<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76002</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัดซื้อเรือดำน้ำ กมธ.งบฯชี้ขาดหรือยื้อ?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังเจอโรคเลื่อนถึงสองครั้ง เพราะยังเคลียร์กันไม่ลงตัวระหว่างกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ในปีกกรรมาธิการฯ พรรคร่วมรัฐบาล เลยทำให้การพิจารณางบ &amp;quot;โครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ&amp;quot; 2 ลำ มูลค่า 22,500 ล้านของกองทัพเรือต้องเลื่อนพิจารณามาสองรอบ คือเมื่อวันพุธที่ 26 สิงหาคม และวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ก็ยังไม่รู้ว่า สุดท้ายแล้ววงประชุมของที่ประชุมใหญ่ กมธ.งบฯ วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคมนี้ ที่จะมีตัวแทนกองทัพเรือมาชี้แจงต่อที่ประชุมใหญ่ กมธ.งบฯ จะได้ข้อสรุปเลยหรือจะเลื่อนออกไปอีก เพราะถึงตอนนี้ก็ยังพบว่ากระแสไม่เห็นด้วยก็ยังมีสูงไม่ใช่น้อย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ก่อนถึงวันประชุม กมธ.งบฯ 31 ส.ค. ทาง กมธ.งบฯ ปีกฝ่ายค้านก็ยังเดินหน้าตรวจสอบคัดค้านโครงการเรือดำน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 ส.ค. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย-รองประธานอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ในก มธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564&amp;quot; ให้ข้อมูลว่า การประชุม กมธ.งบฯ ชุดใหญ่จันทร์นี้จะเริ่มตั้งแต่ 09.00น. ที่ยังไม่รู้ว่าสุดท้ายจะเลื่อนออกไปอีกหรือไม่ ซึ่งในรายงานของคณะอนุ กมธ.ครุภัณฑ์ฯ มีสาระสำคัญที่ไม่กล้าให้ชี้แจง โดยเฉพาะหน้า 17 ที่ระบุว่าสัญญาการซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) และบันทึกการเจรจาไม่มีข้อผูกมัดในการเลื่อนการจัดซื้อเรือดำน้ำ หมายความว่าสามารถเลื่อนได้ แต่มีความพยายามบอกว่าเลื่อนไม่ได้เพราะจะโดนค่าปรับ แต่ผลสรุปของคณะอนุ กมธ.ครุภัณฑ์ฯ มีความชัดเจนว่าไม่เกิดความเสียหาย ซึ่งแนวทางคัดค้านโครงการดังกล่าวจะนำรัฐธรรมนูญมาต่อสู้ถ้ารัฐบาลดึงดันจะผ่านเรือดำน้ำให้ได้ เพราะมาตรา 55 บอกว่ารัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพทั่วถึง ถามว่าขณะนี้รัฐบาลดูแลสาธารณสุขและโรคโควิด-19 ได้แล้วหรือ ทำไมไม่เอาเงินที่จะซื้อเรือดำน้ำมาให้ประชาชนตรวจโควิด-19 อีกทั้งมาตรา 62 บอกว่ารัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดนั้น ถามว่าจะจัดระบบภาษีให้ความเป็นธรรมต่อสังคมอย่างไร เพราะเงินซื้อเรือดำน้ำมาจากภาษีประชาชน ทำไมไม่นำเงินมาช่วยประชาชนก่อน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;โครงการเรือดำน้ำ ถ้าเป็นจีทูจีจริงจะเข้าข่ายรัฐธรรมนูญมาตรา 178 ที่ระบุว่า สัญญาที่อาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม และความมั่นคงของรัฐ ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาภายใน 60 วันนั้น ตรวจสอบแล้วยังไม่เคยมีเรื่องดังกล่าวทั้งจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง จึงส่อขัดมาตรา 178 เมื่อไปดูสัญญาการจัดซื้อเรือดำน้ำลำแรก มีการจ่ายเงินให้บริษัท China Shipbuilding &amp;amp; Offshore International (choc) ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน ทำไมไม่มีการโอนเงินไปให้กระทรวงการคลังหรือกระทรวงกลาโหมของจีน และบริษัทดังกล่าวก็ไม่มีใบมอบอำนาจจากรัฐบาลจีน จึงมีความผิดปกติ&amp;quot; ยุทธพงศ์ย้ำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของ กมธ.งบฯ จากปีกพรรคฝ่ายค้าน ก็แน่ชัดว่าต้องลงมติไม่สนับสนุนโครงการดังกล่าว แต่ที่ถูกจับตามองก็คือท่าทีของ &amp;quot;กมธ.