<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่านสร้างสุข อยู่บ้าน ต้านโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยุคดิจิทัลศตวรรษที่ 21 สถิติคนไทยอายุ 6 ปีขึ้นไปอ่านหนังสือ 49.7 ล้านคน หรือ 78.8% กลุ่มไม่อ่านหนังสือ 13.7 ล้านคน หรือ 21% อ้างไม่สนใจการอ่าน สสส.-ภาคีแผนการอ่านฯ ทั่วประเทศ ชวนอ่านสร้างสุข อยู่บ้าน ต้านโควิด-19 ดึงพ่อแม่-คนใกล้ชิดเด็กเล็กใช้พลังการอ่าน การเล่น ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ เสริมทักษะชีวิตในภาวะโลกวิกฤติเพื่อสุขภาวะ พัฒนาศักยภาพ สร้างกระบวนการเรียนรู้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สสส. กล่าวว่า จากผลสำรวจการอ่านของประชากรปี 2561 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า คนไทยอายุ 6 ปีขึ้นไป อ่านหนังสือร้อยละ 78.8 หรือคิดเป็นจำนวนประชากร 49.7 ล้านคน กลุ่มที่ไม่อ่านมีร้อยละ 21.2 คิดเป็นจำนวนประชากร 13.7 ล้านคน เหตุผลคือ ไม่ชอบ ไม่สนใจการอ่าน ในยุคดิจิทัลศตวรรษที่ 21 และตอบโจทย์ชีวิตวิถีใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สสส.ร่วมสานพลังภาคีการอ่านทั่วประเทศ จัดกิจกรรมพิเศษ &amp;ldquo;อ่านสร้างสุข อยู่บ้าน ต้านโควิด-19&amp;rdquo; ส่งเสริมการรักการอ่านในกลุ่มเด็กเล็กผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในช่องทางเฟซบุ๊ก โดยให้ความรู้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย มีความเข้าใจจนเกิดการทดลองปฏิบัติในเรื่องการอ่าน เพื่อปลูกฝังนิสัยรักการอ่านที่ส่งผลต่อการพัฒนาศักยภาพสมองและกระบวนการเรียนรู้ เพื่อสร้างทักษะชีวิตกลุ่มเด็กเล็กในอนาคต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;องค์การอนามัยโลกได้แนะนำพ่อแม่และผู้ปกครองควบคุมเวลาหน้าจอสำหรับเด็กไว้ว่า เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีไม่ควรอยู่หน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือจอโทรทัศน์ เด็กอายุ 2-4 ปีไม่ควรใช้เวลาอยู่หน้าจอเกิน 1 ชั่วโมง การเล่านิทานให้เด็กฟังเป็นประจำจะช่วยทำให้เด็กรักการอ่าน ไม่มีพฤติกรรมติดจอ และการอ่านยังมีส่วนสัมพันธ์ต่อการเรียนรู้ด้านอื่นๆ ทั้งการเรียน การใช้ชีวิต และด้านสุขภาพ ซึ่งคนใกล้ชิดเด็กสามารถอ่านหนังสือให้เด็กฟังได้ตั้งแต่แรกเกิด หรือแม้กระทั่งเมื่อเด็กอยู่ในท้อง ทุกภาคส่วนจึงต้องสานพลัง ช่วยกันรณรงค์ให้ความรู้และทำความเข้าใจ เพราะการแก้ไขเรื่องการอ่านไม่ได้อยู่แค่ในระดับองค์กร ต้องให้ความรู้ตั้งแต่ระดับครัวเรือน&amp;rdquo; ดร.นพ.ไพโรจน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(สุดใจ พรหมเกิด)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ที่กลับมาอีกครั้ง ทำให้มีผลกระทบเกิดขึ้น ทั้งการประกาศปิดสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย อาทิ ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียน ทำให้เด็กๆ ที่หยุดอยู่บ้าน ขาดกระบวนการเรียนรู้และการสร้างเสริมศักยภาพที่จำเป็น ลดลงจากเดิม 20-30% และผลกระทบของพ่อแม่และผู้ดูแลเด็กในการใช้ชีวิตและการทำงาน การส่งเสริมการอ่านและการเล่นสามารถพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของเด็กๆ ได้อย่างรอบด้าน ทั้งทักษะเท่าทันสื่อ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ ทักษะป้องกันตนเองจากโควิด-19 ดังนั้นแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. ร่วมกับภาคีอ่านยกกำลังสุขทั่วประเทศ และเครือข่ายพลังอ่านชายแดน จึงจะได้จัดกิจกรรมพิเศษ &amp;ldquo;อ่านสร้างสุข อยู่บ้าน ต้านโควิด-19&amp;rdquo; เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ทางออนไลน์ที่มีรูปแบบหลากหลายตามบริบทของพื้นที่ทุกภูมิภาค &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;นิทานมีภาพประกอบที่ช่วยเสริมจินตนาการ เกิดทักษะในการคิด วิเคราะห์ ตีความ มีการใช้ศัพท์ที่ง่าย ทำให้เด็กเข้าใจและรักการอ่าน เพียงแค่เริ่มใช้เสียงในการอ่านหนังสือนิทาน และการปฏิสัมพันธ์กับเด็กในครอบครัว ให้เด็กได้เข้าใจและเปล่งเสียงออกมา จะช่วยพัฒนาทักษะด้านการพูด การอ่าน สามารถช่วยคลี่คลายปัญหาต่างๆ ได้ในอนาคต นำไปสู่การสร้างพลังพลเมืองที่ตื่นรู้ ก้าวสู่สังคมที่เปลี่ยนแปลง หวังว่ากิจกรรมพิเศษ &amp;ldquo;อ่านสร้างสุข อยู่บ้าน ต้านโควิด-19&amp;rdquo; จะช่วยเป็นแนวทางให้พ่อแม่และผู้ดูแลเด็กได้นำทักษะการเล่านิทาน การเล่นเกมไปใช้พัฒนาทักษะการเรียนรู้ของเด็กๆ ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ได้อย่างสะดวกมากขึ้น&amp;rdquo; นางสุดใจกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับการจัดกิจกรรมพิเศษ &amp;ldquo;อ่านสร้างสุข อยู่บ้าน ต้านโควิด-19&amp;rdquo; จะมีทุกวันศุกร์ เวลา 18.00-19.00 น. ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ &amp;ldquo;อ่านยกกำลังสุข&amp;rdquo; ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ครอบครัวและผู้ดูแลเด็กที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ทางเว็บไซต์ www.happyreading.in.th&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อนึ่ง สถานการณ์พัฒนาการเด็กปฐมวัยไทย (0-5 ปี) ในรอบกว่า 10 ปีที่ผ่านมานั้น เด็กปฐมวัย 1 ใน 3 ของเด็กเล็กในประเทศมีพัฒนาการล่าช้า ถือว่าเป็นจำนวนที่สูงมาก พัฒนาการภาษาล่าช้าถึง 20% พัฒนาการทางปฏิภาณไหวพริบและการเข้าสังคมอีก 5% พัฒนาการทั้งสองด้านจะมีผลต่อระดับสติปัญญา ทำให้ส่งผลต่อการเรียนรู้ในด้านต่างๆ ดังนั้นความรัก ความเอาใจใส่และให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพัฒนาการที่ดีให้กับลูก ซึ่งพ่อแม่ทุกคนทำได้โดยเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ รอบตัวเรา.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:center&quot;&gt;Happy reading&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ่านสร้างสุข อยู่บ้าน ต้านโควิด-19 มหัศจรรย์การอ่านเพื่อเด็กปฐมวัย และอ่านสร้างสุข #Read Aloud #มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน #อ่านหนังสือออนไลน์ได้ที่นี่ค่ะ www.happyreading.in.th &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มอบความรัก ความห่วงใย &amp;ldquo;ด้วยหนังสือ&amp;rdquo; บอกรักด้วยหนังสือ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนังสือแนะนำ วิ่งสู้ชีวิตใหม่ฉบับการ์ตูน ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม เขียนแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. เรื่องหอยชักตีน นักเดินทางตัวจิ๋ว กลุ่มละครมาหยา สโมสรลูกปูดำ อ่านสร้างสุข ๒๙:วรรณกรรมยาใจ มหัศจรรย์แห่งการอ่าน อลิศในวันมหัศจรรย์ เม่นน้อยหลงทาง นางฟ้ากับแม่มด ของใหม่เพื่อนเก่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(9 เทคนิคปลูกฝังลูกรักการอ่าน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:center&quot;&gt;อ่านหนังสือกับลูก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การอ่านคือการเปิดโลกของความสุข และโลกของการเรียนรู้ที่มีมากมายไม่รู้จบ ถ้าลูกมีนิสัยรักการอ่าน เท่ากับลูกมีต้นทุนของการหาความสุขเป็น สามารถค้นคว้าหาความรู้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อเสริมจินตนาการ ความบันเทิง หรือวิชาการ เป็นคุณสมบัติที่ดีต่อการเติบโตในโลกกว้างอย่างมีคุณภาพ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การที่พ่อแม่อ่านนิทานให้ลูกฟังเป็นการเชื่อมโยงหนังสือกับความสุข ไม่ว่าจะเป็นความสนุกจากเนื้อเรื่อง จากการเล่าด้วยน้ำเสียงสูงต่ำชวนให้ติดตาม หรือแค่พ่อแม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับลูก เท่านี้ก็เป็นช่วงเวลาคุณภาพที่จะประทับความรัก ความอบอุ่นไว้ในหัวใจลูก และทำให้ลูกรู้สึกว่าชั่วโมงของการอ่านนั้นมีความสุข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ่อแม่อ่านหนังสือให้ลูกฟังไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานก็ได้ ไม่ต้องอ่านหลายเล่มก็ได้ ขอเพียงแค่ลงมืออ่านเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ มีเวลาน้อยก็อ่านน้อย มีเวลามากก็อ่านนาน ใช้เวลาเพียงครั้งละ 10-15 นาทีเท่านั้น จะใช้เวลาช่วงเช้า หรือทุกคืนก่อนนอน ตอนเย็น บนรถตอนรถติดบนท้องถนน ขณะรอคิวที่ร้านอาหาร หรือตอนออกไปเที่ยวนอกบ้าน การที่มีหนังสืออยู่ใกล้มือหรือติดกระเป๋าไว้ เมื่อมีโอกาสตอนไหนก็หยิบมาอ่านให้ลูกฟังได้ทุกเวลา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:center&quot;&gt;อ่านทุกวัน พบมหัศจรรย์ในครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.