<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106729</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 23:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำ‘รถดมไว’คัดกรองกทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุฬาฯ ร่วมกันเปิดตัว &amp;quot;รถดมไว&amp;quot; ของสุนัขดมกลิ่นคัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่แสดงอาการคันแรกของไทย พร้อมออกปฏิบัติงานภาคสนามลุยพื้นที่ กทม. ร่วมกับกรมควบคุมโรค เน้นคัดกรองในชุมชน-คลัสเตอร์ใหม่ๆ&amp;nbsp;
วันที่ 17 มิ.ย. ที่อาคาร&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;ศ.น.สพ.ดร.รุ่งโรจน์ ธนาวงษ์นุเวช คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์&amp;nbsp;ศ.นพ.สุทธิพงศ์&amp;nbsp;วัชรสินธุ คณบดีคณะแพทยศาสตร์&amp;nbsp;ศ.ดร.พลกฤษณ์ แสงวณิช คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ และ ศ.ดร.สุพจน์&amp;nbsp;เตชวรสินสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์&amp;nbsp;ร่วมกับ บริษัท เชฟรอนประเทศไทย สำรวจและผลิต จำกัด&amp;nbsp;และบริษัท พีคิวเอ แอสโซซิเอส จำกัด&amp;nbsp;จัดพิธีเปิดตัว&amp;nbsp;&amp;ldquo;รถดมไว&amp;nbsp;เพื่อนำสุนัขดมกลิ่นคัดกรอง&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ออกปฏิบัติงานภาคสนาม&amp;rdquo;&amp;nbsp;โดยมีการแนะนำสุนัขลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ที่ได้รับการฝึกดมกลิ่นผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;และชมการตรวจคัดกรองตัวอย่างเหงื่อบน &amp;quot;รถดมไว&amp;quot;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยเคลื่อนที่สำหรับการปฏิบัติงานของสุนัข
อ.ดร.ชฎิล กุลสิงห์ อาจารย์ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมวิจัย กล่าวว่า สารเคมีระเหยง่ายที่เก็บมาจากผิวหนังมนุษย์อาจมาจากแหล่งกำเนิดหลายแหล่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ต่อมใต้ผิวหนังชนิด&amp;nbsp;Eccrine, Sebaceous&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Apocrine&amp;nbsp;โดยต่อม Apocrine&amp;nbsp;นี้จะเป็นต่อมสำคัญที่ผลิตสารระเหยง่าย&amp;nbsp;เป็นกลิ่นตัวเฉพาะของมนุษย์&amp;nbsp;ส่วนต่อมอีก 2 ชนิด จะผลิตสารเคมีที่ไม่ระเหยง่ายเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งไม่มีผลต่อกลิ่นตัวโดยตรง&amp;nbsp;สารพวกนี้จะถูกนำไปใช้ต่อ โดยแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ใต้ผิวหนังมนุษย์&amp;nbsp;แล้วเปลี่ยนเป็นสารระเหยง่าย&amp;nbsp;ให้กลิ่นไปปนอยู่กับกลิ่นตัวมนุษย์&amp;nbsp;ดังนั้นกลิ่นโดยรวมของตัวอย่างเหงื่อที่ดูดซับโดยแท่งสำลี แล้วเก็บมาให้สุนัขดม&amp;nbsp;จะมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ขึ้นกับชนิดและปริมาณของต่อมในแต่ละอวัยวะ การที่ผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp;มีกระบวนการเผาผลาญในร่างกายที่แตกต่างออกไปจากก่อนที่จะได้รับเชื้อ&amp;nbsp;ทำให้มีสารเคมีจากต่อมทั้ง 3 ชนิดเปลี่ยนแปลงไปทั้งชนิดและปริมาณ&amp;nbsp;จึงถูกตรวจจับโดยสุนัขได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังความสำเร็จของโครงการวิจัย &amp;ldquo;การใช้สุนัขดมกลิ่นตรวจหาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่แสดงอาการ&amp;rdquo;&amp;nbsp;ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากบริษัท เชฟรอนฯ ในเดือน มี.