<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งัดกม.เข้มดับไฟป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; กำชับทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง งัดกฎหมายเข้มดับไฟป่าภาคเหนือ ทส.พิษณุโลก ปลุกเร้าเรียกขวัญ &amp;quot;เสือไฟ&amp;quot; ลั่นขาดพวกท่าน ถ้าไฟป่ามาเราเสียแน่ หลังเหตุ จนท.ไฟป่า-ปชช.จิตอาสาเสียชีวิตแล้วทั่วภาคเหนือประมาณ 5 ราย ส.ส.ภาคเหนือ พรรคเพื่อไทย ทำจดหมายเปิดผนึกถึงนายกฯ &amp;nbsp;เรียกร้องแก้ปัญหาไฟป่าให้ตรงความเป็นจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 เมษายน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กำชับทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และ ทส. เป็นต้น ให้บูรณาการงานร่วมกันเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาไฟป่าภาคเหนือ โดยนายกฯ ได้กำชับให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด หากแต่ละหน่วยงานเห็นว่ามีกฎหมายใดบ้างก็ขอให้งัดมาใช้อย่างเต็มที่ที่สุด ไม่ให้ละเว้นเด็ดขาด ถ้าจับใครได้ก็ดำเนินการให้เต็มที่ ทั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3-4 &amp;nbsp;รายแล้ว และจะจับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ละเว้น ซึ่งมีการฟ้องร้องคดีมากขึ้นหลังจากที่เมื่อก่อนไม่มีการฟ้องคดี แต่ปัจจุบันให้ทางราชการเป็นเจ้าทุกข์ฟ้องดำเนินคดีทุกราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธกล่าวว่า นายกฯ ให้ทุกหน่วยงานทำงานภายใต้กรอบกฎหมายที่สามารถจะทำได้ ให้ทุกฝ่ายไม่ว่าจะทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และ ทส.ให้ร่วมมือและช่วยกัน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายที่ทุกกระทรวงร่วมมือดำเนินการกันอยู่แล้วในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนธิกำลังร่วมกันทุกหน่วยงาน เพื่อให้มีชุดปฏิบัติการชุดละประมาณ 10 คนเข้าไปในทุกหมู่บ้านเพื่อทำความเข้าใจ ซึ่งผลที่ออกมาทำให้จุดความร้อนในพื้นที่แต่ละแห่งนั้นลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งชุดปฏิบัติการดังกล่าวยังดำเนินการต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ นายวราวุธกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่มีการพูดถึง แต่ขณะนี้​ ทส.ดำเนินการประกาศปิดป่าแล้ว ฉะนั้นตอนนี้เจอใครเข้าป่าเราจับหมด เพราะไม่มีเหตุใดที่จะมีใครเข้าป่าในเมื่อประกาศปิดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีข้อเรียกร้องให้แจกหน้ากากป้องกันฝุ่นพิษให้ประชาชนภาคเหนือ นายวราวุธ​กล่าวว่า ถ้าหน้ากากอนามัยที่จะป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้ก็ต้องเป็นหน้ากากชนิด N95 ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากลำบากพอสมควรในขณะนี้ เนื่องจากเป็นผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การบริหารราชการมีความละเอียดอ่อนยิ่งขึ้น แต่เราจะพยายามทำให้เต็มที่อย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่างไรก็ตามในวันที่ 8-9 เม.ย.นี้ ตนและคณะของ ทส.จะลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย เพื่อไปดูสถานการณ์ด้วยตัวเองอีกครั้ง&amp;quot; รมว.ทส.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดพิษณุโลก นายสุทัศน์ วงษ์ทับทิม นายอำเภอชาติตระการ พร้อมด้วยนายธีรัชสิทธิ์ วงศ์วาน ผู้อำนวยการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลก นายวิโรจน์ ธีระแนว ผอ.ส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า สบอ.11, ผอ.สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 3 และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 (สาขาพิษณุโลก) นำทีมออกตรวจติดตามสถานการณ์ไฟป่า พร้อมมอบเสบียงอาหารน้ำดื่มเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานให้แก่เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าที่ อบต.บ่อภาค อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ผลสืบเนื่องจากเจ้าพนักงานไฟป่าและจิตอาสาเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ ทำให้มีการตรวจสภาพร่างกายและวัดอุณหภูมิร่างกายเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าเพื่อทำหน้าที่ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรัชสิทธิกล่าวให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ไฟป่าว่า ถ้าไฟป่ามา ขาดพวกท่าน เราเสียแน่ ขณะนี้สถานการณ์หมอกควันไฟป่าในภาคเหนือ 17 จังหวัดรุนแรงมาก จุดความร้อนหรือ Hotspot เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราเป็นนักรบเพื่อธรรมชาติ แม้จะทราบว่าพื้นที่หน้างานลำบากมากในการดับไฟ แต่เราก็ต้องไป เราจะต้องผ่านวิกฤติไฟป่าไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในพิษณุโลกยังไม่เป็นอันตรายต่อประชาชน ที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับนายอำเภอชาติตระการ เจ้าหน้าที่อุทยานฯ สามารถดับไฟป่าที่ ต.