<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2020 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2020 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯถามหาธรรมาภิบาลปมตั้ง ‘สุพจน์ ทรัพย์ล้อม’ นั่งที่ปรึกษาโครงการเรือนจำอุตสาหกรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;21 มิถุนายน 2563 &amp;nbsp;องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) &amp;nbsp;หรือ ACT ออกจดหมายเปิดผนึกถึง &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม &amp;nbsp;เรื่อง ธรรมาภิบาลของกระทรวงยุติธรรม กรณีมีคำสั่งแต่งตั้งให้นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งพ้นโทษจากคดีจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จออกจากเรือนจำเมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา เป็นที่ปรึกษาของโครงการออกแบบโครงสร้างและบริหารจัดการเรือนจำอุตสาหกรรม หรือเกษตรกรรมเพื่อการแก้ไขและพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในจดหมายเปิดผนึก ระบุว่า &amp;nbsp;ตามที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่าจะมีการแต่งตั้งอดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ที่เพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำในคดีคอร์รัปชัน และยังมีคดีอื่นที่ค้างอยู่ในกระบวนการยุติธรรมให้มีตำแหน่งในอนุกรรมการคณะหนึ่งของกระทรวงฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ เห็นว่า &amp;nbsp;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มีเจตนารมณ์ชัดเจนที่ จะปกป้องสังคม &amp;nbsp; มิให้ผู้ที่ปราศจากคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลเข้ามามีอำนาจในการปกครองบ้านเมืองฯ อีกทั้งท่านนายกรัฐมนตรี เพิ่งประกาศการเป็นรัฐบาลโฉมใหม่ที่จริงจัง และยึดมั่นความถูกต้อง ซึ่งความตั้งใจเช่นนี้จะเป็นที่ยอมรับของประชาชนได้ จำต้องพิสูจน์โดยการกระทำของรัฐบาลทั้งคณะ มิใช่เพียงผู้นำรัฐบาลหรือกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่กระทรวงยุติธรรม เป็นองค์กรหน่วยงานที่สังคมคาดหวังว่าต้องเป็นแบบอย่างของความถูกต้อง เที่ยงธรรม ดังนั้นทุกการกระทำจึงควรยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ด้วยความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองอย่างเคร่งครัด การเชื้อเชิญให้บุคคลผู้มีประสบการณ์มางานช่วยราชการ จึงควรสรรหาคนดี คนเก่งที่ไม่มีมลทินในเรื่องคอร์รัปชัน ซึ่งเชื่อได้ว่าประเทศไทยยังมีบุคคลเช่นนี้อยู่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ เชื่อว่าการต่อสู้เอาชนะคอร์รัปชัน หลักสำคัญคือต้องทำให้ทุกคนตระหนักว่า การโกงเป็นเรื่องน่ารังเกียจ คนโกงต้องไม่มีที่ยืนในสังคม ดังนั้น การเปิดโอกาสให้ข้าราชการและนักการเมืองที่ถูกศาลตัดสินแล้วว่าทุจริต ได้โอกาสกลับเข้ามามีบทบาทในวงราชการและการเมืองอีก จึงเป็นเรื่องที่สังคมรับไม่ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69276</URL_LINK>
                <HASHTAG>ACT ออกจดหมาย, สมศักดิ์ เทพสุทิน, สุพจน์ ทรัพย์ล้อม, องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ, โครงการเรือนจำอุตสาหกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200621/image_big_5eeeeaab117bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2020 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2020 11:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.โชว์เงินสด17.5ล้าน! ส่งคืนคลังครั้งแรกในประวัติศาสตร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค. 63 &amp;ndash; ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) มีพิธีส่งมอบทรัพย์สินคืนแก่กระทรวงการคลัง โดยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสำนักงาน ป.ป.ช. คดีร่ำรวยผิดปกติของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม โดยเป็นเงินสดที่ถูกปล้นที่บ้าน ซึ่งพนักงานสอบสวนได้พบจากผู้ก่อเหตุ และส่งมอบให้ ป.ป.ช. อายัดไว้ตรวจสอบจำนวน 17.5 ล้านบาทเศษ พร้อมทรัพย์สินประเภทเครื่องประดับอีกบางส่วน ก่อนที่ศาลแพ่งจะพิพากษาให้ทรัพย์สินของนายสุพจน์ตกเป็นของแผ่นดินกว่า 46.1 ล้านบาท สำนักงาน ป.ป.ช. จึงส่งมอบคืนแก่กระทรวงการคลังตามคำพิพากษาดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทรัพย์สินของนายสุพจน์ที่ถูก ป.ป.ช. อายัดไว้มีจำนวน 6 รายการ ได้แก่ เงินสดจำนวน 17,553,000 บาท สร้อยคอทองคำ หนัก 10 บาท 1 เส้น สร้อยข้อมือบิดนูนตัดลาย (เลส) ทองคำ 1 เส้น แหวนทอง 2 วง นาฬิกา ยี่ห้อราโด้ 1 เรือน และกระเป๋าผ้าไนลอนสีดำ มีล้อลาก 1 ใบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. จะคืนทรัพย์สินในส่วนของเงินสด 17,553,000 บาท ดังกล่าว สำนักงาน ป.