<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2021 21:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ขวางประยุทธ์ นายกฯ8ปีขัดรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานวิปฝ่ายค้านขวาง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; นั่งนายกฯ ต่ออีกสมัย ชี้รัฐธรรมนูญห้ามเป็นติดต่อกันเกิน 8 ปี ฉะนั้นจะเป็นต่อได้อีกปีเดียว แต่อาจมีพวกศรีธนญชัยตีความว่ารัฐธรรมนูญไม่มีผลบังคับย้อนหลัง คือให้นับการดำรงตำแหน่งนายกฯ ตั้งแต่ปี 2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2564 นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 158 วรรคสี่ ระบุว่า &amp;ldquo;นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ แต่มิให้นับรวมระยะเวลาในระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหลังพ้นจากตำแหน่ง&amp;rdquo; โดยหากนับการดำรงตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2557 ก็จะครบ 8 ปี ในปี 2565 ว่า ประเทศไทยก็มักจะตีความกฎหมายแบบศรีธนญชัยเยอะ จึงทำให้มีการตีได้ 2 แนวทาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ 1.การดำรงตำแหน่งนายกฯ จะมีผลตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2560 บังคับใช้เป็นต้นไป หากตีความแบบนี้ก็จะหมายความว่าไม่นับรวมอายุการดำรงตำแหน่งนายกฯ ก่อนปี 2560 ดังนั้นจะครบ 8 ปีในปี 2567 และ 2.ตีความตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ คือต้องนับอายุการดำรงตำแหน่งตั้งแต่เป็นนายกฯ เป็นต้นมา ซึ่งก็คือจะครบ 8 ปี ในเดือนสิงหาคม 2565
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวว่า จากนี้ก็ต้องดูว่าจะตีความไปในแนวทางใด แต่ตนคิดว่าควรตีความตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญคือ นายกฯ ควรจะเป็นต่อกันไม่เกิน 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์จึงจะเป็นนายกฯ ได้อีกเพียง 1 ปีเท่านั้น แต่ก็อาจจะมีพวกศรีธนญชัยที่ตีความว่ารัฐธรรมนูญไม่มีผลบังคับย้อนหลัง คือให้นับการดำรงตำแหน่งนายกฯ ตั้งแต่ปี 2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากความเห็นการตีความไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน สุดท้ายจะจบอย่างไร นายสุทินตอบว่า ต้องจบที่ พล.อ.ประยุทธ์ คือไม่ต้องให้เกิดความขัดแย้งในการตีความมาก ก็ให้จบการดำรงตำแหน่งนายกฯ ในเดือนสิงหาคม 2565 โดยการเคารพเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และประเพณีที่ทั่วโลกปฏิบัติตามคือ ประเทศประชาธิปไตยจะไม่ให้ผู้นำดำรงตำแหน่งเกิน 2 สมัย หรือ 8 ปี ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์สามารถหาทางออกได้ โดยไม่ต้องให้สังคมเกิดความขัดแย้งกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากครบกำหนด 8 ปี แต่นายกฯ ยังไม่ลาออก ฝ่ายค้านจะทำให้เรื่องนี้เกิดความชัดเจนหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ฝ่ายค้านยังไม่ได้หารือกันในประเด็นนี้ แต่เราจะต้องแสวงหาการยุติที่เป็นบรรทัดฐานต่อไป โดยการยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษานายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในวันที่ 27 ก.ย.นี้ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา จะส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 83, &amp;nbsp;มาตรา 86 และมาตรา 91 เกี่ยวกับระบบการเลือกตั้งบัตร 2 ใบ ที่ผ่านความเห็นจากรัฐสภาในวาระ 3 แล้ว ให้ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป หลังจากครบกำหนด 15 วัน ในวันที่ 26 ก.ย.นี้ และไม่มีการเข้าชื่อจาก ส.ส.หรือ ส.ว. ขอให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายปี 2565 ยื่นเรื่องต่อนายชวนให้ทบทวนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากร่างที่แก้ไขใหม่ยังมีเนื้อหาขัดกับรัฐธรรมนูญปี 2560 ในบางมาตราอยู่นั้น ไม่ใช่ดุลยพินิจของนายชวนที่จะพิจารณาทบทวนหรือยับยั้งร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเองได้ หากไม่มี ส.ส.หรือส.ว.