ค.2564&amp;nbsp;สุนัขดมกลิ่นได้ให้บริการตรวจคัดกรองแก่พนักงานบริษัทเชฟรอน และสำนักงานป้องกันและควบคุมโรคที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา แล้วจำนวนกว่า&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เมื่อมีการระบาดของโรคในกรุงเทพฯ สุนัขดมกลิ่นเดินทางจาก จ.สงขลา มาตั้งจุดตรวจที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ให้บริการตรวจคัดกรองแก่บุคลากรจุฬาฯ ผู้ป่วยติดเตียง โดยความร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยมีอาสา พม.ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างเหงื่อมาส่งตรวจแล้วจำนวนกว่า&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อไวรัสจากสิ่งแวดล้อมไปบนตัวสุนัขในระหว่างลงพื้นที่คลัสเตอร์ต่างๆ จึงออกแบบห้องปฏิบัติงานเคลื่อนที่ &amp;ldquo;รถดมไว&amp;rdquo;&amp;nbsp;พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานตามข้อกำหนดของกรมควบคุมโรค&amp;nbsp;ซึ่งจะสร้างความปลอดภัยทั้งผู้ที่มารับการตรวจและสุนัขที่ปฏิบัติงาน อีกทั้งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน&amp;nbsp;และคลัสเตอร์ที่เกิดขึ้นใหม่ในแต่ละวัน&amp;nbsp;
​&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถ &amp;ldquo;ดมไว&amp;rdquo; มีชื่อเต็มเป็นภาษาอังกฤษว่า&amp;nbsp;Dog Olfactory Mobile Vehicle for Viral Inspection (DOM VVI)&amp;nbsp;ถูกออกแบบให้มีห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่&amp;nbsp;อุปกรณ์การดม และอุปกรณ์ฆ่าเชื้อต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อให้การปฏิบัติงานร่วมกับกรมควบคุมโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพบนพื้นที่ใช้สอยประมาณ 16.8 ตารางเมตร ภายในแบ่งเป็น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ห้อง ได้แก่&amp;nbsp;ห้องอเนกประสงค์&amp;nbsp;เป็นห้องสำหรับวางตู้ล็อกเกอร์เก็บสัมภาระผู้ปฏิบัติงานบนรถ และอุปกรณ์ความปลอดภัยพื้นฐานต่างๆ&amp;nbsp;รวมทั้งอุปกรณ์ทำความสะอาดรถ&amp;nbsp;ห้องพักสุนัข&amp;nbsp;สำหรับให้สุนัขพักในช่วงเวลาที่ไม่ได้ปฏิบัติงาน ห้องเตรียมตัวอย่าง&amp;nbsp;เป็นห้องสำหรับรับตัวอย่างที่เก็บจากภายนอกตัวรถ เข้ามาเตรียมเปลี่ยนถ่ายภาชนะ&amp;nbsp;และห้องปฏิบัติงาน&amp;nbsp;เป็นพื้นที่สำหรับให้สุนัขดมกลิ่นตรวจหาเชื้อโควิดจากตัวอย่างที่วางบนแท่นวางตัวอย่างจำนวนรอบละ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;แท่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รถ&amp;nbsp;&amp;quot;ดมไว&amp;quot;&amp;nbsp;ได้นำห้องปฏิบัติการของสุนัขดมกลิ่นขึ้นมาอยู่ภายในด้วยการจัดสรรพื้นที่ที่มีจำกัด ภายในรถออกแบบเพื่อการปฏิบัติงานที่ปลอดภัย มีเครื่องปรับอากาศให้ความเย็นแก่สุนัข คำนึงถึงความปลอดภัยของทั้งเจ้าหน้าที่และสุนัขผู้ปฏิบัติงานบนรถ&amp;nbsp;โดยได้สร้างระบบความดันลบในห้องเตรียมตัวอย่าง ระบบฆ่าเชื้อด้วยรังสี&amp;nbsp;UV&amp;nbsp;ในช่องรับส่งตัวอย่าง ห้องเตรียมตัวอย่างและห้องปฏิบัติงาน พร้อมทั้งระบบความปลอดภัยอื่นๆ&amp;nbsp;อาทิ ตู้ยาปฐมพยาบาล ถังดับเพลิง ไฟขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน และไฟแจ้งเตือนขณะปฏิบัติงานบนรถ&amp;nbsp;นับเป็นรถปฏิบัติงานชีวนิรภัยเคลื่อนที่ของสุนัขดมกลิ่นคันแรกของประเทศไทย&amp;quot; อ.