<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2018 07:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2018 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรงพยาบาลธนบุรีทุ่มงบ 800 ล้านสร้างตึกใหม่รองรับผู้ป่วยเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลธนบุรี ทุ่มงบขยายอาคารใหม่ รองรับผู้ป่วยขยายตัวเพิ่ม เล็งใช้เทคโนโลยีเข้ามายกระดับบริการ ชี้ภาพรวมตลาดยังเติบโตต่อเนื่อง หลังพบปัจจัยหนุนเพียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุทธิชัย โชคกิจชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธนบุรี เปิดเผยกับ &amp;ldquo;ไทยโพสต์&amp;rdquo; ว่า ยังคงลงทุนเพื่อยกระดับการรักษาคนไข้อย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นเตรียมงบประมาณไว้กว่า 800 ล้านบาท ในการก่อสร้างอาคารแห่งใหม่ เพื่อรองรับผู้ป่วยนอกให้มากขึ้น จากปัจจุบันอยู่ที่ 1,600 คนต่อวัน นับว่าสูงมาก จึงต้องขยายพื้นที่ใหม่เพิ่ม คาดว่าจะแล้วเสร็จช่วงปลายปี 2563 ส่งผลให้รองรับเพิ่มเป็น 2,000 คนต่อวัน &amp;nbsp;หลังจากนั้นจะลงทุนด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยในช่วงปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันยังมองเห็นแนวโน้มของการใช้เทคโนโลยีทางด้านเทเลเมดิซีน เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริการผู้ป่วย โดยจะมีแพทย์เป็นที่ปรึกษากับผู้ป่วย ซึ่งไม่ต้องเดินทางมายังโรงพยาบาล หรือหลังจากได้รับการเข้าตรวจและรักษาเพื่อติดตามผล ก็สามาถใช้เทเลเมดิซีนเข้ามาช่วยได้ ในส่วนนี้น่าจะใช้เงินลงทุนหลัก 100 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุทธิชัย กล่าวว่า นอกเหนือจากกลุ่มตลาดคนไทยแล้ว ในช่วงที่ผ่านมายังขยายไปยังกลุ่มต่างประเทศด้วย ขณะนี้คิดเป็นสัดส่วน 2% แม้ยังไม่สูงมาก แต่ยังมีโอกาสอยู่ โดยเฉพาะทางแถบเพื่อนบ้านที่โรงพยาบาลธนบุรีค่อนข้างมีผลตอบรับดี ผ่านกลยุทธ์ปากต่อปาก หลังจากผู้ป่วยจากประเทศกัมพูชาเข้ามาใช้บริการแล้วเกิดการบอกต่อ กลุ่มผู้ป่วยต่างต่างชาติน่าจะมีโอกาสเติบโตได้ดีกว่า หรือปี 2561 คาดว่าจะโตขึ้น 10-20%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเติบโตของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน ยังมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหนุนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นของกลุ่มชนชั้นกลางที่มีอำนาจซื้อสูง การเติบโตทางเศรษฐกิจ และรายได้ของประชากรโดยเฉพาะในกลุ่มชนชั้นกลาง ที่จะหนุนความต้องการใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันเมื่อพิจารณาอัตราการใช้จ่าย ด้านการรักษาพยาบาลต่อจีดีพีของคนไทยยังอยู่ในระดับไม่สูงมากนัก เมื่อผนวกกับชนชั้นกลางในกลุ่มอาเซียน สะท้อนโอกาสในการเติบโตของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนของไทยยังมีอยู่อีกมาก โดยการขยายตัวของชุมชนเมือง องค์กรสหประชาชาติ คาดว่าระดับความเป็นเมืองของไทยจะเพิ่มขึ้นจาก 50.4% ปี 2558 เป็น 60.4% ในปี 2568 เพิ่มโอกาสในการขยายการให้บริการทางการแพทย์ไปสู่พื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้นในอนาคตเมื่อเทียบกับความต้องการใช้บริการในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ค่อนข้างอิ่มตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จะหนุนความต้องการใช้บริการทางการแพทย์ที่ทันสมัยและเทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย สศช.คาดว่า จำนวนผู้สูงอายุหรือผู้มีอายนุมากกว่า 60 ปี จะเพิ่มขึ้นจาก 9.1 ล้านคนในปัจจุบันเป็น 10.3 ล้านคนในปี 2562 ขณะที่ทางการประเมินว่าค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นจาก 6.3 หมื่นล้านบาทในปี 2553(2.1% ของ GDP) เป็น 22.8 หมื่นล้านบาท(2.8% ของ GDP) ในปี 2565(จากแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560-2564)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9517</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจโรงพยาบาล, สุทธิชัย โชคกิจชัย, โรงพยาบาลธนบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180519/image_big_5aff68caa1363.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
