<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จากตุลาการ  สู่เก้าอี้ ป.ป.ช. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สุชาติ ตระกูลเกษมสุข&amp;nbsp; จากอธิบดีศาล สู่เก้าอี้ ป.ป.ช. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2563 มีการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ใหม่จำนวน 2 ชื่อ คือ นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา และนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข หลังจากนั้น ป.ป.ช.ใหม่ทั้ง 2 คนก็ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งถึงขณะนี้ก็ทำงานมาได้เดือนกว่าแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุชาติ ตระกูลเกษมสุข กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ที่เป็นอดีตตุลาการมาก่อน โดยผ่านตำแหน่งสำคัญๆ มา เช่น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสุโขทัย, รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลาง ซึ่งตำแหน่งสุดท้ายก่อนลาออกมาเป็น ป.ป.ช.ก็คือ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งมีนบุรี ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ ไทยโพสต์ ถึงการทำงานในตำแหน่ง ป.ป.ช.หลังจากนี้ โดยเริ่มต้นกล่าวถึงสาเหตุที่เปลี่ยนชีวิตการทำงานจากผู้พิพากษา มาสมัครรับเลือกเป็น ป.ป.ช. จนได้รับเลือกจากคณะกรรมการสรรหาที่มีประธานศาลฎีกาเป็นประธาน และต่อมาวุฒิสภาก็ลงมติเห็นชอบให้เป็น ป.ป.ช. โดยบอกว่าสาเหตุที่สมัครเป็น ป.ป.ช. เพราะผมก็ดูว่าเราถึงวัยนี้ยังมีสติปัญญา สุขภาพที่ยังดีอยู่ เมื่อโอกาสเปิดมีการรับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าไปเป็นกรรมการ ป.ป.ช.จึงสมัครไป เพราะต้องการเข้ามาทำงานเป็น ป.ป.ช.เพื่อจะได้รู้การทำงานของ ป.ป.ช. อีกทั้งต้องการหาประสบการณ์ใหม่ๆ ซึ่งจากชีวิตข้าราชการตุลาการ ที่มาถึงระดับอธิบดีศาลชั้นต้นแล้ว อนาคตหากยังรับราชการเป็นตุลาการอยู่ จะไปถึงศาลฎีกา ก็มีโอกาสอยู่ แต่เมื่อเห็นว่าการทำงานใน ป.ป.ช.เปิดโอกาสให้เข้ามาสมัคร ก็เห็นว่าน่าสนใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนก่อนหน้าจะเข้ามาเป็น ป.ป.ช.ก็มององค์กรอิสระแห่งนี้ว่า ป.ป.ช.เป็นองค์กรอิสระที่มีลักษณะการทำงานแบบ specialist เป็นองค์กรอิสระแบบพิเศษที่ตั้งขึ้นมาตั้งแต่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นองค์กรอิสระที่มีการติดดาบเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว เพราะจากเดิมที่การทำงานลักษณะแบบนี้ จะใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเป็นหลักในการทำงาน แต่ก็พบว่ามันไม่สามารถนำคนที่กระทำความผิดที่แท้จริงมารับโทษได้ จึงต้องมีการใช้ วิธีการพิเศษ แบบ ป.ป.ช.เวลานี้ ซึ่งการใช้วิธีการพิเศษก็จำเป็นต้องใช้ องค์กรพิเศษ มาทำงาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเมื่อได้เข้ามาทำงานเป็น ป.ป.ช.แล้วพบว่า ตัวเนื้องานระหว่างการทำงานสมัยเป็นผู้พิพากษากับตอนเป็น ป.ป.ช.ไม่แตกต่างกัน ก็คือการพิจารณาว่าใครทำถูกใครทำผิด เพียงแต่ว่าปัจจุบันเราไม่ได้เป็นศาลแล้ว การจะไปบอกว่าบุคคลใดทำถูกหรือทำผิด มันยังไม่สิ้นสุด เพราะกระบวนการพอจบจาก ป.ป.ช.แล้ว ก็ยังต้องส่งเรื่องไปให้อัยการ ส่งสำนวนฟ้องให้ศาลยุติธรรมพิจารณาต่อ การทำงานของ ป.ป.ช.ก็เหมือนกับการกรองงาน ดังนั้นการจะไปเสาะหาพยานหลักฐานแบบเข้มข้น ก็อาจจะน้อยกว่าศาล ส่วนมากจะใช้วิธี มีเหตุอันควรเชื่อ อะไรแบบนี้ คือ ไม่ต้องปราศจากความสงสัย แล้วว่าคนนี้กระทำความผิดจริงหรือไม่จริง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...หลังเข้ารับตำแหน่งทำงานมาได้ 1 เดือนกว่า ปัจจุบันก็ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลงานภาครัฐ 1 ก็จะกำกับดูแลเรื่องเกี่ยวกับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด รวมถึงหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหม รวมถึงองค์กรมหาชน ส่วนงานภูมิภาคที่ทาง ป.ป.ช.แบ่งพื้นที่ออกเป็น 9 ภาคเช่นเดียวกับศาลยุติธรรม ก็ได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่ของภาค 6 ที่คือพื้นที่ 9 จังหวัดของภาคเหนือตอนล่าง เช่น พิษณุโลก ตอนนี้สำนวนคดีที่รับผิดชอบก็เป็นคดีทั่วไป แต่หากคดีไหนเป็นเรื่องใหญ่ๆ ทางกรรมการ ป.ป.ช.ทั้งหมดก็จะรับผิดชอบร่วมกันในการพิจารณา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และในฐานะ ป.ป.ช.ที่มาจากสายตุลาการ เราเลยถามถึงว่าจะนำประสบการณ์การตัดสินคดีมาใช้ในการทำงาน ป.ป.ช.อย่างไรได้บ้าง โดยเฉพาะการไต่สวน ลงมติทำความเห็นในคำร้องแต่ละสำนวน สุชาติ-ป.ป.ช.และอดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งมีนบุรี ให้ทัศนะว่า อันนี้ยากเพราะศาลเป็นแบบตั้งรับ อัยการส่งสำนวนฟ้องมาให้ศาล แล้วศาลก็มาพิจารณาโดยจำเลยก็พิสูจน์ตัวเอง แล้วศาลก็ชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน แต่การไต่สวนของ ป.ป.ช.