ป.ช. จัดทำแคชเชียร์เช็คสั่งจ่าย กระทรวงการคลัง ส่งมอบแก่ผู้แทนสำนักปลัดกระทรวงการคลัง และในส่วนของทองคำรูปพรรณ 2 เส้น น้ำหนักรวม 10 บาท ได้ส่งมอบแก่ผู้แทนกรมธนารักษ์ เพื่อดำเนินการให้ตกเป็นของแผ่นดินข้างต้นต่อไป ยังเหลือทรัพย์สินที่ถูกเก็บไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลวังทองหลาง ได้แก่ แหวนทองคำ 2 วง นาฬิกาจำนวน 1 เรือน และกระเป๋าผ้าในลอน โดยพนักงานอัยการจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเพื่อบังคับคดีให้ตกเป็นของแผ่นดินต่อไปเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59229</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ช., ร่ำรวยผิดปกติ, สุพจน์ ทรัพย์ล้อม, ส่งคืนคลัง, โชว์เงินสด17.5ล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200309/image_big_5e65c04d6e66e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2020 17:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2020 17:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คดีแรกในประวัติศาสตร์​ ป.ป.ช.เตรียมคืนเงินสดของกลาง ให้กระทรวงการคลัง​ 9 มี.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 9 มี.ค.63 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะดำเนินการส่งมอบทรัพย์สินของกลางในคดีอาญา กรณีการปล้นทรัพย์สินที่บ้านของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ให้แก่กระทรวงการคลัง และสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า กรณีนี้นับเป็นครั้งแรกของ ป.ป.ช. ที่มีการส่งมอบทรัพย์สินที่อายัดไว้ตั้งแต่ต้น ส่งคืนแก่แผ่นดิน ในคดีร่ำรวยผิดปกติของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม รวมมูลค่าประมาณ 17 ล้านบาท​ทั้งนี้&amp;nbsp;ตามหลักการคดีร่ำรวยผิดปกติทั่วไป เมื่อ ป.ป.ช. พบเหตุอันควรสงสัย และมีการแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกกล่าวหาแล้ว จะดำเนินการอายัดทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหา ส่วนใหญ่จะซุกซ่อนอยู่ในบัญชีเงินฝากของธนาคาร หรือที่ดิน แต่กรณีของนายสุพจน์ เป็นเงินสดที่พนักงานสอบสวนจับกุมคนร้ายได้ และส่งมอบเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการตรวจสอบ ดังนั้น ป.ป.ช. จึงอายัดเงินดังกล่าวไว้ตรวจสอบจนกระทั่งศาลมีคำพิพากษาให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน ป.ป.ช. จึงส่งมอบเงินที่อายัดไว้คืนแก่กระทรวงการคลัง ตามคำพิพากษา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58964</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ปปช., วรวิทย์ สุขบุญ, สุพจน์ ทรัพย์ล้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180510/image_big_5af44e9907184.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2019 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2019 09:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่วม&#039;สุพจน์ ทรัพย์ล้อม&#039;โดนอีก!&#039;ปปช.&#039;ฟันเรียกรับสินบนสมัยนั่งอธิบดีกรมทางหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.62 - มีรายงานข่าวจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ระบุว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติชี้มูลความผิด นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวง กรณีเรียกรับทรัพย์สินจากบุคคลนอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย หรือกฎ ข้อบังคับ ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายสุพจน์ คดีจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงอันควรแจ้งให้ทราบ และกรณีร่ำรวยผิดปกติ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาไปแล้ว โดยหลักฐานสำคัญที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายสุพจน์ กรณีเรียกรับทรัพย์สิน คือ การได้มาของรถโฟล์คสวาเกน มูลค่า 3 ล้านบาท ที่ นางนฤมล ทรัพย์ล้อม ภรรยานายสุพจน์ อ้างว่า เป็นรถที่นักธุรกิจรายหนึ่งมอบให้เป็นค่าตอบแทนที่ช่วยเหลืองานสอนเด็กและเผยแผ่ศาสนา ทั้งนี้ จากการไต่สวนข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า รถคันดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของนายสุพจน์ในชื่อบุคคลอื่น และเป็นทรัพย์สินที่ต้องแสดงในรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่า นายสุพจน์ มีมูลความผิดทางอาญาตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 103 มาตรา 103/1 และมาตรา 122 ประกอบ พ.ร.บ.ป.ป.ช.พ.