เข้าชื่อคัดค้านขอให้ส่งตีความ เมื่อครบกำหนด 15 วัน และไม่มีใครเข้าชื่อร้องคัดค้านมา นายชวนต้องส่งเรื่องให้นายกฯ นำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของนายกฯ ว่าจะส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ หากเห็นว่ามีเนื้อหาขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ แต่ถ้านายกฯ เห็นว่าไม่มีเนื้อหาขัดแย้ง ก็นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายตามขั้นตอนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117837</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดรธน., นายกฯ8ปี, พท.ขวางประยุทธ์, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613ae8240e73f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116131</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุทิน&#039; จับตาปมขัดแย้งในพปชร. ลามคว่ำร่างรธน. เตือน สว.อย่าขวางสร้างประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.64 - นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในวันที่ 10 ก.ย.จะมีการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการแก้ไขในส่วนที่เกี่ยวกับระบบเลือกตั้ง ให้กลับมาใช้ระบบบัตรเลือกตั้งสองใบเหมือนรัฐธรรมนูญในปี 2540 และ 2550 รวมทั้งแก้ไขจำนวน ส.ส.ให้เป็นแบบ ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ถือเป็นบันไดขั้นแรกของการคืนประชาธิปไตยให้ประชาชน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง&amp;nbsp;ที่ประชุมรัฐสภาจะพิจารณาในวันที่ 10 &amp;nbsp;กันยายน นี้เป็นทางแยกสำคัญ 2 ทาง คือ ถ้าผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา ก็จะเป็นบัตรเลือกตั้งสองใบ เหมือนรัฐธรรมนูญปี 40 และปี 50 ว่าจะเอาหรือไม่ ถ้าผ่านก็จะเป็นบัตรสองใบ ส.ส. เขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน แต่ถ้าไม่ผ่าน ก็จะเป็นบัตรเลือกตั้งใบเดียวเหมือนเดิม ซึ่งการเมืองก็จะสภาพเดิม คือ พรรคเล็กพรรคน้อย พรรคดาวกระจาย เต็มไปหมด และจะได้รัฐบาลผสมที่มี 20-30 พรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคเพื่อไทยมองว่า ระบบเลือกตั้งที่เป็นบัตรเลือกตั้งสองใบ ได้รับการยอมรับจากพี่น้องประชาชนว่าเป็นระบบเลือกตั้งที่เหมาะกับสังคมไทยที่สุดนับตั้งแต่เราได้ทดลองระบบเลือกตั้งแบบต่างๆ มา ทำให้ได้รัฐบาลเสียงข้างมาก ที่มีเสถียรภาพ มั่นคงและเป็นที่ยอมรับ&amp;nbsp;ที่บอกกันว่า ระบบเลือกตั้งแบบบัตรเลือกตั้งสองใบ พรรคเพื่อไทยจะได้เปรียบนั้นไม่น่าจะจริง ถ้ามองด้วยความเป็นธรรม แม้ระบบบัตรเลือกตั้งใบเดียวของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ใช้ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด พรรคเพื่อไทยก็ชนะเลือกตั้งเป็นอับดับที่ 1 แม้จะส่งผู้สมัคร ส.ส.เพียง 250 เขต ไม่ได้ส่งผู้สมัครทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตัดสินโดยการลงมติของรัฐสภา ในวันที่ 10 กันยายน พี่น้องประชาชนจับตาอยู่ ซึ่งปัจจัยสำคัญ คือ รัฐธรรมนูญบังคับไว้ว่าจะต้องได้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 คือจำนวน 84 เสียง การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงจะสำเร็จ ต่อให้ ส.ส.ทั้งสภา 500 คน ลงมติเห็นชอบทั้งหมด แต่ไม่ได้เสียง ส.ว. ครบ 84 เสียง การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่ผ่าน ดังนั้นจะผ่านหรือไม่จึงอยู่ที่ ส.ว.เมื่ออ่านใจ ส.ว. ว่าจะตัดสินใจไปในทางใด ก็ต้องพูดกันถึงข้อเท็จจริงว่า ส.ว. ก็คงจะสนองตอบต่อรัฐบาล การแก้ไขรัฐธรรมนูญวันนี้ จะผ่านหรือไม่ผ่านอยู่ที่ ส.ว. และ ส.ว.จะลงแบบไหน ก็อยู่ที่คนตั้ง ส.ว.ด้วยว่า อยากได้แบบไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าประเมินว่าพรรคพลังประชารัฐ คือ ฝ่ายรัฐบาล แล้วพรรคพลังประชารัฐ ก็เป็นผู้ที่ยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งด้วยก็น่าจะสนับสนุนการแก้ไขบัตรเลือกตั้งสองใบ แต่ถ้าคิดให้รอบคอบกว่านั้น ก็คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งก่อนก็เป็นแบบนี้ คือ พรรคพลังประชารัฐ ยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นบัตรสองใบมา แต่สุดท้ายก็ถูกคว่ำ &amp;lsquo;น้ำใสเปลี่ยนใจปลา กาลเวลาเปลี่ยนใจคน&amp;rsquo; ดังนั้นพี่น้องประชาชนต้องช่วยกันจับตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทินกล่าวว่า สถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นในช่วง 4-5 วันที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่าเสถียรภาพภายในพรรครัฐบาลมีปัญหา วันนี้รัฐบาลก็ไม่มีเอกภาพ หลังเหตุการณ์ แจกกล้วยกลางสภา ภายในพรรครัฐบาลมีความเห็นไม่ตรงกันอยู่ ก็ต้องประเมินว่า เขาจะหาจุดลงตัวที่ตรงไหน วันนี้ฟังดูแล้ว นายกฯ ไปอีกแบบ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐก็ไปอีกแบบหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเรียกร้องให้ ส.