<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดฉากสงกรานต์ตาย386 ผุดคณะทำงานแก้ระยะยาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดฉาก 7 วันอันตรายสงกรานต์ เกิดอุบัติเหตุรวม 3,338 ครั้ง เสียชีวิต 386 ราย บาดเจ็บ 3,442 ราย &amp;quot;เชียงใหม่-นครศรีฯ&amp;quot; แชมป์ เมาขับสาเหตุหลักเช่นเดิม &amp;quot;คสช.&amp;quot; ยึดรถขี้เมาได้ 7,282 คัน &amp;quot;สตช.&amp;quot; เผยสถิติจับผู้กระทำผิดได้กว่า 1.5 ล้านคดี ฟุ้งบังคับใช้ กม.เข้มข้นช่วยตาย-เจ็บลดลงกว่าปีก่อน &amp;quot;ศปถ.&amp;quot; เตรียมถอดบทเรียนเสนอรัฐบาลหาแนวทางแก้ไข &amp;quot;ลุงป้อม&amp;quot; ยังไม่พอใจ สั่งตั้งคณะทำงานดูแลลดอุบัติเหตุทางถนนระยะยาว มอบ &amp;quot;ตำรวจ-มหาดไทย&amp;quot; แม่งานหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 เม.ย. นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 พร้อมสรุปผลการดำเนินงานช่วง 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.2562 ที่ผ่านมาของการรณรงค์ในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; เพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุธีกล่าวว่า การดำเนินการช่วงเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่ง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีรับสั่งห่วงใยพี่น้องประชาชน &amp;nbsp;และมอบหมายรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ร่วมดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน เพื่อให้ประชาชนเดินทางอย่างปลอดภัย ซึ่งการดำเนินการทั้ง 7 มาตรการได้ผลเป็นอย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมช.มหาดไทยกล่าวว่า สำหรับสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 7 วัน เกิดอุบัติเหตุรวม 3,338 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตรวม 386 ราย มีผู้บาดเจ็บรวม 3,442 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกระบี่ พังงา สุโขทัย และอ่างทอง จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด มี 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่และนครศรีธรรมราช จังหวัดละ 128 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด มี 2 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี และอุดรธานี จังหวัดละ 15 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 136 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 36.61 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 28.31 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 79.25 รถปิกอัพ ร้อยละ 6.91 ส่วนใหญ่เกิดอุบัติเหตุในเส้นทางตรง ร้อยละ 66.15 บนถนนทางหลวง ร้อยละ 39.48 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 35.98 และช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.01 น. ร้อยละ 29.09&amp;quot; รมช.มหาดไทยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุธีกล่าวว่า ในการบังคับใช้กฎหมายมียานพาหนะถูกเรียกตรวจ 6,819,477 คัน และถูกดำเนินคดีตามมาตรการ 10 ข้อหาหลัก จำนวน 1,516,201 ราย เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 414,748 ราย คิดเป็นร้อยละ 37.65 และนอกจากนี้ยังได้ดำเนินการตามคำสั่ง คสช.ที่ 46/2558 อย่างเข้มงวดอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภาพรวมสถิติจำนวนการเกิดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บลดลงจากปีที่ผ่านมา โดยจำนวนผู้เสียชีวิตลดลงร้อยละ 7.66 รวมถึงสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับลดลงถึงร้อยละ 3.67 มีปัจจัยสำคัญจากความร่วมมือของผู้ใช้รถใช้ถนน การบังคับใช้กฎหมายเพื่อกวดขันวินัยจราจรอย่างจริงจังของเจ้าหน้าที่ รวมถึงการควบคุมการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&amp;quot; นายสุธีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากการรวบรวมสถิติอุบัติเหตุในช่วง 7 วันของการรณรงค์ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พบว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตยังคงเกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ศปถ.ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนที่เป็นสาเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่นอย่างร้ายแรง อาทิ การดื่มแล้วขับ การขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด การขับย้อนศร รวมทั้งได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวิเคราะห์ข้อมูลและถอดบทเรียนการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนน เพื่อนำมากำหนดแนวทางการสร้างความปลอดภัยทางถนนในระยะยาวอย่างยั่งยืนทั้งช่วงปกติและเทศกาลสำคัญ&amp;nbsp;
7วันตาย-เจ็บลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะดูแลงานด้านการอำนวยความสะดวกการจราจร กล่าวว่า จากการเพิ่มความเข้มการบังคับใช้กฎหมาย 10 ข้อหาหลัก รวมทั้งเพิ่มจุดตรวจเพื่อชะลอความเร็ว ทำให้ผลการปฏิบัติ 7 วันอันตราย อุบัติเหตุเกิดขึ้น 3,338 ครั้ง จากปีที่ 3,724 ครั้ง ลดลง 386 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 3,442 ราย จากปีที่แล้วบาดเจ็บ 3,897 ราย ลดลง 455 ราย เสียชีวิต 386 ราย ลดลงจากปีที่แล้ว 32 ราย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป้าหมายของการทำงานคือลดตัวเลขอุบัติเหตุเป็นไปตามเป้าหมาย และจะนำมาตรการต่างๆ ไปปรับปรุงให้ตัวเลขการเกิดอุบัติให้ลดลงในปีต่อๆ ไป ส่วนที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้นโยบายมอบความเข้มในการจับกุม 10 ข้อหาหลัก และ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สามารถจับกุมผู้กระทำความผิด 1,516,201 คดี เพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว โดยเฉพาะคดีเมาแล้วขับเพิ่มจากปีที่แล้วที่จับได้คือ 25,184 คดี ปีนี้สามารถจับกุมได้ 25,974 คดี เป็นผลจากการเพิ่มความเข้มการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ ส่วนโครงการประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยประชาชน (ฝากบ้านกับตำรวจ) ปีนี้มีประชาชนเข้าร่วมโครงการ 9,630 หลัง ทั้งหมดเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&amp;quot; ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงมาตรการ &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo; ตลอด 7 วัน ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.2562 พบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับจำนวน 388,854 ครั้ง แยกเป็นรถจักรยานยนต์ 215,973 ครั้ง รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ 172,881 ครั้ง ซึ่งสถิติลดลงจากปี 61 คิดเป็นร้อยละ 20&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงศิริจันทร์กล่าวว่า สำหรับการยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับจำนวน 7,282 คัน แยกเป็นจักรยานยนต์ 5,297 คัน และรถยนต์ 1,985 คัน ซึ่งสถิติลดลงจากปี 61 คิดเป็นร้อยละ 55 ส่วนการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในปีนี้มีทั้งหมด 271,657 คน แยกเป็นรถจักรยานยนต์ 154,928 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 116,729 คน ซึ่งสถิติลดลงจากปี 61 คิดเป็นร้อยละ 12