หนังสือนิทาน เป็นหนังสือขวัญใจของเด็กๆ ทุกคน ในร้านหนังสือมีหนังสือนิทานให้เลือกมากมายและหลากหลาย แต่ไม่จำเป็นต้องซื้อเยอะ ซื้อเท่าที่พอมีกำลังซื้อ อ่านเท่าที่เรามี อ่านซ้ำกี่รอบก็สนุก หรือจะชวนลูกไปอ่านหนังสือนิทานในห้องสมุดใกล้บ้าน เป็นการเปิดโอกาสให้ลูกได้เลือกหนังสือด้วยตัวเอง ปริมาณหนังสือไม่สำคัญเท่ากับว่าเรามีเวลาอ่านด้วยกันทุกวันก็เพียงพอแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.หนังสือทำมือด้วยรักจากใจพ่อแม่ พ่อแม่สามารถทำหนังสือจากภาพวาด หรือติดภาพถ่ายครอบครัวนำมาเล่าเรื่อง ตัดภาพจากนิตยสาร ปฏิทิน มาสร้างสรรค์เป็นหนังสือภาพเล่าเรื่องได้มากมาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.อ่านรอบตัว อ่านได้ทุกที่ การอ่านไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปแบบของหนังสือเป็นเล่ม คุณพ่อคุณแม่สามารถชวนลูกอ่านได้ตั้งแต่กล่องนม ขวดสบู่ หลอดยาสีฟัน เมนูอาหาร ป้ายชื่อร้านค้า ป้ายบอกทาง หัดอ่านวันละนิด ทุกที่ ทุกเวลา และเชื่อมโยงสู่การใช้งานได้ในชีวิตจริง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:center&quot;&gt;อ่านหนังสือดีต่อลูก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.ลูกเรียนรู้จากการฟังและการดู ตาของเด็กจะได้มองภาพสวยๆ ไปพร้อมกับเรื่องราวที่ได้ฟังจากที่พ่อแม่เล่าหรืออ่านให้ฟัง ทำให้เด็กได้เรียนรู้ว่าภาพที่เห็นคืออะไร เรียกว่าอะไร มีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร อยู่ที่ไหน ทั้งเรื่องที่ใกล้ตัวเด็ก เช่น ร่ายกายของตัวเอง สัตว์ต่างๆ มีสีสัน รูปร่าง รูปทรง หรือเรื่องที่ไกลตัวออกไปเรื่อยๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ลูกเกิดจินตนาการ จากการติดตามเนื้อเรื่องที่ได้ฟัง เป็นเรื่องแฟนตาซีที่ไม่มีอยู่จริงก็ได้ ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ เพราะจินตนาการคือพื้นฐานสำคัญก่อนที่จะต่อยอดไปสู่การคิดหาข้อเท็จจริงอย่างเป็นเหตุเป็นผลในขั้นตอนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.สมองของลูกถูกกระตุ้นให้คิดและเรียนรู้ เมื่อพ่อแม่เล่านิทานแสนสนุกและชวนคิดชวนถามให้ลูกตอบ กระตุ้นการใช้ความคิด ชวนให้สนใจ อยากรู้อยากเห็น ยิ่งลูกคิดบ่อยๆ มากเท่าไหร่ สมองของลูกก็จะยิ่งพัฒนามากขึ้นเท่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.ลูกเกิดการเรียนรู้ภาษา การใช้ภาษาหรือคำพูดของพ่อแม่ในการอ่านหนังสือให้ลูกฟัง ทั้งสำเนียงการพูด ภาษาที่มีความหลากหลาย ภายใต้น้ำเสียงที่อ่อนโยน มีการเติมสีสันด้วยจังหวะจะโคนในการเล่าเรื่องให้น่าสนใจ ลูกจะค่อยๆ จดจำสำนวนภาษาแบบต่างๆ เพิ่มคลังคำศัพท์ รู้จักการอ่านออกเสียงที่ถูกต้องตามพ่อแม่ นำไปสู่การเรียนรู้ภาษาจากประสาทสัมผัสทางหู ลูกจะเก็บคำที่ได้ยิน และเมื่อมีการชี้ตามคำในแต่ละหน้าจะทำให้เด็กคุ้นเคยกับสัญลักษณ์ตัวอักษรต่างๆ เมื่อถึงวัยเข้าโรงเรียนจะมีผลทางบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อทักษะการอ่าน การเรียนรู้ เช่น ภาษา การคำนวณ การคิด และมีแนวโน้มด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีกว่าเด็กที่ไม่มีใครอ่านหนังสือให้ฟัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5.ลูกมีความสุขที่ได้อยู่กับพ่อแม่ การอ่านหนังสือให้ลูกฟังก่อนนอนทุกคืนเป็นเวลาที่แสนสงบและแสนสุขระหว่างพ่อแม่ลูก ทำให้เกิดความผูกพันและสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น ซึ่งจะประทับอยู่ในใจของลูกไปจนเติบโต สายสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นนี้ช่วยเหนี่ยวรั้งไม่ให้ลูกทำอะไรออกนอกลู่นอกทางจนยากที่จะแก้ไขได้ &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:center&quot;&gt;เคล็ดลับการอ่านหนังสือนิทาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.ตั้งใจอ่านอย่างอบอุ่น ด้วยการจับลูกนั่งตัก อยู่ในท่าที่สบายๆ บรรยากาศผ่อนคลาย กอดหอมกันตามใจชอบ แล้วลงมืออ่านหนังสือให้ลูกฟัง เติมสีสันการอ่านด้วยน้ำเสียงที่สนุกสนานหรือตื่นเต้น ชี้นิ้วไปตามรูปภาพหรือตัวอักษร คอยซักถามชวนลูกคิดตามไปด้วยหลังจากอ่านจบเรื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.สร้างกิจกรรมหลังการอ่าน เมื่ออ่านเรื่องไดโนเสาร์ก็พาลูกไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ อ่านเรื่องผีเสื้อก็ชวนลูกไปดูผีเสื้อจริงๆ ชวนวาดรูป ระบายสี หรือพับกระดาษเป็นผีเสื้อ เพื่อกระตุ้นและฝึกหัดให้ลูกรู้จักการคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งเป็นเวลาสนุกสนานกันทั้งครอบครัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.