ต้องพิจารณาว่าแต่ละสำนวนเมื่อใดถึงจะเพียงพอ พยานหลักฐานแต่ละเรื่องครบถ้วนเพียงพอหรือยัง ผมบอกตรงๆ ตอนนี้เพิ่งเข้ามา ก็ยังไม่มีทักษะตรงนี้พอสมควร ก็ต้องเรียนรู้กันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;โดย skill ส่วนตัวของผมที่เคยทำมา ผมก็พอจะรู้ได้ว่าเรื่องไหน ถ้าส่งสำนวนของ ป.ป.ช.ไปแล้ว ศาลจะเห็นไปทางไหน ก็สามารถนำมาช่วยงาน ป.ป.ช.ได้ในจุดนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ก็เชื่อว่าจะสามารถนำมาใช้ประโยชน์กับการทำงานในตำแหน่ง ป.ป.ช.ได้ในหลายเรื่อง อาจจะว่าด้วยดุลยพินิจของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางทีเราก็กำกับด้วยข้อกฎหมาย เช่น การรับฟังพยานบอกเล่าในทางกฎหมาย ซึ่งถือว่ามีน้ำหนักน้อย แต่หลักกฎหมายแบบนี้ ทางกรรมการ ป.ป.ช.ที่ไม่ได้เป็นนักกฎหมาย ผมก็สามารถจะอธิบายให้ ป.ป.ช.ทราบได้ว่า หากเป็นพยานบอกเล่าแบบนี้ ถ้าคดีไปถึงศาล จะมีน้ำหนักน้อย ถ้าเกิด ป.ป.ช.ไปฟังแล้ว ป.ป.ช.ไปชี้มูลเขา ก็อาจถูกยกฟ้องโดยเปล่าประโยชน์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุชาติ-กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวต่อไปว่า สำหรับหลักการทำงานในฐานะเป็น ป.ป.ช.จุดหนึ่งที่สังคมไทยอยากเห็นก็คือ คนตัวใหญ่โดนลงโทษ แต่บางเรื่องราว ก็แน่นอนว่า เราอาจจะไม่มีพยานบุคคลที่จะไปเห็นการลักวิ่งชิงปล้นที่จะมีพยานบุคคลเห็นใครไปทำร้ายใคร ไปยิงใคร แต่พวกคดีทุจริต ทำงานกันอยู่ในห้อง มันก็เลยต้องมีบางเรื่องบางราวที่เราต้องกันคนร่วมกระทำผิดด้วยกันเอาไว้เป็นพยาน จุดที่ยากตรงนี้ก็คือ เราจะกันใครเป็นพยาน เพราะเขาก็ร่วมกระทำผิด หลักใหญ่ตรงนี้ก็คือ พอมีการไปสอบสวนจับคนทำผิดที่อาจเป็นคีย์แมนเลยก็ได้ เพื่อหวังโยงไปให้ถึงตัวการใหญ่ แต่หากว่าต่อไปคนนั้นเกิดว่าเขากลับคำให้การ ก็จะไม่มีพยานเหลืออยู่เลย เช่น การสอบสวนเห็นมีตัวการใหญ่อยู่ 2 คน แล้วมีการกันคนร่วมกระทำผิดระดับล่างไว้เพื่อจะเอาผิด 2 คนดังกล่าว ก็จะถูกบีบอีก ดังนั้นดุลยพินิจการชี้มูลคดี ผมว่าอาจจะยังไม่ยากเท่ากับเราจะเอาใครมาเป็นพยาน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ สุชาติ-ป.ป.ช. ก่อนหน้านี้ในยุค คสช. ก็เคยเป็น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในยุค คสช.มาก่อน จากจุดดังกล่าวเลยถามถึงกรณีเสียงวิจารณ์ที่ว่า ที่ได้รับเลือกเข้ามาเป็น ป.ป.ช.ก็มาจาก ส.ว.ชุดปัจจุบัน ที่ถูกคัดเลือกและเสนอชื่อในยุค คสช. แล้วถ้ามีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับคนในซีกรัฐบาล เช่น รัฐมนตรี หรือ ส.ส.รัฐบาล จะวางใจการทำงานของ ป.ป.ช.ได้อย่างไร คนก็มองว่าจะมีการแทรกแซง หรือการช่วยเหลือกัน ซึ่งคำตอบที่ได้ สุชาติ-ป.ป.ช ตอบเราว่า โดยหลักคนที่เป็นกรรมการอิสระก็ต้องมาจากฝายนิติบัญญัติ ก็คืออย่างที่มาจาก ส.ว.เป็นคนเห็นชอบ ซึ่งแน่นอนผมก็ต้องรู้จักคนบ้าง แต่ถ้าจะไปมองว่า คุณรู้จักกันแล้วแบบนี้จะมาช่วยเหลือกัน ก็ต้องถามตรงนี้ก่อนว่า แล้วที่มาของบุคคลที่จะเข้าไปทำหน้าที่ในองค์กรอิสระจะให้มีที่มาจากไหน โมเดลที่คิดว่าต้องขาว บริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่รู้จักใครเลย เราก็จะได้คนที่ไม่มีงานทำมาทำงาน ส่วนเรื่องคอนเนกชัน ทุกคนมันมีรุ่น มีพวก มันมีทุกคน เพียงแต่เราอยู่ในระดับที่ว่าจะไม่คบกับใครเลยก็ไม่ได้ แต่คบมากมันก็ไม่ดี ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองก็มี ที่บอกว่าไปทานข้าวกับเพื่อนก็ไม่เห็นแปลก แต่ในบรรดาเหล่าเพื่อน คนที่ไม่ใช่เพื่อนก็มาร่วมนั่งด้วยกัน แล้วเกิดมีรูปติดเข้ามา ก็แบบนี้ ก็ถามนี่เพื่อนหรือ แล้วคนไหนใคร แล้วรู้ไหมคนนั้นประวัติไม่ดี มันก็มีนะ เราก็พูดยาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างในฐานะที่ผมเป็น สนช.มาก่อนด้วย ก็รู้จักคนในนั้น (วุฒิสภา) แต่อย่าลืมว่า หากรู้จักแล้วเขารู้จักในทางที่ไม่ดี เขาจะเลือกเราไหม เพราะอย่าลืมว่าวุฒิสภาก็มีการตรวจสอบประวัติ เช่น เราเคยมีคดีอะไรหรือไม่ ที่ก็ต้องถามว่าหากประวัติลายพร้อย ทาง ส.ว.จะโหวตเอาเราหรือเปล่า ถูกไหม คือตัวนำเสนอก็ต้องดีด้วย คือผมก็ไม่ได้พูดชมตัวเอง แต่ผมก็มั่นใจพอสมควรว่าประวัติผมไม่มีอะไร ไม่อย่างนั้นคงไม่กล้ามา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ทำให้ก็เลยมีคนจับตามอง พูดถึงเยอะเช่นเรื่องคุณสมบัติที่เคยเป็น สนช.มาก่อนแล้วได้รับเลือกเป็น ป.ป.ช. ที่ตอนนี้ก็จบไปแล้ว รวมถึงเรื่องที่เคยเป็น สนช.มาก่อน จะมีผลต่อการทำงานอะไรหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมก็เข้าใจ แต่ว่า ส.ว. 250 คน จริงๆ มาจาก สนช.ชุดที่แล้วแค่ประมาณ 80 คน ยังไม่ถึง 1 ใน 3 ของจำนวน ส.ว.ทั้งหมดเลย แต่ผมได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบจากที่ประชุมลับวุฒิสภา โหวตให้เข้ามาเป็น ป.ป.ช.ด้วยคะแนนเสียง 219 เสียง ถ้าผมสนิทจริงๆ ผมคงไม่เข้ามาอันดับ 2 แต่กรรมการ ป.ป.ช.