ศ.2561 มาตรา 912 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 85 (4) และได้ส่งสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาโทษทางวินัย และไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อดำเนินคดีอาญาตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีนี้ถือเป็นคดีที่ 3 ต่อจากคดีจงใจปกปิดทรัพย์สินที่ศาลฎีกาฯพิพากษาจำคุกนายสุพจน์ 10 เดือนไม่รอลงอาญา และคดีร่ำรวยผิดปกติ 64.7 ล้านบาท อย่างไรก็ดีศาลแพ่งพิพากษาว่า นายสุพจน์ชี้แจงที่มาที่ไปทรัพย์สินไม่ได้จำนวน 46 ล้านบาทเศษ จึงพิพากษายึดทรัพย์จำนวนดังกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณข้อมูลจากสำนักข่าวอิศรา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43133</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปช., สุพจน์ ทรัพย์ล้อม, อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190109/image_big_5c3568667e47c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26124</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 10:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 10:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศราชกิจจาฯคำพิพากษาคุก10เดือน&#039;อดีตปลัดคมนาคม&#039;ปกปิดทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ คดีหมายเลขดําที่ อม. อธ. ๑/๒๕๖๑ &amp;nbsp;คดีหมายเลขแดงที่ อม. อธ. ๓/๒๕๖๑ ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ผูร้อง) นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม (ผู้คัดค้าน) กรณี การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้คัดค้านอุทธรณ์คัดค้านคําพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ลงวันที่ ๒๖ เดือน กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์รับวันที่ ๑๑ เดือน มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๑อ่านรายละเอียดทั้งหมด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26124</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุก10เดือน, สุพจน์ ทรัพย์ล้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190109/image_big_5c3568667e47c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฎีกายืน‘สุพจน์’นอนเรือนจำ10เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศาลฎีกาฯ พิพากษายืนจำคุก 10 เดือน &amp;quot;สุพจน์ ทรัพย์ล้อม&amp;quot; อดีตปลัดคมนาคม ห้ามดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐ 5 ปี ชี้เป็นผู้บริหารระดับสูงกลับทำผิดเสียเอง ไม่มีเหตุผลพอให้รอลงอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม เวลา 10.45 น. องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์รวม 9 คน ที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาให้พิจารณาอุทธรณ์ ซึ่งมีนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ รองประธานศาลฎีกา เป็นเจ้าของสำนวน อ่านคำพิพากษาอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อม.27/2560 ที่นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อายุ 65 ปี อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ระหว่างปี 2552-2554 ผู้คัดค้าน ยื่นอุทธรณ์ผลคำพิพากษาองค์คณะศาลฎีกา อม. 9 คน ที่มีนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา เป็นเจ้าของสำนวน ซึ่งมีมติเสียงข้างมาก เมื่อวันที่ 26 ก.ย.2560 พิพากษาให้จำคุกนายสุพจน์ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119 ฐานจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินหนี้สินและเอกสารประกอบอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงกรณีพ้นจากตำแหน่ง รวม 5 กระทง กระทงละ 2 เดือน รวมจำคุกทั้งสิ้น 10 เดือน &amp;nbsp;และมีคำสั่งห้ามนายสุพจน์ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐเป็นเวลา 5 ปี นับจากวันที่พ้นจากตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมวันที่ 18 พ.ค.2555 ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้ร้อง ยื่นให้ศาลวินิจฉัยข้อกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หลังจากเมื่อปี 2555 ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดข้อกล่าวหานายสุพจน์มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ และจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จเกี่ยวกับเงินจำนวน 17,553,000 บาทเศษ และรถตู้ยี่ห้อโฟล์กสวาเกน ราคา 3,000,000 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 20,473,000 บาท โดยสืบเนื่องจากเหตุคนร้ายบุกปล้นบ้านนายสุพจน์ ในซอยลาดพร้าว 64 เมื่อค่ำวันที่ 12 พ.