เลือกหนังสือให้เหมาะสมกับวัย วัยก่อน 1 ปี เลือกหนังสือที่มีภาพขนาดใหญ่ ทนทาน ทำความสะอาดได้ ทำด้วยวัสดุที่ปลอดภัย มีสีสันสดใส ช่วง 1-2 ปี มีภาพคนและสัตว์ เรื่องราวสั้นๆ มีคำคล้องจองกัน ใช้อักษรตัวโตๆ กระดาษหนาทนทาน ให้เด็กเปิดอ่านเองได้ง่ายๆ ช่วง 2-3 ปี เนื้อหาเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิ่งรอบตัวและกิจวัตรประจำวันง่ายๆ ที่ลูกสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ช่วงวัย 4-6 ปี เนื้อหาหรือเรื่องราวต้องทำให้ลูกเกิดอารมณ์ร่วม เพราะกระทบความรู้สึกนึกคิดบางอย่าง หรือเชื่อมโยงกับการเรียนรู้รอบๆ ตัว มีภาษาที่สละสลวย ไพเราะ คำคล้องจองที่อ่านอย่างมีจังหวะนั้นเหมาะสำหรับลูกในวัยนี้ ตัวอักษรที่ใหญ่ ชัดเจน มีหัว เพื่อลูกจะได้จำรูปแบบตัวอักษร รูปแบบคำ รูปแบบประโยคอย่างถูกต้อง การเลือกหนังสือเพื่อบ่มเพาะนิสัยที่ดี การดูแลสุขภาพ การมีวินัย. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93580</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม, สุดใจ พรหมเกิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210219/image_big_602f93e0b476a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดผลประเมินโครงการเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดลดปัญหาตกหล่น30%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(อ.สุนี ไชยรส อธิบาย)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ.สุนี ไชยรส นำเครือข่ายภาคประชาสังคม 119 องค์กรเจาะลึกประเมินผลโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ชี้หากใช้ระบบคัดกรองทำให้เด็กยากจนจริงๆ ตกหล่นเข้าไม่ถึงสิทธิจำนวนมาก &amp;ldquo;สุดใจ พรหมเกิด&amp;rdquo; ผจก.แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ผอ.โครงการหนังสือฝึกอ่าน ชี้เราต้องสร้างสังคมเกื้อกูลเอื้อเฟื้อต่อกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดเริ่มตั้งแต่ 31 มี.ค.2558 ดูแลเด็กตั้งแต่ 0-1 ปี เดือนละ 400 บาท ปี 2559 รัฐบาลขยับขึ้นให้เด็กอายุ 0-3 ปี เพิ่มเป็นเดือนละ 600 บาท แต่มีเงื่อนไขเรื่องระบบคัดกรอง และพบว่ามีเด็กตกหล่น เด็กยากจน ทุกรอบจะพบว่ามีเด็กตกหล่น 30 คน เพราะการตั้งเงื่อนไขเรื่องรายได้เฉลี่ยครอบครัวละไม่เกิน 3,000 บาท/เดือน ในขณะที่ระบบคัดกรองมีความซับซ้อนอย่างมาก แม้แต่คนจนจริงๆ ก็ตกหล่น ทั้งๆ ที่เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดควรเป็นสิทธิของเด็ก คือเป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐาน ซึ่งจะทำให้รัฐได้รับประโยชน์สูงสุด และเด็กก็ได้รับประโยชน์สูงสุดด้วยเช่นกัน คือสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้าควรจะได้ตั้งแต่ 0-6 ปี เดือนละ 600 บาท หากใช้ระบบคัดกรองต่อไป เด็กจะตกหล่นเข้าไม่ถึงสิทธิอีกจำนวนมาก ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวมีงานวิจัยหลายชิ้นบอกถึงการตกหล่นของเด็ก และมีจำนวนไม่น้อยที่ควรได้รับเงินครั้งนี้โดยถือเป็นสวัสดิการพื้นฐาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(อ.สุนี ไชยรส)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ.สุนี ไชยรส รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยรังสิต ผอ.ศูนย์ส่งเสริมความเสมอภาคและความเป็นธรรม กลุ่มผู้หญิงธรรมศาสตร์ปี 2514 อดีต ส.ส.ร.หนองบัวลำภู เป็นหัวหน้าทีม นำประชุมกลุ่มเครือข่ายการขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้า โดยการขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้า องค์กรเครือข่ายภาคประชาสังคม เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ เครือข่ายผู้หญิง เครือข่ายภาคีภาคตะวันออก เครือข่ายครอบครัว เครือข่ายชุมชน เครือข่ายแรงงานทั้งในระบบและนอกระบบ กลุ่มสลัม 4 ภาค รวม 119 องค์กร ร่วมกันสรุปจากการถอดบทเรียนการขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กถ้วนหน้า และประเมินผลเพื่อจะก้าวเดินต่อไปข้างหน้า เพื่อทำงานเกี่ยวพันกับการสร้างสวัสดิการอื่นๆ เพื่อให้เด็กเกิดความเท่าเทียมกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เครือข่ายภาคประชาสังคมร่วมกันผลักดันเงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้า ปี 2558 ให้เฉพาะเด็กยากจน ครอบครัวที่มีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่าเส้นยากจน 3,000 บาท/เดือน ครม.