<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.ประกาศเตรียมพร้อม รองรับสังคมสูงอายุเต็มร้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากสถานการณ์ของผู้สูงอายุไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดย พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย ระบุว่า ในปี 2564 สังคมไทยจะเข้าสู่ &amp;quot;สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์&amp;quot; ขณะที่ข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุอายุคาดเฉลี่ยภาวะสุขภาพดีคนไทยในปี 2558 มีค่าเท่ากับ 66.8 ปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก และมีแนวโน้มเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. เปิดเผยว่า สำนักอนามัยได้เตรียมความพร้อมในการดูแลสุขภาพอนามัยผู้สูงอายุ เพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ในปี 2564 โดยดำเนินการผ่านแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เพื่อนำไปสู่การบูรณาการระดับสำนักงานและระดับเขต ขณะเดียวกันได้จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร พร้อมวางแนวทางการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนก่อนวัยสูงอายุและเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1) ส่งเสริมสุขภาพประชาชนในวัยทำงานในสถานประกอบการทั้งภาครัฐและภาคเอกชนผ่านภาคีเครือข่ายสุขภาพ 2) คัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุเพื่อค้นหาภาวะสุขภาพปกติ เสี่ยง และป่วยเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงจากโรคพฤติกรรมสุขภาพ โรคติดต่อไม่เรื้อรัง 3) ดำเนินโครงการ PLC ส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุเชิงป้องกันระยะยาว 4) ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุ (SRC) เป็นศูนย์ต้นแบบในการดูแลผู้สูงอายุติดบ้านให้ติดสังคม โดยดูแลผู้สูงอายุแบบเช้าไปเย็นกลับ 5) จัดให้มีชมรมผู้สูงอายุครอบคลุมทุกพื้นที่ 6) ศูนย์เรียนรู้ผู้สูงอายุ เพื่อดูแลผู้สูงอายุแบบบูรณาการ โดยกำหนดหลักสูตรแกนกลางศูนย์เรียนรู้ผู้สูงอายุ ได้แก่ ความรู้เรื่องอาหารและโภชนาการ การออกกำลังกาย และการจัดสภาพแวดล้อมและที่พักอาศัยที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุขสันต์ กิตติศุภกร รองผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กทม. กล่าวว่า ในส่วนของสำนักการแพทย์ได้จัดตั้งคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพในโรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ โดยมีทีมสหสาขาวิชาชีพของโรงพยาบาลทำการประเมินสุขภาพผู้สูงอายุแบบองค์รวม ส่งผลให้ผู้สูงอายุกลับเข้าสู่สังคมได้ รวมถึงการตรวจคัดกรองเพื่อวางแผนการดูแลรักษาผู้สูงอายุ ขณะเดียวกันได้มีการประเมินการใช้ชีวิตประจำวัน (ADL) ค้นหาผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง ที่มีความจำเป็นต้องเข้าดูแลถึงบ้าน ตามโครงการ กทม.ใส่ใจผู้สูงวัย หัวใจแกร่ง เป็นโครงการลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงโดยทีมสำนักการแพทย์ สำนักอนามัย และสำนักงานเขต ร่วมกันขยายการดูแลผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียงในชุมชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ยังให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันการเกิดโรคเรื้อรังกับผู้สูงอายุที่มารับบริการในโรงพยาบาล รวมถึงให้ข้อมูลสุขภาพผ่านสื่อออนไลน์ของโรงพยาบาล อีกทั้งปัจจุบันโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ได้จัดตั้งหอผู้ป่วยชีวาภิบาล ดูแลผู้ป่วยสูงอายุที่อยู่ในระยะกึ่งกลาง (Intermediate care : IMC) ที่พ้นจากระยะวิกฤติ เพื่อฟื้นฟูร่างกายของผู้สูงอายุให้กลับคืนสู่สภาวะปกติก่อนกลับบ้านอีกด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50129</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, พญ.พรรณพิมล วิปุลากร, สุขสันต์ กิตติศุภกร, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dcaa8e75ec0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