ดร.ชฎิล กุลสิงห์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106729</URL_LINK>
                <HASHTAG>คัดกรองกทม., ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19, รถดมไว, สุนัขดมกลิ่น, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60cb441d4088e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2026 19:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 19:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เชฟรอน-จุฬาฯ&quot;ประสาน สธ..นำ&quot;สุนัข&quot;ดมกลิ่นตรวจหาเชื้อโควิดหาผู้ติดเชื้อ ในกทม.เร็วๆนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20เม.ย.64-&amp;nbsp; &amp;nbsp; การศึกษาและวิจัยโดยทาง บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และคณะสัตวแพทย์&amp;nbsp; จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &amp;nbsp;ในโครงการวิจัยสุนัขดมกลิ่นเพื่อตรวจหาผู้ป่วยโควิด-19 &amp;nbsp;(K9 Dogs Sniff COVID-19) อาจจะเป็นอีกหนึ่งหนทางในการตรวจเชิงรุกค้นหาผู้ป่วยโควิด-19 ได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้ มีผู้คนจำนวนมาก ต้องการตรวจงหาเชื้อโควิด&amp;nbsp; ซึ่งทำให้ดกิดปัญหาเกินศักยภาพของสถานพยาบาลของทั้งรัฐและเอกชนขะรองรับได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ในฐานะผู้สนับสนุนการวิจัย กล่าวว่า &amp;nbsp;ในเบื้องต้น ปัจจุบันสุนัขในโครงการชุดแรก พันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ (Labrador Retriever) จำนวน 6 ตัว ได้นำไปใช้ในการคัดกรองบุคลากรของบริษัทเฟฃชฟรอน ที่ปฏิบัติงานนอกชายฝั่ง อีกทั้ง ในอนาคตจะนำมาใช้กับบุคลากรบนฝั่งด้วย ทั้งนี้ จากการประสานงานของทีมวิจัยจุฬาฯ ได้มีการหารือในการนำสุนัขในโครงการวิจัยฯ ที่ผ่านการฝึกอบรม นำไปทำการคัดกรองกลุ่มบุคคลอื่นๆ ภายใต้การจัดการของจุฬามหาวิทยาลัย ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยในเร็วๆวันนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งได้รับการอนุมัติและอนุญาตจากกรมควบคุมโรค ให้สามารถนำสุนัขไปปฏิบัติงานในพื้นที่สาธารณะได้ ซึ่งตอนนี้อยู่ในระหว่างการจัดจ้างการสร้างและจัดเตรียมตู้คอนเทนเนอร์เพื่อประกอบกับรถขนย้ายในการเคลื่อนที่เพื่อใช้เป็นพื้นที่ปฏิบัติงานของสุนัข โดยที่สภาพแวดล้อมจะมีขอบเขตมิดชิดเหมาะสม โดยให้สุนัขดมผ่านอุปกรณ์ และไม่มีการดมสัมผัสโดยตรงกับคน เช่นเดียวกับที่ทำการฝึกฝนในงานวิจัย เพื่อความปลอดภัยและมีสุขอนามัยที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานภาครัฐ 2 หน่วยงานแสดงความสนใจที่จะฝึกสุนัขดมกลิ่นเพื่อปฎิบัติการ คือ ในหน่วยงานนั้นมีเป้าหมายที่จะฝึกสุนัขจำนวนอย่างน้อย 10 ตัว