งบฯ จากพรรคประชาธิปัตย์ 7 เสียง&amp;quot; จะเอาอย่างไร หลังก่อนหน้านี้พรรคมีมติให้ กมธ.งบฯ ของพรรคลงมติไม่สนับสนุนโครงการดังกล่าว ทำให้หาก กมธ.งบฯ จากพรรคประชาธิปัตย์จะพลิกท่าทีไปโหวตสนับสนุนโครงการดังกล่าวก็คงเสียหายทางการเมืองแน่นอน วิธีการ หากสุดท้ายฝ่ายรัฐบาลส่งสัญญาณให้ กมธ.งบฯ เดินหน้าต่อไป ไม่มีการเลื่อนหรือชะลอโครงการ อาจทำให้ กมธ.งบฯ จากพรรคประชาธิปัตย์ต้องหาทางออกให้กับตัวเอง หากเลือกที่จะใช้วิธีการประนีประนอม ไม่ถึงกับแตกหักโหวตสวน เช่น ใช้วิธี &amp;quot;งดออกเสียง&amp;quot; หรือไม่ก็ &amp;quot;วอล์กเอาต์&amp;quot; ออกจากห้องประชุม หรือไม่ก็ใช้วิธีไม่อยู่ในห้องประชุม ซึ่งแม้จะทำได้ แต่ในทางการเมือง ถึง กมธ.งบฯ จากประชาธิปัตย์ทำแบบนี้ แม้จะเป็นการรักษามารยาททางการเมืองในการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่ก็ต้องถูกมองว่าไม่กล้าแสดงจุดยืนที่ชัดเจนของพรรคกันแบบซึ่งๆ หน้าไปเลย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายคนจึงจับจ้องท่าทีของ กมธ.งบฯ จากพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะเอาอย่างไร ซึ่ง 7 เสียงของ ปชป.ก็ประกอบไปด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี 2.ชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช 3.นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง 4.นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี 5.นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 6.ธีรภัทร พริ้งศุลกะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี 7.จุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมฯ ที่เป็นรัฐมนตรีคนเดียวของประชาธิปัตย์ที่เข้าไปเป็น กมธ.งบฯ ในโควตารัฐบาล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 ส.ค. &amp;quot;จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์-หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์&amp;quot; กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ให้ กมธ.งบฯ ของพรรคทั้ง 7 คนไปหารือในคณะ กมธ.งบฯ ชุดใหญ่ ที่ต้องรอผลว่าเป็นอย่างไร คิดว่าที่ประชุม กมธ.งบฯ ชุดใหญ่จะหาทางออกได้ ซึ่งต้องไม่ลืมสถานภาพของพรรคว่าขณะนี้ประชาธิปัตย์เป็นพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ และต้องมาคิดว่าเรื่องเศรษฐกิจและเรื่องความมั่นคงต่างมีความสำคัญ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ กมธ.งบฯ ที่ตั้งตามความเห็นชอบจากที่ประชุมสภามีด้วยกัน 72 คน แต่ปัจจุบันเหลือ 71 เสียง หลัง อุตตม สาวนายน อดีต รมว.การคลัง ลาออกไป ซึ่งเมื่อแยกเสียงกันแล้ว ฝ่ายรัฐบาล-คณะรัฐมนตรีเหลือ 17เสียง-พรรคร่วมรัฐบาล 30 เสียง รวมแล้วฝ่ายรัฐบาล หาก กมธ.ทุกคนเข้าประชุมพร้อมเพรียงและโหวตไปทางเดียวกัน ไม่มีแตกแถว เช่น งดออกเสียง หรือหายตัวไป ก็จะมีด้วยกัน 47 เสียง ขณะที่ฝ่ายค้านมี 24 เสียง โดยหากใน 47 เสียงของรัฐบาล กมธ.งบฯ จากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ออกเสียง ทำให้เสียงหายไป 7 เสียง แต่ฝ่ายรัฐบาลก็ยังกุมเสียงข้างมากไว้อยู่ คือประมาณ 40 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพียงแต่ฝ่ายวิปรัฐบาล-กมธ.งบฯ จากรัฐบาลต้องการให้เสียงโหวตออกมามีความเป็นเอกภาพ อีกทั้งคงจะรอ &amp;quot;สัญญาณสุดท้าย&amp;quot; จากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่าจะเอาอย่างไร จะเดินหน้าหรือจะชะลอโครงการเอาไว้ก่อน คือยังไม่ยกเลิกโครงการ แต่ขอให้เจรจากับจีนเพื่อเลื่อนการจ่ายเงินออกไป ซึ่งถ้าถึงตอนประชุม กมธ.