อีกคนที่เข้ามาพร้อมผม ท่านณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ได้รับเลือกมาด้วยคะแนนเสียงมากกว่าผมอีก (224 เสียง) คือหากจะช่วยกัน ทำไมผมโดนหักไปตั้งหลายเสียง ส่วนประเด็นเรื่องคุณสมบัติที่เคยพูดกันเรื่องเคยเป็น สนช.มาก่อน ผมก็ดูแล้วว่า สนช.เป็นการทำหน้าที่แทน (ฝ่ายนิติบัญญัติคือ ส.ส.และ ส.ว.) จึงไม่น่าจะมีอะไร ก็ไม่คิดว่าเป็นประเด็นด้วยซ้ำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ทั้งหมดเป็นแรงผลักดันให้ยิ่งต้องพิสูจน์การทำงาน?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใช่ครับ ผมต้องเอาการทำงานของผมมาพิสูจน์ เพราะตอนนี้เรื่องคุณสมบัติมันจบไปแล้ว เมื่อทุกคนจดจ้องอยู่ เรายิ่งต้องทำงานให้มีประสิทธิภาพ ทำอย่างตรงไปตรงมา อย่าลืมว่าผมเป็นผู้พิพากษามาก่อน ที่ก็ต้องอยู่บนหลักการคือ ฟังความทั้ง 2 ฝ่าย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -มองยังไงที่คนมองและพูดกันว่าองค์กรอิสระยุคนี้ไม่มีความอิสระจริง? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องถามว่ามองในเชิงด้านไหน ตอนนี้ผมอยู่ ป.ป.ช.มาหนึ่งเดือนกว่าที่ ป.ป.ช.อาจจะวิจารณ์อะไรมากไม่ได้ แต่หากเปรียบเทียบกับตอนสมัยเป็นผู้พิพากษา คำพิพากษาที่ดีออกมาหนึ่งสำนวน ไม่ใช่หมายถึงตัวผู้พิพากษาคนเดียว แต่จะต้องประกอบด้วย 1.ความสุจริตของคู่ความ เช่น คุณแกล้งฟ้อง แกล้งร้องกันหรือไม่ บางคนไม่มีอะไรมากก็แจ้งความเพื่อขอให้อีกฝ่ายยุติ 2.ความสุจริตของพยานหลักฐาน เช่นปั้นพยานหลักฐานเท็จมาหรือไม่ ทุกกระบวนการเราต้องตรวจสอบหมด 3.ความสุจริตของเจ้าหน้าที่ ที่หมายถึงเจ้าหน้าที่ซึ่งมาทำก่อนหน้าเรา จะเป็นใครก็ได้ เขาได้ดำเนินการสอบสวนคดี ไต่สวนคดีอย่างเป็นธรรมหรือไม่ ถ้าสามสิ่งนี้ประกอบกันมา จนมาถึงการพิจารณาตัดสินคดี สุดท้ายก็จะออกมาเป็นคำพิพากษาที่ดีได้ เป็นความเห็นที่ดีได้ และข้อที่ 4 คือเรื่องความสามารถในการตัดสินคดีของผู้พิพากษา ว่าเขาเก่งหรือไม่เก่ง หากทั้งหมด 4 เรื่องดังกล่าวมาประกอบกัน ก็จะออกมาเป็นคำพิพากษาที่ดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...นอกจากจะดู 4 เรื่องดังกล่าวแล้ว จริงๆ ก็ยังไม่พอ เพราะต้องไปดูเรื่อง ความสุจริตในข้อกฎหมาย เช่น กฎหมายเอื้อเราไหม ให้เราไปได้ไหม อย่างสมัยก่อนที่คนมักชอบพูดกันว่า เอาซาเล้งไปปรับเงินคดีซีดีเป็นแสนบาท ก็ในเมื่อกฎหมายเขียนไว้ให้ปรับเป็นแสน ก็ต้องปรับเป็นแสน ศาลจะเห็นเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ในเมื่อข้อกฎหมายเป็นเช่นนั้น ก็เลยทำให้คนบอกว่าไม่เป็นธรรม นิติวิธี ความสุจริตของผู้พิพากษาในเชิงกฎหมายมันก็มี เช่นดุลยพินิจที่กฎหมายเปิดช่องไว้ เป็นความตั้งใจที่ให้เกิด คือเรื่องดุลยพินิจ ที่ก็จะถูกกำหนดอยู่ข้างในอีกว่า การใช้ดุลยพินิจนั้น ก็ต้องใช้ด้วยความเหมาะสม ต้องเสมอภาค ต้องเป็นธรรม ทุกอย่างต้องอยู่ในองค์ประกอบนั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากการทำงาน (ป.ป.ช.) ไม่หลุดจากเฟรมนี้ ประชาชนก็จะเชื่อมั่นศรัทธา แต่ที่ทุกวันนี้ประชาชนไม่ค่อยเชื่อมั่นศรัทธา เพราะมันหลุดจากกรอบตรงนี้ เช่นทำไมคดีนี้ลงโทษแบบนี้ แต่อีกคดีลงโทษอีกแบบหนึ่ง แต่อย่าลืมว่าข้อเท็จจริงในแต่ละสำนวนจะแตกต่างกัน ต่อให้คู่คดีทำความผิดเหมือนกัน แต่ถ้าแต่ละคนมีมูลเหตุจูงใจที่เป็น factor ในการกระทำความผิดไม่เหมือนกัน ศาลก็มีสิทธิ์ที่จะลงโทษไม่เหมือนกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -สมัยเป็น สนช. (ยุค คสช.) ที่เข้าไปเป็น กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ได้เข้าไปร่วมยกร่างเพื่อทำให้กฎหมายออกมาปิดช่องโหว่การสอบสวนเอาผิดเรื่องทุจริตอย่างไร? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่องโหว่ที่ผ่านมาในเรื่องนี้ คือเรื่องการทำงานการแสวงหาพยานหลักฐาน ซึ่งตามร่างเดิมก่อนจะผ่านความเห็นชอบ บางเรื่องตามร่างเดิมที่เสนอมา บางอันก็หมิ่นเหม่กับการจะไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ก็ไปสุดกู่เหมือนกัน ตอนนั้นที่ผมเป็น สนช.และยังรับราชการอยู่ที่ศาลยุติธรรม บางเรื่องผมก็บอกว่าเป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งตอนนั้นผู้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวในชั้นแรก รู้สึกว่าเขาอยากได้หมด&amp;nbsp; แต่สุดท้ายก็มีการตัดทิ้งออกไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ พ.ร.บ.ป.ป.ช.ฉบับปัจจุบัน โดยภาพรวมดีกว่าของเดิมแน่นอน เพราะมีการรวมทุกหมวดไว้อยู่ โดยกฎหมายการปราบปรามการทุจริตของประเทศ ของประเทศไทยถือว่าใช้ได้ แต่ของเรายังขาดเรื่อง &amp;quot;กฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม&amp;quot; ซึ่ง รธน.รับรองไว้ แต่กฎหมายลูกยังไม่มีการผ่านออกมา ก็ทำให้เรา (ประเทศไทย) ได้คะแนนตรงนี้น้อย ซึ่งร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวก็มีการเสนอเข้ามาที่ สนช. มีการตั้งคณะ กมธ.