<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2020 18:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2020 18:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลุงสุทิน&#039; ย้อนเกล็ดนักการเมืองฝ่ายค้าน ชี้ผู้ต่อต้านพรก.ฉุกเฉินคือปฏิปักษ์ของประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค.63 - นายสุทิน​ วรรณบวร​ อดีตผู้สื่อข่าวสำนักข่าวต่างประเทศ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sutin Wannabovorn โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ต่อต้าน พรก ฉุกเฉินคือปฏิปักษ์ของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรก ฉุกเฉินจำเป็นต้องมีต่อไปจนกว่าวิกฤติโควิด19 คลี่คลายและมั่นใจได้ว่าไวรัสมรณะไม่กลับมาระบาดอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องมี พรก ฉุกต่อไม่ใช่เพราะกลัวแฟลชม็อบหรืิอกลัวฝ่ายแค้นอภิปราย ทั้งสองกลุ่มนี้ไม่มีราคาไม่มีความหมายเพราะพวกมันฆ่าตัวตายทางการเมืองไปนานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ประชาชนเขาอดกลั้นไม่กระทืบพวกมันให้จมดินเพราะคนส่วนใหญ่เป็นพุทธศาสนาที่ถือคตืว่าไม่ทำร้ายศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนฝ่ายแค้นที่เรียกร้องให้เปิดสภา อยากถึงมึงว่าในสมัยประชุมทำไมพวกมึงจึงหาเรื่องว๊อลคเอ้าทำให้ไม่ครบองค์ประชุมทำให้การประในสภาเดินหน้าไม่มาหลายครั้งหลายครา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และคำถามต่อมาคืิอตลอดสมัยประชุมที่ผ่านพวกมึงได้เสนอกฏหมายอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและความสงบเรียบร้อย อยู่ดีกินดี หรืิอเรื่องปากเรื่ิองท้องของประชาชนบ้าง มึงตัวอย่างมาสักข้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะพวกมึงมีแต่ขัดความเจริญก้าวความสงบสุขความสามัคคีของคนในชาติตลอดถึงความปลอดภัยมั่นคงของสถาบันฯ ชาวบ้านประชาชนทั่วไปถึงได้เรียกร้องกดดันให้รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินประกาศเคอร์ฟิว เรียกร้องให้รัฐบาลใช้อำนาจเด็ดเพื่อความปลอดภัยของประเทศชาติและประชาชนในสถานการณ์วิกฤติโควิด19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลนี้ไม่ได้กดดันประชนชาชน ในทางตรงข้ามประชาชนต่างหากที่เรียกร้องกดดันให้รัฐบาลประกาศ พรก ฉุกเฉิน ไม่เชื่อมึงลองกลับไปดูกระแสเรียกร้องในโซเซี่ยลก่อนหน้าประกาศ พรก ถ้าหาของใครไม่เจอก็ลองค้นในเฟสนี้ #มึงจะพบว่าเฟสเรียกให้รัฐบาลประกาศภาวะฉุกกี่ครั้งก่อนรัฐบาลทำจริงเมื่อต้นเดือนเม.ย.#&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศ พรก ฉุกเฉิน ดังนั้นผู้ต่อต้าน พรก ฉุกเฉินคือปฏิปักษ์ประชาชน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65478</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พรก.ฉุกเฉิน, สุทิน​ วรรณบวร​, อดีตผู้สื่อข่าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181222/image_big_5c1d98310dc63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41492</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาคืน!ชงยุบพปชร. เพื่อไทยลุ้นศาลรธน.ฟัน&#039;บิ๊กตู่&#039;หวังเปลี่ยนขั้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อไทยจ้องชงยุบพลังประชารัฐ เด็กแม้วลั่น! หากศาลรัฐธรรมนูญฟัน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ได้เวลาล้างไพ่เปลี่ยนขั้วการเมืองทันที แต่ฝันหวานเพราะตามเส้นทางยังมี &amp;quot;มาร์ค-เสี่ยหนู&amp;quot; รอเสียบอยู่ ด้าน &amp;quot;คุณช่อ&amp;quot; โวยถ้าอนาคตใหม่ล้มล้างการปกครอง แต่ผู้ก่อรัฐประหารไม่เคยถูกลงโทษ ประเทศนี้ก็คงไม่มีความยุติธรรมเหลืออยู่แล้วจริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องให้วินิจฉัยคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า กรณีดังกล่าวเชื่อว่าจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของ พล.อ.