งบฯ ช่วงเข้าด้ายเข้าเข็ม หากสัญญาณชัดก็คาดว่าเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุม กมธ.งบฯ คงเคาะแล้วว่าจะเอาอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะหาก กมธ.งบฯ ยังยืดเยื้อ ไม่ตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง คงไม่เป็นผลดี ยังไงสุดท้ายก็ต้องชี้ขาดลงมติอยู่ดีว่าจะชะลอ-ยกเลิกหรือเดินหน้า ได้เวลาต้องตัดสินใจแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งล่าสุดมีรายงานข่าวจากคณะ กมธ.วิสามัญฯ ว่าตั้งแต่เกิดกระแสสร้างความไม่สบายใจแก่หลายฝ่าย ทางกองทัพเรือได้ประสานไปยังจีนเพื่อร่วมหาทางออกอย่างดีที่สุด ซึ่งจีนได้ตอบกลับมาว่าให้เลื่อนการจัดซื้อออกไป 1 ปี โดยคาดว่าประธาน กมธ.งบประมาณฯ จะแจ้งเรื่องดังกล่าวในที่ประชุม กมธ.งบประมาณฯ.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76002</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, จุติ ไกรฤกษ์, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ชัยชนะ เดชเดโช, ธีรภัทร พริ้งศุลกะ, พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล, ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ, อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์, แนน บุณย์ธิดา สมชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200830/image_big_5f4ba8b0ebbed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้ออกทันที ดต.เมาคลั่ง ยิงบ้านส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดาบตำรวจเสพยาแล้วคลั่ง บุกบ้าน &amp;quot;สมชาย โล่สถาพรพิพิธ&amp;quot; อดีต ส.ส.ตรังหลายสมัย ควงปืน 2 กระบอกรัวยิงไม่ยั้งขณะเมียกับลูกสาว ส.ส.ปัจจุบันอยู่กันตามลำพัง สารวัตรนำกำลังไปควบคุมตัว กลับยิงใส่ ดีไม่ถูกใคร เจอข้อหาหนักทั้งพยายามฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ผบก.ตรังสั่งให้ออกจากราชการพร้อมตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลาเที่ยงคืนเศษ วันที่ 21 ตุลาคมนี้ เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่บ้านเลขที่ 226 ถนนตรัง-ปะเหลียน ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านของนางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง เขต 3 และนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ ผู้เป็นพ่อ อดีต ส.ส.ตรังหลายสมัย และประธานกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ต่อมาตำรวจ สภ.ย่านตาขาวจับกุมผู้ก่อเหตุได้ คือ ด.ต.สุรพงศ์ จิตรบุญ อายุ 41 ปี เป็นตำรวจสายตรวจ สภ.ย่านตาขาว อยู่บ้านเลขที่ 160/11 หมู่ที่ 1 ซอยสันติสุข ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาว พร้อมปืนขนาด .357 สมิธแอนด์เวสสัน ไม่มีทะเบียน โดยพบว่ายิงไป 5 นัด เหลือ 1 นัดมีการใช้งานแต่ไม่ลั่น ปืนขนาด 11 มม.มีทะเบียน บรรจุ 10 นัด ยิงจนกระสุนหมดแม็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.พูลศักดิ์ เซ็งแซ่ รอง ผกก.อำนวยการ ปจว.ตรัง รักษาการแทน ผกก.สภ.ย่านตาขาว พร้อมด้วย ร.ต.อ.สุวิทย์ สุวรรณราช ร้อยเวรสอบสวน สภ.ย่านตาขาว, พ.ต.ท.จุลพงศ์ อัตบุตร สารวัตรสืบสวน สภ.ย่านตาขาว และกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดตรัง ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบกระสุนโดนประตูบ้าน 2 นัด มีปลอกกระสุน 1 ปลอกตกอยู่ ส่วนการสอบปากคำ ปรากฏว่าผู้ต้องหาให้การวกวนสับสน ขณะที่การตรวปัสสาวะพบเป็นสีม่วง นอกจากนี้ พบว่าก่อนหน้านี้ ด.ต.สุรพงศ์เคยก่อเหตุก่อกวนที่หน้าบ้านของนายสมชายมาแล้วเมื่อ 3-4 เดือนก่อน ขณะที่ปฏิบัติงานอยู่ที่ สภ.ปะเหลียน ซึ่งคาดว่า ด.ต.