<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;รับลมหนาว ชมวิวธรรมชาติ&quot; เที่ยวงาน 222 ปี ขอนแก่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ผ้าไหมจากบ้านนาคำ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สัปดาห์ที่แล้วได้เดินทางมาที่จังหวัดขอนแก่น พอดีตรงกับการจัดงานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาด จังหวัดขอนแก่น ประจำปี 2562 ตั้งแต่วันนี้-10 ธันวาคม 2562 และยังได้ไปสัมผัสสีสันวิถีชีวิตบ้านๆ ท้องไร่ท้องนา สูดโอโซนธรรมชาติ ได้กินอาหารรสชาติจัดจ้าน และได้ไปเยือนแหล่งผลิตผ้าไหมชั้นยอดที่เราจะได้เห็นตั้งแต่การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม จนไปถึงวิธีการทอต่างๆ ที่คุ้มค่าและคุ้มราคา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สุทัศน์ แสนองอาจ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จุดหมายแรกของเราไปที่กลุ่มทำผ้าไหม &amp;ldquo;ผ้าไหมที่แม่ทอ&amp;rdquo; บ้านนาคำ ตำบลเม็ง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ทางเข้าจะอยู่ห่างจากถนนใหญ่พอสมควร บ้านไม้สองชั้น ด้านข้างเป็นลานดินกว้างได้ถูกจัดสรรให้เป็นพื้นที่ปลูกหม่อน เลี้ยงไหมและทอผ้าอย่างพอดี รอบๆ ก็เป็นนาข้าวและไร่ข้าวโพด นางสุทัศน์ แสนองอาจ หนึ่งในสมาชิกกลุ่มผ้าไหมที่แม่ทอ เล่าให้เราฟังว่า กลุ่มผ้าไหมเริ่มตั้งเมื่อปี 2558 เพื่อทำเป็นอาชีพเสริมที่ทำหลังจากทำนา และปกติชาวบ้านก็ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอยู่แล้วด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ชาวบ้านสาธิตการย้อมไหม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่นี่ยังมีความพิเศษ เพราะสีที่นำมาใช้ย้อมไหม ย้อมฝ้าย เป็นสีธรรมชาติที่ได้มาจากต้นไม้ในพื้นที่ ทั้งต้นประดู่ให้สีน้ำตาล ต้นสะเดาให้สีน้ำตาลอ่อน ต้นมะเกลือจะให้สีดำอมเทา ต้นฝางให้สีแดงเข้ม ครั่งก็จะให้สีแดง และยังมีใบอ่อนที่นำมาทดลองย้อมก็จะให้สีเหลืองอมเขียวอ่อนๆ และยังมีสีอื่นๆ ที่ใช้จากต้นไม้ในพื้นที่ ทำแบบพออยู่พอกิน รายได้ไม่มาก แต่ผ้าทุกผืนทำมาจากใจ และใส่ใจ ภูมิใจที่ได้ลงมือทำเอง ถึงขายได้หรือไม่ได้ก็ตาม ซึ่งก็คือความหมายของชื่อกลุ่มด้วย และในอนาคตก็อยากจะพัฒนาเป็นกระเป๋า เนคไท และให้กลุ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น ส่วนราคา ผ้าพันคอ 500 บาท ผ้าคลุมไหล่ 800 บาท ผ้าไหมเมตรละ 800 บาท ใครสนใจก็ต้องสั่งจองหรือเข้ามาซื้อที่กลุ่มโดยตรง สามารถติดต่อได้ที่ 08-5229-6796&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นักท่องเที่ยวน่วมทำกิจกรรมตีข้าว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มื้อเที่ยงวันนี้ไปกินกันที่ร้าน &amp;quot;มีกิน ฟาร์ม&amp;quot; ในตำบลจระเข้ อำเภอหนองเรือ เมนูอาหารที่รังสรรค์มาจากวัตถุดิบในฟาร์ม ทั้งปลานึ่ง น้ำจิ้มแจ่ว สลัดโรยดอกไม้ ส้มตำ ไก่ทอด ขนมจีนน้ำยา เป็นต้น พร้อมสัมผัสความเป็นอยู่ วิถีเกษตรกรแบบชาวบ้าน แม้อากาศข้างนอกจะร้อนอบอ้าว แต่พอก้าวเข้ามาในร้าน นั่งรับลมเย็นๆ ก็คลายร้อนได้ดีทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(โฮมสเตย์ มีกิน ฟาร์ม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จงรัก จารุพันธุ์งาม หรือพี่ปู พาพวกเราเดินชมฟาร์ม บอกถึงแรงบันดาลใจในการทำฟาร์มขึ้นมาว่า ด้วยความฝัน อยากมีบ้านสวน แบบหนังสือเรียนมานี มานะ จึงได้ปลูกทุกอย่างที่กินได้ อยู่ในสังคมชนบท ใช้ชีวิตเรียบง่าย ทำให้อยากเปิดบ้านทำเป็นโฮมสเตย์ให้คนมาพัก เหมือนกับมาพักบ้านตัวเอง จึงนิยามฟาร์มแห่งนี้ว่า บ้านสวนที่มีอาหารและเครื่องดื่มให้บริการ ตอนนี้มีโฮมสเตย์หนึ่งหลัง และคิดจะสร้างเพิ่มอีก 3 หลังตามที่ตั้งใจไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(อาหารจากวัตถุดิบในฟาร์ม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พื้นที่ฟาร์ม 8 ไร่ แบ่ง 4 ไร่เป็นพื้นที่ทำนา อีก 4 ไร่ก็เป็นสวนทำเกษตร