ให้สามารถจำแนกผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ด้วย สำหรับด้านการเผยแพร่ผลงาน ทางจุฬาฯ กำลังอยู่ในระหว่างการเตรียมบทความงานวิจัยนี้ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษไปตีพิมพ์เผยแพร่ เพื่อเป็นชุดความรู้และเป็นต้นแบบการฝึกสุนัขดมกลิ่นเพื่องานทางการแพทย์ชุดแรกในประเทศไทย ที่หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานอื่นๆ สามารถนำไปต่อยอดใช้งานในการตรวจวิเคราะห์โรคต่างๆ ต่อไปได้&amp;rdquo; นายอาทิตย์ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการทำงานของสุนัชดมกลิ่นหาโตวิด หากสุนัขพบว่า คนที่รับการตรวจ &amp;nbsp;มีการติดเชื้อแล้ว สุนัขก็จะนั่งลง ผลการวิจัยของคณะวิจัยจากจุฬาฯ ยืนยันว่าการใช้สุนัขดมกลิ่นจำแนกผู้ป่วยโควิด-19 มีความแม่นยำสูงถึง 80-100% เพราะสุนัขมีเซลล์ประสาทรับรู้กลิ่นมากกว่า 300 ล้านเซลล์ มากกว่ามนุษย์ถึง 50 เท่า จึงสามารถบ่งบอกชนิดสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (volatile organic compounds, VOCs) ที่เกิดจากการเผาผลาญเซลล์ที่ผิดปกติของผู้ป่วยได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
sora168
123fox
galaxyauto
agen108
bonus99
68g
wy88
58bet
tw2x
y2k168</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100118</URL_LINK>
                <HASHTAG>#จุฬาฯ, #สธ., #โควิด-19, สุนัขดมกลิ่น, อาทิตย์ กริชพิพรรธ, เชฟรอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607ec2a4c95b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯร่วมมือเชฟรอน ฝึกสุนัขK9  ดมกลิ่นหาผู้ติดเชื้อโควิด ไม่แสดงอาการ  แม่นยำ80-100%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3 มี.ค.64- &amp;nbsp;ณ ศูนย์ฝึกสุนัข ต.สทิงหม้อ อ.สิงหนคร จ.สงขลา คณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด โชว์การฝึกใช้สุนัขดมกลิ่นในการตรวจหาผู้ป่วยโควิด-19 ครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้ โครงการวิจัยสุนัขดมกลิ่นเพื่อตรวจหาผู้ป่วยโควิด-19 &amp;nbsp;(K9 Dogs Sniff COVID-19) พันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ (Labrador Retriever) จำนวน 6 ตัว &amp;nbsp;เพื่อพัฒนาทักษะของสุนัขดมกลิ่นให้สามารถตรวจสอบและจำแนกผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp; ทั้งที่แสดงอาการและไม่แสดงอาการออกจากกลุ่มคนปกติ &amp;nbsp;และสร้างต้นแบบการฝึกสุนัขดมกลิ่นเพื่องานทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.สพ.ญ.ดร.เกวลี ฉัตรดรงค์ คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย หัวหน้าโครงการวิจัยสุนัขดมกลิ่นเพื่อตรวจหาผู้ป่วยโควิด-19 &amp;nbsp;(K9 Dogs Sniff COVID-19) ให้ข้อมูลว่า ในทางการแพทย์ ได้มีการใช้สุนัขดมกลิ่นเพื่อตรวจหาโรคมาแล้วหลายชนิด เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคมาลาเรีย โรคลมหลับ โรคไมเกรน อาการชัก รวมถึงโรคอื่นๆ ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัสอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับการใช้สุนัขดมกลิ่นในการตรวจหาผู้ป่วยโควิด-19 นั้นมีการใช้จริงภายในสนามบินต่างประเทศมาแล้วหลายแห่ง