สุรพงศ์คงมีความไม่พอใจนายสมชายหรือคนในครอบครัว เพราะเมื่อมีอาการคุ้มคลั่งก็จะอาละวาดบ้านของนายสมชาย หรือเจอรถก็จะเข้าทำลาย แต่เมื่ออาการปกติดี สอบถามก็ไม่รู้เรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ อดีต ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์หลายสมัย กล่าวว่า ตอนเกิดเหตุตนไม่ได้อยู่ในบ้าน ออกไปทำธุระ มีภรรยาและลูกที่อยู่ในบ้าน พอกลับมาถึงบ้านพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่เต็มบ้านแล้ว ตรวจกล้องวงจรปิดพบ ด.ต.สุรพงศ์มาเขย่าประตูบ้านและยิงปืนเข้ามาในบริเวณบ้านประมาณ 10 นัด โดนรั้วบ้าน 2-3 นัด และโดนต้นไม้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชายกล่าวว่า ไม่เคยรู้จัก ด.ต.สุรพงศ์เป็นการส่วนตัว แต่ทราบข่าวว่าเขาติดยา และเวลาที่เขาช็อกต้องนึกถึงตนเองก่อน เพราะคิดว่าตนให้ตำรวจไปจับตอนที่เขาเสพยา เคยมาก่อเหตุแบบนี้กับตนหลายครั้ง ขับรถมาขวางประตูบ้านไม่ให้เข้าบ้าน โชคดีที่ตนมาหลายคนจึงให้คนอื่นลงไปเคลียร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกครั้งที่เกิดเหตุจะประมาณเที่ยงคืน ซึ่งอาจจะเป็นเวลาที่เขาเสพยาพอดี จิตใต้สำนึกเขาคงจะมีอยู่ว่าผมจะให้ตำรวจไปจับเวลาที่เขาเสพยา จึงเกิดความรู้สึกนี้ฝังใจ จะต้องมาหาผมทุกครั้ง แต่เหตุการณ์เมื่อคืนค่อนข้างรุนแรง ทราบข่าวว่าหลังจากที่เข้ามายิงปืนใส่บ้านผมเสร็จแล้ว เขากลับไปอยู่บ้านที่หน้า สภ.ย่านตาขาว ตำรวจสายสืบได้ตามไป ปรากฏว่าได้ชักปืนยิงสารวัตรสืบสวน โชคดีตำรวจคว้าไว้ได้ทัน ปืนลั่นแต่ไม่โดนใครได้รับบาดเจ็บ ตำรวจจึงควบคุมตัวไปโรงพัก&amp;quot; นายสมชายกล่าว และว่า คดีนี้คงต้องปล่อยให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการไปตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก บก.ภ.จว.ตรัง ถึงเหตุดังกล่าว คนร้ายเป็นชาย ส่งเสียงเอะอะโวยวาย และใช้อาวุธปืนยิงใส่บ้านเลขที่ 226 หมู่ 5 ต.ท่งกระบือ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านของนางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ ลูกสาวนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ อดีต ส.ส.ตรัง หลายสมัย จากการสอบสวนทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุคือ ด.ต.สุรพงศ์ จิตรบุญ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ย่านตาขาว เนื่องจากก่อนเกิดเหตุ ด.ต.สุรพงศ์เคยไปก่อกวนนายสมชายที่บริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุ จากนั้น พ.ต.ท.จุลพงษ์ อัตบุตร สว.สส.สภ.ย่านตาขาว กับพวก ได้ติดตามไปที่บ้านพักของ ด.ต.สุรพงศ์ พบ ด.ต.สุรพงศ์ อยู่ที่บ้านพัก จึงได้มีการพูดคุยสอบถามถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น ปรากฏว่า ด.ต.สุรพงศ์ได้ชักอาวุธปืนขนาด 11 มม. ยิงใส่ พ.ต.ท.จุลพงษ์ แต่ พ.ต.ท.จุลพงษ์หลบได้ทัน กระสุนจึงไม่ถูกผู้ใด จากนั้น พ.ต.ท.จุลพงษ์ กับพวก ได้ร่วมกันจับกุม ด.ต.สุรพงศ์ไว้ได้ พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหา ด.ต.สุรพงศ์ ในความผิดฐาน พยายามฆ่าผู้อื่น, พยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่, มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุจำเป็นอันเร่งด่วนตามสามควรแก่พฤติการณ์ ประกอบกับผลการตรวจปัสสาวะ พบว่ามีผลเป็นบวก จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ในความผิดฐานเสพยาเสพติดให้โทษโดยผิดกฎหมาย พร้อมด้วยยึดอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ปลอกกระสุนปืน และหัวกระสุนปืน ไว้เป็นของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จว.ตรัง ได้มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ด.ต.