ประยุทธ์ ต่อการเป็นผู้นำประเทศ และผู้นำรัฐบาลต่อการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ช่วงวันที่ 25-26 ก.ค.นี้อย่างแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องดังกล่าว หมายถึงการมีน้ำหนักเบื้องต้นต่อปัญหาในคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ แม้ศาลรัฐธรรมนูญไม่ระบุให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว และ พล.อ.ประยุทธ์สามารถนำแถลงนโยบายรัฐบาลได้ แต่ความเชื่อมั่นของประชาชนจะลดน้อยลง และเป็นโอกาสที่จะเพิ่มน้ำหนักให้กับการอภิปรายของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ จะต้องคิดเองว่าเหมาะสมอย่างไรหรือไม่ แต่พรรคเพื่อไทยจะไม่ฉวยโอกาสตีรวนการแถลงนโยบายรัฐบาลจนประชาชนไม่ได้สาระในประเด็นนโยบายอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่ต้องเน้นให้ประชาชนเห็นคือความเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมอย่างไร และความเชื่อมั่นในการบริหารประเทศ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินยังกล่าวต่อกรณีที่พรรคพลังประชารัฐเตรียมจัดสรร ส.ส.เพื่อตอบโต้และประท้วงการอภิปรายของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านว่า เป็นเรื่องปกติ ซึ่งตนไม่กังวล อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่ตนกังวลเล็กน้อยคือ รัฐบาลยังไม่จัดส่งนโยบายรัฐบาลที่เตรียมแถลงต่อรัฐสภาไปยังสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ทำให้ ส.ส.อาจได้รับเนื้อหาล่าช้าและเตรียมตัวไม่ทัน ซึ่งถือว่าเป็นเจตนาที่ทำให้ผู้ที่ต้องการอภิปรายตั้งหลักไม่ทันหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ไม่ทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญจะใช้เวลานานหรือไม่ แต่หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์หมดคุณสมบัติจะเป็นนายกฯ รัฐบาลชุดปัจจุบันต้องสิ้นสุดลงทันที ดังนั้นการนำนโยบายที่แถลงไปปฏิบัติจะเกิดปัญหาหรือไม่ นอกจากนั้นเชื่อว่าจะเกิดการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองแน่นอน&amp;nbsp;
ชงยุบพรรคพลังประชารัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หาก พล.อ.ประยุทธ์ขาดคุณสมบัติ คณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐต้องรับผิดชอบ ฐานะที่ส่งบุคคลที่ขาดคุณสมบัติลงชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ยุบพรรคพลังประชารัฐทันที เมื่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาในแนวทางดังกล่าว&amp;quot; นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่มีข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องเพื่อพิจารณาวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ได้สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 82 วรรคหนึ่ง เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (6) ประกอบมาตรา 85 (15)เพราะเหตุเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ กรณีจึงเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม และมาตรา 82 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 7(9) นั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีนี้หากศาลรัฐธรรมนูญมีมติยกคำร้อง เรื่องก็จะจบลงทันที พล.อ.เอกประยุทธ์ได้เป็นนายกฯ ต่อไป อย่างไรก็ตาม หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ สิ่งที่จะตามมาก็คือจะส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์มีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทันที ซึ่งก็หมายถึงต้องพ้นสภาพจากการเป็นนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นที่ประชุมรัฐสภาต้องโหวตเลือกนายกฯ กันใหม่ โดย พล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถมีชื่อกลับมาให้ที่ประชุมโหวตเลือกได้อีก ทั้งนี้ ถ้าสถานการณ์ไหลไปถึงจุดนั้น โดยช่วงดังกล่าวหากไม่มีการยุบสภาเกิดขึ้น พรรคร่วมรัฐบาล 19 พรรค หากยังกุมสภาพกันได้อยู่ ไม่มีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคใดเสียงแตกไปจับมือกับขั้วเพื่อไทย ก็ต้องมานั่งตกลงกันว่าจะหนุนใครเป็นแคนดิเดตนายกฯ โดยที่จะมีเสียง ส.