ว. และผู้มีอำนาจ คิดถึงพี่น้องประชาชนบ้าง วันนี้สถานการณ์ต่างๆ ของประเทศที่วิกฤต การแก้ไขปัญหาประเทศล่าช้า ไม่สบผลสำเร็จและพี่น้องประชาชนต้องยากลำบากในทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรัฐบาลอ่อนแอ ไร้ประสิทธิภาพ ไร้เสถียรภาพ ที่มาจากรัฐธรรมนูญนี้ ดังนั้นการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงขอให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด อย่าขัดขวางการสร้างประชาธิปไตยและคืนโอกาสให้พี่น้องประชาชน ฉวยโอกาสคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อต่ออายุรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ให้อยู่ในอำนาจต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116131</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พรรคเพื่อไทย, สุทิน คลังแสง, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210902/image_big_61305a8a31c8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 14:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 14:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาฯ เร่งถก พรบ.ป้องกันอุ้มหาย ให้ทันสัปดาห์หน้า ชี้เป็นปัญหาพบมากขึ้นต้องรีบสกัดกั้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย.64 - เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 7 ก.ย. ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวภายหลังการประชุมวิปฝ่ายค้านว่า วิปฝ่ายค้านมีมติสำคัญ คือการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 8 ก.ย. จะเป็นการเสนอกฎหมายที่ผ่านพิจารณาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) และกฎหมายใหม่ ในส่วนของกฎหมายใหม่นั้น คือร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ นอกจากนี้ยังมีมติให้เลื่อน ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. &amp;hellip;. ขึ้นมาต่อร่าง พ.ร.บ.ศึกษาแห่งชาติ เชื่อว่าหากที่ประชุมให้ความร่วมมือและอภิปรายไม่เยิ่นเย้อก็จะทันทั้ง 2 ฉบับ ซึ่งหากพิจารณาในสัปดาห์นี้ไม่ทันก็จะพิจารณาสัปดาห์หน้าให้ทัน เราจะพยายามทำให้กฎหมายทั้ง 2 ฉบับทันในสมัยประชุมนี้คือภายในวันที่ 18 ก.ย. ทั้งนี้เห็นว่าปัญหาเรื่องทรมานและการสืบสวนที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย เป็นที่คุกคามประชาชน ซึ่งดูเหมือนว่าจะพบมากขึ้น เราจึงต้องรีบสกัดกั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน กล่าวต่อว่า ส่วนในวันที่ 9 ก.ย. จะมีญัตติด่วนขอตั้งกมธ.วิสามัญติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณเงินกู้ 5 แสนล้านบาท โดยฝ่ายค้านมีความเห็นร่วมกันว่าเราอยากให้ตั้ง แต่มีข้อแม้ว่าขอให้ฝ่ายค้านเป็นประธานกมธ.ชุดนี้ เพราะที่ผ่านมามีการตั้งกมธ.เช่นนี้ในพ.ร.บ.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท มีฝ่ายรัฐบาลเป็นประธาน เราเห็นว่าทำให้การตรวจสอบล้มเหลว หากไม่รับในหลักการนี้เราก็จะไม่เห็นชอบ เพราะตั้งกมธ.ไปก็สูญเปล่าและเปลืองงบประมาณไปเปล่าๆ อย่างไรก็ตามยังไม่ได้คุยเรื่องนี้กับทางวิปรัฐบาล แต่เราจะเจรจากันก่อน หากเขาไม่ยอมก็จะต้องเสนอไปสู้กันในสภาฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115905</URL_LINK>
