<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เอกชนไทย-ต่างชาติแห่งยื่นซองชิงเค้กงานระบบรถไฟทางคู่ 1.14 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค 2562 นายสุจิตต์ เชาว์ศิริกุล รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่า รฟท.ได้เปิดให้เอกชนเอกชนยื่นซองประมูลก่อสร้างและติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณรถไฟทางคู่ 3 สัญญา วงเงินราคากลาง 1.14 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น 1.รถไฟทางคู่สายเหนือช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ วงงิน 2,782 ล้านบาท 2.รถไฟทางคู่สายอีสานช่วงมาบกะเบา-ชุมทางจิระ วงเงิน 2,460 ล้านบาท 3.รถไฟทางคู่สายใต้ช่วงนครปฐม-ชุมพร วงเงิน 6,250 ล้านบาท&amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศการยื่นซองในวันนี้พบว่ามีเอกชนเดินทางเข้ามาจำนวนมากช่วงเวลาตั้งแต่ 9.00-12.00 น. สำหรับผู้มีสิทธิ์ยื่นข้อเสนอต้องมีกล่องเอกสารครบถ้วน เขียนบัตรคิว และลงเวลาเรียบร้อยแล้ว ถ้าหากเกินเวลาปิดรับข้อเสนอ 12.00 น. ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการคัดเลือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุจิตต์กล่าวต่อว่าเริ่มจากสัญญาที่ 1 รถไฟทางคู่สายเหนือช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ มีเอกชนยื่นประมูลทั้งหมด 4 ราย ได้แก่ 1.กิจการร่วมค้า BT-UN ประกอบด้วย Bombardier จากประเทศแคนนาดา และบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ UNIQ 2.บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD จับมือกับ LSIS จากประเทศเกาหลีใต้ 3.กิจการร่วมค้า CRSC จากประเทศจีน และ Hitachi จากประเทศญี่ปุ่นที่เป็นพันธมิตร และ 4.บริษัท Siemen จากประเทศเยอรมนี สัญญาที่ 2 รถไฟทางคู่สายอีสานช่วงมาบกะเบา-ชุมทางจิระ มีเอกชนยื่นนซองประมูล 4 รายได้แก่ 1.บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD จับมือกับ LSIS จากประเทศเกาหลีใต้ 2. .กิจการร่วมค้า CRSC จากประเทศจีน และ Hitachi จากประเทศญี่ปุ่นที่เป็นพันธมิตร และ 3.บริษัท Siemen จากประเทศเยอรมนี 4.กิจการร่วมค้า BHBR ที่นำโดย Beijing hollysys จากประเทศจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัญญาที่ 3 รถไฟทางคู่สายใต้ช่วงนครปฐม-ชุมพร มีเอกชนยื่นซองประมูล 5 รายได้แก่ 1.แก่ 1.บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD จับมือกับ LSIS จากประเทศเกาหลีใต้ 2. .กิจการร่วมค้า CRSC จากประเทศจีน และ Hitachi จากประเทศญี่ปุ่นที่เป็นพันธมิตร และ 3.บริษัท Siemen จากประเทศเยอรมนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุจิตต์กล่าวต่อว่าพบว่าบริษัทผู้ผลิตจากเยอรมนี กิจการร่วมค้าจีน-ญี่ปุ่นและกิจการร่วมค้าไทย-แคนาดา ยื่นข้อเสนอประมูลทั้ง 3 สัญญา ขณะที่กิจการร่วมค้า BHBR ที่นำโดย Beijing hollysys จากประเทศจีน เพิ่งซื้อซองประกวดราคาเมื่อไม่นานมานี้ ก็เข้ายื่นซองเสนอราคาโครงการนี้ด้วยเหสมือนกัน ส่วนด้านบริษัทรายใหญ่ของไทยอีกเจ้าที่ยื่นซื้อซองไปคือ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ STEC พบว่าในวันนี้ไม่เข้ามายื่นซองเสนอราคา
อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ รฟท.จะดำเนินการร่วมกับคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อเปิดซองคุณสมบัติและวองเทคนิคใช้เวลาพิจารณา 15 วัน โดยซองเทคนิคต้องได้คะแนนรวมมากกว่า 70 คะแนนขึ้นไป ขณะที่ซองราคานั้นคาดว่าจะเปิดซองได้ในเดือน ส.ค. คาดว่าน่าจะประกาศผู้ชนะการประมูลได้ราวเดือน ก.ย. 2562 และลงนามเดือน ต.ค. 2562 เพื่อให้ผู้ชนะโครงการได้เริ่มงานต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41790</URL_LINK>
                <HASHTAG>รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.), ระบบอาณัติสัญญาณรถไฟทางคู่ 3 สัญญา, สุจิตต์ เชาว์ศิริกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d37c8d5a277d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40851</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2019 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2019 10:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.ดีเดย์ 18 ก.ค.ส่งมอบพื้นที่รถไฟเชื่อมเชื่อม3สนามบิน ให้กลุ่มซีพี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค. 2562 นายสุจิตต์ เชาว์ศิริกุล รองผู้ว่าการกลุ่มบริหารรถไฟฟ้า การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานการส่งมอบพื้นที่โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ว่าเร่งส่งมอบผลการประชุมสรุปรายละเอียดแผนการส่งมอบพื้นที่ให้กับกลุ่มซีพีโดยจะส่งมอบกันในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ เพื่อให้กลุ่มซีพีไปจัดทำแผนรายละเอียด จากนั้นกลับมานำเสนอและร่วมหารือกันในวันที่ 18-19 กค.นี้อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้ข้อมูลได้เห็นภาพชัดเจนในหลายจุดแล้วโดยมีพื้นที่ที่จะใช้ในการก่อสร้างทั้งหมด 3,571 ไร่ รวมพื้นที่เวนคืนอีก 850 ไร่ คิดเป็นพื้นที่ทั้งสิ้นกว่า 4,300 ไร่ โดยมีติดปัญหาที่ดินมีผู้บุกรุกบางส่วน โดยในพื้นที่ก่อสร้างจะมีจำนวนผู้บุกรุก 513 ราย คิดเป็นพื้นที่ที่กีดขวางแนวการก่อสร้างประมาณ 210 ไร่ จากทั้งสิ้น 3,571 ไร่ อีกทั้งยังมีพื้นที่เช่าอีกจำนวน 83 สัญญา มีพื้นที่ประมาณ 210 ไร่เช่นเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยังยืนยันจะเร่งเคลียร์ผู้บุกรุกได้ภายใน 2 ปีนับจากวันลงนามสัญญา โดยพื้นที่ในส่วนสัญญาเช่าจะเร่งเคลียร์ต่อเนื่องกันไป โดยนับตั้งแต่วันลงนามภายใน 1 ปีจะยกเลิกสัญญา หากสัญญาไหนครบกำหนดจะถูกยกเลิกไปโดยปริยาย หากรายไหนจะครบกำหนดก็จะแจ้งยกเลิกโดยเร็วต่อไป ซึ่งจะต้องดูแผนการก่อสร้างของซีพีว่าจุดไหนเร่งด่วน มีความจำเป็นต้องเข้าพื้นที่ด่วนก็จะเร่งดำเนินการ โดยจะต้องพิจารณาจากแผนการก่อสร้างของซีพีต่อไป&amp;rdquo;นายสุจิตต์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุจิตต์กล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่ที่พร้อมส่งมอบให้กับกลุ่มซีพีนั้นหากตัดในส่วนพื้นที่บุกรุกออกไป 210 ไร่ และพื้นที่เช่าอีก 210 ไร่จะส่งมอบได้จำนวน 3,151 ไร่ในช่วงแรกนี้ซึ่งคิดเป็นอัตราส่วนมากกว่า 80% ประการสำคัญจะมีพื้นที่เวนคืนอีก 850 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คาดว่าในวันจันทร์นี้จะสามารถทำรายละเอียดให้ซีพีไปศึกษาเพื่อจัดทำแผนก่อสร้างให้สอดคล้องแล้วนำกลับมาประชุมหารือร่วมกันอีกครั้งคาดว่าภายในวันที่ 18-19 กค.