่ตนเองอยากจะทำ และ 3.การมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ ถ้ามีเป้าหมายยิ่งใหญ่อุปสรรคจะกลายเป็นเรื่องเล็ก เพราะการทำงานนี้ไม่ใช่การวิ่ง 100 เมตร แต่เป็นการวิ่งมาราธอนที่ต้องใช้เวลาและความอดทนเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับคำกล่าวของมีไฮ ซิกส์เซนต์มีไฮยี นักจิตวิทยาชาวฮังกาเรียนที่ว่า ห้วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิตเรานั้นไม่ใช่เวลาที่อยู่เฉยๆ แต่เป็นห้วงขณะที่ร่างกายและจิตใจถูกใช้งานเต็มขีดความสามารถเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายที่ยากลำบากแต่มีคุณค่ามหาศาล&amp;rdquo; นพ.โกมาตรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ส่วน นพ.วิชัย โชควิวัฒน์ ประธานสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และอดีตประธานกรรมการคณะ 2 สสส. กล่าวว่า ตนเป็นหนึ่งในบุคลากรที่ทำงานด้านสุขภาพมานาน ทั้งผลักดันระบบหลักประกันสุขภาพ ต่อสู้สิทธิการรักษา การรณรงค์เรื่องการไม่สูบบุหรี่ รณรงค์ป้องกันเชื้อ HIV โดยที่ผ่านมาใช้หลักอิทธิบาท 4 กับสังคหวัตถุ 4 เพื่อเป็นหลักในการทำงาน เมื่อไม่นานมานี้ได้อ่านหนังสือ &amp;ldquo;อิคิไก ความหมายของการมีชีวิตอยู่&amp;rdquo; แล้วสามารถคิดเชื่อมโยงกับการสร้างแรงบันดาลใจการทำงานกับประชากรกลุ่มเฉพาะเพราะ อิคิไก คือเหตุผลของการมีชีวิตการอยู่อย่างมีคุณค่ามีประโยชน์ต่อโลกเป็นชีวิตที่สมถะเรียบง่ายและมีความสุข แต่มีความหมายว่า สิ่งที่ทำนั้นทำไปเพื่ออะไร เพราะอะไร ไม่ใช่ความร่ำรวยเงินทอง อิคิไกจะเกิดขึ้นได้ต้องเริ่มจากการทำสิ่งเล็กๆ ง่ายๆ ใกล้ตัว เห็นคุณค่าของงานที่มีคุณภาพ ทำงานอย่างสอดคล้องมุ่งสู่ความยั่งยืน มีสติอยู่ตรงนี้ตอนนี้เพื่อมุ่งทำสิ่งต่างๆ ให้เกิดคุณภาพและความหมายอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เห็นได้ว่า การสร้างเสริมสุขภาพให้ประชากรกลุ่มเฉพาะไม่ใช่เพียงการสนับสนุนให้เข้าถึงระบบสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือหลักประกันทางสุขภาพเบื้องต้น แต่ยังต้องทำงานกับมายาคติความเชื่อของสังคมชุมชนที่ตีตราต่อคนเหล่านั้น ให้สามารถยืนหยัดในศักดิ์ศรีและความเป็นคนอย่างเท่าเทียม ถือเป็นความท้าทายในการส่งเสียงให้กับกลุ่มคนไร้สิทธิไร้เสียง หรือมีเสียงแผ่วเบาที่สุดในสังคมอยู่ไม่น้อย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43852</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), คนไร้ตัวตน, สุขภาพ., สุขภาวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5ba7e9c26f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2018 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2018 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> วัยทำงานอดข้าวเช้า-ไม่ออกกำลังกายเสี่ยงโรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ต.ค.61- สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง การใช้ชีวิตกับสุขภาวะคนวัยทำงาน กรณีศึกษาตัวอย่างคนวัยทำงานทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 5,160 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 1 &amp;ndash; 29 ต.ค. 2561 พบส่วนใหญ่ร้อยละ 58.7 ระบุไม่ได้กินข้าวเช้าทุกวัน ร้อยละ 41.3 ระบุกินข้าวเช้าทุกวัน และเมื่อสอบถามถึงการกินผลไม้ได้ตามเกณฑ์สุขภาพดีต่อวันหรือไม่ พบว่า จำนวนมากหรือร้อยละ 49.9 กินผลไม้น้อยถึงไม่กินเลย ในขณะที่ร้อยละ 37.3 กินผลไม้ได้ตามเกณฑ์ปานกลาง และร้อยละ 12.8 กินผลไม้ได้มากถึง มากที่สุดต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงการกินผักตามเกณฑ์สุขภาพดีต่อวัน พบเกินครึ่งหรือร้อยละ 53.5 กินผักได้ตามเกณฑ์ปานกลาง ร้อยละ 38.6 กินผักน้อยถึงไม่กินเลย และร้อยละ 7.9 เท่านั้นที่กินผักได้มากถึงมากที่สุด นอกจากนี้ที่น่าพิจารณาคือ จำนวนมากหรือร้อยละ 45.1 ไม่ได้ออกกำลังกายเลยต่อวัน ในขณะที่ร้อยละ 32.7 ออกกำลังกาย 1 &amp;ndash; 2 วันต่อสัปดาห์เท่านั้น มีเพียงร้อยละ 5.2 ที่ออกกำลังกายทุกวัน ที่น่าเป็นห่วงคือ 1 ใน 4 หรือร้อยละ 25.6 สูบบุหรี่ และร้อยละ 14.1 เคยสูบแต่เลิกแล้ว แต่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 60.3 ไม่เคยสูบบุหรี่ ในขณะที่ เกินครึ่งหรือร้อยละ 53.0 ดื่มเหล้า เบียร์ ไวน์ และที่น่าพิจารณาคือ ร้อยละ 52.1 พอใจต่อสุขภาวะตนเองระดับ ปานกลาง ในขณะที่ร้อยละ 37.9 พอใจมากถึงมากที่สุด และร้อยละ 10.0 พอใจน้อยถึงไม่พอใจเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลวิเคราะห์โมเดลที่ศึกษาตามกรอบวัดความสุขคนวัยทำงานของ นพ.ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ สำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สสส. ครั้งนี้ พบคนวัยทำงานที่ไม่ออกกำลังกาย ไม่กินข้าวเช้า แต่สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ไม่ทานผัก ไม่ทานผลไม้ จะทำให้ความสุขต่อสุขภาวะลดน้อยลง จึงเสนอให้หน่วยงานต่าง ๆ จัดกิจกรรมเข้าให้ถึงคนวัยทำงานทั้งในองค์กรและนอกระบบ เน้นให้คนหันมากินข้าวเช้า ออกกำลังกาย ลดการสูบบุหรี่ ดื่มเหล้าเบียร์ไวน์ที่เหมาะสมไม่อันตรายต่อสุขภาพและควรเพิ่มการทานผักผลไม้ให้มากขึ้นเพื่อทำให้ความสุขต่อสุขภาวะของคนวัยทำงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21020</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซุปเปอร์โพล, วัยทำงาน, สุขภาวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd826511d62a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