                <HASHTAG>สุทิน คลังแสง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc67cdc46e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115903</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุทิน&#039; รับไม่มั่นใจร่างรธน.ผ่านวาระ 3 ชี้ ส.ว.ตัวแปรสำคัญ เชื่อสุดท้ายจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย.64 -&amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91ว่าด้วยระบบเลือกตั้งวาระที่ 3 ในวันที่ 10 ก.ย.ว่า ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละพรรคและดุลยพินิจของส.ส.แต่ละคน ทั้งนี้ยอมรับว่ามีความกังวล เพราะมีความเป็นไปได้ทั้งผ่านและไม่ผ่านความเห็นชอบ จึงยังไม่มีความเชื่อมั่น โดยเวลาที่เหลือ 2-4 วันก่อนที่จะมีการลงมติอาจจะมีอะไรที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะส.ว.ที่ถือเป็นตัวแปรสำคัญในการชี้ขาด จึงต้องจับตา ส.ว.&amp;nbsp;เพราะลำพัง ส.ส.พรรคใหญ่ น่าจะไม่ปรับเปลี่ยนท่าที จึงต้องไปลุ้นที่ ส.ว.1 ใน 4 หรือ 84 เสียงว่าจะเอาอย่างไร สำหรับสัดส่วนเสียงของฝ่ายค้านร้อยละ 20 ไม่มีปัญหา เฉพาะส.ส.เพื่อไทยก็เกิน 100 เสียงแล้ว

เมื่อถามถึงเหตุผลของนายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ไม่มั่นใจว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทันใช้สำหรับการเลือกตั้งหรือไม่นั้น นายสุทิน กล่าวว่า&amp;nbsp;ไม่ใช่เหตุผลที่จะไม่ผ่านร่าง เพราะจะทราบได้อย่างไรว่าจะต้องเลือกตั้งเมื่อใด และหากต้องมีการเลือกตั้งก่อนกฎหมายลูกมีผลบังคับใช้ก็มีทางออกอื่น อย่างไรก็ตามเชื่อว่าสุดท้ายแล้วจะต้องมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างรัฐธรรมนูญตามคาดหมาย เนื่องจากมีความเห็นที่ต่างกันมาก และเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อพรรคการเมือง แต่ก็เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นานในการวินิจฉัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115903</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเพื่อไทย, สุทิน คลังแสง, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_613234627536b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 21:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 21:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุทิน&#039; ปิดท้ายซักฟอก ปักธงจัดหาวัคซีนโกง ซัดประยุทธ์เป็นนายกฯคนเกลียดมากที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.64 - เวลา 18.15 น. นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน อภิปรายสรุปว่า มูลเหตุของการอภิปรายไม่ไว้วางใจคือ ประชาชนจมอยู่กับกองทุกข์ ประเทศจมอยู่ในกองหนี้ ทั้งประเทศและประชาชน ต่างไร้ทางออก ไร้ความหวัง แม้นายกฯบอก คนหายป่วยจากโควิดเป็นล้านคนแล้ว แต่ต่อมายังต้องมาเจอกับเรื่องเศรษฐกิจ เหตุที่คนตาย เพราะผู้นำไร้วิสัยทัศน์ ไร้ปัญญาไร้ความสามารถ โกง โอหังคลั่งอำนาจ ไร้ความรับผิดชอบ เหตุที่เราพูดกันมาก 4 วันคือ ค้าความตาย ไร้ภูมิปัญญา ไร้ความสามารถ ในช่วงคนตายเป็นเบือ ประชาชนจมกับความทุกข์แบบนี้ จะให้เราใช้ ภาษานะจ๊ะ นะจ๋า ก็ไม่ได้ คำพูดที่อภิปราย อาจจะดูหนัก แต่จริงๆมันต้อง ตายตกไปตามกันด้วย ไม่รู้ว่า ทำไมก่อนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จำนวนผู้ป่วย คนเสียชีวิต ลดลงอย่างมาก เมื่อไปดูพบว่า จำนวนการตรวจหาผู้ติดเชื้อน้อยลง เมื่อตรวจน้อยก็เจอน้อย ไม่รู้ว่าทำไปทำไม หากเรารายงานไม่ตรงกับความจริงอย่างนี้ ประชาชนอาจจะการ์ดตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากจงใจทำให้คนตาย ถือเป็นความผิด ใครก็อยากตายช้า ไม่ควรตายก็ไม่สมควรตาย หากตาย ก็ควรตายแบบมีความเป็นมาตรฐานของมนุษย์ ตายอย่างมีเกียรติ เป็นความต้องการของมนุษย์ แต่ไม่ใช่ตายอย่างเวทนา ตายอย่างต่ำกว่ามาตรฐานความเป็นมนุษย์ ขอยกมือไหว้ดวงวิญญาณทั้งหลาย ที่ต้องพูดคำนี้คือ ตายเหมือนหมูเหมือนหมา เหมือนวัวเหมือนควาย วัว คน หมู ขาดวัคซีนตาย วันนี้ คน วัว ควาย ต่างกันอย่างไร นายกฯบอก อย่าภาพคนตายมาเล่นการเมือง แต่ที่เราเอามาเสนอ เพื่อกระตุ้นต่อมความรับผิดชอบ ที่ตายข้างถนน ไม่มีบ้านตาย สันนิษฐานได้คือ ตะเกียกตะกายหาคนช่วย กับ อยากจะดิ้นออกมาตายเพื่อให้รัฐบาล คนในเมืองได้เห็นได้รู้ จะได้ประจาน คนอื่นจะได้ไม่ตายอีก การที่ฝ่ายค้านนำมาเสนอ เพราะอยากให้ท่านได้รู้ ได้เห็น เรากำลังจะดีใจว่าคนป่วย คนตายจะลดหรือ ได้ไปดูต่างประเทศหรือไม่ ที่เปิดแมสก์นั้นเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อหายจากป่วย