สุรพงศ์ พร้อมกับมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อพิจารณาโทษทางวินัย เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายและไม่ให้เกิดความเสียหายกับทางราชการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48538</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด.ต.สุรพงศ์ จิตรบุญ, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, สมชาย โล่สถาพรพิพิธ, สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dada6ce2e99d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>4 นิวเดมปชป.เคารพมติพรรค ลั่นเดินหน้าร่วมงานปชป. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ,รัฐพงศ์ ระหงษ์,ศิริภา อินทวิเชียร,ชัยชนะ เดชเดโช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.62 - น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ 1 ในสมาชิกกลุ่มนิวเด็ม กล่าวภายหลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์ มีมติพรรคในการร่วมรัฐบาลทำให้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ประกาศลาออกจากการเป็น ส.ส.&amp;nbsp; รวมทั้งมีสมาชิกกลุ่มนิวเดมจำนวนหนึ่งประกาศยุติบทบา ว่า ตนเข้าใจดี และรู้สึกเสียดายบุคลากรที่เป็นกำลังสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะในการสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมติพรรคขัดกับอุดมการณ์ส่วนตัว ตนก็เคารพในการตัดสินใจนั้น แต่รู้สึกเสียดายเมล็ดพันธุ์ดี หากได้เป็นนักการเมืองก็จะเป็นนักการเมืองน้ำดี ส่วนตัวเองยืนยันทำงานกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะได้อาสามาทำงานเป็นผู้แทนในนามพรรคประชาธิปัตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรัฐพงศ์ ระหงษ์ อดีตผู้สมัครเขตบางเขน กทม. พรรคประชาธิปัตย์ 1 ในสมาชิกกลุ่มนิวเด็ม กล่าวยืนยันยอมรับในมติพรรค และพร้อมทำงานกับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไปอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร โฆษกกลุ่มนิวเด็ม (New Dem)&amp;nbsp;กล่าวว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่เป็นสมาชิกกลุ่มนิวเด็ม ที่แม้จะไม่เห็นด้วยกับการร่วมรัฐบาล และไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ตนเคารพในมติของพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้กรอบข้อบังคับของพรรคฯ จึงตัดสินใจทำหน้าที่ภายในพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป และเห็นว่าเราควรเคารพความเห็นต่าง และเคารพประชาธิปไตยภายในบ้าน รวมไปถึงการเคารพหลักประชาธิปไตย ภายใต้กรอบกฎหมายในสังคมด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายชัยชนะ เดชเดโช สส.จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ 1 ในสมาชิกกลุ่มนิวเด็ม กล่าวว่า วันนี้ต้องยอมรับว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มาตามกฎหมายรัฐธรรมนูญเช่นกัน และเป็นผู้ถูกเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี อีกทั้งการที่พรรคพลังประชารัฐยอมรับใน 3 เงื่อนไขของพรรคประชาธิปัตย์ในร่วมรัฐบาลซึ่งเป็นเรื่องที่ตนยอมรับได้ ดังนั้นในฐานะที่เป็นนักการเมืองคนรุ่นใหม่ก็พร้อมที่จะทำงานเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37754</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยชนะ เดชเดโช, นิวเดม, ปชป., ประชาธิปัตย์, รัฐพงศ์ ระหงษ์, ศิริภา อินทวิเชียร, สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf797d2d13ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28028</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดใจ&#039;ทายาทโล่สถาพรพิพิธ&#039; ปชป.