<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2019 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2019 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อแม้วชี้โต๊ะจีนพปชร.ผิดสำเร็จแล้ว เปรียบจับขโมยได้แม้จะคืนของกลางก็ต้องรับโทษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย.62 - นายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวว่า กกต. อาจยกความผิดปมโต๊ะจีนของพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากรอหน่วยงานรัฐที่ปรากฎในผังโต๊ะแจง โดยมีกระแสข่าวว่ามีประเด็นเรื่องเงินยังไม่เข้าบัญชีพรรค อาจไม่สามารถเอาผิดได้นั้น หากเป็นเช่นนั้นจริง คงเป็นเรื่องแปลกที่สุดในยุคปฏิรูป เพราะรูปแบบเช่นนี้ ถือว่าความผิดในกรณีดังกล่าวสำเร็จแล้ว มีการจัดโต๊ะจีนระดมทุน มีการยื่นความจำนงค์และออกเช็ค เพื่อซื้อโต๊ะจีนที่จัดโดยพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งสื่อมวลชนจำนวนมากได้นำเสนอไปอย่างชัดเจน เปรียบเหมือนตำรวจจับกุมคนร้ายขโมยของเพราะกระทำความผิดที่สำเร็จแล้ว แต่พอถูกจับก็คืนของที่ขโมยมา ก็ยังมีความผิดต้องโทษอยู่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรณีซื้อโต๊ะจีนนี้ กกต.ควรจะพิจารณาตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ไม่ควรหาช่องทางเพื่อช่วยเหลือกัน หากเป็นเช่นนั้นจริง ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง&amp;rdquo; นายสุชาติกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34579</URL_LINK>
                <HASHTAG>พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, สุชาติ ลายน้ำเงิน, เลี้ยงโต๊ะจีนพปชร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190121/image_big_5c458c89129fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31366</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกเลือก&#039;พปชร.&#039; ลุงตู่ปล่อยคลิปเวทีปราศรัย ผู้ตรวจการันตีไม่ใช่จนท.รัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผู้ตรวจการแผ่นดิน&amp;rdquo; ตีตรา &amp;ldquo;หัวหน้า คสช.&amp;rdquo; ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 5/2543 พิงหลัง ชี้ไม่เข้าข่ายครบ 4 ข้อ ไม่อยู่ใต้บังคับบัญชาใคร แต่ใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ พร้อมการันตีแทน กกต.ประกาศชื่อลุงตู่เป็นแคนดิเดตนายกฯ ชอบแล้ว &amp;ldquo;หญิงหน่อย&amp;rdquo; ซัดตลกร้าย ส่วน &amp;ldquo;เต้น&amp;rdquo; ชี้เป็นการตีไพ่ให้ผู้มีอำนาจน็อกมืด &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ส่งคลิปครั้งแรกเวทีสุโขทัย ชวนประชาชนอย่าลังเลใจ ขอให้กล้าไปกับลุงตู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 มี.ค. นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้แถลงถึงผลการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ขอให้ตรวจสอบพร้อมเสนอความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองวินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ การที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ จึงเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 88 มาตรา 89 และมาตรา 160 (6) ประกอบมาตรา 98 (15) หรือไม่ โดยที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้ยกเรื่องดังกล่าว เพราะก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยที่ 5/2543 เกี่ยวกับความหมายของคำว่าเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ว่าต้องมีลักษณะครบถ้วน 4 ประการคือ 1.ได้รับแต่งตั้งหรือเลือกตั้งตามกฎหมาย 2.มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการหรือหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายและปฏิบัติงานประจำ 3.อยู่ในบังคับบัญชาหรือในกำกับดูแลของรัฐ และ 4.มีเงินเดือน ค่าจ้าง หรือค่าตอบแทนตามกฎหมาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายรักษเกชาแถลงต่อว่า สถานะหัวหน้า คสช. แม้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการหรือหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายและปฏิบัติงานประจำ มีเงินเดือน ค่าจ้าง หรือค่าตอบแทนตามกฎหมายก็ตาม แต่ตำแหน่งดังกล่าวได้รับแต่งตั้งโดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ มิใช่ได้รับแต่งตั้งหรือเลือกตั้งตามกฎหมาย แต่เป็นผลสืบเนื่องมาจากการเข้ามาควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ คสช. และตำแหน่งหัวหน้า คสช.ไม่ได้อยู่ในบังคับบัญชาหรือในกำกับดูแลของรัฐ หากแต่เป็นตำแหน่งที่ใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งเป็นอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ จึงแสดงให้เห็นได้ว่าตำแหน่งหัวหน้า คสช.มิได้มีลักษณะครบถ้วนทั้ง 4 ประการตามแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์จึงไม่ได้มีสถานะเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐตามที่มีการร้อง ดังนั้นการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรายชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ ของพรรค พปชร.เสนอ จึงเป็นการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 13 และมาตรา 14 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กรณีนี้จึงไม่มีเหตุที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครอง เพื่อพิจารณาวินิจฉัยตามมาตรา 23 พ.ร.ป.ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2560
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผู้ตรวจฯ พยายามมองในหลายๆ มุม แต่เมื่อพิจารณาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร ซึ่งความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ ยืนยันว่าผู้ตรวจพิจารณาบนพื้นฐานของข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง&amp;rdquo; นายรักษเกชากล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องสถานะของพล.อ.ประยุทธ์ ว่าที่ประชุม กกต.ได้พิจารณาไปเมื่อวันที่ 13 มี.ค. และเห็นว่ายังมีปัญหาในข้อกฎหมาย จึงให้สำนักงานเสนอต่อคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายของ กกต. โดยจะนัดประชุมในวันที่ 18 มี.ค.นี้ เมื่อได้รับความเห็นแล้วจะนำเสนอต่อที่ประชุม กกต.พิจารณาต่อไป ส่วนกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ก็ขึ้นอยู่กับ กกต.จะหยิบยกคำวินิจฉัยดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาหรือไม่ แต่สำนักงาน กกต.ได้เสนอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับลักษณะของเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ฉบับที่ 5/2543 ให้ที่ประชุม กกต.ด้วย
รุมสับมติผู้ตรวจการฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงมติของผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่าเป็นตลกร้าย ถ้าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ แล้วมีการปลดคน ใช้มาตรา 44 ได้อย่างไร ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้วว่าหัวหน้า คสช.เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หากวินิจฉัยเช่นนี้ก็ไม่ต้องมีหลักอะไร หรือไม่ต้องเลือกตั้งก็ได้ ต้องฝากความหวังไปที่ศาล กกต. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะปล่อยให้บ้านเมืองเป็นแบบนี้หรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า การวินิจฉัยสถานะ พล.อ.ประยุทธ์แบบนี้ไม่ได้แค่ตอบสนองความต้องการผู้มีอำนาจ แต่เป็นการเสริมความชอบธรรมให้การรัฐประหารว่า หัวหน้าคณะไม่ต้องอยู่ภายใต้ตัวบทกฎหมายใด ซึ่งน่าสังเกตว่าผู้ตรวจการแผ่นดินรีบวินิจฉัยเป็นพิเศษ ทั้งที่เพิ่งรับเรื่องเมื่อวันที่ 6 มี.ค. ต่างกับ กกต.ที่ยื่นคำร้องเรื่องนี้เมื่อวันที่ &amp;nbsp;11 ก.พ. แต่เพิ่งมีข่าวว่าตั้งกรรมการสอบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ที่ กกต.ช้าอยู่ก็เพื่อดึงเวลา เพราะหามุมออกยากจนผู้ตรวจการแผ่นดินซึ่งไม่ใช่ผู้รับผิดชอบโดยตรงวินิจฉัยก่อน ถือเป็นการตีไพ่ให้ กกต.เล่นง่ายใช่หรือไม่ ถ้าองค์กรอิสระของประเทศชวนกันตีไพ่ให้ผู้มีอำนาจน็อกมืด แล้วบ้านเมืองจะอยู่กันยังไง&amp;quot; นายณัฐวุฒิกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค พท. กล่าวว่า กกต.ควรเร่งดำเนินเรื่องความชัดเจนสถานะของ พล.อ.ประยุทธ์เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่ ควรวินิจฉัยให้สะเด็ดน้ำ ไม่ควรปล่อยให้คาราคาซัง ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาในอนาคต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ (พช.) กล่าวว่า กกต.ควรส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญเร่งวินิจฉัยคุณสมบัติดังกล่าวโดยเร็ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนนายสุชาติ ลายน้ำเงิน ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 จ.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย เข้ายื่นคำร้องต่อประธาน กกต.ขอให้ตรวจสอบเอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค พปชร. กรณีพรรค พปชร.จัดเวทีปราศรัยหาเสียงที่ อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี โดยได้นำพยานหลักฐานเป็นภาพถ่ายและคลิปเสียงปราศรัย พร้อมเอกสารในกรณีสัญญาว่าจะให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปใช้ในการหาเสียงมายื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ครั้งนี้พยานหลักฐานชัดเจน และผมหวังว่า กกต.จะเดินหน้าเรื่องนี้ไปให้สุด ต้องให้มันถึงจริงๆ ซึ่ง กกต.ต้องไม่ลืมว่าคนจับตาดูอยู่ทั่วโลกว่าจะมีการเลือกตั้งแบบบริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่&amp;quot; นายสุชาติกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกัน ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล ได้เผยผลสำรวจภาคสนามเรื่อง ภาพชุดลุคส์หล่อ พล.อ.ประยุทธ์ จากประชาชนทั่วประเทศ 1,450 ตัวอย่าง ซึ่งเมื่อถามถึงการสนับสนุนรัฐบาล พบว่า 56% เคยสนับสนุนค่อนข้างมากถึงมากที่สุด และ 44% เคยสนับสนุนค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; และเมื่อถามถึงการปรับเปลี่ยนภาพชุดลุคส์หล่อเท่ๆ ของ พล.อ.ประยุทธ์ พบว่า 74.6% ระบุว่าควรรักษาภาพเดิมๆ ตอนเข้ามาเป็นรัฐบาลตอนแรกๆ และ 25.4% เห็นควรปรับเปลี่ยนมาเป็นภาพชุดลุคส์หล่อ ทั้งนี้ เมื่อถามถึงสถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ ควรเป็นอะไร พบว่า 66.1% เห็นว่าควรเป็นหัวหน้า คสช. และ 33.9% เห็นควรเป็นนักการเมือง
