<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51294</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 22:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2019 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ! กทพ. เปิดให้ใช้บัตรเครดิตจ่ายค่าทางด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ย.2562 นายสุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.)เปิดเผยในงานครบรอบ 47 ปี กทพ.ว่า กทพ.เตรียมนะระบบชำระเงินผ่านบัตรแทนเงินสดรูปแบบบัตร EMV (Euro/ MasterCard และ Visa) สามารถใช้ชำระค่าทางด่วนไดิแบบแตะบัตรที่ช่องเก็บเงินค่าผ่านทางแบบ Touch &amp;amp; Go ซึ่งเป็นการใช้บัตรเครดิตจ่ายค่าผ่านทางแล้วตัดรวมยอดทั้งหมดในช่วงสิ้นเดือน คล้ายกับว่าสามารถใช้บริการทางด่วนได้ก่อนแล้วชำระเงินในภายหลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามคาดว่าจะเริ่มมีการนำร่องใช้ในทางด่วนเส้นทางแรกคือ ทางด่วนกาญจนาภิเษก ในช่วงเดือน ม.ค.2563 นี้ก่อนขยายผลไปใช้ในทางด่วนทุกสายทาง ซึ่งจะเริ่มกับธนาคารกรุงไทยก่อนจะขยายไปใช้ได้กับบัตรเครดิตของทุกสถาบันการเงิน โดยจะติดตั้งเครื่องอ่านทั้งในช่องเก็บเงินสดและช่อง Easy Pass ทั้งหมดนี้เป็นการนำเทคโนโลยีรูปแบบใหม่มาใช้เพื่อแก้ปัญหารถติดหน้าด่าน ตลอดจนประชาชนสามารถใช้บัตร EMV เชื่อมต่อการเดินทางชำระค่าโดยสารสาธารณะทั้งระบบ อาทิ รถไฟฟ้า รถเมล์ ทางด่วนและเรือในอนาคตอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กทพ.เตรียม ลดค่าผ่านทางจำนวน 5 บาท &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อเที่ยว ใน 6 ด่าน สำหรับผู้ใช้บัตร Easy Pass ในช่วงเวลา 04.00 - 07.00 น. ของทางด่วนขั้นที่ 1 และ ขั้นที่ 2 ประกอบด้วย ด่านฯดินแดง ด่านฯ ดาวคะนอง ด่านฯ บางนา ด่านฯ บางจาก ด่านฯ ประชาชื่นขาเข้า และ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด่านฯ อโศก 4 เป็นระยะเวลา 2 เดือน โดยจะเริ่มลดค่าผ่านทางตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2563 ถึงวันที่ 6 มีนาคม 2563 เพื่อเป็นการลดความแออัดบริเวณหน้าด่าน และจูงใจให้คนหันมาชำระค่าผ่านทางด้วยระบบอัตโนมัติ &amp;nbsp; &amp;nbsp; มากขึ้น และล่าสุดการทางพิเศษฯ ได้ร่วมกับทรู มันนี่เปิดบริการสมัครบัตร Easy Pass ผ่านแอปพลิเคชั่น TrueMoney Wallet เพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้รถ โดยจะจัดส่งอุปกรณ์ Easy Pass ให้ถึงบ้านและไม่เก็บ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่าธรรมเนียมบัตร ถึงวันที่ 13 ก.พ. 2563 คาดว่าจะทำให้คนมาใช้บริการเพิ่มขึ้น 10 - 15% จากฐานลูกค้าของทรู มันนี่มีอยู่ประมาณ 8.5 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติกล่าวต่อว่า สำหรับเป้าหมายในการดำเนินงานในปีนี้่ยังเห็นทิศทางที่ดีของปริมาณการขยายตัวของผู้ใช้เพิ่มขึ้นราว 1-2% นอกจากนี้เตรียมศึกษาแนวทางการลงทุนทางด่วนในประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ สปป.ลาวซึ่งมีแผนพัฒนาทางด่วนจำนวนมาก ดังนั้นจึงสนใจพัฒนาทางด่วนข้ามชายแดนไทย-ลาว ในเขตภาคอีสาน และยังเป็นการเพิ่มโอกาสการสร้างรายได้ให้กับภาครัฐ ขณะที่การพัฒนาทางด่วนในรอบ 10 ปีข้างหน้าจะเพิ่มโครงข่ายทางด่วนราว 140 กม. โดยเน้นการลงทุนขยายทางด่วนในต่างจังหวัดมูลค่ามากกว่า 100,000 ล้านบาท อาทิ ทางด่วนกะทู้-ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต วงเงิน 14,000 ล้านบาท โครงการต่อขยายทางด่วนอุดรรัถยา-พระนครศรีอยุธยา 42 กม. วงเงินลงทุน 31,000 หมื่นล้านบาท โครงการต่อขยายทางด่วนสายฉลองรัชช่วงจตุโชติ-ลำลูกกา ระยะทาง 20 กม. วงเงินลงทุน 20,000 ล้านบาท รวมถึงโครงการทางด่วนในจังหวัดเชียงใหม่และขอนแก่น วงเงินลงทุนราว 50,000-60,000 ล้านบาท ตลอดจนการต่อขยายทางด่วนบูรพาวิถี-บายพาสเส้นทางชลบุรี วงเงินราว 7,000 ล้านบาท เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติกล่าวอีกว่า ส่วนด้านความคืบหน้าโครงการทางด่วนพระราม 3 &amp;ndash; ดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก มูลค่า 30,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างประมูล โดยจะเตรียมประกาศชื่อผู้ชนะสัญญา 1 และ 3 ในช่วงเดือน ธ.