ย.2554 ซึ่งคนร้ายที่ร่วมทำผิดคดีอาญาได้ให้การเกี่ยวกับทรัพย์สินว่าพบเงินสดในบ้านนายสุพจน์นับร้อยล้านบาท โดยนายสุพจน์ไม่สามารถชี้แจงที่มาของเงิน 17 ล้านบาทเศษและรถโฟล์กสวาเกนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 195 วรรคสี่ ให้สิทธิจำเลยยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลฎีกา อม. ได้อีกครั้งทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย นายสุพจน์จึงได้ใช้สิทธิยื่นประกันตัวไปในชั้นอุทธรณ์ ด้วยหลักทรัพย์ที่ศาลตีราคาประกัน 2 ล้านบาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล วันนี้นายสุพจน์พร้อมทนายความ ครอบครัวและคนใกล้ชิดเดินทางมาศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยองค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ 9 คน พิเคราะห์แล้วระหว่างการพิจารณา มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ไม่ได้กำหนดให้เจ้าหน้าที่รัฐแสดงบัญชีทรัพย์สินหลังพ้นตำแหน่ง 1 ปี ซึ่งมีเนื้อหาต่างกับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ต้องวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า การที่ผู้คัดค้านยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดหลังพ้นตำแหน่ง 1 ปี ตามคำร้อง ยังเป็นความผิดอาญาหรือไม่ แต่มีบทบัญญัติกรณี ป.ป.ช.มีมติก่อน พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ใช้บังคับเป็นอันใช้ได้ สำหรับคดีที่ฟ้องก่อนแล้วก็ให้ถือว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ยังมีผลใช้บังคับจนกว่าคดีจะถึงที่สุด จึงยังมีผลบังคับใช้ในคดีนี้ การกระทำของผู้คัดค้านยังเป็นความผิดอาญา ต้องห้ามดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นเวลา 5 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอรับสารภาพ อุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษ เนื่องจากผู้คัดค้านรับราชการด้วยความสุจริต ยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม ธรรมาภิบาลมาโดยตลอด เสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อส่วนรวม ไม่เคยถูกตั้งกรรมการสอบหรือทำความผิดอาญา รักษาผลประโยชน์ราชการนั้น องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์มีมติเสียงข้างมาก เห็นว่า ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 กำหนดหลักการให้เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐไปแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยสมควร ซึ่งเป็นมาตรการในการควบคุมและกำกับการใช้อำนาจของรัฐเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล ผู้คัดค้านเคยดำรงตำแหน่งระดับสูงหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะปลัดกระทรวงคมนาคม มีหน้าที่รับผิดชอบในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งข้อเท็จจริงได้ความว่า ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ทรัพย์สินของผู้คัดค้านมูลค่าทั้งสิ้น 64,998,587.52 บาท พร้อมดอกผลของเงินหรือทรัพย์สินที่เกิดขึ้นให้ตกเป็นของแผ่นดิน เพราะเหตุร่ำรวยผิดปกติ การที่ผู้คัดค้านปกปิดไม่แสดงรายการทรัพย์สินตามคำร้องทั้งสองรายการมีมูลค่าสูงถึง 20,473,000 บาท ทั้งที่ผู้คัดค้านเป็นผู้บริหารระดับสูง ควรที่จะต้องยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรม อยู่ในกรอบของกฎหมายและศีลธรรม เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีในสังคม แต่กลับมากระทำความผิดเสียเอง นับว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรง แม้ผู้คัดค้านไม่เคยกระทำความผิด และเคยประกอบคุณงามความดีมาก่อน ก็ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่ผู้คัดค้าน เห็นว่าที่ศาลฎีกาฯ อม. ลงโทษจำคุกโดยไม่รอการลงโทษนั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แล้ว อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้ออกหมายขังผู้คัดค้านตามคำพิพากษาถึงที่สุด และให้คืนหลักประกัน 2 ล้านบาทกับผู้คัดค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น ทางครอบครัวและคนใกล้ชิดที่เดินทางมาให้กำลังใจได้ร่ำไห้เข้าไปกอดนายสุพจน์พร้อมพูดคุย ขณะที่นายสุพจน์ก็มีสีหน้าเศร้าน้ำตาซึม พูดปลอบใจครอบครัวด้วยว่าแป๊บเดียว ก่อนถอดสิ่งของมีค่าฝากให้ครอบครัว โดยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมราชทัณฑ์ได้คุมตัวนายสุพจน์ขึ้นรถตู้เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในเวลาประมาณ 11.30 น. ไปคุมขังรับโทษยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตามคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20252</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ, ปลัดคมนาคม, พิพากษายืนจำคุก 10 เดือน, ร่ำรวยผิดปกติ, สุพจน์ ทรัพย์ล้อม, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181018/image_big_5bc88ecf6136b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2018 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2018 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกาฯสั่งคุก!