ตาย เราจะเจอความทุกข์ไม่มีกิน โควิดจะสร้างความทุกข์ต่อไปคือ ความอดอยาก ยากจน คนกลุ่มแรกที่เจอคือ แรงงานที่หนีกลับบ้านเพราะไม่มีกิน กลุ่มเกษตรกรนอกจากโควิดแล้ว ยังต้องมาเจอสินค้าเกษตร ตกต่ำทุกตัว เอสเอ็มอีก็เจ๊ง สุดท้ายจะเหลือแค่ห้างใหญ่ บิ๊กซี แมคโคร โลตัส ที่บอกกำไรเท่านั้น เท่านี้ รองนายกฯเศรษฐกิจบอก เศรษฐกิจรายใหญ่ยังดี ก็จริง เพราะมาตรการทุกตัวของท่าน ไหลเข้าห้างใหญ่ ขณะที่เอสเอ็มอีตายเรียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทินกล่าวว่า คนไทย10 คน เดินชนกัน 8 คน ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน แล้วจะมีสายพันธุ์ใหม่อย่าง มิว กำลังจะมาอีก ส่วนความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เชื่อว่า นายกฯไม่ได้มีเจตนาฆ่า และที่ตายเจ็บ ไม่ใช่ความผิดประชาชน แต่เป็นความผิดของรัฐ คือ ผู้นำ ครม. เกิดจากความผิด คือไม่มีมาตรการป้องกัน เตือนภัยชาวบ้านที่ดีพอ เหตุจากสนามมวย แรงงานต่างชาติ สถานบันเทิง คนซวยคือ ชาวบ้าน การที่รมว.คมนาคม ถูกอภิปราย เพราะเป็นต้นเหตุ เมื่อเกิดแล้วต้องแสดงความรับผิดชอบ นอกจากนี้เมื่อเกิดแล้ว รัฐไม่มีวัคซีนให้ชาวบ้านอีก หรือเมื่อมีมา ก็ช้า กระจายไม่เป็นธรรม ตายแล้วก็แจกจ่ายวัคซีน จะมีประโยชน์อะไร เหมือนที่เพื่อนสมาชิกเขาพูดที่ต้องเผชิญคือ รอตรวจ รอเตียง รอตาย นอกจากนี้ระบบสาธารณสุขอ่อนแอ รองรับไม่ได้ และยาฟาวิพิราเวียร์ ไม่เพียงพอ ผลิตได้เพียง 2 ล้านเม็ด แต่ความต้องการถึง 10 ล้านเม็ด เลยไปสั่งการให้มีเพียงหมอสั่งจ่ายได้เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุเกิดจากผู้นำ ถ้าผู้นำเก่ง อาจจะเจ็บ ป่วย ตาย น้อยกว่านี้ ทั้งโลกก็เป็นเหมือนกัน แต่เขาไม่เป็นเหมือนเรา ที่ชักดิ้นชักงอ ตายด้วยสภาพต่ำกว่าความเป็นมนุษย์มี แต่ก็มีน้อย มีประเทศทั้งโลก เขาล็อกวัคซีนไว้ตัวเดียว&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายกฯไม่มีความสามารถในการบริหารงานทางการเมือง ล้มเหลว ยิ่งมาภาวะวิกฤติ ก็ยังใช้ระบบราชการ หากเทียบกับ นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดี บอกว่า เมื่อเกิดภาวะวิกฤติ ตัดข้ามระบบราชการ แต่ทำส่งไปถึงประชาชนไปเลย ไม่เหมือน นายกฯของเรา ที่ไม่ยอมปรับระบบราชการ รองรับภาวะวิกฤติโควิดเลย วันนี้เขาก็เริ่มรู้แล้ว วัคซีนเอาไม่อยู่ เขาคิดเรื่องยากันแล้ว ไม่รู้ว่า นายกฯได้คิดถึงเรื่องยาบ้างหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน ยังอภิปรายตั้งข้อสังเกตปมประเด็นการจัดหาวัคซีน และความไม่ชอบมาพากลว่า ยังพบว่ามี การโกง ก่อนหน้าเรื่องหน้ากากอนามัย ต่อมาก็โกงวัคซีนที่ไม่เข้าร่วมโครงการ โคแวกซ์ ถ้าคนดี คิดเรื่องทิศทางอื่น แต่ถ้าคนโกง คงคิดหาช่องทางโกง คนทั้งประเทศ 70 ล้านคน ถ้าฉีดคนเดียวเท่าไหร่ ถ้าเป็นสองเข็มหล่ะ ถ้าคิดเอาส่วนต่าง รับเละ ที่ไม่เข้าโคแวกซ์ เป็นเพราะ จะได้ของฟรี เมื่อได้ของฟรี ไม่มีเงินทอนหรือไม่ ขอตั้งข้อสังเกตแบบนี้เลย และ2. การหาวัคซีนหลัก โดยเลือกแอสตร้าเซเนก้า คือ ถ้าไม่โง่ ก็โกง โดยเฉพาะโกงคือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;คงรู้ว่าทำไม่ได้ ทำไม่รอด จะได้ไปเอายี่ห้ออื่นมา สุดท้ายไปเอาซิโนแวคมา ทำไมต้องเป็นยี่ห้อนี้ ไม่เอาอันอื่น ก็เพราะ ซิโนแวคเป็นของจีน ที่สะกิดได้ ส่วนยี่ห้ออื่น เพราะเขามีกฎหมาย ห้ามติดสินบน ห้ามจ่ายคอมมิชชั่นหรือไม่ และทำไมต้องเอา ซิโนแวคอย่างเดียว เป็นการซื้อกันแบบรัฐต่อรัฐ ถ้าเป็นแบบนี้ โกงยาก หาเงินทอนยาก แต่ไปบอก คนไทยว่า จีทูจีหรือ รัฐต่อรัฐ ซึ่งถ้าเป็นแบบรัฐต่อรัฐจริง ต้องไม่เสียภาษี แต่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย จับได้ เพราะมีการเสียภาษี เอาหลักฐานมาแสดง และยังมีการไปซื้อเพิ่ม และยังไปกีดกันเอกชนไม่ให้นำเข้า โดยไปเพิ่มขั้นตอนการนำเข้าให้ยาก ทำไมไม่ไปลดขั้นตอนให้นำเข้าวัคซีนมาโดยเร็ว เพื่อให้ถึงมือประชาชนโดยเร็ว ไม่เพียงแค่กันเอกชน ยังไปกันองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นอีก ไม่ให้ท้องถิ่นมีอำนาจในการซื้อ ที่มีการห้ามอย่างเด็ดขาดในตอนแรก พอถูกด่าหนักเข้า มาอนุญาตทั้งเอกชน และองค์กรส่วนท้องถิ่น แต่ก็ยังต้องไปผ่านอย.