<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11160</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้องยุ้ยบริจาค อุปกรณ์แพทย์ ให้รพ.บุรีรัมย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;น้องยุ้ย&amp;quot; สาวตาบอดผัวทิ้ง กำเงิน 5 หมื่นไปบริจาคให้ รพ.บุรีรัมย์ แต่ รพ.ขอเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์แทนเงินสด สุดท้ายเตรียมซื้อเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจให้แทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนนี้ น.ส.สุนิสา มุ่งรวยกลาง หรือน้องยุ้ย อายุ 26 ปี ชาว ต.กระสัง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ที่พิการตาบอดสองข้าง สามีทิ้งให้อยู่กับลูกชายวัยขวบเศษเพียงลำพัง ซึ่งขณะนี้ได้รับการช่วยเหลือจากผู้ใจบุญบริจาคเงินให้ 1 ล้าน 5 แสนบาท พร้อมญาติ ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ เพื่อนำเงินจากที่ได้รับบริจาค จำนวน 50,000 บาท ไปบริจาคต่อให้กับโรงพยาบาลบุรีรัมย์ เพื่อใช้ในการจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ หรือเวชภัณฑ์ยาตามที่ตั้งใจ แต่ทางโรงพยาบาลแจ้งว่าไม่สามารถรับเงินสดที่ น.ส.สุนิสานำมาบริจาคให้ได้ เนื่องจากเป็นเงินที่ผู้ใจบุญจากทั่วประเทศตั้งใจบริจาคช่วยเหลือน้องยุ้ย แต่หากน้องยุ้ยมีความประสงค์จะบริจาคจริง ก็แนะนำให้มอบเป็นอุปกรณ์การแพทย์มากกว่า อย่างเช่น เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ที่ทางโรงพยาบาลมีความจำเป็นต้องใช้ และขณะนี้ยังมีไม่เพียงพอกับจำนวนผู้ป่วยที่เข้ามาใช้บริการ ซึ่งทันทีที่น้องยุ้ยได้รับทราบเหตุผลก็ตอบรับ และแจ้งความจำนงว่าจะซื้อเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เพื่อมอบให้กับแผนกผู้ป่วยโรคตาทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์จรัญ ทองทับ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุรีรัมย์ กล่าวว่า เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นเครื่องมือแพทย์ที่มีความจำเป็นต้องใช้ในการตรวจคลื่นหัวใจผู้ป่วยที่เข้ามาตรวจรักษา ซึ่งขณะนี้ในส่วนของ รพ.บุรีรัมย์ยังมีความต้องการเครื่องดังกล่าวอยู่จำนวนมาก หากเทียบกับจำนวนผู้ป่วยที่เข้ามารับการตรวจรักษาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเชื่อว่าการที่ได้รับบริจาคในครั้งนี้จะเกิดประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ป่วย ส่วนการดูแลรักษาน้องยุ้ย ทางโรงพยาบาลก็ยังคงดูแลรักษาต่อเนื่อง แต่ในส่วนไหนที่เกินขีดความสามารถของทาง รพ.บุรีรัมย์ ก็ต้องส่งไปรักษายัง รพ.ที่มีขีดความสามารถสูงกว่า ทั้งนี้ ขอขอบคุณน้องยุ้ยและครอบครัว ที่เห็นความสำคัญและตั้งใจบริจาคอุปกรณ์การแพทย์ให้ในครั้งนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านน้องยุ้ยกล่าวว่า เชื่อว่าผลบุญที่ตนเองทำ สักวันอาจจะเกิดปาฏิหาริย์ทำให้กลับมามองเห็นได้อีกครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11160</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายแพทย์จรัญ ทองทับ, สุนิสา มุ่งรวยกลาง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ, โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180611/image_big_5b1e83a3f32b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11080</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวตาบอดซาบซึ้ง ลุงบริจาคดวงตา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; น้องยุ้ยสาวตาบอดสามีทิ้ง ซาบซึ้งลุงป่วยอัมพฤกษ์ที่ตั้งใจจะบริจาคดวงตาให้ แม้จะทำไม่ได้เพราะติดขัดข้อกฎหมายก็ตาม เผยขณะนี้ได้รับการช่วยเหลือพอแล้ว และจะบริจาคเงินส่วนหนึ่งใน รพ.กับผู้ยากไร้รายอื่น ทั้งจะฝึกอาชีพเพื่อยืนให้ได้ด้วยขาของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งญาติพี่น้องและชาวบ้านต่างเดินทางไปให้กำลังใจ น.