อาทิ ฟินแลนด์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และออสเตรเลีย ซึ่งงานวิจัยยืนยันว่าการใช้สุนัขดมกลิ่นจำแนกผู้ป่วยโควิด-19 มีความแม่นยำสูงถึง 80-100% นั่นเป็นเพราะว่าสุนัขนั้นมีเซลล์ประสาทรับรู้กลิ่นมากกว่า 300 ล้านเซลล์ มากกว่ามนุษย์ถึง 50 เท่า จึงสามารถบ่งบอกชนิดสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (volatile organic compounds, VOCs) ที่เกิดจากการเผาผลาญเซลล์ที่ผิดปกติของผู้ป่วยได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าโครงการฯ กล่าวต่อว่า ดังนั้นจุดประสงค์ของโครงการนี้ คือการฝึกสุนัขดมกลิ่นผู้ป่วยโควิด-19 แบบไม่แสดงอาการ ที่แตกต่างจากการใช้เครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย เพราะเมื่อผู้ป่วยโควิด-19 ไม่มีไข้ ก็จะสามารถเดินผ่านไปได้ แต่สำหรับสุนัขจะสำรวจดมกลิ่นเหงื่อได้ดี เพราะผู้ป่วยโควิด-19 ในเหงื่อจะมีสารที่แตกต่างจากคนปกติ จึงลดโอกาสการเล็ดรอดของผู้ป่วยโควิด 9 ที่ไม่มีไข้ จากการดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนกันยายน 2563 และมีการเก็บตัวอย่างเหงื่อในเดือนพฤศจิกายน แบ่งเป็น การดมเหงื่อผู้ป่วยติดเชื้อโควิดแล้ว 30 &amp;nbsp;คน และเหงื่อของคนปกติไม่ติดเชื้อ &amp;nbsp;24 คน &amp;nbsp;แต่ระยะแรกจะให้สุนัขจำกลิ่นเหงื่อใต้รักแร้ที่ดูดซับโดยแท่งสำลี และกลิ่นเหงื่อจากถุงเท้าของผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 และคนปกติที่ได้รับการยืนยันผลตรวจโดย RT-PCR แล้ว ซึ่งจะมีทีมแพทย์และสัตวแพทย์ดูแลด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ ถึงแม้ว่าในเหงื่อจะไม่มีเชื้อไวรัส ทางคณะผู้วิจัยก็ได้ทำการฆ่าเชื้อที่อาจปนเปื้อนมาในเหงื่อด้วยวิธีตามเกณฑ์มาตรฐานสากล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากผลทดสอบจากสุนัข 6 ตัว ในการค้นหาตัวอย่างผลบวก โดยความไว(ค่าวัดผลที่ดมผลบวกถูกต้อง) &amp;nbsp;96-98% ความจำเพาะ(ค่าวัดผลที่ดมผลลบถูกต้อง) &amp;nbsp;82.2% ความแม่นยำ 94.8% หมายความว่าโอกาสผิดพลาดมีเพียง 5.2% เมื่อเทียบกับความไวของชุดตรวจที่ผ่านมาตรฐานโดยคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) &amp;nbsp;คือ ความไวของแอนติบอดี้ 85% และแอนติเจน 90% &amp;nbsp;ในส่วนของความจำเพาะของทั้งสองชนิดอยู่ที่ประมาณ 98% และเมื่อเทียบกับสุนัขที่ประเทศเยอรมันนี ความไวอยู่ที่ 82.6% ความจำเพาะ 96.4% และมีความแม่นยำใกล้เคียงของไทยอยู่ที่ 94%&amp;rdquo; หัวหน้าโครงการ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
หัวหน้าโครงการฯ กล่าวย้ำอีกว่า การนำสุนัขมาฝึกในการดมกลิ่นก็ได้ผ่านคณะกรรมการกำกับดูแลการเลี้ยงและใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ในการรับรองว่าสุนัขจะไม่ติดเชื้อโควิด-19 และไม่มีผลทางด้านลบต่อสวัสดิภาพของสุนัข โดยจะได้รับการฝึกเพื่องานในโครงการนี้โดยเฉพาะ ซึ่งผลงานวิจัยสามารถนำไปใช้ได้จริง แต่หากจะขยายในพื้นที่ใหญ่ขึ้นอาจจะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.ปัทมา ต.