<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คิม-ทรัมป์ถึงแล้ว ‘นานาชาติ’รอผล ถกประวัติศาสตร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;คิม จองอึน&amp;quot; และ &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; เดินทางถึงสิงคโปร์แล้วทั้งคู่เมื่อวันอาทิตย์ เพื่อร่วมซัมมิตประวัติศาสตร์ในวันอังคารที่ 12 มิถุนายนนี้ ซึ่งจะเป็นการพบหน้ากันโดยตรงครั้งแรกระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือและประธานาธิบดีสหรัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน 2561 ว่า คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เดินทางมาถึงสิงคโปร์ก่อนหน้าทรัมป์ ซึ่งรุดออกจากที่ประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (จี 7) ที่แคนาดาก่อนการประชุมเสร็จสมบูรณ์ ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีที่ร่วมคณะผู้สื่อข่าวที่ติดตามมากับแอร์ฟอร์ซวันกล่าวว่า ทั้งตัวทรัมป์และผู้ช่วยของเขาไม่ยอมให้ทัศนะใดๆ กับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินลำนี้ ซึ่งเดินทางมาลงที่ฐานทัพอากาศปายาเลบาร์ของสิงคโปร์ในช่วงค่ำวันเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ทรัมป์ได้ทักทายเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสิงคโปร์ ซึ่งนำโดยวิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่มารอต้อนรับ โดยกล่าวเขารู้สึก &amp;quot;ดีมาก&amp;quot; เกี่ยวกับซัมมิตครั้งนี้ จากนั้นผู้นำสหรัฐได้ขึ้นรถหุ้มเกราะประจำตำแหน่ง พร้อมขบวนติดตามอีกราว 30 คัน มุ่งหน้าไปยังโรงแรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคิม เดินทางมายังสิงคโปร์ด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 747 ของสายการบินแอร์ไชน่า ซึ่งเป็นเครื่องบินของรัฐบาลจีน ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ไฟลต์เรดาร์ 24 ที่ติดตามเส้นทางการบิน พบว่าแอร์ไชน่า 747 ลำนี้ออกจากกรุงเปียงยางเมื่อเช้าวันอาทิตย์ โดยทำทีว่าจะบินมายังกรุงปักกิ่ง แต่แล้วก็เปลี่ยนชื่อเที่ยวบินกลางอากาศแล้วมุ่งหน้าลงใต้มายังสิงคโปร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เที่ยวบินนี้มาลงที่สนามบินชางงีในเวลาประมาณ 14.40 น. ตามรายงานของเซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ แล้วจากนั้นในเวลาประมาณ 15.05 น. ขบวนรถเมอร์เซเดส-เบนซ์, รถตำรวจ และรถหน่วยแพทย์เคลื่อนที่รวมมากกว่า 20 คันก็เดินทางออกจากสนามบิน ต่อมาคิมได้เข้าพบนายกฯ ลีเซียนลุง ของสิงคโปร์ เพื่อขอบคุณที่เขาเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากการประชุมสุดยอดครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ความพยายามของสิงคโปร์จะได้รับการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์&amp;quot; เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของคิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการสิงคโปร์วางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาทั่วสถานที่จัดการประชุมสุดยอดบนเกาะเซนโตซา และโรงแรมหรูที่ผู้นำทั้งสองใช้เป็นที่พักระหว่างการประชุม มาตรการนี้รวมถึงจัดวางกระถางต้นไม้เพิ่มเติมเป็นพิเศษด้านนอกที่พักของคิม เพื่อบดบังสายตาของผู้สื่อข่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวถึงซัมมิตที่สิงคโปร์ครั้งนี้ว่าเป็นโอกาสนัดเดียวสำหรับสันติภาพ รัฐบาลของเขายืนกรานว่าเกาหลีเหนือต้องปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสิ้นเชิง ตรวจสอบได้ และไม่อาจย้อนคืน แต่จนถึงขณะนี้เกาหลีเหนือเพียงให้คำมั่นอย่างเปิดเผยเพียงว่าพวกตนยึดมั่นต่อการปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งเป็นคำกล่าวที่ตีความได้หลากหลาย โดยยอมแลกกับการรับประกันความมั่นคงของระบอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริชาร์ด อาร์มิเทจ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คาดเดาว่า ประเด็นสำคัญเรื่องการจำกัดความคำว่าปลดอาวุธนิวเคลียร์น่าจะมีความคืบหน้าน้อยในซัมมิตครั้งนี้ &amp;quot;ความสำเร็จจะอยู่ที่การกดชัตเตอร์ถ่ายภาพเสียมาก โดยทั้งสองฝ่ายต่างได้สิ่งที่ต้องการแล้ว&amp;quot; เขากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ยืนกรานไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ซัมมิตครั้งนี้จะ &amp;quot;ไม่เป็นแค่การมาถ่ายรูป&amp;quot; โดยบอกว่าการประชุมสุดยอดจะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายหล่อหลอมมิตรภาพที่จะนำไปสู่ &amp;quot;กระบวนการ&amp;quot; ที่จะก่อให้เกิดความตกลงในท้ายที่สุด.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11094</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองอึน, จี7, สุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ, หนังสือพิมพ์, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180610/image_big_5b1d28711f725.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