วิสามัญมาพิจารณา&amp;nbsp; มีการอภิปรายแสดงความเห็นกัน แต่ก็หาจุดสมดุลไม่ได้ว่าการขัดกันดังกล่าวอยู่จุดไหน เมื่อเราจุดสมดุล หาคำจำกัดความไม่ได้ เลยต้องพิจารณารายละเอียดกันเยอะ ถึงเคยมีข่าวเช่นเรื่องการนำโทรศัพท์มือถือมาชาร์จในที่ทำงานของส่วนราชการ ทำไปทำมาเราคิดวนไปถึงขนาดที่ว่า หากทำกันแบบนี้ข้าราชการชั้นผู้น้อยจะเดือดร้อน เพราะอย่างตอนปิดเทอม ข้าราชการบางคนก็นำลูกมาเลี้ยงที่ทำงาน เพราะเขาไม่มีคนเลี้ยงลูกให้ เอาลูกมาอยู่ที่ทำงาน มาเดินเล่น แล้วแบบนี้จะขัดกับผลประโยชน์ส่วนบุคคลไหม แต่ระดับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จะไม่โดน ก็มีการยกตัวอย่างมีการตีความกันถึงขนาดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ในชั้น สนช.พอเราถกเถียงกันนานมาก ทำให้กระบวนการร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเลยใช้เวลานานพอสมควร จนเกือบพิจารณาเสร็จ แต่ก็พอดีว่า สนช.หมดวาระเสียก่อนที่ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะคลอดออกมาเป็นกฎหมาย ก็เป็นที่น่าเสียดาย เพราะหากมีการประกาศใช้กฎหมายแบบนี้ทุกอย่างจะสมบูรณ์เลย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่อง การยึดทรัพย์ในต่างประเทศ เรายังไม่มีกฎหมายทำเรื่องนี้ ผมยังไม่มั่นใจว่าขั้นตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว แต่ต่อไปหากว่าเราสามารถไปยึดทรัพย์คนที่กระทำความผิดแล้วไปอยู่ต่างประเทศได้ นำทรัพย์สินไปซุกอยู่ต่างประเทศ หากทำได้ก็จะทำให้กระบวนการมีประสิทธิภาพมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนอำนาจต่างๆ ของ ป.ป.ช.เวลานี้ตามกฎหมายมองว่า ถ้าเรื่องการปราบปราม ผมก็คิดว่าพอสมควรแล้ว เพราะตอนนี้เทคโนโลยีมันเยอะ เพียงแต่ว่าผมก็ห่วงในเรื่อง ถ้าให้มากเกินไปแล้วเราไป&amp;nbsp; abuse มันเอง ก็จะเป็นการไประรานสิทธิส่วนบุคคล&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -การทำงานของ ป.ป.ช. หลายครั้งต้องเจอแรงกดดันทางการเมือง เช่นในอดีตเคยมีม็อบมาปิดล้อมหน้าสำนักงาน หรือมีการยิงอาวุธสงคราม M79 เข้ามาในสำนักงานตอนช่วงการชุมนุมทางการเมืองแรงๆ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องพวกนี้ผมฝึกมาดี เพราะว่าตอนสมัยรับราชการอยู่ที่ศาลก็เป็นแบบนี้ แต่เราก็ไม่เคยเจอแรงกดดันแบบที่ถาม ส่วนมากศาลก็จะลอยตัวกว่า เพียงแต่ช่วงหลังก็มีที่ลงมาเป็นคู่กรณีกับเขาด้วย แต่เมื่อเข้ามาเป็น ป.ป.ช.ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ ที่อาจทำให้เราต้องคิดมากขึ้น พูดให้น้อยลง อย่าไปแสดงความเห็นทางการเมืองจนกว่าจะถึงเวลา คืออย่าแสดงความคิดเห็นเร็วไปจนกระทั่งมีการผลักเราไปอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง แต่จะให้ไม่แสดงออกอะไรเลยก็คงไม่ได้ เพราะก็จะเหมือนกับคนที่ไม่รู้สึกรู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลยกับประเทศไทย แบบนั้นก็คงไม่ได้ แต่การแสดงความเห็นนั้นจะทำก็ต่อเมื่อถึงเวลาอันสมควร เช่น แสดงผ่านมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ว่าเราคิดกับเรื่องแบบนี้อย่างไร พยานหลักฐานเป็นอย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อถามถึงการทำงานเชิงรุกของ ป.ป.ช.ต้องทำเพิ่มมากกว่าปัจจุบันหรือไม่ เพราะที่ผ่านมา ป.ป.ช. ถูกมองว่าทำงานแบบตั้งรับ ต้องรอให้มีคนมายื่นเรื่องร้องให้ ป.ป.ช.สอบ ทั้งที่บางกรณีคนมองว่าอาจทำเชิงรุกได้ เช่นการตรวจสอบการอนุมัติโครงการต่างๆ ใน พ.ร.ก.เงินกู้โควิด 4 แสนล้านบาท สุชาติ-กรรมการ ป.ป.ช. ให้ความเห็นว่า ลำพังแค่เรื่องที่มีคนมายื่นเรื่องให้ตรวจสอบ บางทีเรายังหาความร่วมมือเพื่อหาพยานหลักฐานยังทำได้ยากอยู่ เช่นส่งบัตรสนเท่ห์มาที่สำนักงาน ป.ป.ช. หรือคนอื่นๆ ที่มายื่นเรื่องให้ตรวจสอบต่างๆ ซึ่งกฎหมายก็บัญญัติให้ ป.ป.ช.ไปแสวงหาพยานหลักฐานเองได้ ซึ่งการทำงานแบบที่ถามเป็นเรื่องที่ดี คือทำให้การทำงานมีความรวดเร็ว แต่หากทำรวดเร็วแล้วเกิดพลาดพลั้งขึ้นมาจะทำอย่างไร เพราะ ป.ป.ช.ในหลักกฎหมายทางอาญาก็คือกึ่งๆ ศาล อย่างเช่นการจะกล่าวหาข้าราชการด้วยเรื่องที่เบาที่สุดในเรื่องการทำผิดต่อการปฏิบัติหน้าที่ เรายังต้องแจ้งเรื่องให้เขาทราบเพื่อให้คนนั้นได้มีโอกาสมาชี้แจง เพราะบางองค์กรแม้เป็นแค่เรื่องวินัยไม่ร้ายแรง เช่น องค์กรตุลาการ แค่มีผู้พิพากษาจากคณะกรรมการข้าราชการตุลาการ มีมติให้ตักเตือนผู้พิพากษาคนไหน ชีวิตการรับราชการของคนนั้นก็แย่ไปแล้ว แม้ในสายตาคนอื่นอาจมองว่าเบา แต่สำหรับผู้พิพากษาก็มองว่าเป็นเรื่องร้ายแรง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...การทำงานของ ป.ป.ช.ก็ต้องให้สิทธิบุคคลต่างๆ ในการชี้แจง ดังนั้นการทำงานก็ต้องยึดหลักสุจริตสี่ประการ อย่างที่บอกคือ เจ้าหน้าที่ต้องสุจริต, พยานหลักฐานต้องสุจริต, คู่กรณีต้องสุจริต, คนชี้ขาดต้องสุจริต มันถึงจะไปได้ จะขาด factor ใด factor หนึ่งไม่ได้เลย เพราะอย่างคำพิพากษาของศาลที่ดีจะออกมาไม่ได้เลยหากไม่มีหลัก เจ้าหน้าที่ต้องสุจริต-พยานหลักฐานต้องสุจริต-คู่กรณีต้องสุจริต ที่ก็เทียบเคียงกับมติ ป.ป.ช.