รุ่นใหม่ สู้ศึก &#039;ตรัง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ หรือ &amp;quot;น้องท่ามเฮง&amp;quot; อายุ 27 ปี เป็นบุตรของนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ กับนางรัชดาพร โล่สถาพรพิพิธ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เปิดมุมมองในการพัฒนาจังหวัดตรังและประเทศไทย โดยเริ่มจากการเล่าที่มา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดิฉันเป็นคนโชคดีที่มีโอกาสได้ลงพื้นที่สัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้านมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากคุณพ่อสมชาย โล่สถาพรพิพิธ ทำงานทางด้านการเมืองมานานทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ และมักจะพาลูกๆ ลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับชาวบ้านบ่อยครั้ง ทำให้ดิฉันได้คลุกคลีและรับรู้ถึงความรู้สึกทุกข์สุขของคนในพื้นที่มาเป็นระยะเวลานาน ดังนั้นภาพที่ชาวบ้านเข้ามาสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนต่อคุณพ่อเป็นภาพที่ดิฉันคุ้นเคย นอกจากนี้ โดยส่วนตัวของดิฉันเองได้มีโอกาสเรียนรู้งานระดับท้องถิ่นโดยตรงในขณะดำรงตำแหน่งเลขาฯ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง รวมถึงมีโอกาสได้เรียนรู้งานบางส่วนในระดับประเทศในส่วนของฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะเคยติดตามและเรียนรู้งานจากคุณพ่อ ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ดิฉันเห็นภาพโครงสร้างต่างๆ ในระดับจังหวัดและประเทศได้ชัดขึ้น และประสบการณ์ทำให้เรียนรู้ว่าทุกภาคส่วนในสังคมมีความสัมพันธ์กัน ถ้าเปรียบสังคมเราเสมือนเครื่องจักร แต่ละองค์กรในสังคมก็เหมือนฟันเฟืองเล็กๆ เครื่องจักรจะเดินไปข้างหน้าได้ ฟันเฟืองแต่ละตัวต้องมีประสิทธิภาพและทำงานไปพร้อมๆ กัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดตรังของเรามีจุดเด่นในเรื่องของจุดยุทธศาสตร์ ด้วยทำเลที่ตั้งเองทำให้ตรังมีความพร้อมในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ มีทั้งป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีน้ำตก ภูเขา และทะเลสวย ฉะนั้นการท่องเที่ยวในจังหวัดตรังควรได้รับการสนับสนุนและส่งเสริม เพราะดิฉันเชื่อว่าการท่องเที่ยวสามารถนำมาเป็นจุดขายหลักที่สามารถทำรายได้เข้าจังหวัดมหาศาล ถ้าภาคท่องเที่ยวได้รับการส่งเสริมจะส่งผลดีต่อภาคบริการและฟื้นฟูการท่องเที่ยวไทยซึ่งทำรายได้อันดับ 1 ในมุมมองส่วนตัว อำเภอหาดสำราญมีศักยภาพที่จะส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดตรังที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ติดทะเล วิถีชีวิตชาวบ้านแถวนั้นน่าสนใจ และยังได้รับการรับรองจากกรมควบคุมมลพิษให้เป็นปอดแห่งใหม่ เป็นเมืองที่มีคุณภาพอากาศดีเป็นลำดับต้นๆ ของเมืองไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวนั้น คิดว่าการคมนาคมต้องมีการพัฒนาไปพร้อมๆ กัน ท้องถิ่นควรให้ความสำคัญกับการบริการสาธารณะที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนโดยไม่ต้องคำนึงถึงผลกำไร ดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับการให้บริการรถโดยสารประจำทาง (สีม่วง) รอบตัวเมืองตรัง โดยมีจุดรับ-ส่งผู้โดยสารเริ่มจากสนามบิน ไปจนถึงสถานศึกษา เพราะคิดว่าเป็นรูปแบบการบริการที่ประชาชนสามารถจับต้องได้ อำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้จริง แต่อย่างไรก็ตาม ในอนาคตก็อยากให้มีการขยายเส้นทางไปต่างอำเภอและเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกเหนือจากทรัพยากรธรรมชาติ ดิฉันเชื่อว่าจังหวัดตรังยังมีความพร้อมในทรัพยากรบุคคล