ว. 250 คนคอยเป็นฐานหลักให้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พรรคที่จะได้ลุ้นดังกล่าว ต้องมี ส.ส.อย่างน้อย 25 คนในสภา และในบรรดาพรรคร่วม 19 พรรค มีเพียงสองพรรคคือพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย ที่ส่งชื่อแคนดิเดตนายกฯ ตอนเลือกตั้งคือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน​ วรรณบวร​ อดีตนักข่าวการเมืองอาวุโส​ &amp;nbsp;โพสต์ข้อความลงในเฟซบุก Sutin Wannabovorn โดยมีเนื้อหาระบุว่า บูมเมอแรง เหวี่ยงกลับมาแทงฝ่ายแค้น ศาลรัฐธรรมรับวินิจสถานะพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่าสิ้นสุดลงเพราะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ แต่ไม่ได้สั่งให้ยุติปฏิบัติหน้าที่ เพราะไม่เข้าข่ายมาตรา 82 และกำหนดเวลามาชี้แจงต่อศาลภายใน 15 วัน ทำให้ความหวังที่ฝ่ายค้านจะถล่มลุงตู่ให้ดับคาสภาระหว่างการแถลงนโยบายต่อสภาท่าจะเป็นหมัน เพราะฝ่ายแค้นได้ติดกับดัก ตกหลุมพรางตัวเองเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายค้านเป็นผู้รวบรวมรายชื่อ ส.ส.ร้อยกว่าคนทำเรื่องผ่านประธานสภาฯ ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าลุงตู่ ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกฯ เพราะขาดคุณสมหรือไม่ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้พิจารณาแล้ว หมายความว่าอำนาจหน้าที่วินิจฉัยอยู่ที่ศาลรัฐธรรม ผู้ถูกร้องเรียนมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องไปชี้แจงแก้ต่างว่าผิดตามคำร้องหรือไม่ต่อศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ต้องชี้แจงหรือตอบโต้ข้อกล่าวหาในสภา
เตือนละเมิดอำนาจศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลาเดียวกัน ผู้ร้องเรียนซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติเมื่อฝ่ายตุลาการ รับเรื่องดำเนินการวินิจฉัยแล้ว จึงไม่มีสิทธิที่จะมาต่อสู้หักล้างประเด็นที่ว่ากันในสภา เพราะการกล่าวหาโจมตีตอบโต้กันในสภาอาจเข้าข่าย ก้าวก่ายชี้นำหรือละเมิดอำนาจศาลได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ร้องเรียนซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ย่อมทราบดีว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ได้แบ่งแยกถ่วงดุลอำนาจกันเป็น ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการ ดังนั้นเมื่อฝ่ายนิติบัญญัติ เสนอเรื่องให้ฝ่ายตุลาการวินิจฉัยตัดสินแล้ว โดยกฎกติกามารยาทโดยกฎหมาย ฝ่ายนิติบัญญัติกระทำการใดในระหว่างฝ่ายตุลาการอยู่ในกระบวนการวินิจฉัยถือเป็นก้าวก่ายชี้นำฝ่ายตุลาการได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นในระเวลาสิบห้าวันนี้ พลเอกประยุทธ์ ผู้ถูกร้องเรียน มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องไปชี้แจงต่อศาลเท่านั้น ไม่มีหน้าที่ไม่มีความจำเป็นใดๆ ต้องชี้แจงหรือตอบโต้ข้อกล่าวหาในสภา เพราะผลการวินิจของศาลรัฐธรรมผูกพันครอบคลุมไปทุกองค์กรอยู่แล้ว การตอบโต้ชี้แจงในสภาจึงไม่ผลใดๆ นอกจากความสะใจของทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวถึงแนวทางการต่อสู้ของพรรคต่อกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของนายณฐพร โตประยูร ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรค ใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ว่า ขณะนี้ยังต้องรอสำเนาคำร้องจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน แต่สิ่งที่ยืนยันได้คือพรรคมั่นใจว่าการก่อตั้งพรรคไม่ได้มีส่วนใดเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตั้งพรรคลงรับสมัครเลือกตั้ง ได้ ส.