แต่ละเรื่องได้ เพราะหากคำร้องใดคนร้องตั้งใจกลั่นแกล้งร้องเรียน ร้องมาแล้วแต่กลับไม่ยอมมาให้การ มีการดึงไว้แล้ว ป.ป.ช.จะเอาข้อเท็จจริงจากที่ไหน และเมื่อให้พยานหลักฐานมา เราก็ต้องมาพิสูจน์อีกว่าพยานที่ได้เท็จหรือว่าจริง โดยเฉพาะ พยานบุคคล เพราะคนมีลิ้นจะพูดยังไงก็ได้ ไม่เหมือนพยานเอกสารที่มีการเซ็นอะไรกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ปัญหาเรื่องสำนวนและเรื่องร้องเรียนคั่งค้างจำนวนมากของ ป.ป.ช. ที่ก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยว่ามีร่วมหนึ่งหมื่นกว่าคดี ตอนนี้ดำเนินการไปแล้วประมาณสามพันกว่าเรื่อง มีคำร้องค้างอยู่อีกร่วมเจ็ดพันเรื่อง ป.ป.ช.จะแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นเรื่องของการจัดการคดี-คำร้อง อย่างหลังจากที่ผมเข้ามาเป็น ป.ป.ช. ก็พบว่าเวลานี้ก็มีเรื่องร้องเรียนที่อยู่ในชั้น ป.ป.ช.กำลังใกล้จะขาดอายุความค่อนข้างเยอะ ปัญหาดังกล่าวอันหนึ่งที่แก้ไขได้คือ การบริหารจัดการคดี อย่างที่ศาลยุติธรรมก็มีการวางระบบการบริหารจัดการคดี แต่แน่นอนว่าของศาล อาจทำได้ง่ายกว่า บางเรื่องเช่นเรื่องคดีการกู้ยืมเงินที่จำนวนหลักหมื่นบาท ก็สามารถทำแบบ fast track ได้ แต่คำร้องที่เข้ามา ป.ป.ช.ทำแบบนั้นไม่ได้ อาจมีแค่บางกรณีเช่นจงใจไม่ยื่นพยานหลักฐาน&amp;nbsp; แบบนี้ก็สามารถทำให้เร็วได้ ก็อยู่ที่การบริหารจัดการคดี ก็เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของ ป.ป.ช.ที่กรรมการต้องมาคุยกันอีกทีว่าจะจัดการในรูปแบบใด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทุกวันนี้ ป.ป.ช.ก็ประชุมกันต่อเนื่องสัปดาห์ละสามวัน ซึ่งหากเรื่องเข้ามาถึงที่ประชุมใหญ่ไม่มีช้ารับรอง แต่ที่ช้าก็ช้าตรงกระบวนการ process เช่น process จากกฎหมาย ขณะที่เจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช. ผมไปตรวจงานต่างจังหวัด พบว่าเจ้าหน้าที่ไต่สวนระดับสูงของเราแทบไม่มี เรามีแต่ระดับกลางกับระดับต้น ซึ่งประสบการณ์ การฝึกอบรมต่างๆ การทำงานยังน้อยอยู่ ก็ต้องขอเวลาให้เขามีประสบการณ์ด้วย.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย วรพล กิตติรัตวรางกูร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ................................................... &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75913</URL_LINK>
                <HASHTAG>จากตุลาการ สู่เก้าอี้ ป.ป.ช., สุชาติ ตระกูลเกษมสุข, แทบลอยด์, แทบลอยด์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200829/image_big_5f4a47624380e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 11:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2ปปช.ป้ายแดงทำงานวันแรก &#039;โฆษก&#039;จ่อแถลงคดีใหญ่ปลายสัปดาห์นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค. 63 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ​ เมื่อเวลา 08.30 น. นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา&amp;nbsp; และ นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข&amp;nbsp; กรรมการ ป.ป.ช. เข้าทำงานเป็นวันแรก หลังได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. โดยได้มีการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในสำนักงาน ป.ป.ช. ก่อนเริ่มงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสุชาติ&amp;nbsp; กล่าวว่า การทำงานคงขึ้นอยู่กับกรรมการ ป.ป.ช.ชุดเดิม ว่าจะมีนโยบายในการบริหารจัดการคดีอย่างไร พวกเราคงจะต้องรับนโยบาย และปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ของ ป.ป.ช. ส่วนกรณีปัญหาเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ป.ป.ช.จะมีการแก้ไขอย่างไรนั้น การเป็นนักกฎหมายจะช่วยให้การทำงานด้านสืบสวนสอบสวนเป็นไปอย่างรอบคอบ ทั้งนี้​ เข้าใจว่าสำนวนของ ป.ป.ช.ไม่สามารถเปิดเผยได้จนกว่าเรื่องจะไปสู่การพิจารณาของศาล แต่โดยส่วนตัวเห็นว่า หากคดีใดที่สั่งฟ้องเรียบร้อยแล้ว และไม่ส่งผลกระทบต่อการสอบสวน&amp;nbsp; ก็ควรจะมีการเผยแพร่ความเห็นส่วนตัวของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ได้ลงมติในคดีนั้นต่อสาธารณะ&amp;nbsp; เพื่อป้องกันข้อครหาว่า ป.ป.ช.ไต่สวนสำนวนไม่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐจักร กล่าวว่า เคยทำงานเป็นอนุกรรมการ ป.ป.ช. และเห็นว่าสิ่งแรกจะต้องเร่งสร้างกำลังคนของ ป.ป.ช.ให้เก่ง นอกจากนั้นจะต้องสร้างขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ และควรกระจายอำนาจจากคณะกรรมการป.ป.ช.ให้กับป.ป.ช.ประจำจังหวัดมากขึ้นให้มีอำนาจตัดสินใจบางเรื่อง เพื่อให้คดีค้างเก่าเดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว ส่วนแนวทางการทำงานนั้น ขอให้รอดูว่าตนทำงานได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามการไต่สวนในทุกสำนวนก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาและผู้ร้องมากที่สุด เพื่อให้เกิดความเกิดความเท่าเทียมและเป็นประโยชน์กับประชาชน โดยในเรื่องที่มีการกล่าวหา จะต้องสอบทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งฝ่ายผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา เพื่อให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย และ ป.