<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 19:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผิดสุขอนามัย! ผู้ว่าฯลุยตรวจแหล่งทำเล็บมือนาง สั่งห้ามคนงานใช้ปากเลาะกระดูกไก่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าฯลุยตรวจโรงงานผลิตขาไก่เล็บมือนาง หลังพบคนงานใช้ปากแทะกระดูกไก่ออก สั่งห้ามทำอีก ให้หาวิธีอื่น พร้อมสั่งหน่วยงานตรวจทุกโรงงานในพื้นที่ หวั่นกระทบสุขภาพผู้บริโภค ด้านเจ้าของปิดโรงงานชั่วคราว แจงใช้ปากเร็วกว่าเครื่องมือ 5 เท่า แต่พร้อมยอมปรับเปลี่ยน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.63 - นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย ปศุสัตว์จังหวัดหนองคาย และเทศบาลตำบลบ้านเดื่อ ได้เข้าตรวจสอบโรงงานแปรรูปอาหารสัตว์ เลขที่ 175 หมู่ 11 ตำบลบ้านเดื่อ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย โดยมีนางนงลักษณ์ พยัคพรม อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ 8 ต.บ้านเดื่อ อ.เมืองหนองคาย เป็นเจ้าของ ซึ่งมีการพบว่าที่โรงงานแห่งนี้ได้ทำการแปรรูปขาไก่ หรือ เล็บมือนาง โดยการให้คนงานนั่งแทะกระดูกไก่ออกจากขาไก่ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างว่าไม่ถูกสุขอนามัย ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้นำชุดตรวจสอบสารปนเปื้อนมาทำการตรวจด้วย ซึ่งไม่พบสารปนเปื้อนหรือสารอันตรายในขาไก่เล็บมือนางแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนงลักษณ์ กล่าวว่า ตนทำโรงงานแปรรูปขาไก่มา 5 ปี รับซื้อชิ้นส่วนขาไก่และโครงไก่ มาทำการแปรรูปเลาะกระดูกออก ครั้งละประมาณ 3 ตัน &amp;nbsp;ขายให้กับลูกค้าวันละประมาณ 400-500 กิโลกรัม ซึ่งเมื่อก่อนเคยใช้คีมเลาะกระดูก พบว่าใช้เวลานาน 1 ขา ใช้เวลาประมาณ 5 นาที แถมลูกค้าไม่รับซื้อ เพราะบอกว่าขาไก่เละและตีกลับทั้งหมดทำให้ต้องทิ้งเสียเปล่า แต่พอใช้คนงานแทะกระดูกทำเวลาได้เร็วกว่าใช้คีมถึง 5 เท่า ขาไก่สวยได้รูป หลังจากตกเป็นข่าวแล้วก็ได้ฝึกให้คนงานใช้คีม และยืนยันจะเลิกใช้ปากแทะกระดูกอีกต่อไปแล้ว เบื้องต้นได้มีการพูดคุยกับโรงงานในลักษณะเดียวกันก็ต้องปรับเปลี่ยนเช่นเดียวกัน โดยขณะนี้ได้ทำการปิดโรงงานชั่วคราวจนกว่าจะคนงานจะพร้อมในการใช้เครื่องมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรณชัย กล่าวว่าได้ลงมาตรวจดูสภาพโรงงานพบว่ามีสัดส่วน มีความสะอาด ทราบว่าทางโรงงานได้ดูแลสุขภาพของแรงงานอยู่เป็นประจำ แต่อันตรายจากการใช้ปากทั้งกับคนงานที่ทำก็เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค ซึ่งขั้นตอนในการทำขาไก่ต้องต้มให้สุกแล้วนำไปแช่ให้แข็งตัวเป็นทรง ง่ายต่อการนำกระดูกออก จึงได้แนะนำให้ใช้เครื่องมือ ประเภทคีมหรือมีด ช่วยในการนำกระดูกไก่ออก ต้องฝึกให้ชำนาญ เพราะจะทำให้เกิดความปลอดภัยแก่ตัวคนงานและลูกค้าผู้บริโภคที่ซื้อไปรับประทานด้วย ผู้ประกอบการได้รับกระทบต้องปรับตัว โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าทำการตรวจสอบโรงงานแปรรูปในลักษณะเช่นนี้ ซึ่งมีในพื้นที่ประมาณ 4-5 แห่ง ให้ดำเนินการเช่นเดียวกันเพื่อความปลอดภัยและถูกสุขอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55725</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนงานแทะขาไก่, จ.หนองคาย, สุขอนามัย, เล็บมือนาง, โรงงานขาไก่, โรงงานผลิตเล็บมือนาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200128/image_big_5e3021b6eaa2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40172</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2019 15:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2019 15:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ศุลกากร”เข้มลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ส่งฟ้องอาญา-แพ่งทันที </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ศุลกากร&amp;rdquo; เข้มส่งฟ้องอาญา-แพ่งทันที ไม่มียอมความ ลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก ลุยมาตรการเร่งด่วนห้ามและลดการนำเข้าขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค. 62- นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า ประเทศไทยได้มีมาตรการห้ามและลดการนำเข้าเศษพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการลักลอบหรือหลีกเลี่ยงการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัย ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวัน&amp;nbsp;11 มิ.