อีก สุดท้าย ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ทนไม่ไหว นำชิโนฟาร์มเข้ามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตั้งกรอบวงเงินการซื้อวัคซีน จาก 17 ในตอนแรก จนมาเหลือ 8-9 ที่นายกฯ กับรมว.สาธารณสุข มาชี้แจง พูดไม่เหมือนกัน ในการตั้งกรอบวงเงินในการจัดซื้อวัคซีน เลยทำให้สงสัย แต่สงสัยหนักไปอีก เมื่อลองไปดูต่างประเทศ เขาซื้อซิโนแวคเหมือนกัน ทำไมเราไปซื้อแพงกว่าเขา แล้วก็มาบอกว่า อย่าไปพูด กระทบมิตรประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ก็ต้องถามกลับเหมือนกัน มิตรเหมือนกัน ทำไมขายแพงกว่าประเทศอื่น ทั้งที่ก็เป็นมิตรประเทศเหมือนกัน หรือเราเป็นลูกเมียน้อย ที่ปักใจลงไปอีก คือ ห้ามวิจารณ์ซิโนแวค ไปออกกฎหมาย ปิดปากคน ห้ามวิจารณ์ ทำไมถึงปกป้องจัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;คนที่พูดซิโนแวค ไม่ดี คือคุณหมอ มีหมอกลุ่มไหนเรียกร้องให้ฉีด ซิโนแวคให้ด่านหน้า ไม่มี อย่างนี้ส่งสัญญาณอะไรไปถึงชาวบ้าน ขนาดหมอยังไม่เอา อันนี้เป็นการแสดงออกโดยธรรมชาติ ไม่มีใครไปด้อยค่า แต่คนที่ด้อยค่า คนแรกคือ นายกฯ ตอนแรก ไม่ได้ฉีดซิโนแวค รวมทั้งรัฐมนตรีบางคน ก็ได้ข่าวมา บางคนแอบไปฉีดไฟเซอร์ด้วย การซื้อวัคซีนซิโนแวค ที่ตั้งข้อพิรุธ พวกผมรอหลักฐานไปซื้อจริงเท่าไหร่ ไม่มี เมื่อไม่มี ก็กล่าวหาเลยว่า ทุจริต เมื่อทุจริตทำให้คนตาย เขาถึงบอก ค้าความตาย ซื้อวัคซีนช้า ปิดกั้นการนำเข้า ก็คือ ค้าความตาย และทำไมต้องมาเตรียมออกพรบ.นิรโทษกรรมด้วย ถ้ามั่นใจว่า ไม่ได้ทุจริต ทำผิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทินกล่าวถึง การจัดซื้อชุดตรวจโควิดแบบ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ยี่ห้อ&amp;nbsp;Lepu&amp;nbsp;ของจีน ที่ชวนสงสัยอีก ที่ไม่ต้องให้&amp;nbsp;WHO&amp;nbsp;รับรอง ค่าความแม่นยำไม่ต้องถึงเกณฑ์ เราซื้อ 70 บาทต่อชุด ต่างประเทศซื้อ 35 บาทเท่านั้น แม้จะบอกมีค่าขนส่ง ค่าจัดการ แต่ก็ทำไมต้องบวกไปถึงครึ่งหนึ่ง และเราสั่งซื้อมาตั้ง 8.5ล้านชุด ไม่ได้ส่วนลดอะไรบ้างหรือ ถ้าไปซื้อ 40 บาท ก็ยังพอทน ทั้งนี้ถ้าคนตายเพราะทำสุดความสามารถแล้ว ไม่เป็นไร แต่ถ้าปล่อยคนตาย เพราะมีการโกงแบบนี้ เราจะอยู่นิ่งเฉยได้อย่างไร ถ้านายกฯไม่รู้สึกว่าผิด พวกผมแม้เป็นฝ่ายค้าน ก็รู้สึกตระหนักผิดเหมือนกัน ท่านไม่ได้โกงเท่านี้ ยังมีสงสัยว่า โกงอย่างอื่นอีก ที่ไม่ควรโกง เช่น เรือดำน้ำ 4 หมื่นล้าน ถ้าไม่ซื้อ ไปซื้อเครื่องตรวจหายใจ เตียง วัคซีน ชุดตรวจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ที่ส.ส.พรรคประชาชาติ อภิปราย เพื่ออยากให้รู้ว่า กฎหมายทำอย่างเท่าเทียมกันหรือไม่ นายกฯได้ใส่ใจหรือไม่ กระทรวงดีอีเอส ในขณะที่ประเทศกำลังกู้หนี้ ยืมสิน เขาก็มองว่า ยังไปเอื้อทุนใหญ่ ความเหลื่อมล้ำตอนนี้ที่เป็นอันดับหนึ่ง ยังไม่พออีกหรือ ส่วนรมว.แรงงาน ก็อยากให้ดูแล รับใช้แรงงานเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทินกล่าวอีกว่า ส่วนความโอหัง คลั่งอำนาจของนายกรัฐมนตรีนั้น ท่านบอก ยิ่งไล่ยิ่งอยู่ ไม่ยอมฟังเสียงประชาชน แสดงว่า ฟ้าจะถล่ม ดินจะทลาย ใครจะเป็นจะตาย ไม่เป็นไร ก็จะยังอยู่ เมื่อประชาชนไม่เอา พรรคไม่เอา ก็แจกกล้วย เพราะอยากจะอยู่ต่อ ความรับผิดชอบที่สำคัญที่สุดวันนี้ คนเจ็บ คนตาย ถ้าเป็นผู้นำทั่วโลก แสดงความรับผิดชอบกันเป็นแถบ แสดงความรับผิดชอบทางการเมือง มาเลเซีย ไม่ต้องมีอภิปรายไม่ไว้วางใจ เขาลาออกไปแล้ว นายกฯญี่ปุ่น ก็ลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบ ของเรา ไม่ออก ไม่ยุบ ไม่ปรับ แบบนี้คือความรับผิดชอบอย่างไร ความรับผิดชอบของท่านอย่างเดียวคือ ผมก็เสียใจ ที่คาดคั้น ไม่ได้หวังท่านออกแล้ว พวกผมจะได้เป็น ไม่หรอก ตั้งไกล เป็นนายกฯคนเกลียดที่สุด ประณามมากที่สุด คนด่ามากที่สุด ความไว้วางใจที่มี หมดแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุแห่งความตาย 4-5 ประการ ที่พูดถึง ถ้าเป็นคนอื่น คงไม่ต้องให้พวกผมมาอภิปราย แต่ชาวบ้านลงมติ ไม่ไว้วางใจไปแล้ว ความไม่ไว้วางใจลามไปถึงในพรรคของท่าน บ้านท่านแล้ว ไม่ต้องพูดอะไรมาก หรือท่านดูไม่ออก ทำอย่างไรถึงจะซื้อความไว้วางใจ พวกผมขอกราบเรียนว่า ที่ทำหน้าที่ ทำบนกองทุกข์ของชาวบ้าน หวังว่า วิกฤติวันนี้ ต้องแก้โดย วัคซีนต้องพอ ชุดตรวจต้องได้ เตียงต้องมี