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาตรการดื่มไม่ขับ จับยึดรถ เป็นมาตรการที่ช่วยป้องกันและลดความสูญเสียอันเกิดจากอุบัติเหตุที่เกิดจากพฤติกรรมของผู้ขับขี่ ซึ่ง คสช.และรัฐบาลได้ดำรงความต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โดยประชาชนให้การตอบรับมาตรการนี้เป็นอย่างดี เพราะทำให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทางของทุกคน รวมทั้งประชาชนได้มีข้อเสนอแนะให้เพิ่มบทลงโทษผู้กระทำผิด และการยืดระยะเวลาการเก็บรักษารถเอาไว้ รวมถึงอยากให้มีการบังคับใช้มาตรการนี้ในทุกวัน เพื่อการป้องกันอุบัติเหตุจากการดื่มสุราแล้วขับรถในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสรุปบทเรียนและผลการปฏิบัติงาน นำไปบูรณาการ แผนการป้องกันอุบัติเหตุ การจราจร มาตรการบังคับใช้กฎหมาย ในการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและลดสูญเสียจากอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลให้ได้มากที่สุด&amp;quot; รองโฆษก คสช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงปริมาณคดีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ที่เข้าสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นทั่วราชอาณาจักรจำนวน 232 ศาล ในช่วง 7 วันอันตราย เทศกาลสงกรานต์ปี 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 27,828 คดี 30,397 ข้อหา จำนวนคดีที่พิจารณาพิพากษาแล้วเสร็จ รวมทั้งสิ้น 27,055 คดี คิดเป็นร้อยละ 97.22 คดีในส่วนที่ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จเนื่องจากศาลสั่งให้เจ้าพนักงานคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม สืบเสาะและพินิจจำเลยถึงพฤติการณ์ในการกระทำความผิด รวมถึงประวัติของจำเลย เพื่อประกอบดุลพินิจในการกำหนดโทษ จึงต้องเลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไปก่อน &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ตั้งทีมลดอุบัติเหตุถาวร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยัณห์กล่าวว่า จังหวัดที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 1,558 คดี, จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1,457 คดี, กรุงเทพมหานคร จำนวน 1,286 คดี, จังหวัดชลบุรี จำนวน 1,128 คดี, จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 974 คดี โดยข้อหาที่มีการกระทำความผิดสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 26,875 ข้อหา, ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต จำนวน 3,021 ข้อหา, ขับรถขณะเสพยาเสพติด จำนวน 439 ข้อหา จำเลยที่ขึ้นสู่การพิจารณาพิพากษา รวมทั้งสิ้น 29,845 คน แบ่งเป็น จำเลยที่มีสัญชาติไทย 28,139 คน และสัญชาติอื่น 1,706 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกศาลยุติธรรมกล่าวว่า หากเปรียบเทียบกับสถิติในช่วงสงกรานต์ปี 2561 ปีนี้ถือว่ามีปริมาณคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลยุติธรรมเพิ่มขึ้นจาก 22,381 ข้อหา เป็น 30,397 ข้อหา ซึ่งมากกว่าสถิติคดีตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ในช่วงเวลาปกติถึงกว่าเท่าตัว ข้อหาที่มีการกระทำความผิดสูงสุดยังคงเป็น ขับรถขณะเมาสุราเช่นเดิม โดยในปี 2561 มีการฟ้องเข้ามาจำนวน 21,139 ข้อหา ปีนี้ฟ้องเข้ามา 26,875 ข้อหา จึงมีสถิติที่เพิ่มขึ้นถึง 5,736 ข้อหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากสถิติที่รวบรวมแสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายมากขึ้น แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการละเลยไม่เคารพกฎหมายของผู้กระทำผิดที่มีจำนวนมากเช่นกัน จึงฝากพี่น้องประชาชน การบังคับใช้กฎหมายที่เคร่งครัดมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการเคารพกฎหมาย&amp;quot; โฆษกศาลยุติธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวถึงสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติในระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย. มี 12,597 คดี แบ่งเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 12,192 คดี คิดเป็นร้อยละ 96.79, คดีขับเสพ 386 คดี คิดเป็นร้อยละ 3.06, คดีขับรถประมาท 19 &amp;nbsp;คดี คิดเป็นร้อยละ 0.15 โดยจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสะสมสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 727 คดี, จ.มหาสารคาม 714 คดี และ จ.นครพนม 533 คดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมคุมประพฤติกล่าวว่า นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (กำไล EM) ในคดีขับรถขณะเมาสุรา 91 ราย ส่วนยอดสะสมกรณีที่ศาลสั่งใช้กำไล EM ตั้งแต่วันที่ 11-17 เม.ย. มี 480 ราย แบ่งเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 478 ราย คดีขับเสพ 2 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในช่วงวันที่ 17 เม.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่มีการควบคุมเข้มงวดในช่วงเทศกาลสงกรานต์มี 3,693 คดี แบ่งเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา 3,454 คดี คิดเป็นร้อยละ 93.53, คดีขับเสพ 231 คดี คิดเป็นร้อยละ 6.25, &amp;nbsp;คดีขับรถประมาท 8 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.22&amp;quot; อธิบดีกรมคุมประพฤติกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม(รมว.