ปลูกพืชผักสวนครัว เลี้ยงควาย ไก่ และยังเน้นปลูกดอกไม้ทานได้ อย่าง ดอกเก๊กฮวย มาร์กาเร็ต อัญชัน มินต์ เป็นต้น ส่วนนักท่องเที่ยวก็จะมีกิจกรรมให้ทำ กิจกรรมแรกถ้ามาในช่วงทำนาก็จะได้ทำนาด้วย ส่วนกิจกรรมที่สองจะเป็นการทำเวิร์กช็อป ทำขนม หรือสลัดโรลดอกไม้ ราคาประมาณ 500 บาท ไม่รวมอาหาร ถ้าสนใจควรจะโทรมาจองล่วงหน้าด้วยนะ ส่วนโฮมสเตย์พักได้ 2 คน หลังละ 1,500 บาท พร้อมอาหารเช้า-เย็น หรือจะกางเต็นท์ราคาหลังละ 250 บาท/คืน/คน ใครสนใจก็ติดต่อพี่ปูได้ที่ 06-1695-9926&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ท่ารำอ่อนช้อย บวงสรวง 10 สิ่งศักดิ์สิทธิ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตกเย็นเรามุ่งหน้าไปที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น วันแรกของงานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยวและงานกาชาด ที่จะมีการรำบวงสรวง 222 ปี ขอนแก่น บวงสรวง 10 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ได้แก่ 1.พระพุทธอภัยมงคลสมังคี 2.พระพุทธพระลับ 3.พระธาตุขามแก่น 4.เจ้าพ่อมอดินแดง 5.ศาลหลักเมืองขอนแก่น 6.พระนครศรีบริรักษ์ 7.ศาลเจ้าพ่อมเหศักดิ์ 8.พระพุทธรูปจากวัดหนองแวง 9.พระพุทธรูปจากวัดกลาง และ 10.พระพุทธรูปจากวัดป่าแสงอรุณ ที่มีนางรำจาก 26 อำเภอในจังหวัดขอนแก่นร่วมรำกว่า 8 หมื่นคน ที่แต่งกายด้วยเสื้อสีเหลืองดอกคูนกับผ้าซิ่นลายมัดหมี่ พาดด้วยสไบลายแคนแก่นคูน ร่ายรำอย่างอ่อนช้อยเคล้า 3 บทเพลง ได้แก่ 1.เพลงขอนแก่นวันนี้ 2.เพลงฟ้อนผูกเสี่ยว 3.เพลงดอกคูนเสียงแคน พร้อมกับแปลอักษรเป็น 222 Khonkaen สวยงาม สามัคคี และพร้อมเพรียง เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของเทศกาลที่นี่ ใครเดินทางมาก็อย่าลืมมาช็อป ชิมกันที่งานกาชาดด้วยนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(หอชมวิวหินช้างสี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(หินช้างสี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จบทริปที่ขอนแก่น เราไปสูดโอโซนรับลมยามเช้าที่จุดชมวิวหินช้างสี อุทยานแห่งชาติน้ำพอง อำเภออุบลรัตน์ แค่ก้าวเท้าลงจากรถก็สัมผัสได้ถึงอากาศเย็นๆ เราเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวแรกที่ ผาหมื่น ซึ่งจะมองเห็นวิวด้านล่างของเขื่อนอุบลรัตน์ได้ไกลสุดตา เห็นทิวเขาและป่ารอบๆ บริเวณเดียวกันยังมีหอคอยให้นักท่องเที่ยวได้เดินขึ้นไปชมวิวมุมสูงได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(หินงวงช้าง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เราเดินต่อไปยังจุดไฮไลต์ต่างๆ ที่หินบนอุทยานแห่งนี้จะมีรูปร่างคล้ายสัตว์ จึงมีชื่อเรียกตามลักษณะสัตว์นั้นๆ ระหว่างทางก็จะมีหินรูปร่างสวยงาม อย่างลานปรง เดินไปอีกสักพักก็จะเจอกับหินงวงช้าง และแมวน้ำ มีสะพานเชื่อมหิน ให้ได้เดินกันเพลินๆ ต่อไปก็จะเจอกับหินหัวกะโหลก ต้องพลิกแพลงมุมมองเยอะหน่อยนะ เดินต่อไปตามทางเราก็จะเจอน้ำในโพรงหิน หรืออ่างช้างจก เพราะช้างจะเอางวงล้วงเข้าไปกินน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(หินกุมภลักษณ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถัดไปก็จะเป็นหินกุมภลักษณ์ หรือโบก ที่เกิดจากการน้ำไหลเชี่ยว เป็นหลุมติดๆ กันดูสวยงาม จวนจะถึงทางออกเราก็จะเห็นหินช้างสีก้อนใหญ่โดดเด่น รวมๆ แล้วเราใช้เวลาเดิน 1 ชั่วโมงกว่าๆ ระยะทางกำลังดี อากาศก็เย็นสบาย เหมาะกับการหนีจากเมืองกรุงมาพักผ่อนที่สุด ที่นี่เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-16.30 น. ค่าบริการผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท สำหรับชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51866</URL_LINK>
                <HASHTAG>ททท., มีกิน ฟาร์ม, สุทัศน์ แสนองอาจ, โฮมสเตย์ มีกิน ฟาร์ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191205/image_big_5de8f2b75377a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