อนุมัติให้ 400 บาท/เดือน นำร่องเด็กอายุ 0-1 ปี ปี 2559 ครม.ขยายช่วงอายุ 0-3 ปี คนละ 600 บาท/เดือน ปี 2560 ครม.ให้ครอบครัวที่อยู่ในระบบประกันสังคมรับเงินอุดหนุนควบคู่กับเงินสงเคราะห์บุตรได้ แต่ในเงื่อนไขรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 3,000 บาทเช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากงานวิจัยของ TDRI กรมกิจการเด็กและเยาวชน องค์การ UNICEF มหาวิทยาลัยขอนแก่น พบข้อมูลที่สอดคล้องต้องกันว่า ยังมีเด็กยากจนที่เข้าไม่ถึงสวัสดิการและตกหล่นร้อยละ 30 แม้ว่าจะมีเป้าหมายให้เด็กยากจนทุกคนเข้าถึงสวัสดิการ 100% ก็ตาม และงานวิจัยยังพบว่าเด็กแรกเกิดในครัวเรือนที่ได้รับเงินอุดหนุนมีภาวะโภชนาการที่ดีกว่าเด็กจากครอบครัวที่ไม่ได้รับเงิน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทารกแรกเกิดและเด็กเล็กในครัวเรือนที่ได้รับเงินอุดหนุนเข้าถึงบริการหลังคลอดมากกว่า แม้ในครัวเรือนที่ได้รับเงินอุดหนุน มีอำนาจในการควบคุมรายได้ตัวเองและมีสิทธิตัดสินใจเรื่องเกี่ยวกับการดูแลบุตรมากกว่า เครือข่ายภาคประชาสังคมพบว่ายังมีเด็กยากจนที่เข้าไม่ถึงสวัสดิการและมีการตกหล่นยังครอบคลุมไม่ทั่วถึง รัฐกำหนดเกณฑ์ของคุณสมบัติจนกลายเป็นการกีดกัน เช่น ลูกจ้างในราชการหรือรัฐวิสาหกิจไม่มีสวัสดิการในระบบ และไม่อยู่ในระบบประกันสังคม เข้าไม่ถึงสิทธิ การได้รับเงินอุดหนุนที่ไม่สม่ำเสมอ ขาดช่วง แม้จะมีมติ ครม.ครอบคลุมผู้อยู่ในระบบประกันสังคม แต่ก็ยังมีความเข้าใจผิดของผู้อยู่ในประกันสังคม และเจ้าหน้าที่คิดว่าไม่มีสิทธิ ส่งผลคือไม่มีการตรวจสอบรายได้แม้อยู่ในเกณฑ์ยากจน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(อ.สุนี ไชยรส และสุดใจ พรหมเกิด)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายใต้ระบบของเงินถ้วนหน้า ยิ่งมีการสำรวจลึกลงไปก็จะโฟกัสเด็กตกหล่นเยอะมาก โดยเฉพาะชีวิตจริงของเด็กเล็กที่เป็นลูกของลูกจ้างของระบบราชการ รัฐวิสาหกิจ มีปัญหาฐานการเงินที่ยุ่งเหยิง ค่าใช้จ่ายในชีวิตสูงมาก สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในสังคมสูงมาก ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ยิ่งมีระบบคัดกรอง เจาะจง มีค่าใช้จ่ายการบริหารจัดการที่สูงมาก ไม่ใช่แค่ค่าตกหล่น เราใช้ตัวเลข 2.5-11% ถ้าใช้อย่างเจาะจง ความเคลื่อนไหวความเหลื่อมล้ำสูงมาก เงินอุดหนุนเด็กเล็กมีความชอบธรรมอย่างสูง เป็นสิทธิของเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความหวังของเด็กเล็กไม่ใช่เป็นเพียงหน้าที่ของครอบครัวเท่านั้น หากแต่เป็นเรื่องของสังคมที่จะต้องมีสวัสดิการจากจุดเริ่มต้น 30 องค์กรประชุมกันในระยะแรก จนปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 119 องค์กร &amp;ldquo;การถอดบทเรียนจาก 119 องค์กร สหภาพแรงงาน แรงงานนอกระบบ องค์กรผู้หญิง องค์กรชาติพันธุ์ องค์กรคนพิการ มุสลิม องค์กรต้นกล้ามุกดาหาร มีการเคลื่อนไหว โครงการวิจัย การมีแนวร่วม การสร้างกระแสเชิงลึกเชิงกว้างตลอดเวลา มีการนำเสนอเรื่องราวไปขับเคลื่อนต่อในแต่ละเวที เพื่อยื่นข้อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี แต่เดิมมีเงินสนับสนุนจาก UNICEF แต่ช่วงหลังเงินจาก UNICEF หยุดลง ตอนนี้ใครช่วยอะไรได้ก็ช่วยกันสานต่อไปทำ มีกิจกรรมเกิดขึ้นพอสมควร อย่างที่เรียกว่าช่วยกันลงขันลงแรง&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;พวกหนูขอของขวัญวันเด็ก เป็นเงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้า 0-6 ปี&amp;rdquo; เงินจำนวนนี้เด็กๆ ได้รับสมัยที่อานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี เคยมีการตั้งคำถามกับพ่อเด็กที่ยากจนว่าควรจะให้เงินอุดหนุนเด็กเล็กกับเด็กที่มีพ่อแม่ร่ำรวยหรือไม่ พ่อเด็กตอบอย่างใจกว้างว่าให้เด็กไปเถอะ เพราะเป็นสิทธิของเด็กที่เขาควรจะได้รับ เพราะคนรวยบางครั้งก็อาจจะกลายเป็นคนจนในภายหลังก็ได้ เด็กทุกคนควรได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สสส.เห็นถึงภารกิจโครงการในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (มิ.ย.-ธ.