ลั่นทำดีเหมือน 5 ปีที่ผ่านมา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวปาฐกถาพิเศษในการประชุม CLSA อาเซียน ประจำปี 2562 ตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยถือเป็นตัวเลือกที่ดีอีกประเทศหนึ่ง ขอบคุณทุกคนที่มาลงทุนในประเทศไทย หากใครที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ขอให้ตัดสินใจเลย เพราะจะได้นอนหลับฝันดี จึงขอให้เชื่อมั่นจะทำให้ดีที่สุด อย่างที่เคยได้ทำมาตลอด 5 ปี ขอทุกคนเข้ามาเป็นหุ้นส่วนในอาเซียน เพื่อขยายธุรกิจของตนเองต่อไป ส่วนเรื่องการเมือง ก็ขอให้เป็นเรื่องภายในของแต่ละประเทศ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ยังตอบคำถามสื่อมวลชนต่างประเทศถึงกรณีผลการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.นี้จะออกมาเป็นอย่างไร ว่าผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไรต้องยอมรับ เพราะในเมื่อเราจัดให้มีการเลือกตั้ง และเมื่อถามถึงหลังการเลือกตั้งจะร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองอื่นได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่ายินดี เพราะเป็นเรื่องของการเมือง รัฐบาลต้องมีการผสมผสานการทำงาน โดยมาจากพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามถึงกรณีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ แสดงความเป็นห่วงว่าการหาเสียงในช่วงนี้มีการยกประเด็นไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ อาจจะทำให้นักลงทุนเกิดความสับสนและส่งผลต่อความเชื่อมั่นประเทศ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็เป็นห่วงว่าวันนี้จะพูดอะไรก็ตามในเรื่องของการเลือกตั้ง หรืออะไรก็แล้วแต่ เป็นเรื่องของเราภายในประเทศ ก็ไม่อยากให้มีผลกระทบกับเรื่องความเชื่อมั่น ทุกอย่างกำลังเดินหน้าไปได้ด้วยดี ช่วยกันเถอะ อย่าเพิ่งมีความขัดแย้งกันตอนนี้ หลายเรื่องค่อยไปเริ่มกันหลังจัดตั้งรัฐบาล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวในประเด็นนี้ว่า สิ่งที่ประกาศคิดว่าสากลน่าจะดีใจ เพราะเป็นเรื่องที่พรรคการเมืองในระดับสากลพึงกระทำอยู่แล้ว ส่วนที่ระบุว่าไม่หนุน พล.อ.ประยุทธ์ ถือว่าเป็นนักบอยคอตนั้น เป็นคนละเรื่องกัน คำพูดของนายสมคิดเสียอีกที่บอกว่าถ้าไม่ให้เลือกตั้งก็ได้ สะท้อนตัวตนมากกว่า ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นการดิ้นของคนที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค ปชป.โพสต์เฟซบุ๊กว่า การแสดงจุดยืนว่าพรรคการเมืองสนับสนุนหัวหน้าพรรคตนเอง และไม่สนับสนุนหัวหน้าพรรคของพรรคคู่แข่ง เป็นเรื่องปกติในโลกสากล จึงไม่เห็นว่ามีใครตระหนกตกใจแต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวเช่นกันว่า การติดล็อกเกิดจากความวุ่นวายของ คสช.เอง ถ้าไม่ยอมปล่อยประชาธิปไตย ซึ่งการตัดสินใจลงทุนของต่างชาติขึ้นอยู่กับหลักนิติรัฐ นิติธรรมที่เข้มแข็งมากกว่า
พปชร.รับห่วงเดดล็อก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค พปชร. ยืนยันว่า พรรคไม่ได้เน้นชัยชนะทางการเมือง ส่วนจะทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทยหรือประชาธิปัตย์ได้หรือไม่ ถ้าเป็นคำตอบในวันนั้น แล้วเป็นทางออกที่ดีให้กับประเทศ ส่วนตัวคิดว่าเป็นสิ่งที่ทุกพรรคการเมืองควรคิดถึงสิ่งเหล่านี้ด้วยซ้ำไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;แน่นอนตามแนวทางประชาธิปไตย คนที่มีเสียงข้างมากต้องดำเนินการก่อน หากทำไม่ได้ คนที่ได้คะแนนเสียงอันดับสองก็ต้องดำเนินการ ส่วนตัวไม่อยากเห็นการทำให้เกิดเดดล็อกทางการเมือง เพราะจะทำให้ประชาชนว้าเหว่ ดังนั้นขอให้การเมืองเดินไปตามแนวทางประชาธิปไตย อย่าสร้างเงื่อนไขจนประเทศไปถึงทางตัน เราห่วงการเมืองจะเดินหน้าไปสู่จุดที่เราเดินหน้าไม่ได้&amp;rdquo; นายสนธิรัตน์กล่าวตอบข้อถามการให้พรรคที่ชนะเลือกตั้งจัดตั้งรัฐบาลก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้ง พรรค พปชร. กล่าวว่า ถ้าหากว่าพรรค พปชร.ไม่เร่งสปีดขึ้นโพลต่างๆ อาจมองว่าพรรค ปชป.อาจมาแรง แต่เชื่อว่าหากพรรค พปชร.ได้ 150 ส.ส. จะจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่หากเราขาดความทะเยอทะยานเมื่อไร เราอาจตกลงไปเป็นอันดับ 3 และอาจทำให้คนที่ออกมาพูดว่าไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์มีสิทธิ์เป็นนายกฯ ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังคงมีการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค.-20 มี.ค. โดยวันที่ 16 มี.ค. ลงพื้นที่ จ.เชียงรายและแพร่, 18 มี.ค. ลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช, 19 มี.ค. ลงพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก และ 20 มี.ค. ตรวจราชการที่ จ.ฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เห็นลีลา พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ ใครยังกล้าบอกว่าไม่ใช่หาเสียงก็เกินไป การพูดบนเวทีแบบนั้นคือการซ้อมปราศรัยเพื่อขึ้นเวทีใหญ่ในวันที่ 22 มี.ค. ซึ่งทราบมาว่าพรรค พปชร.เตรียมไว้เป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ เพื่อเอาเปรียบพรรคคู่แข่งจนวินาทีสุดท้ายของการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ขอเรียกร้องให้ท่านแสดงความเคารพและให้เกียรติประชาชนโดยขึ้นเวทีพรรคพลังประชารัฐตั้งแต่วันนี้ บอกมาเลยว่าที่ไหนอย่างไร ผมจะย้ายเวทีก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตยไปเปิดในพื้นที่ใกล้เคียง เอาวันเดียวกันเลย ประชาชนจะได้ตัดสินใจ&amp;rdquo; นายณัฐวุฒิกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ที่สนามฟุตบอลทุ่งทะเลหลวง สโมสรสุโขทัย เอฟซี อ.เมืองฯ จ.สุโขทัย แกนนำพรรค พปชร.ได้จัดปราศรัยใหญ่ โดยมีประชาชนเข้าร่วมกว่า 3,000 คน ซึ่งระหว่างการปราศรัยได้มีเซอร์ไพรส์เปิดคลิป พล.อ.ประยุทธ์ ที่จัดทำมาเพื่อพูดคุยกับประชาชนเป็นครั้งแรกที่ จ.สุโขทัย เนื้อหาคลิปยาว 8 นาที โดยตอนหนึ่งระบุว่า วันนี้ที่ประเทศเดินหน้าได้ และสิ่งต่างๆ สำเร็จได้นั้นก็ต้องอาศัยพี่น้องคนไทยทั้งประเทศร่วมมือกัน จับมือกัน ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเดินอีกก้าวหนึ่ง ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ทุกคนจะต้องตัดสินใจว่าเราจะเลือกเดินอย่างไรในเวลาที่สำคัญ ก่อนตัดสินใจอยากให้พี่น้องประชาชนของพวกเรานำความรัก ความสามัคคี และรอยยิ้มที่สวยงามกลับมา ประเทศของเราต้องไม่ย้อนกลับไปในอดีต ที่บ้านเมืองเกิดความขัดแย้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า เหตุผลที่ตัดสินใจตอบรับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคพลังประชารัฐครั้งนี้ ไม่ใช่ความต้องการส่วนตัว แต่มองเห็นโอกาสของประเทศที่ต้องพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด และพรรคพลังประชารัฐประกอบด้วยบุคคลที่หลากหลาย ทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่ หลากหลายอุดมการณ์ หลากหลายความคิด แต่ทุกคนต้องมาร่วมมือกันทำงาน ยึดหลักผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ทิ้งอดีตเอาไว้ข้างหลัง ทำอนาคตให้ดี โดยหากได้มีโอกาสปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จะสานต่องานให้มีการพัฒนาประเทศเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน จะยึดหลักธรรมาภิบาลกฎหมายต่างๆ เพื่อจะนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างมั่งคั่งยั่งยืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ขอให้พวกเราคิดว่าการกระทำในวันนี้นั้น จะเป็นสิ่งบ่งบอกว่าวันหน้าเราจะเป็นอย่างไร อนาคตจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นทำวันนี้เพื่อวันข้างหน้าที่ดีกว่า ไม่ใช่เพื่อตัวตนเอง ตัวพวกเราเอง แต่พวกเรากำลังทำเพื่ออนาคตของประเทศชาติ ของลูกหลาน ของเราทุกคน ที่จะเติบโตมีอนาคตสดใส ในวันหน้า อย่าลังเลใจ ขอให้คุณกล้าไปกับผม&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31366</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, จตุพร พรหมพันธุ์, ชูศักดิ์ ศิรินิล, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ดร.