นี้ แต่พื้นที่ผู้บุกรุกจะเร่งเคลียร์ให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีนี้ ส่วนพื้นที่ยังติดสัญญาเช่ากำหนดภายใน 1 ปี ส่วนไหนซีพีต้องการใช้พื้นที่ก่อสร้างเร่งด่วนจะเร่งดำเนินการให้ต่อไปโดยพื้นที่เวนคืนทั้ง 850 ไร่หรือประมาณ 12 แปลงส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ในเขตจ.ฉะเชิงเทรานั้นคาดว่าจะมีประกาศพ.ร.ฎ.เวนคืนได้ในเดือนสิงหาคมนี้ โดยกรอบวงเงินที่ได้จากอีอีซีจำนวน 200 ล้านบาทที่จะนำไปดำเนินการกับผู้บุกรุกนั้นจะต้องให้มีการลงนามสัญญาแล้วเสร็จก่อนคาดว่าภายใน 2 ปีกับการเร่งเคลียร์กว่า 500 รายนั้นจะมีทั้งค่าชดเชย ค่าดำเนินการจัดสร้างรั้วปิดกั้นแนวป้องกันพื้นที่ต่อไป คาดว่าภายในปลายเดือนนี้น่าจะสามารถลงนามสัญญากับกลุ่มซีพีได้ และคาดว่าการหารือร่วมกับซีพีเรื่องแผนการก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้านี้&amp;rdquo;&amp;rdquo;นายสุจิตต์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุจิตต์กล่าวต่อว่าในส่วนแผนเข้าพื้นที่มักกะสันและศรีราชาเพื่อการก่อสร้างและพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์นั้น แปลงมักกะสัน 140 ไร่บางพื้นที่ติดพวงรางรถไฟประมาณ 9.3 ไร่ ซึ่งรัฐบาลจัดงบให้ 300 ล้านบาทให้ย้ายพวงรางหลบไปอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ดังนั้นพื้นที่มักกะสันจำนวน 132 ไร่จึงพร้อมส่งมอบให้ก่อน ในส่วนพื้นที่ศรีราชา 27.45 ไร่ กลุ่มซีพีจะต้องไปก่อสร้างบ้านพักรูปแบบแฟลตจำนวน 3 หลังในพื้นที่ใกล้เคียงให้กับรฟท.ก่อนแล้วจึงค่อยกลับมาพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวนี้ เช่นเดียวกับการเข้าพื้นที่รับมอบโครงการของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์ จะต้องเริ่มไปศึกษาระบบและส่งมอบงานต่อกันภายหลังการลงนามสัญญาไปแล้ว ทั้งระบบการบำรุงรักษา และการเดินรถ การจัดเก็บรายได้ให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีนี้ โดยกลุ่มซีพีจะต้องจ่ายเงินให้รฟท.ในส่วนนี้กว่า 1 หมื่นล้านบาท ในส่วนพื้นที่คลองแห้งช่วงสามเสน-พญาไทนั้นจะต้องหารือเรื่องแผนก่อสร้างร่วมกัน เนื่องจากจะไปเกี่ยวข้องกับรถไฟสายสีแดงให้สอดคล้องกัน โดยซีพีจะก่อสร้างให้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุจิตต์ กล่าวถึงกรณีการรื้อย้ายเสาตอม่อโฮปเวลล์จำนวนประมาณ 200 ต้นนั้นยังจะต้องเจรจากับกลุ่มซีพีว่าใครจะรับผิดชอบในการรื้อย้ายและค่าใช้จ่ายมีค่าใช้จ่ายในการรื้อย้ายเฉลี่ยต้นละ 2 แสนบาทคาดว่าจะใช้งบราว 40 ล้านบาทไปดำเนินการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40851</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถไฟความเร็วสูงเชื่อม3สนามบิน, รฟท., สุจิตต์ เชาว์ศิริกุล, ส่งมอบที่ดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180625/image_big_5b30ae2a2c6c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