ส. 81 คน ได้เสียงกว่า 6 ล้านเสียง ถ้ามีอะไรผิดพลาดที่นำไปสู่การล้มล้างการปกครองได้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) คงต้องพิจารณาดำเนินการมาก่อนหน้านี้แล้ว&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกพรรคอนาคตใหม่ยังกล่าวว่า ในขณะที่การรัฐประหารซึ่งเป็นการล้มล้างการปกครองที่เห็นได้ชัด แต่กลับไม่มีใครรับโทษ เพราะนิรโทษกรรมตัวเองไว้เรียบร้อยแล้วในรัฐธรรมนูญที่เขียนขึ้นใหม่ อย่างไรก็ตาม ตนไม่รู้สึกแปลกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ต้องการให้ทุกคนตระหนักว่า นี่คือการใช้กลไกทางกฎหมายในการบ่อนทำลายพรรคการเมืองที่กล้าลุกขึ้นมาต่อสู้กับผู้มีอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าการตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาลงสมัครรับเลือกตั้งโดยทำตามกระบวนการทุกอย่าง ถูกมองว่าเป็นการล้มล้างการปกครอง ในขณะที่ผู้ก่อการรัฐประหารไม่เคยมีใครถูกลงโทษเลย ทั้งที่ฉีกรัฐธรรมนูญ โค่นอำนาจของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ประเทศนี้ก็คงไม่มีความยุติธรรมเหลืออยู่แล้วจริงๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าหากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาว่าพรรคอนาคตใหม่มีพฤติกรรมล้มล้างการปกครอง แม้จะไม่นำไปสู่การยุบพรรค แต่จะกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองของคนที่ไม่ประสงค์ดีต่อพรรคในอนาคต น.ส.พรรณิการ์ตอบว่า คงไม่สามารถห้ามได้หากมีความพยายามสานต่อเรื่องนี้ไปสู่การยุบพรรค ซึ่งความพยายามดังกล่าวเราก็เห็นมาตลอด แต่คงต้องกลับไปที่จุดเริ่มต้นของการตั้งพรรค ซึ่งเรารู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่าย และย่อมถูกผู้ที่ไม่ต้องการเสียผลประโยชน์ขัดขวางอย่างเต็มที่ จึงเตรียมใจไว้อยู่แล้ว
ส้มหวานมั่นใจไม่ทำผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องยุบพรรค ถามว่ากลัวไหม เรามั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด โดยเฉพาะการล้มล้างการปกครอง เราตั้งพรรคขึ้นมาเพื่อธำรงระบอบประชาธิปไตยให้คงอยู่อย่างมั่นคงในประเทศไทย และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เรายังคงเดินหน้าไปสู่เส้นทางนั้น ถ้ากลัวก็ไปนอนอยู่บ้าน ไม่ต้องทำงานการเมือง&amp;rdquo; โฆษกพรรค อนค.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีการแสดงความเห็นผ่านโลกออนไลน์ในประเด็นพรรคอนาคตใหม่กันอย่างกว้างขวาง อาทินายธันวา ไกรฤกษ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความระบุว่า &amp;quot;ดอกไม้ปลอบใจ คุณธนาธรและคุณช่อ ส่งไปให้ที่พรรคอนาคตใหม่แล้วนะครับ ในการ์ดผมเขียนว่า &amp;quot;แด่คุณธนาธรและคุณช่อ ขอมอบดอกไม้เพื่อปลอบใจ ที่ EU ส่งสารแสดงความยินดีมาถึงท่านนายกนะครับ ทำการเมืองสร้างสรรค์ดีกว่าครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปล. วันก่อนผมโพสต์ไว้ วันนี้จึงต้องทำตามสัญญา ไม่ได้มีเจตนาเยาะเย้ยใดๆ แต่อยากปลอบใจจริงๆ ครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ &amp;quot;โบว์&amp;quot; แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 5 ต่อ 4 รับคำร้องของนายณฐพร โตประยูร ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่า พรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 49&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย &amp;quot;โบว์ ณัฏฐา&amp;quot; ระบุว่า &amp;quot;ไม่มีอะไรน่ากังวลนะกับการรับคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญกรณีธนาธร ถ้าขนาด พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่มีความผิดข้อหาล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯ ทั้งที่จัดการยึดอำนาจแล้วร่าง รธน.ที่ไม่เป็นประชาธิปไตยมากที่สุดเพื่อเปิดทางให้ตัวเองเป็นนายกฯ ต่อ มันยากมากที่คนอื่นจะถูกเอาผิดด้วยข้อหานี้ได้ค่ะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ม.ล.มิ่งมงคล โสณกุล หรือ &amp;#39;หม่อมเต่านา&amp;#39; บุตรสาวหม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย ซึ่งมีจุดยืนทางการเมืองแตกต่างจากบิดา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Taona Sonakul ถึงกรณีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ จะจัดการล้างมรดกบาปของ คสช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย ม.ล.มิ่งมงคลโพสต์ว่า &amp;quot;เราเกรงแต่ว่าบาปมรดก วาทกรรมของนายปิยบุตรเอง.. จะย้อนมาจัดการกับนายปิยบุตร ก่อนมรดกบาปของคนอื่นน่ะค่ะ&amp;quot;