นพดล กรรณิกา, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รักษเกชา แฉ่ฉาย, สุชาติ ลายน้ำเงิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190314/image_big_5c8a62bcf3544.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุชาติหักหน้าหญิงหน่อย เชียร์ชัชชาติเบอร์1นายก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สุชาติ&amp;quot; หักหน้า &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; เชียร์ &amp;quot;ชัชชาติ&amp;quot; ขึ้นเบอร์ 1 แคนดิเดตนายกฯ เผยเสียงตอบรับดีมั่นใจพาเพื่อไทยชนะถล่มทลาย โฆษก พท.โต้ข่าวสร้างความแตกแยกทำลายพรรคไม่ได้ ยัน &amp;quot;หน่อย-ชัช&amp;quot; รักกันดี ขณะที่ทั้งคู่ควงกันลงพื้นที่บางกะปิ โยนให้พรรคตัดสินใจ โว พท.มีคนที่มีความสามารถเยอะ หลังประกาศวันเลือกตั้งพร้อมจัดบัญชีแคนดิเดตนายกฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกระแสข่าวประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรค พท. กับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แกนนำพรรค &amp;nbsp; ที่ต่างเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเบอร์หนึ่งของพรรคทั้งคู่ว่า เท่าที่ตามจากข่าวคุณหญิงสุดารัตน์พูดกับสื่อพร้อมสนับสนุนนายชัชชาติ โดยที่คุณหญิงพร้อมจะเป็นกองเชียร์ เมื่อปรากฏชื่อนายชัชชาติจะมาเป็นนายกฯ กระแสตอบรับจากชาวบ้านแรงมาก นายชัชชาติสมัยเป็น รมว.คมนาคมได้วางแผนงานรถไฟความเร็วสูงและเรื่องอื่นเอาไว้มากมาย รวมทั้งวันนี้ชาวบ้านต่างประสบภาวะเศรษฐกิจไม่ดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าพรรคชูนายชัชชาติเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคในลำดับที่หนึ่งจริง จะทำให้พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลายแน่นอน&amp;quot; นายสุชาติกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ กรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรค พท.กล่าวว่า กระแสข่าวพรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อคุณหญิงสุดารัตน์และนายชัชชาติเป็นแคนดิเดตนายกฯ เป็นการสร้างความสับสนให้ประชาชน เพราะข้อเท็จจริงแล้วแม้ว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 88 จะกำหนดให้พรรคการเมืองเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกฯได้ 3 คนนั้น แต่ไม่ได้กำหนดให้เรียงลำดับก่อนหลัง และกว่าจะประกาศออกมาได้คณะกรรมการบริหารพรรคต้องพิจารณาคัดเลือกก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่ากรรมการบริหารพรรคยังไม่ได้หยิบยกขึ้นมาพิจารณาอย่างเป็นทางการ ที่สำคัญพรรคต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดให้พรรคการเมืองมีความอิสระ ปราศจากการครอบงำหรือชี้นำจากบุคคลที่มิได้เป็นสมาชิก กรณีข่าวที่ออกมาสันนิษฐานได้ว่ามีบุคคลที่จ้องทำลายพรรคเพื่อไทย โดยก่อให้เกิดความแตกแยกภายในพรรคหรือหาประเด็นทำให้เป็นเหตุให้พรรคเพื่อไทยถูกยุบ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า รายชื่อที่มีออกมาเป็นที่ยอมรับของสมาชิกพรรคหรือไม่ นายประยุทธ์กล่าวว่า เป็นที่ยอมรับของสมาชิก ขณะนี้ทั้ง 2 คนก็ได้ลงพื้นที่ช่วยสมาชิกหาเสียง สมาชิกมีการพูดคุยเห็นตรงกันว่าทั้ง 2 รายชื่อมีความเหมาะสมที่พรรคจะเสนอให้ชิงตำแหน่งนายกฯ ข่าวที่ออกมาอาจก่อให้เกิดความแตกแยกหากอยู่บนพื้นที่ฐานที่ไม่เข้าใจกัน แต่ข้อเท็จจริงทั้ง 2 คนไม่มีความคิดเช่นนั้น ต่างคนต่างช่วยกันทำงานด้วยดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เข้ามาเกี่ยวข้อง นายประยุทธ์ยืนยันว่าไม่เคยมีการส่งสัญญาณจากบุคคลภายนอกเข้ามา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากสมาชิกเห็นตรงกันว่าทั้งคู่มีความสามารถเพียงพอในการเป็นนายกฯ ส่วนกรณีที่จะเสนอรายชื่อในสภาได้เพียงคนเดียวแล้วพรรคจะเสนอใครนั้น คงต้องรอให้การเลือกตั้งผ่านพ้นไปก่อน จะต้องมีการประชุมเพื่อระดมข้อเสนอจากสมาชิกที่ได้รับเลือกตั้งอีกครั้งว่าจะสนับสนุนใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรค พท.กล่าวว่า แม้จะมีความพยายามสร้างให้เกิดความแตกแยกในพรรคเพื่อไทย ด้วยการสร้างข่าวเรื่องการแย่งชิงแคนดิเดตอันดับ 1 นายกรัฐมนตรีระหว่างคุณหญิงสุดารัตน์กับนายชัชชาติ แต่ก็ไม่สามารถทำลายหรือก่อให้เกิดความขัดแย้งในพรรคเพื่อไทยได้ &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์และนายชัชชาติยังร่วมกันลงพื้นที่สำรวจการก่อสร้างรถไฟฟ้าบริเวณแยกลำสาลี เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการจราจรให้คนกรุงเทพฯ ด้วยกัน ภาพดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานเป็นทีมของพรรคเพื่อไทย เพราะว่าการบริหารประเทศไม่ใช่การเปิดร้านโชห่วยที่สามารถขายของหรือบริหารร้านค้าได้เพียงคนเดียว ทุกคนในพรรคต้องร่วมมือกัน ซึ่งเป็นจุดเด่นของพรรคเพื่อไทยที่มีบุคลากรที่สามารถเป็นผู้นำประเทศได้หลายคน นับได้ว่าพรรคเพื่อไทยมีความเป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคเพื่อไทยยังเป็นพรรคที่เน้นด้านนโยบายมากกว่าตัวบุคคลมาตั้งแต่ต้น ทำให้การบริหารประเทศที่ผ่านมาทำได้เป็นอย่างดีและได้ผลตลอดมา ไม่ว่าบุคลากรจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร เราได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเสมอมา แม้จะมี ส.ส.บางพื้นที่ย้ายไปสังกัดพรรคอื่น แต่ประชาชนก็ยังคงเลือกพรรคเพื่อไทยเหมือนเดิม เป็นการเลือกบนพื้นฐานของความพึงพอใจในนโยบายที่ช่วยพัฒนาประเทศและปากท้องของประชาชนมาโดยตลอดนั่นเอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกัน ที่แยกลำสาลี เขตบางกะปิ คุณหญิงสุดารัตน์, นายชัชชาติ และนายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บางกะปิ-วังทองหลาง พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่บริเวณแยกลำสาสีเพื่อสำรวจสภาพปัญหาการจราจรที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง เส้นทางสำโรง-ศรีนครินทร์-ลาดพร้าว-ลำสาลี &amp;nbsp;ระยะทาง 30.4 กิโลเมตร จากนั้นได้เดินทางมายังตลาดสดบางกะปิเพื่อพบปะพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของภายในตลาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัชชาติกล่าวถึงกรณีกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อตนเองขึ้นเป็นบัญชีรายชื่อนายกฯ &amp;nbsp;ลำดับที่ 1 ซึ่งอาจทำให้เกิดความขัดแย้งกับคุณหญิงสุดารัตนว่า เราเป็นทีมอยู่แล้ว ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่พรรค คุณหญิงสุดารัตน์เป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ต้องเดินตามที่ท่านกำหนด ซึ่งข่าวที่ออกมานั้นไม่เป็นความจริง สงสัยอยู่เลยว่าออกมาได้อย่างไร เรื่องนี้คิดว่าประชาชนคงเข้าใจ เพราะลงพื้นที่กับคุณหญิงสุดารัตน์อยู่ตลอด พรรคเพื่อไทยทำงานเป็นทีม เมื่อเลือกพรรคเพื่อไทยก็ได้ทั้งหมด ในเรื่องของตำแหน่งในการทำงานยังไม่ได้คิดถึง ใครจะเป็นอะไรก็อยู่ที่พรรค &amp;nbsp;ทางกรรมการบริหารพรรคเป็นคนคัดเลือก เรื่องดังกล่าวนี้ไม่ได้กังวล เราเดินหน้าพยายามหาทางออกหาคำตอบให้ประชาชน แม้ว่าจะไม่มีตำแหน่งแต่ก็สามารถทำงานได้ เชื่อว่าคนจะเข้าใจถึงจิตวิญญาณของเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยจะเสนอใครเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า พรรคมีคนที่มีความสามารถอยู่เยอะ เราจะประกาศทีมเพื่อไทย ซึ่งความเป็นจริงนั้นไม่ใช่มีแค่ตนกับนายชัชชาติ ยังมีคนทำงานอีกหลายคน ที่ยังไม่ประกาศทีมเพื่อไทยเพราะไม่ทราบว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่หากมีพระราชกฤษฎีกาประกาศออกมาในอาทิตย์นี้จริง เราจะดำเนินการเปิดตัวทีมเพื่อไทยอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เลือกตั้งชัดเจนเมื่อไหร่เราก็มีความชัดเจนเรื่องแคนดิเดตนายกฯ เมื่อนั้น แต่ตอนนี้รอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศวันเลือกตั้งออกมาก่อน ไม่ต้องห่วง ยืนยันว่าเรามีคนมากและเป็นคนที่มีความรู้มีความสามารถช่วยกันทำงานเป็นทีม ไม่มีทะเลาะตีกัน ถึงจะมีการยั่วยุอย่างไรก็ไม่ตีกันแน่นอน ถ้ามีการประกาศวันเลือกตั้งออกมาชัดเจนเมื่อไหร่ เราจะมีการประชุมเพื่อที่จะจัด ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จัด ส.ส.เขตให้ลงตัว และจัดบัญชีแคนดิเดตนายกฯ แต่ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าจะมีเลือกตั้งวันไหน จะไปประกาศออกมาก่อนได้อย่างไร รวมถึงเรื่องนโยบายด้วย หากเราต้องการออกมาเร็วก็จะถูกหลอกเร็ว&amp;rdquo; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ช่วงเย็น นายชัชชาติ, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมือง ลงพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ จ.มหาสารคาม เยี่ยมชมสวนผักปลอดสารพิษ ชุมชนบ้านหนองบัว ต.นาภู อ.ยางสีสุราช โดยนายชัชชาติได้พูดคุยถึงปัญหาและขั้นตอนการผลิตและส่งออกผักกับชาวบ้าน พร้อมทั้งรดน้ำสวนผัก ซื้อผัก และรับประทานผักปลอดสารพิษในไร่ &amp;nbsp;หลังจากนั้นยังช่วยเก็บต้นหอมและอวยพรว่า &amp;quot;ใครกินผักกะละมังนี้ขอให้แข็งแกร่ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเดินทางไปพบปะประชาชนในชุมชน ชาวบ้านผูกผ้าขาวม้าและผูกสายสิญจน์ที่ข้อมือเพื่อต้อนรับ นายชัชชาติกล่าวกับประชาชนว่า หากได้เป็นรัฐบาลจะดูแลรายได้สินค้าเกษตร การรักษาพยาบาล การศึกษาให้เท่าเทียม เพราะมันคือประชาธิปไตยที่ทุกคนต้องเท่าเทียมกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;คนที่ฆ่าเราอยู่ตอนนี้ไม่ใช่นักการเมือง แต่คือเผด็จการที่ปลอมตัวมาเป็นนักประชาธิปไตย คนพวกนี้หัวใจไม่ใช่ประชาธิปไตยแต่เป็นเผด็จการ และมาหลอกคนประชาธิปไตยในช่วงการเลือกตั้ง จะทำลายประชาธิปไตยไทยในระยะยาว ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้จึงแพ้ไม่ได้ และต้องได้ ส.