วรพาณิช คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสริมว่า ในกรณีการนำไปใช้ในพื้นที่สนามบินที่มีผู้คนจำนวนมาก แล้วจะให้สุนัขไปดมคนเดินผ่านโดยตรงนั้น ความสำเร็จอาจจะน้อย เพราะมีปัจจัยกวนของกลิ่นเหงื่อและกลิ่นอื่นๆ จึงต้องมีการแบ่งเป็น &amp;nbsp;2 กลุ่ม คือ กลุ่มเสี่ยงสูง ควรใช้การตรวจ RT-PCR ในกลุ่มนี้จะไม่นำสุนัขไปดม ในส่วนอีกกลุ่มที่อาจจะมีความเสี่ยง ซึ่งจะต้องใช้การคัดกรองอุณหภูมิด้วย ก็อาจจะนำสุนัขไปช่วยเสริมการคัดกรอง เพราะสุนัขจะได้รับกลิ่นของผู้ป่วย ที่ไม่แสดงอาการ และจะต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการเก็บตัวอย่างเหงื่อ ด้วยการให้ผู้ที่คัดกรองเช็ดเหงื่อเอง เพื่อคัดกรองได้อย่างแม่นยำมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.ปัทมา ต.วรพาณิช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิ่งกาน แก้วฝั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสาวกิ่งกาน แก้วฝั้น&amp;nbsp;ผู้จัดการโครงการ บริษัท พี คิว เอ แอสโซซิเอท จำกัด กล่าวว่า สำหรับการฝึกสุนัขดมกลิ่นผู้ป่วยโควิด-19 เป็นพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ (Labrador Retriever) เพราะหน้าตาเป็นมิตร เข้ากับคนง่าย อีกทั้งยังเป็นสุนัขหน้ายาว ที่มีประสาทสัมผัสที่ดีกว่าพันธุ์อื่นๆ เฉลี่ยอายุประมาณ 7 เดือน ที่มีความพร้อมทั้งสุขภาพ และร่างกาย ที่ยังไม่ผ่านการฝึกใดๆ ซึ่งในการฝึกครั้งแรกจะใช้โดยทางครูฝึกจากตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 จะเป็นผู้ช่วยฝึกอบรมการบังคับสุนัข โดยใช้ระยะเวลาจนถึงปัจจุบันรวม 6 เดือน แบ่งการฝึกตามโมเดลเดียวกับการฝึกดมหาสารเสพติดและคำสั่งทั่วไป สำหรับการฝึกดมผู้ป่วยติดเชื้อโควิด &amp;nbsp;ทำใน 3 เดือนหลังจะมีการได้ใช้เทคนิค การสลับตัวอย่างกลิ่นเหงื่อ และเทคนิคความแม่นยำ โดยใช้อุปกรณ์วงเวียนทดสอบ 6 ขาใส่กลิ่นเหงื่อในกระป๋องและหมุน โดยภายในนั้นจะบรรจุเหงื่อของทั้งผู้ป่วยโควิด-19 และคนปกติ เมื่อสุนัขได้กลิ่นผู้ติดเชื้อโควิด จะนั่งลงทันที &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนการทำงานจากการประเมินของสุนัขแต่ละตัวจะใช้เวลาตัวละประมาณ 3 นาที ไม่เกิน 5 นาที &amp;nbsp; ซึ่งใช้หลักการเดียวกับการดมหาสารเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาทิตย์ กริธพิพรรธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า ในการสนับสนุนการวิจัยเพื่อเป็นชุดความรู้ ที่อาจจะได้นำไปใช้จริงในการตรวจคัดกรองผู้เดินทางในพื้นที่สาธารณะและในสนามบิน เพื่อใช้ร่วมกับการตรวจวัดอุณหภูมิ ให้มีความแม่นยำการคัดกรองสูงขึ้น ทั้งนี้จะมีการนำสุนัขไปทดสอบใช้ดมกลิ่นเพื่อคัดกรองพนักงานของเชฟรอนที่จะเดินทางไปปฎิบัติงานนอกชายฝั่ง ณ จุดคัดกรองที่จังหวัดสงขลาต่อไป และ มุ่งหวังว่าจะได้นำผลงานวิจัยตีพิมพ์เผยแพร่ ให้เกิดประโยชน์แก่วงวิชาการทั่วโลก สร้างต้นแบบการฝึกสุนัขดมกลิ่นเพื่อใช้งานทางการแพทย์ชุดแรกในประเทศไทย พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานอื่น ในวงกว้างยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ ณ จุดคัดกรองโรคในพื้นที่สาธารณะ อันจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ RT-PCR ตลอดจนเพิ่มศักยภาพในการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศไทย รวมถึงนำไปใช้งานตรวจวิเคราะห์โรคต่าง ๆ ในมนุษย์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94894</URL_LINK>