กลาโหม) กล่าวว่า ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในการดูแลรักษาความปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ตำรวจ ทหาร ที่อดหลับอดนอนในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้ปลอดภัยมากขึ้น แต่ก็ยังทำไม่ได้ดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าถามว่าผมพอใจหรือไม่ ก็ตอบได้ว่ายังไม่พอใจ จึงได้ตั้งคณะทำงาน ในการพิจารณาว่าจะทำอย่างไรในการลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในการใช้รถใช้ถนน ซึ่งการตั้งคณะทำงานดังกล่าวก็จะเป็นการทำงานในระยะยาวถึงปีหน้า โดยจะมีการตั้งคณะทำงานในเร็วๆ นี้ เพื่อจะต้องรู้ว่าทำอะไรบ้างในการสร้างความปลอดภัย โดยพิจารณาหามาตรการที่เป็นผล&amp;quot; พล.อ.ประวิตรกล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าจะมอบหมายใครในการเป็นผู้รับผิดชอบ รองนายกฯ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายรักษาความปลอดภัยของกระทรวงมหาดไทยร่วมมือกันทำงาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33940</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง, พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, สุธี มากบุญ, สุริยัณห์ หงษ์วิไล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb88cd6bf614.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งคุมเข้ม7วันอันตราย ลดอุบัติเหตุถวาย&#039;ร.10&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุมเข้ม 7 วันอันตรายหยุดยาวสงกรานต์ รัฐบาล-มหาดไทย-กองทัพ-ตำรวจ-คมนาคม ร่วมกันคุมเข้มป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน ตั้งเป้าสถิติอุบัติเหตุต้องลดลงจากเทศกาลสาดน้ำปีที่แล้ว ทบ.ย้ำดื่มไม่ขับ จับยึดรถ ยังใช้ต่อปีนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มเข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ วันหยุดยาวของคนไทย โดยช่วงที่ผ่านมามักเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงดังกล่าวจนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก หรือที่เรียกกันว่าช่วง 7 วันอันตราย ทำให้หลายฝ่ายต้องพยายามรณรงค์ป้องกันกันอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ได้เปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า &amp;nbsp;รัฐบาลห่วงใยความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงได้มอบหมายให้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) บูรณาการทุกภาคส่วนดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน พ.ศ.2562 ในมิติเชิงพื้นที่ ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; มุ่งลดปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านคน ยานพาหนะ ถนน และสิ่งแวดล้อม ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด คุมเข้มพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ โดยตรวจจับและปรับในอัตราโทษสูงสุด ควบคู่กับการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ทุกรายกรณีเกิดอุบัติเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.มหาดไทยกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังให้มีการจัดตั้งจุดตรวจในเส้นทางเสี่ยงอุบัติเหตุ ทั้งเส้นทางสายหลัก สายรอง และเส้นทางโดยรอบพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ อีกทั้งให้ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนน การบังคับใช้กฎหมาย และการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยผ่านทุกช่องทางสื่อ เพื่อสร้างการรับรู้สู่ชุมชนอย่างทั่วถึง &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุธี มากบุญ รมช.มหาดไทย กล่าวเช่นกันว่า ศปถ. จะดำเนินการสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มความเข้มข้นในช่วง 7 วันแห่งความปลอดภัย ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2562 มุ่งเป้าปิดจุดเสี่ยงในพื้นที่สถิติอุบัติเหตุทางถนนสูง ระดับความเสี่ยงสีแดง 29 อำเภอ และระดับความเสี่ยงสีส้ม 109 อำเภอ ด้วยการวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและชี้เป้าการจัดการความเสี่ยงให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมลดอุบัติเหตุในระดับพื้นที่ โดยประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนรณรงค์สร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนนในรูปแบบเคาะประตูบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) กล่าวว่า ช่วงวันที่ 11 -17 เมษายน 2562 จะมีการประชุมร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการจังหวัด ติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุในพื้นที่ เพื่อวางมาตรการและปรับแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาอุบัติเหตุทางถนนและช่วงเวลาในการเดินทาง ของประชาชนในแต่ละพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ในวันหยุดต่อเนื่องช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่าง 11-17 เมษายน 2562 นี้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก มอบหมายให้หน่วยทหารของกองทัพบก บูรณาการร่วมทุกภาคส่วน อำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางสัญจรและท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างๆ อย่างเต็มที่ โดยจัดตั้งจุดบริการประชาชน 444 จุดทั่วประเทศ ตามเส้นทางคมนาคม สถานที่ที่มีประชาชนไปใช้บริการเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;หน้าค่ายทหาร เส้นทางที่มีการจราจรหนาแน่น พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยจุดบริการดังกล่าวอยู่ในบริเวณที่ประชาชนพบเห็น เข้าถึงได้ง่ายและไม่กีดขวางการสัญจร พร้อมจัดสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น เครื่องดื่ม ห้องน้ำ อุปกรณ์ชาร์จไฟฟ้า นวดไทย ตรวจซ่อมรถเบื้องต้น การปฐมพยาบาล แนะนำเส้นทาง รับแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายควบคู่ไปกับการรณรงค์วินัยจราจร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากการขับขี่ยานพาหนะด้วยมาตรการ &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo; ที่ คสช. และรัฐบาลดำเนินมาตลอดช่วงวันหยุดต่อเนื่อง มุ่งเน้นการลดอุบัติเหตุ สร้างความปลอดภัยในการสัญจรนั้น เจ้าหน้าที่ยังคงร่วมกันเข้มงวดในมาตรการดังกล่าว ทั้งถนนสายหลัก สายรอง ปมคมนาคม สถานีขนส่ง โดยจะดำเนินมาตรการจากเบาไปหนัก&amp;quot; รองโฆษก ทบ.