ค.) ยุทธศาสตร์ในการขยายสื่อมีพลังมากขึ้น โดยเฉพาะบทบาทของเพจ Toolmorrow ขยายแนวร่วมจัดเวที 4 ภาค ด้วยงบประมาณน้อยก็จริง แต่นำเสนอข้อเท็จจริงลงในพื้นที่ มีการ update ข้อมูลใหม่ๆ แชร์ข้อมูลเห็นชอบในหลักการปี 2565 ด้วยการขับเคลื่อนเวที 4 ภาค นำข้อเท็จจริงมาสู้ต่อกรรมาธิการเด็กฯ นำเสนอข้อมูลการประชุม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรฯ ถึงกับบอก ส.ส.ในพื้นที่ว่า &amp;ldquo;เราได้แล้วเด็กเล็กถ้วนหน้าปี 2564&amp;rdquo; การตั้งคณะทำงาน 2 ส่วน คณะเตรียมงานส่งเข้า ครม. นำเสนอสถานการณ์ภาพรวม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาที่เกิดขึ้นในเวทีภาคกลาง แรงงานท้องถูกเลิกจ้าง บรรยากาศที่สร้างสีสันบนเวที มีการหอบลูกจูงหลานเต็มเวที สื่อให้เกิดความสนใจในปัญหาที่เกิดขึ้น สื่อมวลชนลงข่าวอย่างละเอียดยิบ ภาพแม่ลูกอ่อน คุณย่า คุณตา คุณยาย เห็นพลังของสื่อในการนำเสนอข่าว มหาวิทยาลัยขอนแก่นทำงานวิจัยร่วมกันตั้งแต่เริ่มต้น เนื่องจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นมีศูนย์เด็กเล็ก 100 คน สะท้อนให้เห็นว่าเด็กเล็กได้รับผลกระทบจากโควิด โดยเฉพาะพ่อแม่ที่เป็นคนจน กรรมกรคนชั้นกลางล้วนได้รับผลกระทบโดยตรง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;งานของเรามีองค์กรหลากหลายที่กระจัดกระจายจัดงานข้อมูล จึงมีความลึก มีความหลากหลาย มีข้าราชการในภาคต่างๆ เข้าร่วมด้วย ภาคเหนือ ภาคใต้ รณรงค์สื่อกระตุ้น สิ่งที่เครือข่ายต่อสู้ เรารู้เรื่องสวัสดิการสังคมที่มีความมั่นคงด้วย การที่ผู้สูงอายุ คนพิการได้เงินช่วยเหลือทุกเดือน เด็กแรกเกิดก็ควรจะได้รับด้วย เงินสวัสดิการถ้วนหน้าตั้งแต่เกิดจนถึงตาย สวัสดิการสังคม พี่น้องผู้ใช้แรงงานประท้วง เงินประกันสังคมนำมาจ่ายโควิดจ่ายช้ากว่าเพื่อน ดังนั้นรัฐบาลต้องเข้าใจเพื่อจัดหาให้ถูกต้องด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะนี้ พม.สรุปปัญหาอุปสรรคในการรับสิทธิเป็นเรื่องที่ซับซ้อน การที่ TDRI ทำตัวเลขอย่างละเอียดยิบ เป็นการนำตัวเลขมาคลี่ให้เห็นถึงปัญหาได้อย่างชัดเจน อย่าบอกว่าใช้งบประมาณแพงมากในส่วนเด็กเล็ก เพราะความเป็นจริงก็คือเด็กเกิดน้อยลง เด็กจำนวน 4.2 ล้านคน แต่ละปีเด็กจะลดจำนวนลง ใช้งบประมาณจำนวน 2.2 หมื่นล้านบาท จากงบประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ยิ่งเด็กลดจำนวนลงงบประมาณก็ลดลงตามสัดส่วนด้วย.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;(ล้อมกรอบ) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;พลังหนุนของคนทำงานด้านเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;ldquo;เราต้องสร้างสังคมเกื้อกูล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(สุดใจ พรหมเกิด)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุดใจ พรหมเกิด หรือ &amp;ldquo;เจ&amp;rdquo; ผจก.แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:center&quot;&gt;ผอ.โครงการหนังสือฝึกอ่าน เจ้าของไอเดียเด็กต่ำกว่า 2 ขวบไม่ควรยุ่งกับจอใส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยประสบการณ์ทำงานเกี่ยวกับการอ่าน เด็กเล็ก 90% ได้รับการบ่มเพาะ การตั้ง Mind Set ให้สังคม มีการตั้งคำถามด้วยเงิน 600 บาท มีการถกเถียงกันอยู่ แต่เมื่อศึกษางานวิจัยที่มีการทดลองทำกับลูกแมวปิดตาข้างเดียว 2 สัปดาห์ ปรากฏว่าแมวตาบอดสนิท เป็นข้อมูลน่าตกใจ เราต้องสร้างสังคมเกื้อกูลเอื้อเฟื้อต่อกัน มีปัจจัยแวดล้อม แม่เอาเงินที่ได้ไปซื้อหนังสือให้ลูกได้อ่านมีความรู้ เด็กได้รับรู้ว่าเด็กเติบโตด้วยสังคมโอบอุ้มเขา เราทำงานแก้ไขปัญหาของเด็กตลอดเวลาในการวางรากฐานแก้ไขปัญหาทั้งระบบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากจะวัดกันถึงเรื่องความประทับใจ คนเราเข้มแข็งได้เพราะการทำงานบนพื้นฐานของการใช้ความรู้ ข้อเท็จจริง ในประเทศและต่างประเทศมีการพูดกันในรัฐสภา งานวิจัยเป็นเรื่องที่ต้องลงมือทำ แม้ไม่มีเงิน แต่เขาก็ทำงานร่วมกันและยังทำงานได้อย่างรวดเร็วด้วย ดังนั้นขอยกย่อง อ.