                <HASHTAG>K9, คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ, สุนัขดมกลิ่น, เชฟรอน, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603f49a4772f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61175</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2020 21:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2020 21:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อังกฤษเล็งฝึกสุนัขดมหาผู้ติดเชื้อโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สมาคมสุนัขดมกลิ่นทางการแพทย์ของอังกฤษ ร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์เตรียมฝึกสุนัขเพื่อช่วยดมกลิ่นตรวจหาผู้ป่วยโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟรียา สุนัขดมกลิ่นทางการแพทย์ ดมตัวอย่างเชื้อมาลาเรีย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคม &amp;ldquo;เมดิคอล ดีเทคชั่น ด็อกส์&amp;rdquo; ที่เป็นสมาคมฝึกสุนัขเพื่อดมกลิ่นหาผู้ป่วยของอังกฤษ เผยเมื่อวันศุกร์ที่ 27 มีนาคมว่า จะทำงานร่วมกับวิทยาลัยสุขอนามัยและเวชศาสตร์เขตร้อนแห่งกรุงลอนดอน (แอลเอสเอชทีเอ็ม) และมหาวิทยาลัยเดอรัมของอังกฤษ ในโครงการฝึกสุนัขเพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานวิจัยก่อนหน้านี้พบความสามารถของสุนัขในการดมกลิ่นหาผู้เป็นไข้มาลาเรีย และจากพื้นฐานความเชื่อที่ว่าเชื้อโรคแต่ละโรคจะมีกลิ่นเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมดังกล่าวระบุว่า เริ่มเตรียมพร้อมการฝึกสุนัขช่วยตรวจหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว จะใช้เวลาฝึก 6 สัปดาห์ และจะนำสุนัขที่ฝึกแล้วไปช่วยในการวินิจฉัยโรคอย่างรวดเร็ว และผู้ตรวจไม่เจ็บในช่วงปลายของการระบาดของโรคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ สมาคมเมดิคอล ดีเทคชั่น ด็อกส์ เคยฝึกสุนัขเพื่อตรวจหาโรคต่างๆ มาแล้ว เช่น โรคมะเร็ง, โรคพาร์กินสันและโรคติดเชื้อแบคทีเรีย ด้วยการให้สุนัขดมตัวอย่างเนื้อเยื่อที่เก็บมาจากผู้ป่วย นอกจากนี้แล้ว สุนัขยังสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยบนอุณหภูมิผิวของมนุษย์ ทำให้บอกได้ว่าบุคคลนั้นกำลังมีไข้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แคลร์ เกสต์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของสมาคมเมดิคอล ดีเทคชั่น ด็อกส์ กล่าวว่า ตามหลักการแล้ว เรามั่นใจว่าสุนัขสามารถตรวจหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ได้ ขณะนี้เรากำลังหาวิธีการที่ปลอดภัยที่จะนำกลิ่นของไวรัสนี้มาจากผู้ป่วย เพื่อนำมาให้สุนัขดม เป้าหมายของเราคือสุนัขที่ได้รับการฝึกแล้วจะสามารถคัดกรองผู้ติดเชื้อโควิด-19 ได้ทุกคน รวมถึงผู้ติดเชื้อที่ยังไร้อาการโรค เพื่อจะได้นำเขาไปตรวจว่าติดเชื้อไวรัสนี้หรือไม่ การใช้สุนัขดมกลิ่นหาผู้ป่วยไวรัสโรคนี้เป็นวิธีที่รวดเร็ว, มีประสิทธิภาพและผู้ตรวจไม่เจ็บ และเพื่อให้ทรัพยากรในการตรวจโรคโควิด-19 ของสำนักสาธารณสุขแห่งชาติอังกฤษที่มีอย่างจำกัด จะได้นำไปใช้ในกรณีที่จำเป็นจริงๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61175</URL_LINK>