ส.สุนิสา มุ่งรวยกลาง หรือน้องยุ้ย อายุ 26 ปี ชาว ต.กระสัง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ที่พิการตาบอดทั้งสองข้างมานานกว่า 7 ปี ซ้ำสามีหนีออกจากบ้านอ้างว่าจะไปบวช ทิ้งให้เลี้ยงลูกชายวัย 1 ขวบ 3 เดือนตามลำพัง หลังทราบข่าวว่าน้องยุ้ยไม่สามารถรับบริจาคดวงตาจากลุงพายัพ รอดเมือง ชาว จ.ฉะเชิงเทรา ที่ป่วยอัมพฤกษ์ และได้แสดงความจำนงจะบริจาคดวงตาให้น้องยุ้ย 1 ข้าง เนื่องจากติดข้อกฎหมายและขัดกับหลักมนุษยธรรม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.สุนิสา หรือน้องยุ้ย บอกว่า หลังได้พบและพูดคุยกับลุงพายัพ ผู้มีจิตเมตตา ก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจ กลับซาบซึ้งในหัวใจอันประเสริฐของคุณลุงมากกว่า อีกทั้งยังมีหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และผู้ใจบุญได้ให้การช่วยเหลือตนเอง ทำให้มีกำลังใจต่อสู้เพื่อแม่และลูกต่อไป ทั้งนี้ ได้พาแม่และลูกไปทำบุญที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร พร้อมทั้งได้นำสิ่งของบางส่วนที่ได้รับบริจาค ไปบริจาคต่อให้กับคนที่ตกทุกข์ได้ยากเหมือนกับตนเอง เพื่อเป็นการทำความดีและแบ่งปันความช่วยเหลือแก่คนอื่นด้วย ส่วนเรื่องดวงตาก็จะรักษาต่อเนื่องตามที่หมอนัด เพราะเชื่อว่าสักวันอาจจะมีปาฏิหาริย์ที่ทำให้กลับมามองเห็นได้อีกครั้ง แต่หลังจากนี้จะไปฝึกอาชีพสำหรับคนพิการที่จะสามารถทำงานหาเลี้ยงตัวเองและลูกได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้องยุ้ยยังบอกว่า ตั้งใจจะนำเงินที่ผู้ใจบุญบริจาคช่วยเหลือตนเอง ไปบริจาคต่อให้กับโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ จำนวน 50,000 บาท ในสัปดาห์นี้ด้วย เพื่อที่ทางโรงพยาบาลจะได้นำไปซื้อเครื่องมือแพทย์ หรือเวชภัณฑ์ยา เพื่อรักษาผู้ป่วยคนอื่น ส่วนที่เหลือก็จะเก็บไว้สร้างบ้านให้พออยู่อาศัย เก็บไว้เป็นทุนการศึกษาลูก และใช้จ่ายในชีวิตประจำวันต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11080</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริจาคดวงตา, พายัพ รอดเมือง, สุนิสา มุ่งรวยกลาง, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180610/image_big_5b1d218b8d3d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 21:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผัวทิ้งเมียตาบอด ทนทุกข์กับลูกน้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาววัย 26 ตาบอดทั้งสองข้างมานานกว่า 7 ปี หลังไปทำงานโรงหลอมเหล็กที่ชลบุรี ไม่มีเงินรักษาต่อเนื่องจนต้องกลายเป็นคนพิการ ซ้ำสามีหนีไปบวช ทิ้งให้เลี้ยงลูกวัยขวบเศษลำพัง มีเพียงเบี้ยคนพิการและบัตรสวัสดิการคนจนประทังชีวิต ต้องอดมื้อกินมื้อ อาศัยเพิงสังกะสีเก่าซุกหัวนอน เผยเคยท้อถึงขั้นคิดอยากฆ่าตัวตาย แต่ก็สงสารลูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 มิถุนายนนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีหญิงสาวคนหนึ่งในหมู่บ้านกลันทา หมู่ 10 ต.กระสัง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ มีสภาพความเป็นอยู่ที่น่าเวทนาสงสาร พิการตาบอดทั้งสองข้าง อาศัยอยู่ในเพิงสังกะสีที่มีสภาพเก่าผุพังเป็นที่ซุกหัวนอน ต้องเลี้ยงลูกวัยชายวัย 1 ขวบเศษตามลำพัง เพราะสามีหนีไปบวชแล้วไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย ปัจจุบันอาศัยเพียงเบี้ยคนพิการเดือนละ 800 บาท และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนเดือนละ 300 บาท ซื้อข้าวสาร อาหารกินประทังชีวิต แต่ก็ไม่เพียงพอ ต้องอดมื้อกินมื้อ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พบกับ น.ส.