ระบบเยียวยาทั่วถึง แต่ถ้ายังมี รัฐบาลชุดนี้ ชาวบ้านไม่ได้ จึงต้องนำมาซึ่งทางออกใหม่คือ เปลี่ยนรัฐบาล ขอเปลี่ยนรัฐบาลให้ประชาชน เพื่อจะได้ผู้บริหารชุดใหม่ หวังว่าจะแก้โควิดให้รอดจากความกลัว ตาย อดอยาก ท่านออกดีๆเถอะครับ พูดดี พูดอ้อน พูดขู่ก็แล้ว ถ้าไม่ออก ก็ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ จะบอกประชาชนว่าทำสุดความสามารถแล้ว พรรคร่วมรัฐบาล ท่านก็รู้ชาวบ้านคิดอะไร รู้สึกอย่างไร วันนี้ท่านมีโอกาสแก้ตัว ทำได้โดยยกมือ ไม่เอานายกฯ ให้ของขวัญชาวบ้าน ถ้ายังยกมือหนุน คดีอาญา มีคำเปรียบเทียบ โจรปล้นวิ่งเข้าบ้าน คุณให้ที่หลบซ่อน ปกป้อง มีความผิดด้วย แม้ที่นี่ไม่ใช่ศาล แต่เป็นศาลประชาชน ถ้าประชาชนไม่เอา ท่านยกมือเอา ก็ไม่รู้ ท่านอาจประเมิน ศาลประชาชนต่ำ ยังมีความหวังลึกๆ ถึงวันหนึ่ง ประชาชนจะไปดลใจท่าน คนมาจากการเลือกตั้ง ต้องคิดถึงประชาชน วันธรรมดาอาจคิดไม่ได้ วันตายหมื่นศพ ป่วยเป็นล้าน คิดได้หรือไม่ มีความหวังกับพรรคร่วมรัฐบาล วันนี้มันชัดเจน เขากำลังจะเดินไปศาลประชาชนด้วยกัน มีความหวัง แต่วันนี้ต้องบอกกับประชาชน ความหวังพังแล้ว พังครับ พังเมื่อวาน ความหวังพังที่ชั้น2 ชั้น3 และขอขึ้นรูป ขนอะไรมาจ๊ะ เป็นรูปที่คนเขาแชร์กันไปทั่ว พวกผมไม่ไว้วางใจกันมานานแล้ว ใจมันรับไม่ได้ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ได้ทักท้วง พร้อมกับขอให้ถอนคำพูดที่อภิปราย คนตายเหมือนหมู เหมือนหมา ขอให้ถอนออกไป นายสุทินบอกว่า ขอบคุณท่านประธานที่ได้เตือน แต่ก่อนพูดได้ยกมือไหว้ดวงวิญญาณ ไว้แล้ว และขอถอนคำพูดครับ จากนั้นนายชวน ได้แจ้งต่อส.ส.ให้มาร่วมโหวตลงมติไว้วางใจ หรือไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ในวันที่ 4 ก.ย. เวลา10.00 น. และสั่งปิดประชุมในเวลา 20.20น. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115557</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานวิปฝ่ายค้าน, สุทิน คลังแสง, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_613234627536b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2021 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 12:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุทิน&#039; อ้าง​อภิปรายประเด็นซ้ำเป็นกลยุทธ์ ยังมั่นใจ &#039;ณัฐชา&#039; มีข้อมูลลับซักฟอกไอโอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.64 - ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย​ และประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่สาม ว่า ในช่วงเช้าจะอภิปรายเก็บตกเรื่องโควิด และเรื่องทุจริตพุ่งเป้าไปที่นายกรัฐมนตรี โดยเริ่มที่นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ นายอนุดิษฐ นาครทรรพ ส.ส.กทม. และนายวิสาร เตชะธีรวัฒน์&amp;nbsp;ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย​ จากนั้นจะไล่เรียงรัฐมนตรีที่เหลือ ซึ่งบางคนได้เริ่มพูดถึงไปบ้างแล้วพร้อมนายกฯ จากนั้นจะเจาะรายตัว เริ่มที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และในวันที่สาม จะอภิปรายจะเริ่มที่นายสุชาติ ชมกลิ่น นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และปิดท้ายด้วยนายชัยวุฒิ&amp;nbsp;ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เราคาดหมายว่าจะปิดอภิปรายได้เร็วขึ้นโดยอาจเป็นในช่วงบ่ายหรือเย็นที่จะมีอภิปรายสรุป ที่ผ่านมาเราบริหารเวลาได้ดี เป็นไปตามที่แบ่งสรรกันมา แต่เป็นที่สังเกตว่ารัฐบาลตอบน้อยกว่าเดิมโดยไม่ทราบสาเหตุ มีเพียงนายกฯ ที่ตอบ ส่วนคนอื่นตอบน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน กล่าวว่า ส่วนกรณีมีการประท้วงประเด็นซ้ำนั้น เป็นกลยุทธ์ ในการอภิปรายครั้งนี้ เป็นเรื่องที่เราต้องโฟกัส ต้องจัดคนมาพูดซ้ำ เพราะบางครั้งผู้ชมอาจจะฟังไม่ทัน หรือตามไม่ทัน หรือบางครั้งต้องการให้รัฐมนตรีตอบมาเพื่อเห็นช่องก็จะได้พูดต่อไป แต่คำตอบของรัฐบาลเมื่อวานนี้ยังไม่ชัดเจนและน่าผิดหวัง เพราะนายกฯ ก็ยังวนที่เดิม และปฏิเสธไม่ยอมรับความจริง เช่น เรื่องตัวเลขเศรษฐกิจ ทั้งที่ฐานะการคลังเริ่มมีปัญหา เศรษฐกิจมหภาค จุลภาค มีความลำบากของชาวบ้านเห็นภาพได้ชัด แต่ท่านก็ปฏิเสธ จึงเป็นที่น่าหนักใจ และน่าเห็นใจประชาชน