ค่านิยมเดิมๆ ในการประกอบอาชีพหลักเพียงอาชีพเดียวควรจะถูกเปลี่ยน ที่เห็นได้ชัดเจน คือคนตรังส่วนใหญ่ฝากชีวิตไว้กับพืชเศรษฐกิจ โดยเฉพาะยางพาราและปาล์มน้ำมัน ไม่ได้มีอาชีพเสริม ทำให้เมื่อราคายางพาราตกต่ำก็จะกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ เนื่องจากรายได้ต่อครัวเรือนลดน้อยลง บางครอบครัวถึงกับมีรายได้ไม่พอส่งลูกหลานเรียน ทำให้กระทบไปถึงเรื่องการเข้าถึงการศึกษา นอกจากจะช่วยคนตรังในการหาทางออกในเรื่องของราคายางและปาล์มแล้ว ดิฉันจะสนับสนุนและสร้างค่านิยมให้แต่ละครอบครัวมีการประกอบอาชีพเสริม ไม่ยึดติดกับราคาพืชผล ตอนนี้ส่วนตัวกำลังศึกษาและผลักดันในเรื่องของกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) เพราะอยากจะแก้ไขปัญหาการว่างงาน และเพิ่มรายได้ให้แต่ละครัวเรือน เพื่อสนับสนุนช่วยชาวบ้านอีกทางหนึ่ง ส่งเสริมให้ปลูกพืชที่มีแนวโน้มจะเป็นพืชเศรษฐกิจได้ เช่น พริกไทยพันธุ์ปะเหลียน, ต้นสะตอพันธุ์ตรัง 1 เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในด้านเศรษฐกิจ จังหวัดตรังเองมีท่าเรือนานาชาติตรัง (ท่าเรือบ้านนาเกลือ) อยู่ที่อำเภอกันตัง ซึ่งอยู่ในการควบคุมดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ด้วยทำเลของจังหวัดตรังและที่ตั้งของท่าเรือ ถือได้ว่าจังหวัดตรังมีศักยภาพที่จะเป็นประตูสู่อันดามัน ทุกภาคส่วนควรช่วยกันทำให้ท่าเรือแห่งนี้เกิด นอกจากจะช่วยลดต้นทุนในการส่งออกสินค้าให้กับผู้ประกอบการในจังหวัด ยังเป็นการเพิ่มสถิติการส่งออกให้กับประเทศอีกด้วย โดยส่วนตัวเคยได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนในการนำเสนอศักยภาพของท่าเรือนานาชาติตรังต่อชาวต่างชาติบ่อยครั้ง และตั้งใจจะสานต่อเพื่อผลักดันให้เป็นท่าเรือแห่งความภาคภูมิใจของชาวตรัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดิฉันตั้งใจจะเข้ามาทำงานเพื่อสังคม นำความรู้ ความสามารถมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สานต่อ ปรับปรุง ทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆ โดยเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน ไม่ฉาบฉวย และตั้งใจเข้ามาเป็นตัวช่วยประสานทุกภาคส่วนให้ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนเมืองตรังไปข้างหน้า เพราะดิฉันยังคงเชื่อว่าทุกภาคส่วนมีจุดที่เชื่อมต่อกันได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ&amp;nbsp;
ประวัติการศึกษา
&amp;bull; ปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (จบ 3 ปีครึ่ง)
&amp;bull; เนติบัณฑิตไทย สมัย 67
&amp;bull; ปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขากฎหมายประกันภัย (เกียรตินิยมอันดับ 2) จากมหาวิทยาลัยควีนแมรี กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
&amp;bull; ปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขากฎหมายการค้าระหว่างประเทศ (เกียรตินิยมอันดับ 1) จากมหาวิทยาลัยเคนต์ กรุงแคนเทอร์เบอรี ประเทศอังกฤษ
ประวัติการทำงาน
&amp;bull; อดีตเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง (นายกิจ หลีกภัย)
&amp;bull; รองประธานสมาคมคนไทยในมหาวิทยาลัยเคนต์ (หัวหน่ายฝ่ายกิจกรรม) ในระหว่างศึกษาระดับปริญญาโท ณ กรุงแคนเทอร์เบอรี ประเทศอังกฤษ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28028</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิจ หลีกภัย, สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ, โฟกัสนักการเมืองรุ่นใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c5308bed4a6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