ชีวิตเป็นแบบเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย สมาชิกพรรคเพื่อไทย และอดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้ ฟัง! วิสัยทัศน์จาก 7 หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านร่วมหาทางออกในการแก้ไขปัญหาวิกฤติของชาติ วันอาทิตย์ที่ 21 ก.ค.2562 &amp;nbsp;เวลา 10.00-12.30 น. โรงแรมแลงคาสเตอร์ กรุงเทพฯ ประเทศไทยวันนี้ หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น ไม่ได้มีอะไรใหม่เกิดขึ้น เหมือนที่หลายๆ คนคาดหวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้&amp;hellip;&amp;hellip; เราคงต้องเผชิญกับ &amp;quot;นายกคนเดิม&amp;quot; &amp;nbsp;พร้อม &amp;quot;ทีมเศรษฐกิจที่ไม่แตกต่างไปจากเดิม&amp;quot; เพิ่มเติมด้วยนักการเมืองที่เคยถูกประณามหยามเหยียดมาร่วมทีม ภายใต้กฎกติกา และวิธีการแก้ไขปัญหาให้แก่ประเทศ แบบเดิมๆ&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นหมายความว่า &amp;quot;ชีวิตของพวกเรา คงเป็นแบบ เดิม&amp;quot; เหมือนเช่นที่ได้เผชิญมาแล้วตลอด 5 ปีที่ผ่านมา
ใช่ไหมครับ การจัดกิจกรรมทางวิชาการของ 7 พรรค ฝ่ายค้าน ที่ร่วมกันจัดขึ้นครั้งนี้ ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในการทำงานการเมืองที่สร้างสรรค์ เป็นการเมืองที่ให้ความสำคัญกับการแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาของส่วนรวม ของประเทศ ของพี่น้องประชาชน ไม่ใช่การเมืองที่พูดแต่เรื่องประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นกิจกรรมที่น่าสนับสนุนและน่าติดตามรับฟังนะครับว่าหัวหน้าพรรคการเมืองทั้ง 7 พรรคฝ่ายค้าน จะมาชักชวน ให้พวกเราคิด และร่วมกันหาทางออกให้กับวิกฤติประเทศที่กำลังเกิดขึ้นอย่างไร&amp;hellip;&amp;hellip;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างน้อยก็น่าจะดีกว่าการรับฟังข่าว เรื่องการแย่งห้องที่ทำงานของรัฐมนตรีใหม่ หรือคุณสมบัตินายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ที่กะพร่องกะแพร่ง แม้จะเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีร้ายแรงทั้งทางอาญาและข้อหากบฏ แต่ &amp;quot;ผู้นำรัฐบาล&amp;quot; ยังนำเข้ามาให้รับผิดชอบการบริหารประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แม้วันนี้จะถดถอยและสิ้นหวัง พวกเราพรรคฝ่ายค้านจะรวมพลังเพื่อหาทางออกให้กับประเทศ และพี่น้องประชาชนอย่างดีที่สุด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้ &amp;quot;พวกเราฝ่ายประชาธิปไตยจะไม่ปล่อยให้ท่านต่อสู้กับระบอบเผด็จการอย่างโดดเดี่ยว พรรคอนาคตใหม่ ทราบว่ามีผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญและศาลมีมติรับคำร้องเพื่อให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ โดยกล่าวหาว่ามีพฤติกรรม ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 &amp;nbsp;
มีฐานะเป็นโจรกบฏ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7 พรรคการเมืองฝ่ายค้านแนวร่วมฝ่ายประชาธิปไตยจะต้องไม่นิ่งดูดายปล่อยให้พรรคอนาคตใหม่สู้อย่างโดดเดี่ยวทั้ง 7 พรรค และประชาชนผู้รักประชาธิปไตย รักความเป็นธรรมทุกคนควรต้องร่วมกันเพื่อต่อสู้กับระบอบเผด็จการอย่างมีเอกภาพ เพื่อยืนหยัดในหลักการประชาธิปไตยว่า คณะรัฐประหารที่ยึดอำนาจประชาชนไป ถือเป็นกบฏ ไม่มีความชอบธรรมที่จะปกครองประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะรัฐประหารไม่ใช่องค์รัฏฐาธิปัตย์ รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี 2557 และรัฐธรรมนูญฉบับ คสช.ปี 2560 รวมถึงกฎ กติกา คำสั่งที่ออกมาในยุค คณะรัฐประหาร คสช.