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ในช่วง 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เดินทางตรวจเยี่ยมมาตรฐานการให้บริการในการขนส่งผู้โดยสาร ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) รวมทั้งได้ชมการสาธิต การตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จากลมหายใจของพนักงานขับรถ และได้เยี่ยมชมศูนย์จีพีเอส ตรวจจับความเร็วของรถโดยสาร โดยกล้องตรวจจับความเร็วด้วยแสงเลเซอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สงกรานต์เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ฉะนั้นต้องระมัดระวังให้มากที่สุด เราจะต้องดูแลคนขับ ใครเมาให้แจ้งมาเลย นายกฯ เป็นห่วงทุกคน สงกรานต์เป็นช่วงเวลาความสุข ต้องระมัดระวังดูแลคนขับรถ อย่าให้ง่วง อย่าเมา ถ้าเขาเมา เขาง่วงดูไม่ปกติ ให้จอดรถทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้บอกก่อนคนขับ อย่าให้บาดเจ็บล้มตาย กระเป๋ากระปี๋ ถ้ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ทำให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก จะต้องติดคุก คนขับจะจับติดคุก ไม่มีการเจรจาใช้หนี้ ขอเตือนไว้ก่อน เพื่อเป็นการบังคับคนขับให้ขับรถดีๆ
&amp;nbsp;นายกฯ เป็นห่วง เพราะว่ารถแน่น ทุกอย่างจะดีขึ้นในพื้นที่ภาคอีสาน ขอให้อดทนหน่อย เดี๋ยวเราจะมีรถไฟฟ้าแล้ว ทุกคนจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ก่อนหน้านี้เมื่อก่อนตนก็ขึ้นรถบริษัท ขนส่ง จำกัด กลับบ้านมีแอร์บ้าง ไม่มีแอร์บ้าง ยืนตลอดทางก็มี&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ตรวจเยี่ยมห้องปฏิบัติการฯ เพื่อพูดคุยกับคนขับรถ โดยได้กำชับให้คนขับรถด้วยความระมัดระวังและคำนึงถึงครอบครัวและผู้โดยสารและความเร็ว ควรขับอยู่ในปริมาณที่กฎหมายกำหนดประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมเน้นให้คนขับรถขับอย่างปลอดภัยและเดินทางปลอดภัยทุกคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายกฯ ได้ทดลองเป่าเครื่องตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จากลมหายใจ ซึ่งปรากฏว่าขึ้นมาเป็นสีเขียว นายกฯ กล่าวว่า มันเป็นสีเขียว เพราะไม่ได้ดื่มอะไรมา ก่อนจะหันไปเน้นย้ำ บรรดาโชเฟอร์ต่างๆ ว่าเวลาขับต้องไม่ดื่มคำนึงถึงความปลอดภัยทั้งครอบครัวคนขับและผู้โดยสารด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อสื่อมวลชนซักถาม พล.อ.ประยุทธ์ว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์กังวลอะไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทุกคนทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และจากการรายงานในที่ประชุม ครม.มาตรการต่างๆ จากหน่วยงานและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ต่างทำงานร่วมกันดูแลร่วมกับพลเรือนทหาร และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร ขอบคุณทุกคนที่ตั้งจุดสกัดตามรายทางสถานีบริการที่มีจุดพักรถ ซึ่งก็ต้องเห็นใจคนเหล่านี้ เพราะคนเหล่านี้เสียสละ ไม่ได้ไปเที่ยว ต้องมาดูแลพวกเรา &amp;nbsp;ให้กำลังใจเขามากๆ ขอให้ทุกคนระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัย การนั่งกระบะท้าย เดินทางอย่างปลอดภัยทั้งในช่วงนี้ และในช่วงต่อๆ ไป เพราะเราใช้รถตลอดเวลาอยู่แล้ว ด้วยเดชะพระบารมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะปกป้องพวกเราในช่วงพิธีมหามงคลนี้ด้วยและอยากให้ร่วมกันทำความดี เพื่อลดความสูญเสียทางอุบัติเหตุให้มากที่สุด เพื่อถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ให้ได้ ขอให้ทำกันสักที ตอนรอฟังอยู่ &amp;nbsp;รวมถึงการดื่มสุรา การสวมหมวกกันน็อก และการคาดเข็มขัดนิรภัย และไม่ยืนอยู่ท้ายรถกระบะ รักตัวเองบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายกรัฐมนตรีขึ้นไปบนรถทัวร์ สายกรุงเทพฯ-แม่สอด หมายเลขทะเบียน 15-5813 เพื่อพูดคุยกับผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะ โดยนายกฯ ได้เน้นย้ำโชเฟอร์ให้ดูแลผู้โดยสารเหมือนคนในครอบครัว ก่อนจะเดินไปส่งประชาชนที่รอขึ้นรถบัสกลับบ้าน โดยระบุว่าวันนี้มาส่งกลับบ้าน ใครจะไม่รักนายกฯ ไม่รู้ แต่นายกฯ รักทุกคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่กรมทางหลวงชนบท (ทช.) นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม&amp;nbsp;
เป็นประธานในกิจกรรมปล่อยขบวนรถรณรงค์อำนวยความสะดวกและปลอดภัย ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 โดย รมว.คมนาคม กล่าวว่า สงกรานต์ปี 62 กระทรวงได้กำชับมาตรการต่างๆ ตามนโยบาย 777ยกกำลัง 3 เตรียมรับประชาชนที่คาดว่าปีนี้จะมีคนเดินมากกว่า 3.4% คิดเป็นจำนวนรถ 7.6 ล้านคัน &amp;nbsp;สำหรับมาตรการในการดูแลรับผิดชอบสายทางนั้น ได้แบ่งความรับผิดชอบการดูแลสายทาง โดยเฉพาะ 111 เส้นทาง แบ่งเป็นกรมทางหลวง (ทล.) จำนวน 71 เส้นทาง และของ ทช. จำนวน 40 เส้นทาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ตั้งเป้าใน 111 เส้นทางเสี่ยง ต้องลดอุบัติเหตุให้ได้ 10% ส่วนภาพรวมทั้งโครงข่าย ต้องลดอุบัติเหตุให้ได้ 5% โดยเฉพาะปีนี้ให้ความสำคัญเรื่องหลับในและไฟป่า ซึ่งเป็นอุปสรรคขับรถและในการมองเห็น และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง จึงจัดให้มีจุดพักรถตลอดสายทาง จำนวน 709 จุด และเรื่องไฟส่องสว่างตามทาง ต้องมีไฟติดอย่างน้อย 90% สภาพถนนต้องพร้อมใช้&amp;quot; &amp;nbsp;นายอาคมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤชเทพกล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศเตรียมความพร้อมตามมาตรการ 777 ยกกำลัง 3 ของกระทรวงคมนาคม เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงก่อน ระหว่าง และหลังเทศกาล โดยมีการเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา และจะมีการตรวจเข้มในช่วง 4-17 เม.