ส. 375 คนจาก 500 คน เนื่องจากรัฐบาลได้แต่งตั้ง ส.ว. 250 คนที่มีสิทธิ์โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนนอกไว้ด้วย จึงขอให้พี่น้องประชาชนช่วยกันออกไปเลือกตั้ง เพื่อช่วยระบบประชาธิปไตยให้ไปรอด&amp;quot; นายชัชชาติกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนั้นนายชัชชาติได้เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรอินทรีย์ เฉลิมพระเกียรติ ส่วนวันที่ 22 ม.ค. นายชัชชาติและทีมงานจะไปลงพื้นที่ อ.นาดูน และ อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ หรือผู้กองมาร์ค รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการถูกวางตัวให้เป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 7 ดุสิต (เฉพาะแขวงถนนนครไชยศรี) เขตบางซื่อ จนทำให้เกิดกระแสข่าวว่าไปแย่งชิงพื้นที่มาจาก น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล อดีต ส.ส.เจ้าของพื้นที่เดิมว่า ไม่ได้มีการแย่งกันลงพื้นที่เรื่องดังกล่าว ตนไม่ใช่ผู้สมัครหน้าใหม่ เคยลงสมัคร ส.ส.เขตบางซื่อในปี 2557 แม้การเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ &amp;nbsp;แต่ก็ได้คะแนนมาเกือบ 5 หมื่นคะแนน ผู้ใหญ่ในพรรคจึงเห็นว่ามีความสามารถเพียงพอ ในกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ตนเป็นว่าที่ผู้สมัครในเขต 7 อีกทั้งการเลือกตั้งครั้งนี้ใช้จำนวนประชากรสูงกว่าเดิมจาก 1.5 แสน เป็น 1.88 แสนต่อ ส.ส. 1 คน ทำให้แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิตมารวมกับเขตบางซื่อ ซึ่งเขตดุสิตมีถึง 5 แขวง การเอาออกมาเพียง 1 แขวงจึงไม่ใช่การแย่งพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ผมกับ น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล ก็ไม่ได้มีอะไรขัดแย้ง ยังช่วยกันหาเสียงให้กับพรรคทั้งคู่ ยืนยันไม่ได้โกรธอะไรกัน ผมพร้อมรับใช้ประชาชน โดยเอาประสบการณ์การทำงานในประเทศและการทำงานร่วมกับองค์การระหว่างประเทศมาช่วยเหลือประชาชน&amp;quot; ร.ต.อ.วัฒนรักษ์กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27181</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัชชาติ สิทธิพันธุ์, ประยุทธ์ ศิริพานิชย์, พรรคเพื่อไทย, ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, สุชาติ ลายน้ำเงิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190121/image_big_5c45d7d39b87c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 21:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อคลอดพรฎ.เลือกตั้ง &#039;ประยุทธ์&#039;ขอให้ใจเย็นๆใครทาบทามต้องดูนโยบาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เผยพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งใกล้คลอดแล้ว ขอให้ใจเย็นๆ ย้ำยังไม่มีใครมาสู่ขอ หากทาบทามจริงก็ต้องดูนโยบายก่อน สุริยะเผยรอดูท่าทีบิ๊กตู่เพราะยังไม่ชัดว่าจะเล่นการเมืองต่อหรือไม่ เด็กเพื่อไทยเริ่มขู่ทหารวันหน้ากลับมาใหญ่อาจมีเช็กบิล &amp;ldquo;บิ๊ก พปชร.&amp;rdquo; สวนหมัด &amp;rdquo;ดร.เหลิม-อดิศร&amp;rdquo; เจ็บ ชี้รู้ว่าคะแนนตกเลยต้องแว้งกัดไปทั่ว ย้อนบุญคุณใครเป็นคนชงชื่อให้นั่ง รมช.คมนาคม &amp;nbsp;พรรคการเมืองแห่ขายฝัน &amp;ldquo;จตุพร&amp;rdquo; ชูเบี้ยคนชรา 2,000 ตลอดชีพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 21 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการออกพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งว่า &amp;quot;เดี๋ยวออกนะ ใจเย็น เดี๋ยวก็ออกแล้วนะ&amp;quot;&amp;nbsp;และเมื่อถามว่ามีใครทาบทามหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า &amp;quot;ยัง สื่อจะมาทาบทามหรือไม่ แล้วสื่อมาถามจะอยากรู้อะไรนักหนา เดี๋ยวถ้ามีคนทาบทาม เขาก็บอกมาเอง แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครทาบทาม &amp;nbsp;ส่วนจะตัดสินใจอย่างไรนั้น ก็เขายังไม่ทาบแล้วจะไปบอกท่าทีอะไร กำลังรอดูว่าใครจะมาทาบทาม ใช่หรือไม่ วันนี้จะมีพรรคไหนจะมาเชิญชวนก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ถ้ามีการเชิญชวนมาก็ต้องดูนโยบายว่าเป็นอย่างไร ถ้านโยบายมันไม่ชัดเจนไม่ดี ก็ต้องบอกเขาว่าแล้วจะทำยังไงถ้าอยากจะให้ไปอยู่ ทำอย่างนี้มันไม่ได้ แล้วเขาจะฟังหรือไม่&amp;quot; เมื่อถามย้ำว่าหากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ทาบทาม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;แล้วบอกว่าจะไปหรือยังล่ะ สื่อก็เปิดกันไปเรื่อยเปื่อย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่าถ้า พปชร.ได้เก้าอี้ ส.ส.ต่ำกว่า 100 ที่นั่งจะนำไปประเมินสถานการณ์และตัดสินใจด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า &amp;quot;เป็นเรื่องของกลไกซึ่งมีอยู่แล้ว แล้วถามว่าจะทำอย่างไรจะได้ขึ้นมากกว่า 100 ที่นั่งหรือ ก็ทำไม่ได้เพราะเป็นเรื่องของประชาชน ครั้งนี้ประชาชนต้องเลือกและตัดสินใจให้ดีว่าจะเป็นพรรคไหน อย่าไปมองแค่ว่าจะให้อะไร เพราะนั่นคือความเสียหายของประเทศ เข้าใจกันหรือยัง ยังไม่เข็ดกันหรือ ยังไม่เข้าใจกันอีกหรืออย่างไรว่าอะไรคือความเสียหายของประเทศ อะไรคือความล้มเหลวของประเทศ สื่อยังมาถามอยู่แบบเดิม ขี้คร้านจะตอบ&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวตอนหนึ่งในงานเปิดตัวโครงการโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล และพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือโครงการโรงเรียนคุณภาพประจำตำบลว่า ทุกคนต้องการให้บ้านเมืองสงบสุข &amp;nbsp;ดังนั้นบ้านเมืองไม่ว่าจะเดินไปข้างหน้าอย่างไรต้องสงบเงียบแบบนี้ ขอฝากทุกภาคส่วนทำงานเพื่อให้ประเทศเจริญก้าวหน้า วันนี้ทุกคนต้องช่วยกัน เพราะเรากำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่การเป็นประชาธิปไตยที่ทุกคนต้องการ ขอให้เป็นไปอย่างสงบสุขเรียบร้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเข้ามาเป็นรัฐบาลในวันหน้า เมื่อเข้ามาแล้วก็มีการทำงานในลักษณะเป็นสภา ต้องมีฝ่ายค้าน และรัฐบาลที่ต้องแก้ปัญหาควบคู่กันมา แต่ที่พูดมาทั้งหมดก็ไม่สามารถทำได้ หากไม่มีแนวทางแบบที่เริ่มต้นไว้ให้วันนี้ เราทำไว้หมดแล้วและเดินไปทีละขั้น มีคนมาพูดว่าเราจะทำให้ตรงนี้มันไปถึงแล้วยังตรงโน้น ถ้าเราไม่กลับมาดูหัวแม่เท้าตัวเอง มันไปไม่ได้หรอก มันเดินไม่ได้จะสะดุด เดินก็ต้องก้มมองปลายเท้าและเงยมองไปข้างหน้าว่าจะเดินไปยังไง ผมก็ฝากสื่อโซเชียลไว้ด้วย ผมไม่รู้จะโมโหไปทำไม &amp;nbsp;คนที่เขียนก็สนุก ชอบ สื่อก็ขายดีขึ้น แต่ปรากฏว่าประเทศชาติแย่ลง สุขภาพจิตผมก็แย่ ร่างกายผมก็แย่ตามไปด้วย ต่อไปนี้ผมจะไม่ให้ความสำคัญบอกไว้เลยตรงนี้ เพราะให้ความสำคัญมา 5 ปีแล้ว ไม่ได้อะไรขึ้นมา&amp;rdquo; นายกฯ ระบุ
ลั่น พ.ร.ฎ.ใกล้คลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช.กล่าวว่า ในการประชุมสำนักเลขาธิการ คสช. พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะเลขาธิการ คสช.ได้ระบุถึงสถานการณ์บ้านเมือง โดยเชื่อว่าจะมีการประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งในเร็วๆ นี้ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ซึ่งขณะนี้มีการออกมาแสดงความคิดเห็นและเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง คสช.จะยังคงดูแลการจัดกิจกรรมหรือการเคลื่อนไหวต่างๆ ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ไม่ให้พัฒนาไปสู่การใช้ความรุนแรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกหน่วยงานราชการต้องติดตามและมีความเข้าใจในข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเตรียมการสู่การเลือกตั้ง ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐและสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ ให้ประชาชนได้รับทราบ เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีของสังคมให้เดินหน้าสู่การเลือกตั้งได้อย่างราบรื่น ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลและ คสช.&amp;rdquo;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ที่อาจพัฒนาไปสู่ความรุนแรงว่า &amp;quot;คงไม่มี เนื่องจากทุกฝ่ายทราบดีว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นภายในเวลาที่กำหนด เพียงแต่จะช้าหรือเร็วต้องดูห้วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งรัฐบาลเองไม่ได้ถ่วงเวลา ทุกฝ่ายตั้งใจให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวเรื่องนี้ว่า เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ขอให้อยู่ในความสงบเรียบร้อย เพราะยังมีคนอีกจำนวนมากที่ชื่นชอบประเทศที่สงบเช่นนี้ ฉะนั้นการที่กลุ่มคนบางกลุ่มแสดงความเห็นต่างก็ทำได้ เพราะเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ขอให้อยู่ในกรอบกฎหมาย จึงขอความร่วมมือไปยังทุกกลุ่มให้ยึดแนวทางเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ในฐานะกรรมการบริหารพรรค พปชร.ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการเสนอชื่อนายกฯ ของพรรคตามที่ได้ปราศรัยบนเวทีเมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่บอกว่า พปชร.จะมีความชัดเจนในการเสนอชื่อนายกฯ ภายใน 14 วันด้วยว่า ได้ดูตามปฏิทินการเมืองแล้วว่าจะสามารถเสนอชื่อได้ในช่วงเวลาดังกล่าว เพราะหากมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งในสัปดาห์นี้ตามกระแสข่าวจริง ก็จะมีการรับสมัครเลือกตั้งประมาณวันที่ 4-8 ก.พ.นี้ ซึ่งพรรคการเมืองก็จะได้เสนอชื่อนายกฯ ในช่วงเวลานั้นเช่นกัน โดยเป็นการเปิดเผยพร้อมกันทุกพรรคการเมือง ไม่เพียงเฉพาะพรรค พปชร.เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน พรรค พปชร.กล่าวถึงการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์นั่งเก้าอี้นายกฯ ต่อว่า &amp;quot;ตอนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ได้แสดงจุดประสงค์ว่าจะทำการเมืองต่อไปหรือไม่ ในส่วนผู้บริหารพรรคเองก็คิดว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ปฏิเสธก็จะเป็นหนึ่งในทางเลือกที่พรรคจะเสนอชื่อ แต่ก็ไม่ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์จะตอบรับหรือไม่ ส่วนหน้าตารัฐบาลต่อไปจะเป็นรัฐบาลผสมหรือไม่ เชื่อว่ารัฐธรรมนูญที่ออกแบบมาเพราะว่าในอดีตเคยมีพรรคใดพรรคหนึ่งได้คะแนนเสียงมาก แล้วก็กลายเป็นใช้เสียงข้างมากโดยไม่ฟังพรรคเสียงข้างน้อย ทำให้เกิดวิกฤติหลายครั้ง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เลยพยายามให้มีระบบให้นับทุกคะแนน ซึ่งระบบนี้จะทำให้พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งได้เสียงเกินครึ่งคงจะยากลำบาก เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะได้รัฐบาลผสมก็มีมาก ซึ่งก็เป็นผลดีที่ว่าต่างคนต่างก็ได้จะระดมความคิดที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายแสวง บุญมี รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวชี้แจงเรื่องพรรคการเมืองที่มีสิทธิ์ในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ว่าต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองให้ครบถ้วนใน 4 ข้อหลัก ซึ่งขณะนี้มีพรรคการเมืองที่จัดตั้ง หรือเป็นพรรคการเมืองตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2550 ดำเนินการครบถ้วน 4 ข้อเพียง 2 พรรคเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ โดยกล่าวก่อนประชุมว่า ตอนนี้มีประเด็นทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหลายอย่าง นำไปสู่การสร้างความเข้าใจผิดกับประชาชน จึงต้องหาวิธีปรับมาตรการทำให้ประชาชนเข้าใจแนวทางที่ถูกต้อง ทั้งเรื่องการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมกับการจัดสรรที่ดินทำกินให้ประชาชนตามแนวทางที่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาหลังประชุมเสร็จ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีพรรค พปชร.ชูนโยบายแปลงที่ดิน ส.ป.ก.4-01 &amp;nbsp;เป็นโฉนดเพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ว่า สิ่งที่พูดถึงข้อห่วงใยในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดิน ไม่ได้พูดถึงความเป็นโฉนด แต่พูดถึงว่าจะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.จะเป็นโฉนดไม่ได้ คำว่าโฉนดคือ โฉนด นส.3 และ นส.3ก มีเยอะแยะไปหมด ทั้งนี้ที่ดิน ส.ป.ก.ที่ให้ไปเพื่อให้เป็นที่ทำกิน ไม่มีโฉนดชุมชนหรือใดๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นสิทธิในการทำกินซึ่งให้ลูกหลานต่อได้ แต่ต้องทำการเกษตรเท่านั้น จึงให้ลองหาวิธีดูว่าพื้นที่ไหนไม่เหมาะสมกับการทำการเกษตร จะทำอย่างไรให้เกิดมูลค่าเพิ่ม แต่ถ้าบอกทุกพื้นที่เอาไปจำนำจำนองได้หมด มันก็ไปหมด วันหน้าก็ไปบุกรุกรอไว้บนเขาใช่หรือไม่ วันนี้กำลังแก้ปัญหาเรื่องนี้อยู่ ต้องรอ พ.ร.บ.ต่างๆ ออกมาอีกหลายตัว&amp;nbsp;
ย้ำโฉนดทองคำเป็นไปไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าการที่พรรค พปชร.นำมาหาเสียงถือว่าทำไม่ได้จริงใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าก็ต้องบอกกัน บางทีอาจไม่เข้าใจ ซึ่งบางอย่างแนวทางของรัฐบาลนี้ยังไม่ได้พูดออกไป เข้าใจหรือไม่ &amp;nbsp;รัฐบาลกำลังคิดอยู่ เสาร์อาทิตย์ก็คิดทุกวันว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร และมาคิดตกเมื่อตอนเช้า เดี๋ยวกำลังสั่งการให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินไปหาทาง ซึ่งต้องเอาเรื่องธนาคารที่ดินมาเกี่ยวข้องด้วย แต่การที่ไปพูดคำว่าโฉนดไม่ถูกต้อง ผิด มันต้องดูว่าพื้นที่ไหนเป็นที่ ส.ป.ก.ที่เกิดเป็นประโยชน์อย่างอื่นได้ เช่น ทำเป็นพลังงานได้หรือไม่ ต้องหาวิธีการว่าจะทำอย่างไรกัน ต้องดูกฎหมายอีกเยอะ อย่าไปพูดปากเปล่าไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่ได้พูดกับ 4 รัฐมนตรี แต่พูดเป็นภาพรวมออกไปกับสื่อ ไม่ว่าใครทั้งนั้นที่บอกว่าจะมาให้โฉนดให้อะไรต่างๆ มันเป็นไปไม่ได้ทั้งหมด ผมไม่ได้พูดกับพรรคนี้พรรคเดียว พูดกับทุกพรรค ก็เห็นหาเสียงกันแบบนั้นอยู่ไม่ใช่หรือ อย่าเอาผมไปตีกับเขา ไม่เอา&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอาจต้องเพิ่มวัตถุประสงค์เกษตรกรรมให้กว้างขวางชัดเจน เช่นอาจหมายรวมถึงพื้นที่ป่าเศรษฐกิจ ป่าท่องเที่ยว &amp;nbsp;อุตสาหกรรมเกษตร หรือแปรรูปการเกษตรได้ และยังถ่ายโอนที่ดินไปสู่รุ่นลูกได้ แต่ต้องเป็นเกษตรกรและมุ่งหวังทำเกษตรกรรมเท่านั้น และควรมีการจัดตั้งธนาคารที่ดิน ส.ป.ก. บุคคลที่ไม่ประสงค์ทำการเกษตรสามารถโอนกลับมายังธนาคารที่ดิน ส.ป.ก.ได้ จากนั้นธนาคารจะพิจารณาจัดสรรให้บุคคลอื่นที่อยู่ในเงื่อนไขเพื่อทำการเกษตรต่อไป&amp;nbsp;
&amp;ldquo;โฉนดสามารถครอบครองได้ แต่ที่ดิน ส.ป.ก.ซึ่งเป็นที่หลวงที่ของรัฐไม่สามารถแปลงร่างให้คนอื่นเข้ามาครอบครองได้ คนที่เสนอแนวคิดนี้จะให้เป็นโฉนดทองคำทองเหลืองอะไร ถือว่าเลอะเทอะ โม้ &amp;nbsp;เป็นความคิดที่บ้าบอ ไม่รู้คิดขึ้นมาได้อย่างไร&amp;rdquo; นายปลอดประสพกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันยังคงมีการแสดงความคิดเห็นและการตอบโต้ทางการเมืองของพรรคการเมืองต่างๆ &amp;nbsp;รวมถึงการเดินสายแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.และนโยบายของพรรคต่างๆ โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีนายสมศักดิ์ &amp;nbsp;เทพสุทิน ประธานรณรงค์การหาเสียงพรรค พปชร.ระบุว่าหากเลือก พท.จะอยู่กับความขัดแย้งแบบเดิมนั้นว่า &amp;quot;ไม่เข้าใจว่าจะมีความขัดแย้งตรงไหน ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในอดีตก็เกิดขึ้นเพราะฝ่ายผู้มีอำนาจที่ทำให้มันเกิดขึ้น ซึ่งเห็นชัดแล้วว่ามีการแบ่งพวกแบ่งฝ่ายที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง โดยที่เขายังติดอยู่ในวังวนความขัดแย้ง พรรคไม่ไปเล่นเกมนี้กับเขา ยืนยันว่าเลือกเพื่อไทยไม่มีความขัดแย้ง จะได้ความสงบแบบมีคุณภาพ ทั้งคุณภาพชีวิตและคุณภาพเศรษฐกิจ ไม่ใช่ความสงบแบบกระเป๋าแฟบ ประชาชนคงจะเห็นว่า 4-5 ปีที่ผ่านมานี้คุณภาพชีวิตและสภาพเศรษฐกิจเป็นอย่างไร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ลพบุรี พรรค พท.กล่าวว่า ที่ผ่านมามีข่าวตลอดว่าผู้สมัครของพรรคถูกบีบถูกอำนาจบางอย่างให้ไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น ซึ่งทหารวันนี้พวกคุณมีอำนาจ วันนี้คุณชนะ ใช้อำนาจอย่างเต็มที่มากว่า 4 ปีแล้ว อยากให้ลองนึกถึงวันแพ้บ้างจะเป็นอย่างไร ได้คำนึงถึงที่ยืนในสังคมเอาไว้บ้างหรือไม่ ที่พูดไม่ได้หมายความว่าหากพรรคกลับมามีอำนาจจะมารังแกข้าราชการหรือทหาร ซึ่งไม่มีอยู่แล้ว นักการเมืองไม่ทำอย่างนั้น มีแต่จะให้ ไม่เคยรังแก เพียงแต่อยากให้ทหารกลับเข้ากรมกอง เลิกยุ่งการเมือง ปล่อยให้ กกต.ทำตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรค พปชร.กล่าวถึงการตัดสินใจมาร่วมงานกับ พปชร.ตั้งแต่แรกว่า ต้องการก้าวข้ามความขัดแย้ง เพราะ พปชร.เป็นทางสายกลางและสามารถต่อยอดนโยบายของรัฐบาลได้&amp;nbsp;
ย้อน &amp;#39;เหลิม-อดิศร&amp;#39; เจ็บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีเป็นเป้าถูกพาดพิงพร้อมกับนายสุริยะมาโดยตลอด นายสมศักดิ์ระบุว่า เข้าใจว่านายสุริยะเป็นแกนนำหาเสียง และตนเองก็ออกมาลงพื้นที่ตั้งแต่เริ่มต้น ก็เป็นธรรมดาที่ต้องมีการตัดกำลัง พปชร. ซึ่งสิ่งที่ฝั่งตรงข้ามพูดก็มีแต่เรื่องทำลายล้างทางการเมือง แต่พรรคจะพูดนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุริยะกล่าวถึงกรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าทีมปราศรัยพรรคเพื่อไทย (พท.) ปรามาสว่าถ้า พปชร.ได้ ส.ส.เกิน 150 คนจะให้ไปยื่นด่าหน้าบ้านว่า ร.ต.อ.เฉลิมนิสัยก็เป็นแบบนี้ที่สร้างความขัดแย้ง ตนเองไม่ไปด่าหรอก แต่ขอเสนอให้ ร.ต.อ.เฉลิมเสนอนโยบายแข่งกัน อย่าด่ากัน เพราะไม่เป็นประโยชน์ ส่วนสิ่งที่ตั้งเป้าหมาย 150 คน เนื่องจากคิดว่ารัฐบาลปัจจุบันมีการดูแลประชาชน โดยเฉพาะภาคอีสานเป็นอย่างดี ซึ่งพรรคจะนำนโยบายที่ดีมาต่อยอด จึงเชื่อว่าจะได้ใจประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่านายอดิศร เพียงเกษ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่านายสุริยะไม่เข้าใจการเมืองภาคอีสาน นายสุริยะตอบว่าไม่เป็นไร ถ้าเขาเข้าใจก็ไปอธิบายภาคอีสาน ตนเองก็จะอธิบายในแบบของตน ไม่ไปต่อล้อต่อเถียงด้วย ซึ่งถ้าคะแนนเสียงเขาดีอยู่คงไม่มาต่อล้อต่อเถียงกับตนเอง เพราะเขารู้ว่ากระแสไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีถูกนายอดิศรต่อว่าด้วยถ้อยคำที่เหยียดหยามและรุนแรง นายสุริยะยืนยันว่าไม่ถือสา เพราะเคยบวชมาแล้ว และที่นายอดิศรบอกว่าตนเองสติดีอยู่หรือไม่ อยากบอกว่านายอดิศร ซึ่งทราบดีตอนพรรคไทยรักไทยเป็นคนเสนอชื่อนายอดิศรกับนายทักษิณ ชินวัตรให้เป็น รมช.คมนาคม&amp;nbsp;