                <HASHTAG>สุนัขดมกลิ่น, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200327/image_big_5e7e123ae6f4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2019 21:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2019 20:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดูแลไม่ดี สหรัฐหยุดส่งสุนัขดมกลิ่นให้จอร์แดน-อียิปต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหรัฐอเมริกาหยุดส่งสุนัขดมกลิ่นตรวจหาวัตถุระเบิดให้จอร์แดนและอียิปต์ หลังพบสุนัขหลายตัวที่ส่งไปให้ตายเนื่องจากขาดการดูแลที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงต่างประเทศสหรัฐแถลงเมื่อวันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม ว่าสหรัฐหยุดส่งสุนัขดมกลิ่นตรวจหาวัตถุระเบิดให้จอร์แดนและอียิปต์เป็นการชั่วคราวแล้ว การเสียชีวิตของสุนัขดมกลิ่นระหว่างปฏิบัติหน้าที่เป็นเรื่องเศร้ามาก และเราต้องทำทุกมาตรการที่เป็นไปได้ที่ไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก สุนัขเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในความพยายามต่อต้านการก่อการร้ายในต่างประเทศและรักษาชีวิตชาวอเมริกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานผู้ตรวจการของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ (โอไอจี) เริ่มตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ของสุนัขดมกลิ่นที่ส่งไปทำงานต่างประเทศ หลังได้รับรายงานว่าสุนัขเหล่านี้ได้รับการเลี้ยงดูไม่ดี เมื่อกลางปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ตรวจการโอไอจีรายงานเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า พบสุนัขดมกลิ่นที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างปล่อยปละละเลยราว 135 ตัว รวมถึงสุนัขพันธุ์เบลเยียมมาลินอยส์, เยอรมันเชพเพิร์ดและลาบราดอร์ ประเทศที่น่ากังวลที่สุดคือจอร์แดน ที่สหรัฐส่งสุนัขดมกลิ่นไปปฏิบัติหน้าที่เกือบ 100 ตัว ในปี 2560 สุนัขตัวหนึ่งตายในจอร์แดนจากอาการฮีตสโตรก และสุนัข 2 ตัวที่ส่งกลับมาสหรัฐในสภาพป่วยหนัก ตัวหนึ่งต้องทำการุณยฆาต ส่วนอีกตัวต้องให้อาหารอย่างดีเนื่องจากผอมโซ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากรายงานชิ้นใหม่เมื่อต้นเดือนธันวาคม ในเดือนมิถุนายนและกันยายนปีนี้ สุนัขดมกลิ่นตายอีก 2 ตัวในจอร์แดน ตัวหนึ่งตายจากฮีตสโตรกและตัวหนึ่งตายเพราะได้รับสารพิษจากยาฆ่าแมลงที่ตำรวจจอร์แดนฉีดใกล้คอกสุนัข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสุนัขดมกลิ่นที่ส่งไปอียิปต์ 10 ตัวในปีนี้ 3 ตัวตายก่อนวัยอันควร ตัวหนึ่งตายจากมะเร็งปอด, ตัวที่ 2 ตายด้วยโรคถุงน้ำดี และตัวที่ 3 ตายจากฮีตสโตรก เป็นผลจากการเลี้ยงดูอย่างละเลยและดูแลไม่เหมาะสม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53195</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดการดูแล, จอร์แดน, สหรัฐ, สุนัขดมกลิ่น, อียิปต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbed5d2b4cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