ป.ช.จะต้องมีความเป็นกลางในการตัดสินใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่า ป.ป.ช.มีมติชี้มูลในคดีฮั้วประมูลการจัดงานอีเวนต์ประชาสัมพันธ์โครงการสร้างอนาคตใหม่ประเทศไทย Roadshow Thailand 2020&amp;nbsp; วงเงิน 240 ล้านบาทว่า มีนักการเมืองถูกชี้มูลในคดีนี้ตามที่มีข่าวจริง&amp;nbsp; แต่ขณะนี้ ป.ป.ช.กำลังจัดทำรายละเอียดอยู่ ดังนั้นจึงขอให้รอฟังรายละเอียดอีกครั้งในการแถลงของโฆษก ป.ป.ช. ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดโฆษก ป.ป.ช.จะเป็นผู้แถลงในช่วงปลายสัปดาห์นี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71984</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา, ป.ป.ช., วรวิทย์ สุขบุญ, สุชาติ ตระกูลเกษมสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f152165c7ef7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2020 07:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2020 07:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง 2 ป.ป.ช.คนใหม่แทนตำแหน่งที่ว่างลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;สุชาติ ตระกูลเกษมสุข,ณัฐจักร ปัทมสิงห์ณ อยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.63 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่าตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายปรีชา เลิศกมลมาศและนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตามประกาศลงวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๓ และวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๘ ตามลำดับ นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ นายปรีชา เลิศกมลมาศ และนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร ได้พ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุมีอายุครบเจ็ดสิบปี และวุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ แทนตำแหน่งที่ว่างแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๓๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบมาตรา ๙ และมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ณ อยุธยา เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;อ่านต้นฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓ เป็นปีที่ ๕ ในรัชกาลปัจจุบัน
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พรเพชร วิชิตชลชัย
ประธานวุฒิสภา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71697</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐจักร ปัทมสิงห์ณ อยุธยา, ป.ป.ช., ปรีชา เลิศกมลมาศ, ราชกิจจา, สุชาติ ตระกูลเกษมสุข, สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200717/image_big_5f10ec5c81ef8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71405</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2020 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2020 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยุติสอบปม &#039;อดีต สนช.&#039; นั่ง ป.ป.ช. อ้างไม่ได้เป็นอำนาจหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค.63 - นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า วันนี้(14 ก.ค.)​ผู้ตรวจฯได้มีคำวินิจฉัยยุติเรื่องร้องเรียนของนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยที่ขอให้ผู้ตรวจฯพิจารณาเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครอง ตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า(พ.ร.ป.)ด้วยผู้ตรวจฯ 2560 เพื่อพิจารณาวินิจฉัย กรณีสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาและคณะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ดำเนินการและส่งรายชื่อนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ซึ่งพ้นจากตำแหน่งมายังไม่ครบ 10 ปี อันมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 11 (18) ของพ.ร.ป.ว่าด้วยป.ป.ช. 2561 ให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบเป็นกรรมการป.ป.