สุนี ไชยรส แม้จะไม่มีสตางค์ก็จริงอยู่ แต่เป็นการทำงานด้วยจิตวิญญาณอย่างแท้จริง เราจะไม่ช่วยก็คงจะไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องการประนีประนอมสูงสุดด้วยข้อต่อภาครัฐ โครงสร้าง จะต้องไม่ละทิ้งเครือข่าย ทุกหมุดหมายการขับเคลื่อน มีเพื่อนร่วมทางให้การสนับสนุน ตลอดระยะเวลา 11 ปี 10 รัฐบาล องค์กร OECD เป็นองค์กรเศรษฐกิจระดับโลก เชิญชวนเด็กให้มีการพัฒนาการการเรียนรู้ 10-30% เด็กยากจน เด็กด้อยโอกาส ที่ผ่านมานั้นรัฐแตะเรื่องเด็กน้อยมาก เราต้องทำ The Must ให้ทุกคนก้าวไปพร้อมกันทั้ง 119 องค์กร ยังมีอีกหลายองค์กรอยากเคลื่อนขบวนไปพร้อมๆ กัน ก็ต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในสังคมด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญที่สุด ทำให้ผู้หญิงมีสิทธิมีเสียงในการเลี้ยงลูก เด็กยากจนมีนมดื่ม ได้รับเครื่องนุ่งห่ม มีผ้าอ้อมสำเร็จรูปใช้ เงินสนับสนุน 600 บาท ใช้เป็นค่ารถไปหาหมอ เงินใช้ในยามฉุกเฉิน พื้นฐานของคน การโอบอุ้มด้วยความรัก ค่าของความเป็นมนุษย์ ด้วยการเกื้อกูลกัน การดูแลพ่อแม่ เอื้อให้พ่อแม่ ปู่ย่าตายายไม่ขัดสน เราเชื่อมั่นในพลังแห่งความดี เป็นพลังแห่งความรู้ ไม่ได้เป็นการทำแบบสังคมสงเคราะห์ แต่เป็นการสร้างบรรทัดฐานของสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ในช่วงที่ UNICEF ไม่มีงบประมาณ พี่สุนีดูแล facebook เขียนข่าวเอง เจรจากับ สสส. เพื่อ support โครงการขับเคลื่อนนโยบาย เด็กปฐมวัยควรได้อ่านหนังสือดีๆ 3 เล่ม สมองเด็กต้องเติบโตทุกวัน เราต้องทำให้สำเร็จ การสร้างชุมชนเล็กๆ เราจะทำอย่างไรให้หมู่บ้านในชุมชนของเด็กๆ มีหนังสือดีๆ ให้เด็กได้อ่านกันอย่างทั่วถึงให้ทุก อบต.ทำได้ เงิน สปสช. เงินสุขภาพระดับตำบลดูแลสุขภาพเด็กทุกคนได้เป็นอย่างดี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:center&quot;&gt;ข้อมูลTDRIฐานความรู้เด็กวัย 0-6 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; TDRI เป็นฐานความรู้ที่นำเสนออย่างง่ายๆ เด็กวัย 0-6 ปี จำนวน 4.3 ล้านคน มีเด็กจำนวน 30% เข้าไม่ถึง ตัวเลข 3 หมื่นล้านบาท แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเบี้ยผู้สูงอายุขยับเหนือเส้นความยากจน 12 ล้านคน เป็นเงิน 3-4 แสนล้านบาท ใช้งบประมาณสูงกว่างบประมาณสนับสนุนเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(เชษฐา มั่นคง ผจก.มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:center&quot;&gt;เชษฐา มั่นคง หรือ &amp;ldquo;พี่ท่อม&amp;rdquo; ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;พี่สุนีเป็นนักล็อบบี้ เมื่อโลกหมุน มีความสุข ความพอใจ โครงการนี้ไม่มีเงินขับเคลื่อน ด้วยขอบเขตจำกัดจึงมีการขับเคลื่อนด้วยใจเกิดขึ้นเป็นจริงได้ เด็กเล็กได้รับผลประโยชน์ ในสังคมไทยเป็นจุดเริ่มต้นมีการดึงเครือข่ายเข้ามาทำงาน แต่เดิมเป็นเพียงกลุ่มคนเล็กๆ เท่านั้น พี่สุนีดึงสายแรงงานเข้ามาทำงานด้วย สมานฉันท์กับกลุ่มบูรณาการสตรี กลุ่มสลัม 4 ภาค ขยายฐานออกไปไม่เพียงเฉพาะเด็กเท่นั้น เป็นฐานวิถีสำคัญทั้งสังคม ทั้งประเทศ ทำให้คนที่เราขับเคลื่อนเกาะเกี่ยวร้อยเรียงกัน ในฐานะที่ผมถึงไหนถึงกัน เราอยากให้เกิดขึ้นเป็นจริงได้ มีการนำตัวเลขไปพูดคุยกับ TDRI เงินงบประมาณ แต่ทำได้ไม่ถึงก็ให้ไม่ได้ มีการตั้งคำถามอยู่ในใจตลอดเวลา เด็กเกิดมาช่วยเหลือจุนเจือในครอบครัวจากเงิน 400 บาท เพิ่มเป็น 600 บาทในครอบครัว&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บทบาทความประทับใจขับเคลื่อนเพื่อเด็กเล็กโดยถ้วนหน้า บทบาทที่เรามองสิทธิเด็ก เด็กที่เกิดมานั้นไม่ว่าจะเป็นเด็กไทยหรือเด็กต่างชาติควรจะอยู่บนพื้นฐานที่เท่าเทียมกัน การที่รัฐตั้งเงื่อนไข เด็กยากจน เด็กรวย ประเด็นที่มีการตั้งคำถามว่าทำไมต้องเอาเงินช่วยเหลือคนรวยในเมื่อครอบครัวเขาก็มีกินแล้ว เราต้องมองกันถึงความเท่าเทียมกันในสิทธิของเด็กด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรามองในเรื่องความเท่าเทียมกันในเรื่องสิทธิเด็กที่เกิดมาแล้ว เด็กจะรวยหรือจะจนก็ควรได้รับเงินช่วยเหลือเท่าๆ กัน ไม่ใช่เรื่องการตีตราในสังคม สังคมไทยมีการสร้างวาทกรรมรากหญ้า เราต้องมองถึงเรื่องสิทธิของเด็กเป็นพื้นฐาน ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่อย่างใด ข้อที่ท้าทาย เงินที่พ่อแม่เล่นหวย ซื้อเหล้า ดูมวยตู้ตามหมู่บ้านต่างๆ มหาวิทยาลัยขอนแก่น UNICEF สสส. องค์กรทำงานด้านเด็ก ได้นำเสนอมุมมองความคิดของแต่ละคนเมื่อปี 2558 เพื่อนำเสนอ ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เพื่อทำงานง่ายขึ้น แม้จะมีปัญหาในการเก็บข้อมูล การวัดฐานะความยากจนวัดจากอะไร บางคนมีรถกระบะใช้ก็จริงอยู่ แต่ด้วยความจำเป็นของอาชีพ เขาไม่ได้มีเงินแต่อย่างใด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทุกคนมุ่งหวังให้เด็กได้รับประโยชน์สูงสุด เราอยู่กับชุมชน มองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น โครงการดีอยากให้เกิดกับกลุ่มเด็กและครอบครัวได้รับอย่างเท่าเทียมกัน. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89219</URL_LINK>