&amp;ldquo;นายอดิศรมักไปตีกอล์ฟกับพี่ชายผม และบอกว่าสนิทสนมกับผม เคยทำงานร่วมกัน สมัยเป็นรัฐมนตรี นายอดิศรยังเคยให้พี่ชายของผมต่อสายคุยกันและชื่นชมผมเป็นอย่างดี ซึ่งผมไม่เข้าใจว่าเมื่อเราอยู่กันคนละพรรค นายอดิศรก็พูดสิ่งตรงข้าม แต่ขอยืนยันว่าไม่โกรธไม่เกลียด แต่ไม่อยากเสียเวลามาตอบโต้กับคนแบบนี้&amp;quot; นายสุริยะระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีป้ายหาเสียงของพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ถูกทำลายในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 3 จ.บุรีรัมย์นั้น นายภัทรพงศ์ ศุภักษร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรค อนค.ยอมรับว่าทีมงานค่อนข้างกลัว แต่ตนเองไม่หวั่นเพราะตั้งใจมาทำงานด้านนี้อย่างเต็มที่&amp;nbsp;
การเมืองพาเหรดขายฝัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวการเดินสายหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ นั้น พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า พรรคได้ส่งซิงเกิลเพลงของพรรคในชื่อเพลงทลาย ซึ่งเป็นแนวแรป มีแนวคิดว่าพรรคจะทลายทุกข้อจำกัดเพื่อทำสิ่งมีประโยชน์ให้แก่พี่น้องประชาชน ผ่านนโยบายต่างๆ ของพรรค และเชื่อว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งให้พี่น้องเข้าใจนโยบายของพรรคมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตลาดริมคลองบ้านสีรา ต.บาโหย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ พร้อมคณะได้ลงพื้นที่พบปะและให้กำลังใจชาวบ้าน รวมทั้งรับฟังปัญหาและนำเสนอนโยบายพรรคว่า &amp;quot;หากพรรคได้บริหารประเทศ ยุคทองของยางพาราจะกลับมา&amp;quot; ต่อมาในช่วงบ่ายพรรคประชาชาติได้ไปเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ที่โรงแรมโฆษะ จ.ขอนแก่น โดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคระบุว่า พรรคจะส่งผู้สมัครทุกจังหวัดในภาคอีสาน แต่ไม่ทุกเขต เนื่องจากยังอยู่ในกระบวนการสรรหาผู้สมัครที่พรรคต้องมั่นใจและไว้ใจที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พรรคตั้งใจทำให้ภาคอีสานดีขึ้น เป็นนโยบายของพรรคที่จะใช้ในการหาเสียง เริ่มจากเรื่องปัญหาปากท้อง การพัฒนาด้านการเกษตร การจัดการระบบน้ำเพื่อให้ภาคอีสานมีน้ำใช้ได้ทั้งปี ซึ่งลงทุนไม่กี่แสนล้านบาท อีกทั้งคนอีสานมีความขยันอดทน ถ้าเราใส่สิ่งที่เค้าสามารถประกอบอาชีพได้ในทุกฤดูกาล อีสานก็จะทำนาได้ปีละ 3 ครั้งเหมือนประเทศที่พัฒนาแล้ว เพราะคนอีสานนั้นต้องการเรื่องน้ำมากกว่ารถไฟความเร็วสูง&amp;rdquo; นายวันมูหะมัดนอร์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) นำโดยนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรค และคณะได้ลงพื้นที่ภาคอีสานเป็นวันที่ 3 โดยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ที่ จ.มหาสารคาม โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ &amp;nbsp;กองเชียร์ พ.พ.ช.กล่าวว่า ขอให้เลือกพรรคเพื่อชาติเพราะพรรคไม่มีทางเป็นอื่น และต่อไปจะเป็นกำลังที่สำคัญ เป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาชาติ หาทางออกให้กับชาติ และสำคัญที่สุดคือเลือกพรรคเอาไว้ปราบเผด็จการ และทำให้คนไทยหายจน เพราะเป็นพรรคของคนจน เป็นพรรคของพี่น้องผู้รักประชาธิปไตย เป็นพรรคของคนที่ต้องการสร้างชาติ
&amp;ldquo;นโยบายของพรรคมีหลากหลายมากมาย ซึ่งมีนโยบายหนึ่งที่น่าสนใจเหมาะกับไทยที่กำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย เราจะมีประชาชนผู้สูงวัยเป็น 1 ใน 5 ของประชาชนทั้งหมด ซึ่งพรรคเห็นความสำคัญ จึงมีนโยบายในเรื่องเงินผู้สูงอายุ จากเดิมคิดเป็นขั้นบันได แต่พรรคคิดใหม่ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปได้เงินเท่ากันหมด คนละ 2,000 บาทตลอดชีพ&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สำนักงาน กกต. นายก้องภพ วังสุนทร หัวหน้าพรรคผึ้งหลวง เข้ายื่นหนังสือถึง กกต.ขอเปลี่ยนชื่อพรรคจากเดิมชื่อพรรคร่วมพัฒนาชาติไทย ที่จดทะเบียนไว้เมื่อปี 2557 อีกทั้งเปลี่ยนแปลงหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค และนโยบายพรรค พร้อมระบุว่าจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งครบ 350 เขตทั่วไป โดยจุดแข็งของพรรคคือนโยบายพลิกงบพัฒนาประเทศ 8 แสนล้านบาท ซึ่งเดิมรัฐบาลจะจัดสรรเพียง 10% หรือ 8 หมื่นล้านบาทให้ชุมชน แต่พรรคจะจัดสรรงบ 90% หรือกว่า 7 แสนล้านบาทส่งตรงไปให้ชุมชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นอกจากนี้ยังกำหนดยุทธศาสตร์ทำงานการเมืองใหม่ โดยจะไม่มีนักการเมืองรุ่นเก่าหรืออดีต ส.ส.อยู่ในพรรคเรา ไม่แน่ผลการเลือกตั้งอาจจะมีการเซอร์ไพรส์&amp;rdquo; นายก้องภพกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27178</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลอดประสพ สุรัสวดี, พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, พระราชกฤษฎีกา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, สมศักดิ์ เทพสุทิน, สุชาติ ลายน้ำเงิน, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แสวง บุญมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190121/image_big_5c45d7266c02b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หักหน้าหญิงหน่อย!&#039;สุชาติ&#039;ซูฮก&#039;ชัชชาติ&#039;นายกฯเบอร์1เพื่อไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
21 ม.ค.62 - นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวนายชัชชาติ สิทธิพันธ์ กับ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ที่ต่างเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเบอร์หนึ่งของพรรคทั้งคู่ว่า เท่าที่ตามจากข่าวคุณหญิงสุดารัตน์ พูดกับสื่อ พร้อมสนับสนุนนายชัชชาติ โดยที่คุณหญิงพร้อมจะเป็นกองเชียร์ เมื่อปรากฎชื่อนายชัชชาติ จะมาเป็นนายกฯ กระแสตอบรับจากชาวบ้านแรงมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายชัชชาติ สมัยเป็นรมว.คมนาคม ได้วางแผนงานรถไฟความเร็วสูง และเรื่องอื่นเอาไว้มากมาย รวมทั้งวันนี้ชาวบ้านต่างประสบภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ถ้าพรรคชูนายชัชชาติเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคในลำดับที่หนึ่งจริง จะทำให้พรรคเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลายแน่นอน&amp;quot;นายสุชาติ &amp;nbsp;กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27143</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์, ชัชชาติ สิทธิพันธุ์, นายกฯพรรคเพื่อไทย, สุชาติ ลายน้ำเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190121/image_big_5c458c89129fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ได้ยุบกันง่ายๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บรรยากาศการเมืองเริ่มกลับมาคึกคัก โดยเฉพาะ พลพรรคเพื่อไทย เริ่มขยับ เคลื่อนไหวได้มากขึ้น เมื่อ 28 ต.ค. เพิ่งประชุมใหญ่เลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เลือกคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง บรรดาแกนนำพรรค อดีตรัฐมนตรี อดีต ส.ส. สมาชิกพรรค ตบเท้าเข้าร่วมประชุมกันอย่างคึกคัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับ เสี่ยสุชาติ-สุชาติ ลายน้ำเงิน อดีตส.ส.ลพบุรี ที่เดินทางมาร่วมในฐานะสมาชิกผู้มีสิทธิโหวตเลือกด้วย พร้อมกับประเด็นข่าวหลายประเด็น ตามประสาผู้แทนฝีปากกล้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุชาติ ย้ำถึง &amp;quot;ผู้นำพรรคคนใหม่ ทั้ง พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่ต่างถือธงกันคนละบทบาท ถือว่าเหมาะสม อย่างท่านวิโรจน์ อยู่กับพรรคมานาน ตั้งแต่ไทยรักไทย มาถึงเพื่อไทย แม้เราโดนปฏิวัติ แต่ท่านก็ยังอยู่กับเรา เป็นผู้ใหญ่ ไม่ได้ทิ้งพรรคไปไหน ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ มีความรู้ความสามารถ ทำงานให้พี่น้องประชาชนมานาน ในวันนี้ใครเก่งด้านไหนก็ควรต้องมาช่วยงานกัน เพื่อพรรค&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเราขอให้วิเคราะห์ประเด็นยุบพรรคที่ถาโถมเข้ามาเป็นอย่างมาก สุชาติบอกทันที &amp;quot;เรื่องยุบพรรค ยังอีกไกล ใช้เวลาพิจารณากันนาน ไม่ได้จะยุบกันง่ายๆ แต่ก็ขอถามหน่อย หากยุบไปแล้วจะได้อะไร บางพรรคเคลื่อนไหว เสี่ยงต่อประเด็นกฎหมายมากกว่าเราอีก ทำไมถึงยังไม่ดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องยุบพรรคพลังประชาชน ผมก็ไปยื่นหลักฐานเอาไว้ที่ กกต. แต่ยังไปไม่ถึงไหน แล้วพวกที่เดินกราบแผ่นดิน อย่างนั้นไม่ผิดหรือ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสี่ยสุชาติ ใส่มาเป็นชุดด้วยความขุ่นเคืองเล็กๆ นี่ขนาดการเมืองยังไม่ปลดล็อก 100 เปอร์เซ็นต์ ยังออกโรงชำแหละแบบยั้งๆ ไว้ก่อน วันไหนปลดล็อกเต็มรูปแบบ รับรองเสี่ยสุชาติจัดเต็มยิ่งกว่านี้แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:right&quot;&gt;ม้าไม้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21117</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ม้าไม้, สุชาติ ลายน้ำเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่พลิก!