ช. เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ตรวจฯได้พิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่า&amp;nbsp;การที่ผู้ร้องเรียนขอให้ผู้ตรวจฯจะพิจารณาเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัย ตามมาตรา 23 (1) ได้นั้น จะต้องเป็นกรณีที่เห็นว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยที่ &amp;ldquo;บทบัญญัติแห่งกฎหมาย&amp;rdquo; หมายถึง กฎหมายที่ตราขึ้นโดยองค์กรที่ใช้อำนาจนิติบัญญัติตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะตราขึ้นโดยฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายบริหารก็ตาม ได้แก่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ พระราชกำหนดที่ได้รับอนุมัติจากรัฐสภาแล้ว และประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่มีผลใช้บังคับเทียบเท่ากับพระราชบัญญัติ แต่กรณีนี้เป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาและคณะกรรมการสรรหากรรมการป.ป.ช. มิใช่เป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ผู้ตรวจฯจะพิจารณาเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรักษเกชา กล่าวอีกว่า การปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และคณะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เป็นลักษณะการใช้อำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มิใช่เป็นการใช้อำนาจทางบริหารหรือทางปกครองแต่อย่างใด ผู้ตรวจฯจึงไม่อาจพิจารณาเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลปกครองเพื่อพิจารณาวินิจฉัยได้ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 23 (2) พ.ร.ป.ว่าด้วยผู้ตรวจฯ 2560 ดังนั้น กรณีเรื่องร้องเรียนของนายศรีสุวรรณนี้ เป็นเรื่องที่ไม่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของผู้ตรวจฯ จึงมีมติให้ยุติเรื่องร้องเรียน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71405</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการ ป.ป.ช., นายศรีสุวรรณ จรรยา, รักษเกชา แฉ่ฉาย, สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน, สุชาติ ตระกูลเกษมสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200714/image_big_5f0d4be8df73e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2020 21:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2020 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรเพชร&#039; ร่อนเอกสารแจง &#039;สุชาติ&#039; อดีต สนช.นั่ง ป.ป.ช.ได้ เผย ปธ.ศาลฎีกา รับรองคุณสมบัติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพรเพชร วิชิตชลชัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.63 - ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เพื่อแจกเอกสารคำชี้แจงของประธานวุฒิสภา กรณีนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ผู้ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยมีใจความสำคัญว่า ประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานกรรมการสรรหาฯ ได้มีหนังสือของคณะกรรมการสรรหา ยืนยันมติของคณะกรรมการสรรหาในการประชุมเมื่อวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ม.ค. ว่า นายสุชาติ ไม่ถือว่าเป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรและสมาชิกวุฒิสภาแต่ประการใด ดังนั้น นายสุชาติ จึงเป็นผู้ที่ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;11(18)&amp;nbsp;และตามมาตรา&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ได้บัญญัติให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาให้เป็นที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในเอกสารดังกล่าว ยังระบุถึงการเปิดช่องให้มีการขัดแย้งกันในเรื่องความเห็นและการวินิจฉัยว่า เป็นปัญหาในเรื่องการออกแบบกฏหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญ ถ้ารอบคอบตั้งแต่แรกต้องปิดช่องไม่ให้เกิดความขัดแย้งขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ท้ายเอกสาร ประธานวุฒิสภายืนยันว่าได้ศึกษากฏหมายที่สำคัญ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ฉบับ ประกอบด้วย รัฐธรรมนูญ พ.ร.ป.ว่าด้วยป.ป.ช. และพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ อย่างละเอียดรอบคอบ และได้รับฟังความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฏหมาย เพื่อที่จะหาข้อยุติในเรื่องที่ขัดแย้งในคำวินิจฉัยของกรรมการสารรหา แต่ละคณะที่มีความเห็นในบางประเด็นแตกต่างกัน แต่ไม่พบว่ามีบทบัญญัติของกฏหมายใดให้อำนาจประธานวุฒิสภาในการส่งเรื่องนี้ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอื่นใดเพื่อวินิจฉัยในเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการสรรหานายสุชาติ เป็นกรรมการป.ป.ช. เนื่องจากบุคคลดังกล่าวเคยดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งตามกฏหมายกำหนดให้บุคคลที่เคยเป็น ส.ส ส.ว. ต้องเว้นวรรคก่อน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี ถึงจะเป็นคณะกรรมการในองค์กรอิสระได้ ดังนั้น จึงเกิดคำถามว่าสนช. คือ ส.ส. ส.ว. หรือไม่ ซึ่งคณะกรรมการสรรหามีมติว่าไม่ใช่ส.ส. หรือส.ว. จึงสามารถดำรงตำแหน่งเป็นป.ป.ช.ได้ ขณะเดียวกัน คณะกรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กลับมีมติตีตก&amp;nbsp;พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ทั้งที่เป็นอดีตสนช.