                <HASHTAG>สุดใจ พรหมเกิด, สุนี ไชยรส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เชษฐา มั่นคง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210108/image_big_5ff83db04926f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2020 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2020 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวมพลังภาคีการอ่าน ใช้นิทานขวัญใจเด็กๆ &quot;อีเล้งเค้งโค้ง&quot;ให้ความรู้ป้องกันโควิด นำร่องส่งมอบชุมชนแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 23 เม.ย.&amp;nbsp;ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า &amp;nbsp;สสส. โดยแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ร่วมกับ สถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข สํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กระทรวงวัฒนธรรม สํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ สํานักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เครือข่ายฮักอ่าน สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร สมัชชาสุขภาพจังหวัดยโสธร และ The International Union of Food, Agricultural, Hotel, Restaurant, Catering, Tobacco and Allied Workers&amp;#39; Associations (IUF) จัดทำนิทาน 3 เรื่อง เพื่อสร้างเสริมสุขภาพป้องกัน COVID-19 ในเด็กเล็กขึ้น เพราะเด็กเล็กสามารถเรียนรู้ จดจำ และดูแลตนเองได้จากการเลียนแบบพฤติกรรมของตัวละครที่ชื่นชอบในนิทาน พร้อมส่งเสริมให้ครอบครัวมีกิจกรรมสร้างสรรค์พัฒนาลูกช่วงเวลาอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ช่วยให้เด็ก ๆ มีสุขภาวะรอบด้าน ทั้งด้านอารมณ์ สังคม ไอคิว อีคิว และความคิดสร้างสรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. กล่าวว่า ในสถานการณ์โรคระบาด การสร้างสรรค์นิทานและกิจกรรมที่ทำให้เด็กเล็กได้เรียนรู้เรื่องสุขภาพจึงมีความสำคัญ นิทาน 3 เรื่อง ประกอบด้วย 1. &amp;ldquo;ล้างมือกันเถอะ&amp;rdquo; 2. เรื่อง &amp;ldquo;อานีสกับกอล์ฟสู้โควิด-19&amp;rdquo; และ 3. เรื่อง &amp;ldquo;อีเล้งเค้งโค้ง อยู่บ้าน...ต้านโควิด&amp;rdquo; ผลิตจำนวน 70,000 เล่ม เพื่อส่งมอบแก่เด็กเล็กผ่านเครือข่ายชุมชนปฎิบัติการส่งเสริมการอ่าน และ อสม. ทั่วประเทศ โดยได้นำร่องส่งมอบนิทานเรื่อง &amp;ldquo;อีเล้งเค้งโค้ง อยู่บ้าน...ต้านโควิด&amp;rdquo; แก่พื้นที่สาธารณสุขจังหวัดยโสธร ผ่าน อสม. จำนวน 3,500 เล่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชีวัน วิสาสะ ผู้เขียนนิทาน &amp;ldquo;อีเล้งเค้งโค้ง อยู่บ้าน...ต้านโควิด&amp;rdquo; กล่าวว่า แรงบันดาลใจเกิดขึ้นเมื่อมีประกาศภาวะฉุกเฉินให้ทุกคนใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเพื่อเลี่ยงการรับเชื้อจากสถานที่สุ่มเสี่ยง กลับกันบุคลากรทางการแพทย์ต้องทำงานอย่างหนัก ทั้งตรวจ รักษา พัฒนาตัวยาต้านไวรัส ในฐานะนักเขียน นักออกแบบการสื่อสารกับเด็ก ต้องผลิตสื่อให้ความรู้เพื่อปกป้องเด็ก พ่อแม่สามารถนำไปใช้เป็นสื่อเพื่อการเรียนรู้ ใช้เวลาร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ และบรรเทาอาการกังวล ความตระหนก ความเครียด การออกแบบนิทานเรื่องนี้ยังทิ้งท้ายด้วยการส่งสารขอบคุณแพทย์ พยาบาลบุคลากรทางการแพทย์อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผูัสื่อข่าวรายงาน สำหรับครอบครัวที่สนใจใช้นิทานเป็นสื่อให้เด็กๆ ป้องกันโควิด สามารถอ่านและดาวน์โหลด ได้ทาง&amp;nbsp;www.happyreading.in.th&amp;nbsp;ส่วนหนึ่งจะจัดพิมพ์เพื่อเผยแพร่รณรงค์ในชุมชนเครือข่าย อาทิ จังหวัดยโสธรจะมีการประเมินผลเป็นงานวิจัยของการสร้างสุขภาวะชุมชนด้วยการอ่านเพื่อให้ครอบคลุมทั้งจังหวัด หน่วยงาน หรือองค์กรใดสนใจสนับสนุนการจัดพิมพ์เผยแพร่เพิ่มเติม ติดต่อ&amp;nbsp;happy2reading@gmail.com&amp;nbsp;: แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64016</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒนธรรม, สุดใจ พรหมเกิด, อีเล้งเค้งโค้ง อยู่บ้าน...ต้านโควิด, แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea1278f25c9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