วิโรจน์หัวหน้าพท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามคาด &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; เลือก กก.บห.ชุดใหม่ &amp;quot;วิโรจน์&amp;quot; ยังนั่งหัวหน้าไว้เฝ้าพรรค &amp;quot;ภูมิธรรม&amp;quot; &amp;nbsp;เลขาฯ &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้ง เผยแกนนำสาย &amp;quot;เจ๊แดง-พจมาน&amp;quot; เคลียร์กันก่อนเสนอชื่อวิโรจน์คนเดียว ร่อนแถลงการณ์แจงจะเป็นร่างทรงของใครขึ้นอยู่กับประชาชน &amp;quot;เสี่ยอ้วน&amp;quot; เตรียมแบ่ง 6 ทีมลุยพื้นที่ &amp;quot;เจ๊หน่อย&amp;quot; ออกตัวยังไม่ถึงเวลาเสนอชื่อเป็นนายกฯ มั่นใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุด &amp;ldquo;จตุพร-ยงยุทธ&amp;rdquo;ตามเชียร์ตั้งสาขา พช. ถึงถิ่นภาคเหนือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 ตุลาคม ที่ลานอเนกประสง ค์ชั้น 7 ที่ทำการพรรคเพื่อไทย (พท.) มีการจัดประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1/2561 เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค &amp;nbsp; คณะกรรมการบริหารพรรค และคณะกรรมการคัดสรรผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยมีแกนนำพรรค อดีต ส.ส. &amp;nbsp;สมาชิก ผู้มีสิทธิโหวตกว่า 300 คน เดินทางมาอย่างพร้อมเพรียง อาทิ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์, นายภูมิธรรม เวชยชัย, นายชูศักดิ์ ศิรินิล, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในการโหวตเลือก ทางพรรคได้จัดเตรียมหีบบัตรลงคะแนน คูหาลงคะแนน เตรียมพร้อมให้สมาชิกพรรคลงคะแนน และมีตัวแทนจากสำนักงาน กกต.มาร่วมสังเกตการณ์ ส่วนบรรยากาศในห้องประชุมของสมาชิกพรรค ได้นำผ้าสีดำมาขึงล้อมรอบห้องประชุมสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ขณะเดียวกัน ผู้ที่มาร่วมโหวตเลือกต่างนัดกันแต่งกายด้วยสีดำอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนการประชุม นายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต ส.ส.ลพบุรี และสมาชิกพรรค พท. กล่าวถึงข่าวยุบพรรคพท. ที่มีข่าวอย่างต่อเนื่อง อาจจะเกิดขึ้นในช่วง 90 วันก่อนเลือกตั้ง ทำให้สมาชิกพรรคหาสังกัดพรรคใหม่ไม่ทันว่า การยุบพรรคไม่ได้ทำง่ายๆ ต้องใช้เวลานาน แต่ก็อยากถามผู้มีอำนาจ หากยุบไปแล้วจะได้อะไร มีแต่สมาชิกพรรค คนจะศรัทธาพรรคเดิมมากขั้น แต่จะไปเพิ่มความเกลียดชังอีกฝ่าย ข้อหาในการยุบพรรค เมื่อดูแล้วไม่น่าไปถึงขั้นนั้น ตนและเพื่อนสมาชิกจะปักหลักสู้กับพรรคเพื่อไทยไปตลอด ขณะเดียวกันเรื่องที่ตนขอยื่นให้ยุบพรรคพลังประชารัฐ จากวันนั้นถึงวันนี้ เรื่องยังไปไม่ถึงไหน ทั้งที่ข้อมูลหลักฐานค่อนข้างชัดเจน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรมกล่าวถึงกรณีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะมาเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ว่า เป็นเรื่องของนายพานทองแท้และพรรค ทษช. ไม่เกี่ยวกับพรรค พท. เพราะพรรค ทษช.ไม่ใช่สาขาพรรค พท. และเชื่อว่าหากนายพานทองแท้ไปเป็นกรรมการบริหารพรรคดังกล่าว จะไม่ทำให้สมาชิก พท.เกิดความสับสน เพราะทุกคนมีสิทธิตัดสินใจร่วมทางการเมืองกับพรรคใดก็ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่พร้อมรับตำแหน่งอะไร เพราะตอนนี้เป็นซีอีโอบริษัทบางแห่งอยู่ ที่เดินทางมาพรรคในฐานะสมาชิกพรรค มาทำหน้าที่ผู้ร่วมโหวตเลือกหัวหน้าพรรคเท่านั้น กระแสข่าวที่จะได้รับการเสนอเป็นหนึ่งในรายชื่อบัญชีนายกรัฐมนตรีนั้นยังอีกไกล &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุมลงคะแนนเลือกหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค และคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้ง ในส่วนของคณะกรรมการบริหารพรรค มีทั้งสิ้น 15 คน ประกอบด้วย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ เป็นหัวหน้าพรรค, นายปลอดประสพ สุรัสวดี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง นายเกรียง กัลป์ตินันท์ พล.ต.ท.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ เป็นรองหัวหน้าพรรค, &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย เป็นเลขาธิการพรรค, นายดนุพร ปุณณกันต์ น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล นายธวัชชัย สุทธิบงกช เป็นรองเลขาธิการพรรค, นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ เป็นโฆษกพรรค, นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธุ์ เป็นเหรัญญิกพรรค, นายจักรพงษ์ แสงมณี เป็นนายทะเบียนสมาชิกพรรค, นายพิทยา พุกกะมาน และนายปรีชา ธนานันท์ เป็นกรรมการบริหารพรรค
เป็นร่างทรงใครอยู่ที่ ปชช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง 11 คนประกอบด้วย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์, นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง, นายปลอดประสพ สุรัสวดี, นายภูมิธรรม เวชยชัย, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล, นายชูศักดิ์ ศิรินิล, นายชัยเกษม นิติสิริ, นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ และนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย นอกจากนี้ ยังมีการตั้งนายเสนาะเป็นประธานพรรค และคุณหญิงสุดารัตน์เป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากนั้นหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ได้ขึ้นบนเวทีถ่ายภาพเป็นที่ระลึก โดยทุกคนได้ชูกำปั้นด้านขวาพร้อมเปล่งเสียงไชโย 3 ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายดนุพร ปุณณกันต์ รองเลขาธิการพรรค เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ เนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า พวกเราพรรคเพื่อไทยจะร่วมมือกับประชาชนในการบูรณะความหวังของสังคม จะร่วมกันสร้างความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจในสังคม ที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยปัญญา ด้วยความน่าเชื่อถือแห่งหลักยุติธรรม อันจะนำมาซึ่งเกียรติยศและความน่าเชื่อถือของโลก ทลายกำแพงที่ปิดกั้นโอกาสและความมั่งคั่งของชีวิต พรรคเพื่อไทยเชื่อว่า พรรคการเมืองจะเป็นเพียงร่างทรงทางการเมืองของคนบางคน หรือเป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณของประชาชนนั้น ขึ้นอยู่กับว่าพรรคการเมืองอยู่กับประชาชน ไม่ว่าประชาชนจะมีความสุขหรือมีทุกข์ และเมื่อประชาชนมีทุกข์ พรรคการเมืองย่อมมีทุกข์ร่วมกับประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้เราจึงต้องหาทางออกมุ่งสู่อนาคตซึ่งมีความหวัง ถึงแม้หนทางนั้นจะเต็มไปด้วยขวากหนามขนาดมหึมา เราจะใช้ประสบการณ์ทั้งชีวิตของพวกเราทุกคน ร่วมมือกับประชาชน สร้างสังคมไทยที่มีโอกาส มีความหวัง มีชีวิตที่มีคุณภาพ และเกิดความสงบสุขที่มีอนาคต พรรคเพื่อไทยจะคว้าโอกาสจากโลกยุคใหม่ ให้คนไทยทุกคน&amp;quot; นายดนุพรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า สำหรับการเลือกหัวหน้าพรรคครั้งนี้ ที่เป็นไปอย่างมีระเบียบเรียบร้อยดีนั้น ก็เพราะมีผู้ใหญ่สายของนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และสายของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร เดินเกมเคลียร์ปัญหาการชิงตำแหน่งผู้นำพรรค โดยมีการขอร้องไปที่อดีต ส.ส.กลุ่มต่างๆ ให้เข้าใจตรงกันว่าผู้ใหญ่ในพรรคไม่ต้องการให้พรรคเกิดความแตกแยก จึงได้ขอร้องให้อดีต ส.ส.เสนอชื่อ พล.ต.ท.วิโรจน์ขึ้นชิงหัวหน้าพรรคเพียงคนเดียว ในที่ประชุมใหญ่ นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย จึงได้เสนอชื่อ พล.ต.ท.วิโรจน์เพียงชื่อเดียว โดยที่ไม่มีอดีต ส.ส.คนใดเสนอชื่อคนอื่นเข้าแข่งขัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งในการประชุมครั้งนี้ ผู้ที่เตรียมตัดสินใจไปร่วมงานกับพรรคเพื่อชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสายเสื้อแดงที่สนิทสนมกับนายจตุพร พรหมพันธุ์ ไม่ได้เดินทางมาร่วมด้วย อาทิ นายอารีย์ ไกรนรา, นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ เช่นเดียวกับแกนนำที่มีข่าวไปร่วมงานจะไปเป็นแกนนำพรรคเพื่อธรรม อาทิ นายสมชาย นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ก็ไม่ได้เดินทางมาร่วมการโหวตเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เช่นกัน