ครองเมือง ย่อมไม่ถือเป็นกฎหมายที่ชอบธรรมตามหลักสากล ไม่ชอบธรรมด้วยหลักนิติรัฐ และนิติธรรม หน่วยงาน องค์กรที่เกิดขึ้นจากคำสั่งของคณะรัฐประหาร คสช. ทั้ง สนช., สปช., &amp;nbsp;กรธ., ครม. จึงไม่มีความชอบธรรมที่จะออกกฎใดๆ มาบังคับต่อประชาชนและประเทศชาติได้ เพราะพวกเขาไม่ได้มาจากประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในทางวิชาการ พวกเขามีฐานะเป็นโจรกบฏ เป็นคณะรัฐประหาร อันอาจส่งผลให้องค์กรอิสระต่างๆ และศาลรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นจากกฎ กติกา ประกาศ คำสั่งของคณะรัฐประหาร คสช. ไม่มีสถานะและความชอบด้วยกฎหมายที่จะใช้อำนาจที่ไม่มีความถูกต้อง ชอบธรรมมาแต่ต้น ในการยุบพรรคหรือตัดสิทธินักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งกฎ กติกาของคณะรัฐประหารที่ออกมา มีเจตนารมณ์เพื่อทำลายนักการเมืองและพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย นอกจากที่มาไม่ชอบแล้ว หลักการ เหตุผล และเจตนารมณ์ยิ่งไม่ชอบธรรม ไม่เป็นไปตามหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม ตามหลักการสากล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยทั้ง 7 พรรค กับประชาชนที่รักความเป็นธรรม รักความถูกต้อง รักประชาธิปไตย ปล่อยให้อนาคตใหม่สู้อย่างโดดเดี่ยว ถูกทำลายทิ้งไป โดยไม่มีการผนึกกำลังกันต่อสู้บนหลักการ ภายใต้สงคราม 2 ระบอบ ประชาธิปไตยกับ เผด็จการ นักการเมืองและพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยอาจจะต้องถูกขจัดไปทีละพรรคๆ จนสุดท้ายฝ่ายเผด็จการจะชนะ และครอบงำประชาชนคนไทย ภายใต้กฎ กติกาของคณะรัฐประหารเผด็จการตลอดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยทั้ง 7 พรรค จึงมีหน้าที่ร่วมกันอย่างมีเอกภาพ เพื่อรักษาหลักการแห่งระบอบประชาธิปไตย รักษาความถูกต้อง รักษาความเป็นธรรมไว้ ต้องไม่ปล่อยให้พรรคอนาคตใหม่ต่อสู้กับระบอบเผด็จการอย่างโดดเดี่ยว หาไม่แล้วคิวที่จะถูกเชือดต่อไป อาจเป็นท่าน และพรรคการเมืองของท่าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41492</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐา มหัทธนา, นคร มาฉิม, พรรณิการ์ วานิช, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ภูมิธรรม เวชยชัย, ม.ล.มิ่งมงคล โสณกุล, สุทิน คลังแสง, สุทิน​ วรรณบวร​, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190720/image_big_5d3302b7180e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2019 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2019 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลุงสุทิน&#039;ชี้พรรคฝ่ายแค้นหมดสิทธิ์อภิปรายคุณสมบัติบิ๊กตู่ หลังศาลรธน.รับวินิจฉัยปมเจ้าหน้าที่รัฐ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.62 - นายสุทิน​ วรรณบวร​ อดีตนักข่าวการเมืองอาวุโส​ &amp;nbsp;โพสต์ขอ้ความลงในเฟซบุก Sutin Wannabovorn โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มุมมะแรง เหวี่ยงกลับมาแทงฝ่ายแค้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลรัฐธรรมรับวินิจสถานะพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่าสิ้นสุดลง เพราะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ แต่ไม่ได้สั่งให้ยุติปฏิบัติหน้าที่ เพราะไม่เข้าข่ายมาตรา ๘๒ และกำหนดเวลามาชี้แจงต่อศาลภายใน ๑๕ วัน ทำให้ความหวังที่ฝ่ายค้านจะถล่มลุงตู่ให้ดับคาสภาระหว่างการแถลงนโยบายต่อสภาท่าจะเป็นหมัน เพราะฝ่ายแค้นได้ติดกับดัก ตกหลุมพรางตัวเองเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายค้านเป็นผู้รวบรวมรายชื่อ ส.