บ้านดง ก็ส่งผลให้เรื่องฝุ่นละอองลดลง &amp;nbsp;ส่วนพื้นที่ป่าสงวนฯ ก็ได้ควบคุมไฟป่าและระงับเหตุที่ อ.เนินมะปราง พร้อมแจ้งความดำเนินคดีผู้กระทำความผิด จึงวิงวอนให้ทุกคนอย่าเผาป่าทุกกรณีเพื่อประเทศชาติ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ไฟป่าหรือเสือไฟในหลายพื้นที่กำลังปฏิบัติหน้าที่พร้อมกับจิตอาสาหรือประชาชนในหลายพื้นที่ภาคเหนือ แต่กลับต้องเผชิญกับสภาพอันเลวร้ายของไฟป่า ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ประมาณ 5 รายทั่วภาคเหนือ อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย และตาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภาคเหนือ พรรคเพื่อไทย ทำจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่องการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในภาคเหนือ โดยมีเนื้อหาระบุว่า ด้วยปัญหาการเกิดฝุ่นควัน PM 2.5 ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดเชียงใหม่ สาเหตุหลักคือการเผาป่า มิได้เกิดจากไฟป่าธรรมชาติ โดยลักษณะภูมิศาสตร์และภูมิประเทศของจังหวัดเชียงใหม่เป็นแอ่งกระทะ แม้ว่าปัญหาในพื้นที่อาจจะลดน้อยลง แต่เมื่อใดที่อากาศยกตัวก็จะมีกลุ่มควันมาจากจังหวัดใกล้เคียง และที่สำคัญมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งยังมีอุปสรรคนานัปการในการทำงานของเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จิตอาสา ด้วยการขาดเครื่องมือเครื่องใช้ในการทำงาน ทั้งหมดนี้พวกตนในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงขอเสนอข้อเรียกร้องเพื่อให้มีการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องตรงกับความเป็นจริง ดังต่อไปนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ระยะสั้น ให้นายกรัฐมนตรีต้องให้ความสำคัญกับปัญหา และต้องสั่งการอย่างเด็ดขาด, ขอให้ดำเนินการเร่งรัดการดับไฟป่า และป้องกันการไหม้โดยด่วน, ประกาศให้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดเป็นเขตภัยพิบัติ เพื่อสามารถใช้งบประมาณทดรองจ่ายกรณีภัยพิบัติ, จัดตั้งทีมปฏิบัติการดับไฟพิเศษทันเหตุการณ์ โดยให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม และมีการสนับสนุนเต็มที่จากภาครัฐ, จัดให้มีการเปิดเผยข้อมูล &amp;nbsp;ข้อเท็จจริง และรายงานสถานการณ์เป็นรายวัน, รัฐต้องแจกหน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันฝุ่นละออง &amp;nbsp;PM 2.5 ให้คนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ, รัฐต้องจัดสรรบุคลากรทางด้านสาธารณสุขให้เพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะกลาง ขอให้รัฐต้องเป็นตัวกลางในการพูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในประเด็นปัญหาหมอกควันข้ามแดน, ขอให้ออกมาตรการให้บริษัทเอกชนรายใหญ่ที่เป็นผู้สนับสนุนในการทำลายตอและซังทดแทนการเผา, การจัดสรรงบประมาณเพื่อเพิ่มศักยภาพในกระบวนการควบคุมไฟป่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะยาว ต้องให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องของผลกระทบจากการเผาป่า, รัฐต้องเร่งรัดในการออกร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด, การสนับสนุนมาตรการทางภาษีให้แก่โรงงานอุตสาหกรรม และการคมนาคมที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ, ผลักดันอย่างจริงจังในการใช้พลังงานทดแทน, ปรับปรุงกฎหมายที่ดินและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการอยู่ร่วมกันของคนในพื้นทีกับป่าอย่างยั่งยืน, ต้องเน้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการรักษาทรัพยากรของชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ขอให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันในภาคเหนืออย่างจริงจัง โดยทุกฝ่ายยินดีให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันอย่างยั่งยืนต่อไป&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62426</URL_LINK>
                <HASHTAG>วราวุธ ศิลปอาชา, สุทัศน์ วงษ์ทับทิม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200407/image_big_5e8c72e40359b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