เตรียม 6 ทีมลุยพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.วิโรจน์ให้สัมภาษณ์ว่า ขอขอบคุณสมาชิกที่ให้ความไว้วางใจในการเลือกตนเป็นหัวหน้า &amp;nbsp;การดำเนินการของพรรคคงไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก เพราะส่วนใหญ่ก็เป็นกรรมการชุดเดิม ภาระใหญ่ของพรรคที่ต้องดำเนินการในขณะนี้คือการเตรียมการเลือกตั้ง วันนี้เราได้คณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร 11 ท่าน ขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่มาให้กำลังใจ และมาเลือกพวกเราให้ทำงานต่อไป ซึ่งจากนี้เราก็จะดำเนินการทุกอย่างอย่างเข้มข้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรมกล่าวว่า จากนี้จะมีการประชุมคณะกก.บห. และส่งมอบงาน แม้จะเป็น กก.ชุดเก่า แต่ก็มีการเพิ่มเติม กก.ขึ้นมาหลายตำแหน่ง จะใช้เวลาในการเตรียมการประมาณ 2-3 สัปดาห์ จากนั้นจะเดินสายออกไปพบพี่น้องประชาชนตามภาคต่างๆ เพื่อที่จะเชิญมาร่วมอุดมการณ์กับพรรคในการเป็นสมาชิก และคัดเลือกคณะกรรมการประจำจังหวัด คิดว่าจะลงพื้นที่ 6 ทีม ออกไป 4 จังหวัดต่อสัปดาห์ ใน 3 สัปดาห์เราจะได้ 73 จังหวัด เราจะมีความพร้อมตามกฎหมายการเลือกตั้งทั้งหมด และพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ตำแหน่งหัวหน้าพรรคนี้จะเป็น 1 ใน 3 รายชื่อที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า กฎหมายไม่ได้กำหนด เราสามารถเลือกหัวหน้าพรรคหรือคณะกรรมการของเราก็ได้ เป็นเรื่องที่เราจะต้องคุยกันอีกครั้งหนึ่ง ยังไม่ใช่เวลาที่จะตอบตอนนี้ เมื่อกฤษฎีกาออก เราพร้อมที่จะตกลงกันภายใน เราจะเลือกตัวแทนของเราที่มีความเหมาะสมที่สุดที่จะทำหน้าที่เป็นนายกฯ ของพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่หากจะมีการยุบพรรคจนนำไปสู่การตัดสิทธิ์ทางการเมือง เลขาธิการพรรค พท. กล่าวว่า เชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำทั้งหมด ทุกอย่างที่เราดำเนินการมาตลอด เราดำเนินการตามกฎหมายทั้งสิ้น ไม่คิดว่าสิ่งที่เราทำจะมีปัญหาใดๆ พรรคเพื่อไทยเผชิญกับภัยคุกคามมาตลอด ยังคิดว่าเรายังไม่ได้ปลอดภัยจากภัยคุกคามต่างๆ ไม่เชื่อว่าจะมีอะไรมาทำลายเราได้ภายใต้การโอบอุ้มของพี่น้องประชาชน เชื่อว่าจิตวิญญาณของพรรค ไม่สามารถทำลายได้ ถ้าทำลายก็ทำลายได้เพียงโครงสร้างเท่านั้น มีประสบการณ์ของเรามาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พลังประชาชน พลพรรคเพื่อไทย ทั้งหมดไม่มีใครคิดย่อท้อ จะเดินหน้าต่อไป ไม่ว่าเราจะถูกดำเนินการด้วยวิธีการใดก็ตาม ไม่มีพรรควันนี้ ก็ยังจะคงมีพรรคเพื่อไทยในจิตวิญญาณอยู่ต่อไปแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายทักษิณไม่เคยเกี่ยวพันหรือมาดำเนินการใดๆกับพรรค สิ่งที่นายทักษิณจะดำเนินการใดๆ ก็ตาม ก็เป็นสิทธิและภารกิจของท่าน วันนี้กฎหมายมีอยู่แล้ว ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อย่างมีหลักนิติรัฐ นิติธรรม เชื่อว่าหากยึดตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เราจะไม่มีปัญหาใดๆเลยทุกฝ่าย&amp;quot; นายภูมิธรรมกล่าวถึงบทบาทของนายทักษิณ ชินวัตร ในพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ไม่ได้รับการเสนอชื่อเป็นหัวหน้าพรรคว่า ไม่ได้เสนอตัวตั้งแต่แรก วันนี้พวกเรามีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าพล.ต.ท.วิโรจน์เหมาะสมจะเป็นหัวหน้า เพราะที่ผ่านมาได้เสียสละทำงานในช่วงเวลาที่ยากลำบากตั้งแต่การปฏิวัติ กระแสข่าวที่มีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ นั้น &amp;nbsp;เมื่อเวลาและขั้นตอนมาถึง เราจะมีการเสนอชื่อ วันนี้ยังไม่มีการพูดถึง และยังไม่ถึงขั้นตอนที่จะเสนอ ส่วนช่วงเวลาที่จะเปิดเผยชื่อนั้น คงต้องไปตาม กกต.และคสช. ซึ่งเป็นคนที่กำหนดวันว่าจะให้กระบวนการทำงานเกิดขึ้นได้เมื่อไหร่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก่อนหน้านี้ก็มีกระแสข่าวว่าคนนั้นจะเสนออีกคนเป็นหัวหน้า ทำให้พรรคดูมีความแตกแยก แต่ท้ายที่สุดวันนี้ก็เห็นเป็นเอกฉันท์ร่วมกัน ดังนั้นพรรคเพื่อไทยมีความสามัคคี อาจจะมีคนที่ผิดหวังอยู่บ้าง บางท่านก็อาจไปพูดจาที่เสมือนว่ามีความขัดแย้งในพรรค แต่วันนี้พิสูจน์แล้วว่าเราไม่มีความขัดแย้งใดๆ&amp;quot;
ยังไม่ถึงเวลาเสนอชื่อนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากสมาชิกมีเจตจำนงในการเสนอชื่อคุณหญิงสุดารัตน์เป็นนายกฯ จะรับหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า ขอให้ถึงเวลาก่อน วันนี้รับหน้าที่เป็นประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย ขอทำหน้าที่นี้ก่อน เมื่อเราได้รับหน้าที่ไหน ขอทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด โดยจะเป็นการกำหนดการทำยุทธศาสตร์การเลือกตั้งทั้งหมดว่าจะเดินงานอย่างไร จะมีแนวทางและกลยุทธ์วางแผนการทำงานอย่างไร ส่วนหัวหน้าพรรคจะดูแลบริหารจัดการทั้งพรรค ส่วนตนจะดูแลยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมงานของท่าน แต่เป็นทีมนำรับผิดชอบการเลือกตั้งอยู่ภายใต้การทำงานของหัวหน้าพรรค นอกจากนี้ จะมีนายชัชชาติ รวมถึงนายจาตุรนต์ ฉายแสง &amp;nbsp;และนายโภคิน พลกุล มาเป็นทีมช่วยกันทำงานด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า การที่หัวหน้าพรรคไม่ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ จะทำให้ประชาชนสับสนหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ยังไม่หารือว่าจะเสนอชื่อใคร อย่าเพิ่งไปเดาว่าหัวหน้าพรรคจะไม่ถูกเสนอชื่อ ท่านเป็นคนดี สมาชิกเห็นใครเหมาะสมก็สามารถเสนอได้ ทั้งนี้ตนตั้งใจจะทำให้ดีที่สุด โดยมุ่งเน้นประชาชนป็นศูนย์กลาง เรามองเห็นศักยภาพคนไทยและประเทศไทยว่าจะเติบโตได้อีก ทุกนโยบายที่เราทำได้ปรึกษาหารือและร่วมกันคิดกับประชาชน จึงไม่ต้องสงสัยว่านโยบายของเราทำไมจึงถูกใจประชาชน เรามั่นใจว่านโยบายที่เกิดจากการฟังประชาชนนั้นจะตอบโจทย์ประชาชนได้ และไม่เคยประกาศว่าจะได้ส.ส.เกิน 200 ที่นั่ง เป้าหมายเราจะทำให้ได้มากที่สุด เมื่อถึงเวลาเราจะชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ และมั่นใจ เมื่อเราจะเริ่มรณรงค์เลือกตั้ง เราจะเคลียร์ภาพทั้งหมดว่าเราคือใคร และเราคือผู้ตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาของประชาชนได้พรรคเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราถูกกระทำมาหลายครั้งแล้วตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย เราเผชิญมาหลายครั้ง หลายยุค หลายสมัย ถามว่ากลัวหรือไม่ เราไม่กลัว มีทางรับมือ มั่นใจว่าสิ่งที่เขาพยายามกล่าวหานั้น เราไม่มีความผิดใดๆ ทั้งนี้ มีมาตรการที่จะรองรับให้พรรคพวกของเรารักษาชีวิตไปทำงานให้กับประชาชนต่อได้อย่างแน่นอน&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวถึงกระแสข่าวการยุบพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งในคนใกล้ชิดนายพานทองแท้เปิดเผยถึงกระแสข่าวว่านายพานทองแท้จะดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติว่า กระแสข่าวดังกล่าวได้สร้างความสับสนให้กับสมาชิกพรรค พท.เป็นอย่างมาก ทำให้หลายคนถึงกับมาสอบถามว่าข่าวดังกล่าวจริงหรือไม่ แล้วนายพานทองแท้จะไปอยู่พรรคการเมืองไหน นายพานทองแท้ทราบข่าวแล้ว และระบุกลับมาว่าเอาชื่อไปเขียนว่าจะไปดำรงตำแหน่งนั้นตำแหน่งนี้ ถามกูแล้วหรือยัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. และนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา ในฐานะกองเชียร์พรรคเพื่อชาติ (พช.) ร่วมเป็นวิทยากร สถาบันพัฒนาการเมืองพรรค พช. หัวข้อฟื้นประชาธิปไตยก้าวไปด้วยกัน ที่สำนักงานสาขาพรรคพช. ประจำภาคเหนือ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ซึ่งมีการจัดประชุมสมาชิกพรรค พช. และตั้งสาขาพรรค เมื่อ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวว่า ตนมาให้ความรู้กับประชาชนในฐานะวิทยากรของสถาบันพัฒนาการเมือง พรรคพช. เช่นเดียวกับโรงเรียนการเมืองของพรรครวมพลังประชาชาติไทย ด้วยการเลือกตั้งในคราวนี้ไม่เหมือนในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการนับคะแนน การหาเสียงเลือกตั้ง ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมกันอีกแล้ว แต่สิ่งที่คาดหวังก็คือว่าเป็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม ประชาชนมีส่วนในการกำหนดอนาคตของตัวเองอย่างแท้จริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเองก็ได้ประกาศตั้งแต่ออกจากเรือนจำมาแล้วว่า ไม่ได้พกความแค้นเข้าไป และไม่ได้พกความแค้นออกมา ถ้ายังปล่อยให้บ้านเมืองเดินต่อไปด้วยความแตกแยก บ้านเมืองก็จะยิ่งถดถอย แต่ก็มิใช่ว่า เราจะไม่ให้มีความคิดแตกต่างกัน พรรคเพื่อชาติที่เรามาเป็นกองเชียร์ ที่เราพยายามชวนกันมาเป็นเกาะกลาง ที่จะพูดคุยอยู่ร่วมกันได้ ภายใต้หลักการประชาธิปไตย ไม่ใช่ให้เกิดการเปลี่ยนจุดยืน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายยงยุทธกล่าวว่า เรามาในฐานะผู้ให้กำลังใจ มาสังเกตการณ์ในฐานะผู้มีประสบการณ์ เชื่อว่าจุดอ่อนที่สำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันคือ การทำลายขีดความสามารถของคนไทย ทำลายการมีส่วนร่วมของคนไทย ซึ่งจะเป็นจุดอ่อนที่ทำให้คนเก่ง คนดี ไม่สามารถมาร่วมใช้ความรู้ ให้เป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือพรรคการเมืองได้ เพราะสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้พรรคการเมืองถูกยุบ อีกทั้งรัฐธรรมนูญนี้ยังมีลักษณะที่ถอยหลังเข้าคลอง โดยให้ ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งร่วมมีสิทธิเลือกนายกรัฐมนตรี ผิดหลักการประชาธิปไตยสากล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่มีพรรคการเมืองหนึ่งนำเอาชื่อนโยบายของรัฐบาลมาตั้งเป็นชื่อพรรค ให้นึกถึงคำที่เคยต่อว่ารัฐบาลหนึ่งว่า คอร์รัปชันเชิงนโยบาย ดูจะเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นหรือไม่ เป็นเรื่องอำพรางฉ้อฉลการเลือกตั้งหรือไม่&amp;rdquo; นายยงยุทธตั้งข้อสังเกต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20884</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัชชาติ สิทธิพันธุ์, ดนุพร ปุณณกันต์, ทักษิณ ชินวัตร, ปลอดประสพ สุรัสวดี, สุชาติ ลายน้ำเงิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181028/image_big_5bd5c3d458cf1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