เมื่อท่านไม่ยอมรับความจริงก็จะเกิดการผิดพลาดในการแก้ปัญหา ขณะที่การท่องเที่ยว นายกฯ ยังยืนยัน ว่าวันนี้มีรายได้จากการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวเดินหน้าได้ปกติในระดับที่ท่านพอใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ห่างไกลจากความจริง เช่นเดียวกับเรื่องการลงทุนก็ถือว่าล้มเหลวชัดเจน นักลงทุนรายเก่าถอนตัวรายใหม่ก็ไม่มา ท่านก็ยังยืนยันว่ามีการลงทุนอยู่เยอะและกำลังจะเข้ามา ก็เป็นเรื่องน่าหนักใจที่ท่านไม่ยอมรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงไฮไลท์ในโค้งสุดท้ายของการอภิปราย นายสุทิน กล่าวว่า ในสถานการณ์บ้านเมืองลำบากอย่างนี้ ประชาชนยังต้องโหยหาปัจจัยในการดำรงชีพ โดยเฉพาะวัคซีน โดยเฉพาะชุดตรวจโควิด ยารักษาโรค และเรื่องการมายาไส้ อีกก็ยังมีการทุจริตหลายรายการ ยังมีการใช้งบประมาณไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง และไม่คำนึงถึงประชาชน เราจะเปิดให้เห็นตั้งแต่การจัดงบประมาณที่ไม่ชอบโดยท่านนายกฯ การทุจริตทำลายชีวิตเกษตรกรฐานรากลำบากมากค นใช้แรงงานถูกเลิกจ้างต้องกลับไปอยู่บ้านต้องไปพึ่งพาภาคการเกษตร การทุจริตทางเกษตรกรณียางพาราเป็นเรื่องที่ชี้ชัด รวมถึงทุจริตงบกองทัพหลายๆเคส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประท้วงของฝ่ายรัฐบาลเข้าใจได้ว่าองครักษ์พิทักษ์รัฐบาลเยอะ ทุกคนก็แอคชั่นฝ่ายค้านก็ต้องระมัดระวังเรื่องข้อบังคับเปิดช่องให้ประท้วงได้น้อยที่สุด ถ้าประท้วงโดยไม่มีเหตุผลประธานก็ไม่เอาด้วย จะเป็นการโวยวายไป กรณีบอกว่าเราเตรียมข้อมูลมันไม่แน่น ถือเป็นธรรมดารัฐบาลก็ต้องด้อยค่าฝ่ายค้าน แต่การอภิปรายของเรา แต่เรื่องนี้ต้องถาม ประชาชน ถ้าถามรัฐบาลก็ต้องบอกว่าจืดชืด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการอภิปรายยุคใหม่ไม่ใช่ประเภทบู๊ล้างผลาญ คอการเมืองที่ยึดติดกับค่านิยมที่ต้องบู๊ล้างผลาญก็อาจจะผิดหวัง แต่วันนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลซึ่งอาจจะไม่สามารถกระชากอารมณ์ได้เท่าที่ควร ส่วนกรณี นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล เปิดเอกสารมานั้น ตนยังไม่ได้คุยกันแต่เชื่อว่าผู้เชี่ยวชาญของทางพรรคก้าวไกลมีความพร้อมอยู่แล้ว พร้อมที่จะอธิบายและต่อสู้ ส่วนตัวเจอกับเขาก็ยังมั่นใจ บางอย่างไม่ได้พูดในที่ประชุม คิดว่าจะเหลือไว้ขึ้นศาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115385</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, ฝ่ายค้าน, พรรคเพื่อไทย, สุทิน คลังแสง, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210902/image_big_61305a8a31c8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุทิน&#039;ยอมรับถูกใช้เป็นเครื่องมือฝ่ายรัฐบาลเลื่อยขากันเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค.64-นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการอธิบายไม่ไว้วางใจว่า พรรคฝ่ายค้านมีความพร้อมที่สุด โดยจะเริ่มต้นด้วยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและผู้นำฝ่ายค้านเสนอญัตติ จากนั้นนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทยจะเป็นผู้ขยายความต่อ ส่วนตนจะอภิปรายสรุปเป็นคนสุดท้าย ซึ่งคิวรัฐมนตรี เริ่มต้นจากพล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข เชื่อว่าจะใช้เวลาเกือบ 3 วันในการอภิปรายฯ จากนั้นก็เป็นรัฐมนตรีรายอื่นๆ เนื้อหาจะเริ่มตั้งแต่เรื่องโควิด-19 จนถึงการทุจริตต่างๆ ยืนยันว่าทุกคนมีความพร้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านจะถูกยืมมือไปใช้ในการเลื่อยขากันเองในพรรคใหญ่หรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ ในการอภิปรายทุกครั้งรัฐบาลจะใช้โอกาสนี้เล่นงานกันเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่สุดวิสัย ถ้ามองในแง่ดีใครเป็นจุดอ่อนก็ถูกอภิปราย ซึ่งเราก็มองแบบนั้นเหมือนกัน ดังนั้นก็ไม่เหนือความคาดหมาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115120</URL_LINK>
                <HASHTAG>สุทิน คลังแสง, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c17d3cdf318.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