ส. ร้อยกว่าคนทำเรื่องผ่านประธานสภา ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าลุงตู่ ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกฯเพราะขาดคุณสมหรือไม่ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้พิจารณาแล้ว หมายความว่าอำนาจหน้าที่วินิจฉัยอยู่ที่ศาลรัฐธรรม ผู้ถูกร้องเรียนมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องไปชี้แจงแก้ต่างว่าผิดตามคำร้องหรือไม่ต่อศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีความจำเป็นใดๆที่ต้องชี้แจงหรือตอบโต้ข้อกล่าวหาในสภาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเวลาเดียวกันผู้ร้องเรียนซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติเมื่อฝ่ายตุลาการ รับเรื่องดำเนินการวินิจฉัยแล้ว จึงไม่มีสิทธิที่จะมาต่อสู้หักล้างประเด็นที่ว่ากันในสภา เพราะการกล่าวหาโจมตีตอบโต้กันในสภาอาจเข้าข่าย ก้าวก่ายชี้นำหรือละเมิดอำนาจศาลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ร้องเรียนซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ย่อมทราบดีว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ได้แบ่งแยกถ่วงดุลอำนาจกันเป็น ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการ ดังนั้นเมื่อฝ่ายนิติบัญญัติ เสนอเรื่องให้ฝ่ายตุลาการวินิจฉัยตัดสินแล้ว โดยกฎกติกามารยาทโดยกฎหมาย ฝ่ายนิติบัญญัติกระทำการใดในระหว่างฝ่ายตุลาการอยู่ในกระบวนการวินิจฉัยถือเป็นก้าวก่ายชี้นำฝ่ายตุลาการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นในระเวลาสิบห้าวันนี้พลเอกประยุทธ์ ผู้ถูกร้องเรียนมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องไปชี้แจงต่อศาลเท่านั้น ไม่มีหน้าที่ไม่มีความจำเป็นใดๆต้องชี้แจงหรือตอบโต้ข้อกล่าวหาในสภา เพราะผลการวินิจของศาลรัฐธรรมผูกพันครอบคลุมไปทุกองค์กรอยู่แล้ว การตอบโต้ชี้แจงในสภาจึงไม่ผลใดๆนอกจากความสะใจของทุกฝ่าย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41453</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง, คุณสมบัติพลเอกประยุทธ์, บิ๊กตู่, สุทิน​ วรรณบวร​, อภิปรายนโยบาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181222/image_big_5c1d98310dc63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2019 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2019 12:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดล้างตีนก่อนขึ้นธรรมาสน์!&#039;ลุงสุทิน&#039;สื่อถึงใครที่กำลังยกหัวชูหางพรรคการเมืองแซะสถาบันฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย.62 -&amp;nbsp;นายสุทิน​ วรรณบวร​ อดีตนักข่าวการเมืองอาวุโส​ และแนวร่วมกปปส. &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Sutin Wannabovorn โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โปรดล้างตีนก่อนขึ้นธรรมาสน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณ..ก็ผ่านการเมืองมาหลายพรรคหลายกลุ่ม เป็นลอบบี่นิีสต์ให้จีนให้พรรคการเมืองมาก็นาน ที่ชาวบ้านตำหนิด่าว่าคุณเพราะเขาเห็นว่าคุณแสดงธาตุแท้ออกมา ที่ไปสนับสนุนปกป้องกลุ่มการเมืิองพรรคการเมืองที่มีพฤติกรรมส่อไปในทางคุกคามดูหมิ่นไม่เคารพสถาบัน แซะเสียดสีล้อเลียนสถาบันสูงสุดของชาติ มีพฤติกรรมส่อไปในทางผิดกฏหมาย เมื่อคดีถึงโรงถึงศาลก็ตะแบงว่าถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณไม่ใช่คนหูหนวกตาบอดที่ไม่เคยได้ยินว่าพรรคการเมืองที่คุณยกหัวชูหางอยู่นั้น หัวหน้าพรรคเคยเป็นเจ้่าของหนังสือพิมพ์ที่เน้นต่อต้านแซะสถาบันฯ พูดถึง &amp;quot;เศรษฐกิจพอเพียง&amp;quot; ว่าเป็นเพียงวาทกรรม เลขาพรรคเป็นตัวตั้งตัวตีรณรงค์ปลุกระดมให้ยกเลิกมาตรา๑๑๒ เหิมเกริมถึงขนาดจะออกกฏหมายให้พระมหากษัตริย์ต้องปฏิญาญในสภา ห้ามไม่ให้พระมหากษัตริย์มีกระแสพระราชดำรัสต่อสาธาณะชน ปลุกระดมนักศึกษาว่าสถาบันกษัตริย์ เป็นทรราชอยู่ในตัว ฯลฯ โฆษกพรรคมีพฤติกรรมสีเสียดล้อเลียนไม่เคารพสถาบันฯหลายครั้งหลายคราหลายกรรมหลายวาระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถูกประชาชนทักท้วงตำหนิด่าว่า กลับแถว่าประชาชนใช้สถาบันเป็นเครื่องมือทำลายพวกมัน ถ้าคุณเห็นการดำเนินคดีกับแกนพรรคที่ทำผิดกฏหมาย ถ้าเห็นว่าที่ประชาชนป้องสถาบันฯ ตำหนิด่าว่าพรรคการเมืองที่คุณยกหัวชูหางคือการสร้างความแตกให้คุณต้องกลับไปทวนใหม่ ลองใช้สติแยกแยะว่าผิดถูกชั่วดีอย่างไร เมื่อได้สติแล้วค่อยมาเตือนสังคม โปรดล้างตีนก่อนขึ้นธรรมาสน์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39180</URL_LINK>