สุนิสา มุ่งรวยกลาง หรือยุ้ย อายุ 26 ปี สาวที่พิการตาบอดทั้งสองข้าง นั่งอุ้มลูกชายวัย 1 ขวบ 3 เดือน อยู่บริเวณเพิงเล็กๆ มุงด้วยสังกะสีเก่าผุพัง เป็นที่ซุกหัวนอนกับลูก ข้างกันมีเพิงที่ล้อมรอบด้วยสังกะสีอีกหลังซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของแม่และพ่อเลี้ยง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุนิสา หรือยุ้ย เล่าว่า เมื่อประมาณปี 2554 ได้ไปทำงานที่โรงงานหลอมเหล็กกับพ่อแม่และสามีที่ จ.ชลบุรี โดยตนเองทำหน้าที่โหลดเหล็กเข้าเตาหลอม แต่หลังจากทำได้แค่ 3 เดือน ก็ต้องลาออกจากงาน เพราะเริ่มมีอาการปวดหัวรุนแรงและแสบที่ดวงตา เชื่อว่าน่าจะเกิดจากผลข้างเคียงจากฝุ่นสนิมเหล็กเข้าตา หลังลาออกกลับมาอยู่บ้านสามีที่ อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา ได้ไม่นาน ตาเริ่มพร่ามัว จึงไปหาหมอที่ชุมพวง แต่หมอแนะนำให้กลับมารักษาที่ จ.บุรีรัมย์ เพราะมีสิทธิ์รักษาที่ จ.บุรีรัมย์ จึงตัดสินใจกลับมาตามที่หมอแนะนำ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงแรกหมอบอกว่าจอประสาทตาหลุดลอก ซึ่งช่วงนั้นตาทั้งสองข้างก็มองไม่เห็นแล้ว ต้องทำการผ่าตัด จึงทำเรื่องส่งตัวไปผ่าตัดที่โรงพยาบาล จ.ขอนแก่น แต่หลังจากผ่าตัดก็ยังมองไม่เห็น ซึ่งหมอบอกว่าจอประสาทตาเสื่อม อาจทำให้พิการมองไม่เห็น บอกให้ครอบครัวทำใจ แต่ก็ให้ความหวังว่าขอให้มาตรวจและรักษาต่อเนื่อง เผื่อมีโอกาส หรือวิวัฒนาการใหม่ที่สามารถช่วยรักษาได้ แต่ด้วยฐานะที่ยากจน ไม่มีค่าใช้จ่ายเดินทางไปรักษาได้อย่างต่อเนื่อง จึงต้องกลายเป็นคนพิการตาบอดทั้งสองข้างมาจนถึงทุกวันนี้เป็นเวลานานกว่า 7 ปีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุนิสาเล่าทั้งน้ำตาอีกว่า ช่วงที่ตนเองมองไม่เห็น ก็มีแม่คอยดูแล และสามีทำงานรับจ้างหาเลี้ยง ส่วนตัวก็พยายามฝึกทำอะไรด้วยตัวเอง แต่พอมีลูกสามีก็เริ่มเครียด ดื่มเหล้า บางวันมีเงินให้บ้าง ไม่ให้บ้าง กระทั่งต่อมาสามีบอกว่าจะไปบวช ซึ่งช่วงแรกก็ยังโทรศัพท์ติดต่อหาลูก และส่งเงินค่านมมาให้ แต่ล่าสุดหายไปนานกว่า 3 เดือนแล้ว ไม่สามารถติดต่อได้เลย ทิ้งให้ตนที่พิการตาบอดเลี้ยงลูกตามลำพัง ปัจจุบันก็อาศัยเบี้ยคนพิการเดือนละ 800 บาท และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนเดือนละ 300 บาท ซื้อข้าวสาร อาหารมาประทังชีวิต แต่ก็ไม่เพียงพอ เพราะต้องซื้อนมและอาหารเสริมให้ลูกกินด้วย ต้องอยู่อย่างยากลำบาก อดมื้อกินมื้อ บางครั้งท้อถึงขั้นคิดสั้นอยากจะฆ่าตัวตาย แต่ก็สงสารลูก &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอกล่าวว่า หากมีผู้ใจบุญช่วยเหลือ ก็อยากให้ช่วยรักษาตาให้มองเห็น เพราะอยากเห็นหน้าลูก ทั้งอยากทำงานหาเลี้ยงตัวเองและลูกได้โดยไม่เป็นภาระคนอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางตุ่ม สมบูรณ์ อายุ 51 ปี แม่ของ น.ส.สุนิสา บอกว่า หลังเห็นลูกสาวและหลานชายอยู่อย่างยากลำบาก ก็สงสารมาก แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง เพราะปัจจุบันตัวเองก็ไม่สามารถทำงานได้เหมือนเมื่อก่อน เพราะป่วยเป็นความดันสูง หน้ามืดบ่อยครั้ง ปวดเข่า ทำงานหนักไม่ได้ เพียงแค่รับจ้างเล็กๆ น้อยๆ กินไปวันๆ เท่านั้น บางครั้งไม่มีจะกินก็ไปหยิบยืมญาติพี่น้องมาให้ลูกสาวและหลานได้ซื้ออาหารกินประทังความหิวบ้าง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านใดใจบุญต้องการช่วยเหลือ สามารถบริจาคได้ที่ ชื่อบัญชี น.ส.สุนิสา มุ่งรวยกลาง หมายเลขบัญชี 308-0-61208-6 บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย สาขาบุรีรัมย์.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10595</URL_LINK>
                <HASHTAG>308-0-61208-6, คนพิการ, ดื่มเหล้า, ตุ่ม สมบูรณ์, ธนาคารกรุงไทย, บุรีรัมย์, สุนิสา มุ่งรวยกลาง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180603/image_big_5b13f3bf29f2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