ย.2562 ตามนโยบายของทางกระทรวงคมนาคมที่ได้มีการกำหนดสายทางควบคุมเข้มข้น 111 สายทาง และมี 40 สายทาง จะอยู่ในความรับผิดชอบของ ทช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เน้นกำชับให้ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน จำนวนผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ จากอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้เหลือน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยหัวหน้าสถานีตำรวจและผู้บังคับบัญชาทุกระดับของสถานีตำรวจต้องอยู่ควบคุมการปฏิบัติหน้าที่อย่างใกล้ชิด เพื่ออุบัติเหตุจะได้ลดลง โดยคาดหวังว่าปีนี้อุบัติเหตุจะลดลง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33401</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, สุธี มากบุญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190410/image_big_5cae044a4345f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25720</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบ7วันอันตราย ยอดตาย463ศพ ยึดรถครึ่งหมื่น!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุป 7 วันอันตราย เกิดอุบัติเหตุรวม 3,791 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 463 ราย ผู้บาดเจ็บ 3,892 คน จังหวัดตายเป็นศูนย์ มี 4 จังหวัด ตาก แพร่ สตูล และสมุทรสงคราม เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด นครศรีธรรมราช 118 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด คือ นครราชสีมา 25 ราย ส่วนตัวเลขจาก คสช. พบการกระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทั้งสิ้น 310,012 ครั้ง ยึดรถเมาขับไป 5,164 คัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 2 มกราคม 2562 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 369 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 44 ราย ผู้บาดเจ็บ 391 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 30.35 และขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 29.54 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 79.53 รถปิกอัพ 5.70 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 68.56 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 41.46 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 32.25 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 27.64&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,052 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 66,644 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 890,673 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 182,023 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 46,248 ราย ไม่มีใบขับขี่ 41,473 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา (17 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครสวรรค์ (3 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา (18 คน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 7 วัน (27 ธ.ค.61-2 ม.ค.62) เกิดอุบัติเหตุรวม 3,791 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 463 ราย ผู้บาดเจ็บ 3,892 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 4 จังหวัด ได้แก่ ตาก แพร่ สตูล และสมุทรสงคราม จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (118 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (25 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (137 คน)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 40.39 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 28.30 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 79.64 รถปิกอัพ 6.95 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 64.89 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 39.30 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 34.90 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 27.78
เมาขับ-ขับรถเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุธี มากบุญ กล่าวต่อไปว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 พบว่า สาเหตุหลักของอุบัติเหตุทางถนนยังคงเกิดจากการดื่มแล้วขับ และขับรถเร็ว รวมถึงผู้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นกลุ่มที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 79.64 ซึ่งศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้ประสานจังหวัดบูรณาการสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการนายอำเภอบรรจุเรื่องการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเป็นวาระหนึ่งในการประชุมคณะกรรมการรักษาความมั่นคงและสงบเรียบร้อยอำเภอ พร้อมกำชับให้จังหวัดถอดบทเรียน ตรวจสอบ และวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุในเชิงลึก รวมทั้งค้นหาปัญหาอุปสรรคและปัจจัยความสำเร็จในการลดอุบัติเหตุทางถนน เพื่อนำไปสู่การกำหนดมาตรการและแนวทางที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในแต่ละพื้นที่ พร้อมบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นปัจจัยทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรง คือ ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และการไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ศปถ.ขอขอบคุณหน่วยงานทุกภาคส่วน เครือข่ายอาสาสมัคร กลุ่มจิตอาสา และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนในการเดินทาง ด้วยความทุ่มเทและเสียสละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) กล่าวว่า แม้จะสิ้นสุดการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 แล้ว ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน โดยความร่วมมือของกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังคงมุ่งสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง โดยจะนำสถิติอุบัติเหตุทางถนนมาวิเคราะห์หาสาเหตุ และถอดบทเรียนการดำเนินงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมนำความสำเร็จของจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมาเป็นต้นแบบในการวางแนวทางและกำหนดทิศทางการสร้างความปลอดภัยทางถนน รวมถึงมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ควบคู่กับการลดปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนที่ครอบคลุมทั้งผู้ใช้รถใช้ถนน สภาพรถและเส้นทาง เพื่อนำปัญหาอุปสรรคจากการดำเนินงานมาปรับปรุงพัฒนาแนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน นอกจากนี้ ให้จังหวัดเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักและจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนนที่ครอบคลุมทุกช่องทางสื่อ เพื่อขับเคลื่อนการลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนให้ได้มากที่สุด และสร้างให้ถนนทุกสายเป็นเส้นทางแห่งความปลอดภัยอย่างยั่งยืน