                <HASHTAG>สุทิน​ วรรณบวร​</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180131/image_big_5a71c51b400eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36506</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2019 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2019 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โต้กลุ่มแดกดันประชาธิปัตย์!ชี้&#039;พลเอกประยุทธ์&#039;กับ&#039;ป๋าเปรม&#039;ต่างกันราวฟ้ากับเหว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค. 62 - นายสุทิน​ วรรณบวร​ อดีตนักข่าวการเมืองอาวุโส​ ที่สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เรื่อง &amp;quot;พลเอกประยุทธ์กับป๋าต่างกันราวฟ้ากับเหว&amp;quot; ผ่านเฟซบุ๊ก Sutin Wannabovornโดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีคำถามประชดประชันแดกดันพรรคประชาธิปัตย์ว่า กับป๋าร่วมรัฐบาลกันดิบดีกับพลเอกประยุทธ์ ทำอิดเอื้อนจะเป็นจะตาย ไม่รู้ว่า ปชป เขาชี้แจงอย่างไรแต่ในฐานะคนเคยทำข่าวรัฐบาลป๋าเปรมมาแปดแปดเดือนว่าอธิบายได้คร่าวๆดังนี้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติกรรมและที่มาของป๋ากับพลเอกประยุทธ์ต่างกันมากครับ ป๋ามีฝ่ายการเมืองและทหารไปอ้อนวอนขอร้องถึงสามครั้งถึงมา เมื่อพลเอกเกรียงศักดิฺลาออกมีกลุ่มการเมืองต้องการตั้งพรรคให้แต่ป๋าปฏิเสธไม่ยอมสังกัดพรรคไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป๋าได้ฉายาเตยมีใบ้พูดน้อยต่อยหนักจนได้ฉายาว่านักฆ่าจากลุ่มน้ำเจ้าพระยา ป๋ามีทีมเศษฐกิจที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองคอยส่งเสริมรัฐมนตรีเศรษฐิจ
ป๋าทำให้บ้านเมืองสงบเศรษฐกิจโชตช่วงขัดชาลจากสภาเศรษฐกิจโลกย่ำแย่ น้ำมันน้ำตาลขาดแคลน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นโยบายต่อต้านคอมิวนิสต์ ปราบปรามยาเสพติด ปราบขุนส่า ตลอดถึงแผนงานปฏิบัติการเศรษฐกิจของป๋าได้รับการรับรองยกย่องจากทั่วโลกทั่งเอเซียยุโรปอเมริกา ประธานาธิบปีนิกสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษนางมาร์กาเรต แทชเชอร ตลอดถึงนายกคนสำคัญของจีนนายเติ่ง เซี่ยวผิงต่างก็ซูฮกยกย่องป๋า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกประยุทธ์ เมื่อกำลังพ้นจากหัวหน้า คสช เข้าสู่โมดเปลี่ยนผ่านทางการเมืิอง มีกลุ่มนักการเมืองที่เคยเป็นสมุนทุนสามานย์ปล้นชาติอาฆาตสถาบัน รวมกลุ่มกันจัดตั้งพรรคการแล้วยึดพลเอกประยุทธ์ไว้เป็นตัวประกัน เชิดพลเอกประยุทธ์ให้เป็นนายยกต่อไป โดยคนส่วนใหญ่ที่เคยรับใช้ทักษิณเป็นผู้ผูกขาดกำกัยดูแลเศรษฐกิจชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนที่เคยมีข้อครหามีเรื่องฉาวโฉ่เคยร่วมพวกเผาบ้านเผาเมืองเคยร่วมโกงชาติตลอดถึงอาฆาตสถาบัน มารวมกันอยู่ในพรรคที่เชิดลุงตู่เป็นายกฯ ดังนั้นจึงอยากให้วิญญูชนตรองดูว่าถ้าปราศจากลุงตู่ พปชร กับ พท ต่างกันตรงไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังมีเรื่องมากมายแต่พูดมาแค่นี้คงพอเข้าใจได้ว่าทำไม ปชป ต้องคิดหนักว่าจะร่วมกับ พปชร หรือไม่ ดังนั้นไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรอย่าเอาการร่วมกับรัฐบาลป๋ามาเปรียบเทียบกับการร่วมรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ เพราะทุกสิ่งอย่างมันต่างกันราวฟ้ากับเหว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36506</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดตั้งรัฐบาล, จุดยืนพรรคประชาธิปัตย์, ปชป.ร่วมรัฐบาล, สุทิน​ วรรณบวร​</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190522/image_big_5ce50d6fbf3fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