ค.ไปพร้งมกับเปิดประมูลและเคลียร์ข้อพิพาททางกฎหมายในสัญญาที่เหลือ คาดว่าจะลงนามได้ทุกสัญญาในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. 2563 ก่อนเริ่มก่อสร้างในช่วงกลางปี 2563 ระยะเวลาก่อสร้าง 3-4 ปี ซึ่งจะเป็นโครงข่ายทางพิเศษที่เชื่อมโยง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การเดินทางในแนวรัศมีระหว่างกรุงเทพมหานครกับพื้นที่ทางด้านตะวันตกของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจากจังหวัดในภาคใต้เข้าสู่เมืองหลวง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51294</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรเครดิตจ่ายค่าทางด่วน, ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.), สุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190426/image_big_5cc313f87bad7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2019 21:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2019 21:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;เด้ง&#039;สุชาติ&#039;ว่าฯกทพ.ปมชดเชยคดีทางด่วนกับบีอีเอ็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.62 - รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2562 ที่ผ่าน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 10/2562 เรื่องให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอื่นของรัฐไปปฎิบัติหน้าที่ในสำนักนายกรัฐมนตรี ใจความว่า ตามที่ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 68/2559 เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอื่นของรัฐและการกำหนดกรอบอัตรากำลังชั่วคราวลงวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 โดยให้มีกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษในสำนักนายกรัฐมนตรี สำหรับรองรับการบรรจุและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งไม่เป็นข้าราชการเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของงาน และแก้ไขข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐอันจะเป็นประโยชน์ในการปฏิรูปราชการแผ่นดินนั้น

เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลและหน้าที่ความรับผิดชอบให้เกิดประสิทธิภาพของงานและแก้ไขข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย อาศัยอำนาจตามความในข้อ 2 ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 68/2559 เรื่องมาตรการแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอื่นของรัฐและการกำหนดกรอบอัตรากำลังชั่วคราวลงวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งให้ นายสุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ ผู้ว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ไปปฎิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ของรัฐประจำสำนักนายกรัฐมนตรีตามกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ ในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี โดยรับค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์จากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และยังไม่ผลจากตำแหน่งเดิมจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นประการอื่น ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้คาดว่าสาเหตุที่นายสุชาติ ถูกคำสั่งโยกย้าย ดังกล่าว น่าจะมาจากปัญหาความล่าช้าการแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางด่วน ตามคำสั่งศาล ซึ่งมีแนวทางในการเจรจาค่าชดเชย โดย ขยายอายุสัมปทานระบบทางด่วนขั้นที่ 2 ระหว่างบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (BEM)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34545</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทพ., ผู้ว่าการ กทพ., สุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์, เด้งฟ้าผ่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190426/image_big_5cc313f87bad7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 08:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2018 08:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทพ.ตั้งคณะอนุกรรมการเจรจาจ่ายค่าโง่บีอีเอ็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กทพ.ตั้งคณะอนุกรรมการเจรจาค่าโง่ บีอีเอ็ม เบื้องต้นยังไม่ได้ข้อสรุป เร่งส่งให้คมนาคมพิจารณาต้นเดือนหน้า คาดเริ่มก่อสร้างด่วนN2 ต้นปี63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ ผู้ว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.)เปิดเผยถึงกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา ให้ กทพ. จ่ายเงินชดเชยแก่ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด เป็นเงิน 1,790 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยรวมเป็นเงินประมาณ 4,000 ล้านบาท กรณีมีการสร้างทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ ช่วงอนุสรณ์สถานแห่งชาติ-รังสิต เป็นทางแข่งขันนั้น โดย ครม.มีมติให้ กทพ.เจรจา ซึ่งได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเจรจา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะให้คณะกรรมการ บอร์ด กทพ.พิจารณา ก่อนส่งไปที่กระทรวงคมนาคมต้นเดือนธันวาคม นี้จากนั้นเสนอไปที่คณะรัฐมนตรี( ครม.)พิจารณาต่อไ ซึ่งมีหลายแนวทางในการเจรจา เช่น ขยายสัญญาแทนการชำระเงิน หรือชำระเงินตามคำสั่งศาล รวมถึงขั้นตอนการชำระที่จะไม่กระทบต่อฐานะการเงินของกทพ. ซึ่งจะดำเนินการได้ตามคำสั่งศาลภายใน 90 วัน หรือภายใน 19 ธ.ค.61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนายสุรงค์ บูลกุล ประธานกรรมการ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)กล่าวว่าบอร์ด ได้รับทราบแต่ยังไม่ได้สรุปว่าจะใช้แนวทางไหน เรื่องนี้อยู่ระหว่างกำลังหาข้อสรุปในส่วนของตัวเลขทั้งหมด ส่วนแนวทางการบริหารเงินสด กทพ.สามารถระดมลงทุนได้เฉพาะกับแบงค์ของรัฐ เช่นธนาคารกรุงไทย,ออมสิน,เอสเอ็มอีและอิสลาม เบื้องต้นได้มีการพูดคุยกับแบงค์เหล่านี้บ้างแล้วว่าอัตราที่เราจะสามารถทำเรื่องของเงินฝากที่สูงที่สุดอยู่ได้เท่าไร คาดว่าภายในอาทิตย์นี้หรืออาทิตย์หน้าจะนำมาเสนอว่าจะให้เลตดีที่สุดเท่าไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรงค์ กล่าวว่า ก็มีหลายแนวทางที่ทำควบคู่กันไปกับแบงค์ แต่ต้องไปขออนุญาตกับกระทรวงการคลังก่อน เพราะกทพ.ทำเองไม่ได้ ต้องขออนุมัติเชิงนโยบาย ตอนนี้ดอกเบี้ยในต่างประเทศประเทศกำลังขึ้นถ้าสามารถสวอปเงินบาทเป็นเงินตราต่างประเทศแล้วนำไปฝากในต่างประเทศแล้วสวอปเงินมาเป็นเงินบาทอาจจะได้ดอกเบี้ยที่สูง นี่ก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ฝากให้ทางธนาคารไปศึกษาและฝากดูเรื่องนโยบายและข้อจำกัดว่าสามารถทำได้หรือไม่ ถ้าได้จะทำได้ก็มีโอกาสทำให้อัตราได้สูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้กทพ.