เช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70300</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการ ป.ป.ช., พรเพชร วิชิตชลชัย, สุชาติ ตระกูลเกษมสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200608/image_big_5ede20631d425.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2020 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2020 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039;ยันกระบวนการเลือก&#039;สุชาติ&#039;ถูกต้อง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.2563 - นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการสรรหาเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.เป็นการประชุมที่สืบเนื่องมาจากการที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ได้มีหนังสือสอบถามถึงความถูกต้องในกระบวนการสรรหาและเสนอชื่อนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข เป็นกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาได้ยืนยันกลับไปว่ากระบวนการสรรหาชอบด้วยกฎหมายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวนยืนยันว่า เป็นการรับรองการประชุมเมื่อวันที่ 9มิ.ย. ไม่ได้พิจารณาประเด็นใหม่ โดยเฉพาะเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. เนื่องจากกระบวนการสรรหาเสร็จสิ้นแล้วและส่งให้วุฒิสภาดำเนินการลงมติเห็นชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการประชุมคณะกรรมการสรรหาเมื่อวันที่ &amp;nbsp;9 มิ.ย.เป็นการยืนยันใช่หรือไม่ว่าสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไม่ได้เป็น ส.ส.และ ส.ว. นายชวน กล่าวว่า ประธานวุฒิสภาขอให้คณะกรรมการสรรหายืนยัน แต่การประชุมคณะกรรมการสรรหาได้พิจารณาแค่ว่ากระบวนการสรรหาตั้งแต่เริ่มต้นถูกต้องตามรัฐธรรมนูญแล้ว โดยไม่ได้พิจารณาเรื่องเหล่านี้ เพราะความคิดเห็นในเรื่องคุณสมบัติได้ผ่านไปแล้ว จึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงกระบวนการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเรื่องนี้ควรให้ได้ข้อยุติโดยศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ทุกอย่างผ่านขั้นตอนของคณะกรรมการสรรหาไปแล้ว ซึ่งขึ้นอยู่กับประธานวุฒิสภา.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68286</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, ชวน หลีกภัย, ป.ป.ช., ประธานวุฒิสภา, ประธานสภาผู้แทนราษฎร, พรเพชร วิชิตชลชัย, สุชาติ ตระกูลเกษมสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200610/image_big_5ee0406c628fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่วยผู้เร่ร่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายหลังบรรดาสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เทคะแนนให้ สุชาติ ตระกูลเกษมสุข อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) วุฒิสภาก็ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าช่วยพวกเดียวกัน เพราะ ส.ว.ชุดนี้ส่วนใหญ่ก็มาจาก สนช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งยังถูกตั้งข้อสังเกตด้วยว่า สนช.ถือเป็น ส.ว.หรือไม่ เพราะถ้า สนช.คือ ส.ว.หรือ ส.ส. ตามกฎหมาย ป.ป.ช.จะห้ามไม่ให้เป็นกรรมการ ป.ป.ช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร้อนถึง พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ออกมาชี้แจงว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น และยืนยันทุกอย่างที่ ส.ว.กระทำเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาเป็นที่สุด จะให้ ส.ว.ไปลบล้างก็ไม่มีมาตราไหนเขียนไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอสิ้นกระบวนการแถลงเรียบร้อย ก็เจอะ ครูหยุย-วัลลภ ตังคณานุรักษ์ ส.ว. ยืนอยู่แถวนั้น จึงชวนคุยเรื่องสัพเพเหระ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนหนึ่งเจ้าตัวเล่าให้ฟังว่าช่วงกักตัวโควิด 2-3 เดือนไปไหนมาบ้าง ทำอะไรบ้าง... &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ช่วงปิดสมัยประชุมตรงกับการแพร่ระบาดโควิดพอดี ก็ได้ลงพื้นที่ไปช่วยเหลือและเอาสิ่งของไปช่วยผู้เร่ร่อน คนเก็บขยะในชุมชนย่านรังสิตคลองสอง และแถวๆ ตะเข็บจังหวัดปทุมธานี คนเหล่านี้เป็นพวกตกหล่น ไม่ค่อยมีใครนึกถึง ดังนั้นช่วยอะไรได้ก็ช่วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ขอความดีอุดหนุนกิจการงานของครูให้งอกเงย.&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:right&quot;&gt;มินนี่เมาธ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68267</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, พรเพชร วิชิตชลชัย, มินนี่เมาธ์, วัลลภ ตังคณานุรักษ์, สุชาติ ตระกูลเกษมสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