ย. 2562 ซึ่งมีมติเห็นชอบมาตรการห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้แล้วเข้ามาในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้ผู้นำเข้าจะต้องได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมก่อนการนำเข้า แต่ที่ผ่านมาได้มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ระงับการอนุญาตนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ จากโรงงานที่ปฏิบัติไม่ถูกต้อง ทำให้เหลือผู้ได้รับอนุญาตนำเข้าเพียง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;เป็นต้นมา มีการลดโควตาการนำเข้าของเศษพลาสติกจากหลายแสนตัน เหลือเพียง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;หมื่นตันเท่านั้น จากข้อมูลสถิติการนำเข้าของขยะอิเล็กทรอนิกส์ และการนำเข้า เศษพลาสติก ตั้งแต่ปี พ.ศ.&amp;nbsp;2559&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน ของประเทศไทย พบว่ามีการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เริ่มมีแนวโน้มลดลงในปี พ.ศ.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;เนื่องจากมีการควบคุมการนำเข้าอย่างเข้มงวดจากภาครัฐ&amp;rdquo; นายกฤษฎา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี คาดว่าความต้องการขยะอิเล็กทรอนิกส์ภายในประเทศยังคงมีอยู่&amp;nbsp;และอาจมีการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์อยู่ และมีแนวโน้มในการนำเข้าโดยไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ จึงจำเป็นต้องมีการกำหนดมาตรการแก้ไขอย่างเร่งด่วน กรมศุลกากรจึงมีมาตรการในการแก้ไขปัญหา ดังนี้&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;กรมศุลกากรได้มีการวิเคราะห์สถานการณ์เกี่ยวกับขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก ดำเนินการติดตาม กำหนดเป้าหมายต้องสงสัยที่จะกระทำความผิดทางศุลกากร และเข้าตรวจสอบเพื่อติดตามและขยายผลอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;สั่งการให้ กอง สำนักงาน และด่านศุลกากรทุกแห่ง เข้มงวดในการตรวจสอบประเภทขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก หรือของที่มีการสำแดงพิกัด หรือมีรูปลักษณ์ ใกล้เคียงกับขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกเพื่อป้องกันการลักลอบหรือหลีกเลี่ยงทางศุลกากร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;กรณีที่ตรวจพบการกระทำความผิดทางศุลกากรที่เกี่ยวกับของประเภทขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก กรมศุลกากรจะดำเนินการส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป โดยไม่เปรียบเทียบงดการฟ้องร้องในชั้นศุลกากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ผ่านมามีการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก พอถูกกรมศุลกากรจับได้ ก็ยอมเสียค่าปรับโดนยึดของกลางก็จบกันไป แต่ตอนนี้กรมศุลกากรไม่ให้ยอมความในชั้นศุลกากรอีกแล้ว จะส่งฟ้องดำเนินคดีทางแพ่งและอาญาทันที&amp;quot; นายกฤษฎา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในช่วงปีงบประมาณ&amp;nbsp;2561-2562&amp;nbsp;กรมศุลกากรสามารถจับกุมคดีลักลอบและหลีกเลี่ยงนำเข้าเศษพลาสติกได้ทั้งสิ้น&amp;nbsp;103&amp;nbsp;คดี คิดเป็นมูลค่าทั้งหมด&amp;nbsp;17.5&amp;nbsp;ล้านบาท (น้ำหนักรวม&amp;nbsp;4,043&amp;nbsp;ตัน) โดยในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;จับกุมได้ถึง&amp;nbsp;86&amp;nbsp;คดี คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น&amp;nbsp;14.5&amp;nbsp;ล้านบาท (น้ำหนักรวม&amp;nbsp;3,664&amp;nbsp;ตัน) และในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2562 (ต.ค.2561 &amp;ndash;พ.ค.2562)&amp;nbsp;สามารถจับกุมได้แล้วถึง&amp;nbsp;17&amp;nbsp;คดี คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้านบาท (น้ำหนักรวม&amp;nbsp;379&amp;nbsp;ตัน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40172</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศุลกากร, กฤษฎา จีนะวิจารณะ, ขยะอิเล็กทรอนิกส์, พลาสติก, สิ่งแวดล้อม, สุขอนามัย, เครื่องใช้ไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180316/image_big_5aab861a3aea9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