มีข้อพิพาทระหว่าง กับบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีเอ็ม รวม 2 คดี คือ 1.คำวินิจฉัยของคณะอนุญาโตตุลาการเมื่อวันที่ 24 ต.ค.2561 ที่มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ กทพ.ชดใช้ค่าเสียหายแก่ บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีอีเอ็ม เกี่ยวกับคดีการขอปรับค่าผ่านทางพิเศษเฉลิมมหานคร และทางพิเศษศรีรัชในปี 2551 เป็นค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย จำนวนรวม 9,091 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเมื่อวันที่ 21 ก.ย.2561 สั่งให้ กทพ.ชดเชยรายได้ให้กับบริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บีอีเอ็ม วงเงินชดเชยและดอกเบี้ย 4,000 ล้านบาท กรณีก่อสร้างทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ ช่วงอนุสรณ์สถานแห่งชาติ-รังสิต แข่งขันทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าโครงการทาง ด่วนN2 ช่วงวงแหวนรอบนอก-แยกเกษตร งบประมาณก่อสร้าง 1.5หมื่นล้านบาท โดยเป็นอีกโครงการหนึ่งที่การทางฯใช้เงินจากกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ (TFF)นั้นขณะนี้อยู่ระหว่างรอทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.)รูปแบบโครงการที่มีแนวสายทางอยู่แนวเดียวกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลช่วงแคราย-ลำสาลี ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในพ.ย.นี้ &amp;nbsp;พร้อมดำเนินการ ปรับแก้ไขรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)ซึ่งจะต้องเสนอ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม (สผ.)เพื่อดำเนินการเห็นชอบ ภายในธ.ค.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นการ กทพ.จะเริ่มดำเนินการร่างทีโออาร์ประกวดราคาก่อสร้างของทางด่วนN2 และส่วนทดแทนN1 ช่วงแยกเกษตร-ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก รวมงบประมาณการก่อสร้างทั้งสิ้น 2.5 หมื่นล้านบาทโดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในต้นปี62 หลังจากนั้นจะต้อง จะเริ่มประกาศขึ้นเว็บไซค์เพื่อทำการประชาพิจารณ์ได้ภายในต้นปี62 นี้ และคาดว่าจะสามารถประกวดราคาหาตัวผู้รับจ้างได้ภายในกลางปี62 &amp;nbsp;และหากรายงานอีไอเอแล้วเสร็จ และได้ตัวผู้รับจ้างแล้วจะสามารถลงนามสัญญาได้ภายในเดือนต.ค.-พ.ย.62 &amp;nbsp;และเริ่มก่อสร้างได้ธ.ค.62 หรือเริ่มการก่อสร้างได้ต้นปี63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการก่อสร้างทางระดับดินบริเวณทางต่างระดับตัดกับถนนประเสริฐมนูกิจและประดิษฐ์มนูธรรมหรือถนนบายพาสซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการทางด่วนN2 งบประมาณ480ล้านบาท ขนาด2ช่องจราจร 4 ทิศทาง การทางฯจะใช้เงินระดมทุนมาก่อน &amp;nbsp;ขณะนี้ทางฝ่ายก่อสร้างได้เสนอแนวทางการก่อสร้างให้ทางคณะกรรมการ(บอร์ด)กทพ.เห็นชอบแล้วโดยขั้นตอนต่อไปเสนอกระทรวงคมนาคมเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติต่อไปโดยคาดว่าจะเริ่มขั้นตอนการประกวดราคา ได้ต้นปี62 และเริ่มก่อสร้างภายในกลางปี62 นี้ ส่วนกรณีการเวนคืนพื้นที่บริเวน4 มุม โดยเฉพาะตลาดนัดหัวมุมนั้น การทางฯต้องดำเนินการฟ้องขับไล่ที่เพื่อนำพื้นที่มาดำเนินการก่อสร้างต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22003</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทพ., บีอีเอ็ม, ผู้ว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย, สุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์, เจรจาค่าโง่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b8358abae397.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