ยึดรถเมาขับ 5,164 คัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันเอกหญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. กล่าวว่า จากนโยบายสร้างความปลอดภัยในการสัญจรของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและรัฐบาล ด้วยมาตรการลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo; ตั้งแต่ 27 ธันวาคม 2561-2 มกราคม 2562 โดยกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ตำรวจ ฝ่ายปกครอง รวมทั้งอาสาสมัครป้องกันภัย ได้ร่วมกันจัดตั้งจุดบริการประชาชนและด่านตรวจในเส้นทางต่างๆ รวมถึงสถานีขนส่ง เพื่ออำนวยความสะดวกและเข้มงวดในมาตรการ &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo; &amp;nbsp;ซึ่งประชาชนและผู้ใช้เส้นทางสัญจรได้ตอบรับในมาตรการและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี โดยตลอด 7 วันที่ผ่านมามีสถิติ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทั้งสิ้น 310,012 ครั้ง (แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 170,168 ครั้ง, รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 139,844 ครั้ง) เจ้าหน้าที่เก็บรักษารถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับไว้ทั้งสิ้น 5,164 คัน (แยกเป็นรถจักรยานยนต์ 3,859 คัน และรถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 1,305 คัน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยึดใบอนุญาตขับขี่ไว้ 8,312 คน &amp;nbsp;(แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 4,774 คน และรถยนต์ 3,538 คน) ส่งดำเนินคดี 246,954 คน (แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 143,853 คน, รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 102,101 คน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถิติจากมาตรการ &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo; ในปีนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำข้อมูลไปพิจารณากำหนดแนวทางป้องกันในทุกมิติ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ใดๆ ที่มีผลต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อย่างไรก็ตาม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ขอขอบคุณประชาชนที่ปฏิบัติตามกฎหมายและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ทำให้ไม่ปรากฏเหตุการณ์ที่น่ากังวล ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมทั้งขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกส่วนที่ทุ่มเท เสียสละ ปฏิบัติงานดูแลประชาชนอย่างเต็มที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25720</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, พันเอกหญิงศิริจันทร์ งาทอง, สุธี มากบุญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190103/image_big_5c2e23b7b53f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทั่วไทยร่วมกิจกรรมทำความดีด้วยหัวใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พสกนิกรทั่วประเทศพร้อมใจแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลือง สวมหมวกและผูกผ้าพันคอจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกิจกรรมจิตอาสา &amp;quot;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;quot; เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ร.9 วันที่ 13 ต.ค. และวันคล้ายวันสวรรคต ร.5 วันที่ 23 ต.ค. &amp;nbsp;&amp;quot;มท.1&amp;quot; นำคณะพัฒนาคลองเปรมประชากร ปทุมธานี &amp;nbsp;กำจัดขยะมูลฝอย แหล่งน้ำเน่าเสีย เพื่อตัดวงจรแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 ต.ค. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมว.มหาดไทย) &amp;nbsp;ประธานในพิธีโครงการหน่วยพระราชทานจิตอาสาพัฒนาคลองเปรมประชากร จังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยนายสุธี มากบุญ รมช.มหาดไทย, นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต อธิบดีกรมการปกครอง, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมที่ดิน, นายชยพล ธิติศักดิ์ &amp;nbsp;อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ดร.พินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ประชาชนจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ พร้อมใจใส่เสื้อโทนสีเหลืองเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 2,000 คน โดยมีกำหนดการปฏิบัติงานกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา กำจัดวัชพืช ขยะและสิ่งปฏิกูลกีดขวางทางน้ำในลำคลองในเขตพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ได้แก่ คลองเปรมประชากร และคลองรังสิต 1 ถึง 15 ในวันที่ 14-22 ต.ค.2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ &amp;nbsp;บดินทรเทพยวรางกูร พระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ &amp;ldquo;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;rdquo; เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันที่ 13 ต.ค.2561 และวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 23 ต.ค.2561 ในช่วงระหว่างวันที่ 12-23 ต.ค.2561 ประกอบกิจกรรมจิตอาสาเราทำความ ดี ด้วยหัวใจ ภายใต้ชื่อ พัฒนาคลองเปรมประชากรปทุมธานีใสสะอาดอย่างยั่งยืน จิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อม กำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย โดยเน้นกิจกรรมการพัฒนาแหล่งน้ำที่เน่าเสีย จัดเก็บขยะและวัชพืช การกำจัดขยะหรือสำรวจภาชนะที่มีน้ำขัง เพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในชุมชนของจังหวัดปทุมธานี เน้นที่หมู่บ้าน ชุมชน วัด โรงเรียน และพื้นที่โดยรอบในทุกตำบล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเก็บกวาดขยะ สิ่งปฏิกูล ระบายน้ำขังตามร่องต่างๆ สุ่มสำรวจลูกน้ำยุงลาย ปิดภาชนะน้ำขัง เก็บ คว่ำหรือทำลายภาชนะน้ำขังที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ซึ่งเป็นกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์ และเป็นการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนทุกคน ทุกฝ่ายต่างตระหนักและให้ความสำคัญในการรักษาความสะอาดของบ้านเรือนถิ่นฐานที่อยู่ ช่วยกันค้นหาและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ตามมาตรการ 3 เก็บ 3 โรค ได้แก่ เก็บบ้านให้ปลอดโปร่งไม่ให้ยุงลายเกาะพัก เก็บขยะ เศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลาย และเก็บน้ำ ปิดให้มิดชิดหรือเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกสัปดาห์ไม่ให้ยุงลายวางไข่ ซึ่งสามารถป้องกันได้ถึง 3 โรค คือ ไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย&amp;quot; พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น รมว.