&#039;สุพจน์ ทรัพย์ล้อม&#039;อดีตปลัดคมนาคมไม่แสดงทรัพย์สินกว่า 20 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.61 - ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (อม.) ถ.แจ้งวัฒนะ องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ นัดอ่านคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์คดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้ร้องชี้มูลความผิด นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ผู้คัดค้าน เป็นอดีตปลัดกระทรวงคมนาคมปี 2552-2554 ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ ตามที่ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อม.27/2560 ขอให้ศาลวินิจฉัยข้อกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้สืบเนื่องจากนายสุพจน์ ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดข้อกล่าวหาร่ำรวยผิดปกติเมื่อปี 2555 และข้อกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ จากเหตุการณ์คนร้ายบุกปล้นบ้านพักในซอยลาดพร้าว 64 เมื่อค่ำวันที่ 12 พ.ย. 2554 ซึ่งผู้ที่ร่วมทำผิดคดีอาญานั้นได้ให้การเกี่ยวกับทรัพย์สินว่าพบเงินสดในบ้านนายสุพจน์นับร้อยล้านบาท ขณะที่นายสุพจน์ไม่สามารถชี้แจงที่มาของทรัพย์สินบางส่วนได้ ป.ป.ช.จึงชี้มูลความผิดนายสุพจน์มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ทั้งยังให้อัยการสูงสุดยื่นฟ้องคดีแพ่งเพื่อให้ริบทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2560 ศาลฎีกา อม.ได้มีคำพิพากษาว่า จำเลยจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ไม่ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์ 5 ครั้งใน 2 รายการคือเงินสด 17,553,000 บาท และรถยนต์โฟล์คสวาเกน ราคา 3 ล้านบาท ในขณะที่พ้นจากตำแหน่งประธานการรถไฟแห่งประเทศไทย กรรมการการบินไทย ประธานการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นเวลา 1 ปี จึงลงโทษห้ามดำรงตำแหน่งทางราชการเป็นเวลา 5 ปี นับจากวันที่ 18 ม.ค. 2555 และเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119 เป็นความผิดหลายกรรม จำคุกกระทงละ 2 เดือน รวม 5 กระทง คงจำคุก 10 เดือน ไม่รอลงอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ให้สิทธิจำเลยยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลฎีกา อม. ได้อีกครั้ง นายสุพจน์จึงใช้สิทธิยื่นประกันตัวเพื่อสู้คดีอุทธรณ์และได้รับการประกันตัวไป จนศาลฎีกา อม.นัดฟังคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเวลา 10.50 น. องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ 9 คนออกนั่งบัลลังค์ พิจารณาแล้วมีมติเสียงข้างมาก เห็นว่าตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ต้องยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและเอกสารประกอบนั้น เพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์มิชอบ แต่ข้อเท็จจริงกลับปรากฎว่าผู้คัดค้านไม่ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินทั้ง 2 รายการทั้งที่เป็นผู้บริหารระดับสูง ควรต้องเป็นตัวอย่างที่ดี แต่กระทำผิดเสียเองจึงนับว่าพฤติการณ์เป็นเรื่องร้ายแรง แม้ผู้คัดค้านไม่เคยกระทำผิดมาก่อน และเคยประกอบคุณงามความดีปฏิบัติหน้าที่ราชการจนได้รับตำแหน่งระดับสูง ยังไม่เป็นเหตุผลเพียงพอให้รอการลงโทษ อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนให้จำคุก 10 เดือน และห้ามดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ 5 ปี โดยให้ออกหมายขังผู้คัดค้านตามคำพิพากษาถึงที่สุดและให้คืนหลักประกัน 2 ล้านบาทกับผู้คัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น ทางครอบครัวและญาติที่เดินทางมาให้กำลังใจได้ร่ำไห้เข้าไปกอดนายสุพจน์พร้อมพูดคุย ขณะที่นายสุพจน์ก็มีสีหน้าเศร้าน้ำตานอง พูดปลอบใจครอบครัวด้วยว่าแป๊บเดียว ก่อนถอดสิ่งของมีค่าฝากให้ครอบครัว เพราะหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะนำตัวไปคุมขังรับโทษยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพตามคำพิพากษาศาลฎีกา อม. ถึงที่สุดในวันนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20195</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ, สุพจน์ ทรัพย์ล้อม, อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181018/image_big_5bc80c2e63d44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