มหาดไทยพร้อมคณะได้ลงเรือตรวจสำรวจพื้นที่ตำบลหลักหกคลองเปรมประชากรและช่วยกันเก็บขยะและผักตบชวา บริเวณชุมชนวัดรังสิต และเดินทางดูประตูระบายน้ำคลองเปรมประชากรฝั่งใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศได้จัดกิจกรรมจิตอาสา &amp;quot;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;quot; เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 วันที่ 13 ต.ค.61 และวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 วันที่ 23 ต.ค.61 อย่างพร้อมเพรียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.เชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าฯเชียงราย เป็นประธานเปิดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ตามโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ เราทำความดี ด้วยหัวใจ ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนจิตอาสาแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลือง สวมหมวกและผูกผ้าพันคอจิตอาสาพระราชทาน จำนวนกว่า 2,000 คน ร่วมกิจกรรมโดยพร้อมเพรียงกัน ณ บริเวณสนามด้านหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครพนม บริเวณสนามหญ้าหน้าศาลากลางจังหวัดนครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าฯ นครพนม พร้อมฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสา &amp;quot;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;quot; โดยทุกคนพร้อมใจกันแต่งกายสวมใส่เสื้อสีเหลือง สวมหมวกและผ้าพันคอจิตอาสาพระราชทาน ติดบัตรประจำตัวที่หน้าอกด้านซ้าย จ.นครพนม ระหว่างวันที่ 12-23 ต.ค.61 ภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;จิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมกำจัดแหล่งเพาะยุงลาย&amp;rdquo; มุ่งเน้นกิจกรรมการพัฒนาแหล่งน้ำเสีย ในบริเวณที่มีน้ำขัง กำจัดขยะมูลฝอย เพื่อตัดวงจรแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย มีพื้นที่เป้าหมายทุกแห่ง เช่น ชุมชน หมู่บ้าน วัด และโรงเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ นายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ &amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม &amp;ldquo;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;rdquo; บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล บริเวณโดมอเนกประสงค์ 200 ปี เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ โดยได้นำจิตอาสาเราทำความดี ด้วยหัวใจ จากหลายสาขาอาชีพ พร้อมด้วยกำลังพลจากมณฑลทหารบกที่ 26 และ ร.23 พัน 4 ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก รวมกว่า 2,000 คน ร่วมกันล้างทำความสะอาดพื้นผิวถนนบริเวณถนนคนเดินเซราะกราว เก็บกวาดขยะ กำจัดวัชพืช รอบคลองละลมโบราณทั้ง 6 ลูกในเขตเทศบาลเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.พิจิตร นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ผู้ว่าฯ พิจิตร เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสา &amp;ldquo;เราทำความดีด้วยหัวใจ&amp;rdquo; โดยมีจิตอาสากว่า 1,000 คนเข้าร่วมทำกิจกรรมใส่ทรายอะเบทในภาชนะตามบ้านเรือนประชาชนของชุมชนพิจิตรธานี เพื่อเป็นการรณรงค์ป้องกันและกำจัดลูกน้ำยุงลาย จากนั้นได้ปลูกต้นรวงผึ้งซึ่งเป็นต้นไม้มงคล และได้ร่วมกันทำความสะอาดสวนสาธารณะชุมชนพิจิตรธานี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.อ่างทอง นายเรวัต ประสงค์ ผู้ว่าฯ อ่างทอง เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมเพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ภายใต้โครงการจิตอาสา &amp;quot;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;quot; โดยมีข้าราชการ เอกชน &amp;nbsp;อาสาสมัครสาธารณสุขชุมชน และประชาชนผู้มีจิตอาสา จำนวนกว่า 500 คน แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ในการร่วมกันปฏิบัติการจิตอาสาอย่างพร้อมเพรียง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ภูเก็ต นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าฯ ภูเก็ต พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาครัฐ เอกชน และประชาชนจิตอาสากว่า 5,000 คน ร่วมกิจกรรมจิตอาสา &amp;quot;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;quot; ภายใต้ชื่อ &amp;quot;จิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย&amp;quot; โดยกิจกรรมการพัฒนาแหล่งน้ำที่เน่าเสียบริเวณที่มีน้ำขัง การกำจัดขยะหรือภาชนะที่มีน้ำขังเพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย พื้นที่เป้าหมายคือทุกตำบล เน้นที่หมู่บ้าน ชุมชน วัดโรงเรียน และพื้นที่โดยรอบของทุกตำบล ตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค.-23 ต.ค.2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ตรัง นายณัฐพงษ์ เนียมสม นายกเทศมนตรีตำบลนาตาล่วง อ.เมืองตรัง พร้อมข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างเทศบาลฯ และพสกนิกรชาว ต.นาตาล่วง พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลืองร่วมกันขุดลอกคลองน้ำผุด กำจัดวัชพืชและผักตบชวา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ครบรอบ 2 ปี เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย และเป็นการร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน โดยการขุดลอกคลองน้ำผุดในครั้งนี้ ยังเป็นการเปิดเส้นทางเพื่อให้น้ำไหลสะดวกมากขึ้น กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19914</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉัตรชัย พรหมเลิศ, ชยพล ธิติศักดิ์, ณัฐพงษ์ เนียมสม, ดร.พินิจ บุญเลิศ, นิสิต จันทร์สมวงศ์, ประยูร รัตนเสนีย์, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์, ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต, สุทธิพงษ์ จุลเจริญ, สุธี มากบุญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181014/image_big_5bc34bbb41c67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2018 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2018 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตายแซงสงกรานต์ปี60! สรุป7วันอันตรายสังเวย418ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย. 61 - นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 17 เม.ย. 2561 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์ &amp;quot;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;quot; เกิดอุบัติเหตุ 307 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 26 ราย ผู้บาดเจ็บ 336 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 27.69 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 25.73 และตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 18.89 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 82.35 รถปิคอัพ 8.05 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 66.45 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 42.35 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 29.64 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 &amp;ndash; 20.00 น. ร้อยละ 29.32 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,029 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 65,242 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 726,847 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 146,589 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 39,572 ราย ไม่มีใบขับขี่ 37,779 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (15 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ สุพรรณบุรี (5 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (16 คน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 7 วัน (11 &amp;ndash; 17 เม.ย. 61) เกิดอุบัติเหตุ 3,724 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 418 ราย ผู้บาดเจ็บ 3,897 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 4 จังหวัด ได้แก่ ระนอง สมุทรสงคราม หนองคาย และหนองบัวลำภู จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (133 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (20 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (142 คน) สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 40.28 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ26.50 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 79.85 รถปิคอัพ 7.17 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 64.66 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 37.57 บนถนนกรมทางหลวงร้อยละ 37.51 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 &amp;ndash; 20.00 น. ร้อยละ 28.65
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายสุธี มากบุญ กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561 พบว่า สาเหตุหลักของอุบัติเหตุทางถนนยังคงเกิดจากการดื่มแล้วขับ และขับรถเร็ว รวมถึงผู้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นกลุ่มที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 79.85 ซึ่งศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน(ศปถ.)ได้ประสานจังหวัดบูรณาการสร้างความปลอดภัยทางถนนและต่อเนื่องตลอดทั้งปี ในรูปแบบการประสานพลังประชารัฐวางกลไกการบริหารจัดการอุบัติเหตุครอบคลุมทุกปัจจัยเสี่ยงทั้ง คน รถ ถนน และสิ่งแวดล้อม รวมถึงบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะพฤติกรรมเสี่ยงดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว การไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย และรถจักรยานยนต์ไม่ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งวางแนวทางการสร้างความปลอดภัยทางถนนในระดับพื้นที่ผ่านกลไกของชุมชน และสถาบันครอบครัว โดยผลักดันการจัดทำแผนชุมชนด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเป็นระบบ ตลอดจนสร้างการรับรู้และความปลอดภัยทางถนนแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย ทั้งนี้ ศปถ. ขอขอบคุณหน่วยงานทุกภาคส่วน เครือข่ายอาสาสมัคร กลุ่มจิตอาสา และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนในการเดินทาง ด้วยความทุ่มเท และเสียสละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้านนายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดี ปภ. เลขานุการ ศปถ. กล่าวว่า จะได้ประสานศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดและกรุงเทพมหานครดำเนินการตรวจสอบข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561 ที่ครอบคลุมทั้งจำนวนอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้บาดเจ็บ รวมถึงข้อมูลผลการวิเคราะห์สภาพปัญหาและปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนในแต่ละพื้นที่เพื่อจัดทำเป็นฐานข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนในภาพรวม สำหรับนำไปใช้ประกอบการกำหนดนโยบายมาตรการและแนวทางการสร้างความปลอดภัยทางถนนในระยะยาว เพื่อสร้างให้ถนนทุกสายเป็นเส้นทางแห่งความปลอดภัยอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถิติอุบัติเหตุทางถนนรวม 7 วันของเทศกาลสงกรานต์ปี2560 (11-17 เม.ย.60) เกิดอุบัติเหตุรวม 3,690 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 390 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 3,808 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7340</URL_LINK>
                <HASHTAG>7วันอันตรายสงกรานต์, ตาย418ศพ, ปภ., ศปถ., สรุปสถิติ7วันสงกราต์, สุธี มากบุญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad6cf44f3eb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
