<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2021 21:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชอบเข้าฟาร์ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ดีกรีจะหนาเตอะ เป็นถึงระดับอดีตรัฐมนตรี เลขาธิการพรรคการเมืองใหญ่ ส.ส.อุบลราชธานีหลายสมัย และปัจจุบันยังนั่งเก้าอี้กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ แต่ &amp;ldquo;สุพล ฟองงาม&amp;rdquo; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ มักทำตัวโลว์โปรไฟล์ ไม่ค่อยเป็นข่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่กระนั้น ในฐานะนักการเมืองรุ่นเก๋า ชั่วโมงบินสูง ช่วงที่ผ่านมาเลยมักได้รับความไว้วางใจจากผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคให้นั่งเป็นกรรมาธิการสำคัญๆ เสมอ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ก่อนหน้านี้เคยมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ร่างกายซูบผอม แต่ด้วยกำลังใจดี ฮึดสู้จนเอาชนะมาได้ หลายคนยังทึ่ง ยกนิ้วให้สำหรับหัวจิตหัวใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และแม้จะเป็น ส.ส.อุบลราชธานี อยู่ไกลกรุงเทพมหานครหลายร้อยกิโล แต่ถือเป็น ส.ส.ตัวอย่างให้กับนักการเมืองใหม่ๆ เพราะไม่ว่าจะประชุม ส.ส. หรือประชุมกรรมการบริหารพรรค หากไม่มีธุระ &amp;ldquo;สุพล&amp;rdquo; อยู่ในห้องตลอด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ต่อให้ตัวอยู่เมืองหลวง ก็ยังมีห่วง มอบหมายลูกสาวคนสวย &amp;ldquo;แมงปอ&amp;rdquo; โยธากาญจน์ ฟองงาม อดีตผู้สมัคร ส.ส.อุบลราชธานี พรรคพลังประชารัฐ เกาะติดพื้นที่ตลอด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี ในช่วงโควิด-19 ระบาดหนัก ประจวบเหมาะกับปิดสมัยประชุมสภา ทำให้มีโอกาสอยู่กับชาวบ้านที่ จ.อุบลราชธานียาวๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงระหว่างอยู่เมืองดอกบัว หากเสร็จจากลงพื้นที่ &amp;ldquo;สุพล&amp;rdquo; จะปรี่เข้าฟาร์มของตัวเองทันที อยู่กับสัตว์ อยู่กับท้องไร่ ถือเป็นสถานที่โปรดปราน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในฟาร์มของ &amp;ldquo;สุพล&amp;rdquo; มีทั้งวัว ควาย ตลอดจนหมูดำเหมยซาน ที่เนื้อมีรสชาติอร่อย นำมาบริโภคได้ โดยมีการเลี้ยงกันในหลายจังหวัด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สุพล&amp;rdquo; เล่าให้ฟังว่า หมูดำเลี้ยงง่าย โดยมีการส่งเสริมให้ชาวบ้านในพื้นที่เลี้ยงกันอยู่หลายครัวเรือน ขณะเดียวกัน บางครั้งยังนำมารับประทานเอง โดยเฉพาะเมนูหมูหัน ที่สวมบทเป็นเชฟเองมาแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าตัวบอกว่า ช่วงที่โควิด-19 ระบาดทั่วทุกหัวระแหง มักไปขลุกที่อยู่ฟาร์มบ่อยๆ เพราะนอกจากสบายใจแล้ว ยังปลอดภัยจากโรคด้วย หุหุ. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ฌ.เฌอ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100362</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ชอบเข้าฟาร์ม, ฌ.เฌอ, สุพล ฟองงาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2ff6c243787.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; www.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; Line ID:@thaipost ศึก &amp;ldquo;เรือดำน้ำ&amp;rdquo; ดังสะเทือนบกถึงวงการเมืองเวลานี้ ที่คงต้องดูกันยาวๆ จนถึงชั้นกรรมาธิการ (กมธ.) งบประมาณฯ ในการประชุมวันที่ 26 ส.ค.นี้ หากยังเปิดศึกชนกันต่อไป จะกลายเป็นไฟลามทุ่งชวนประชาชนมุ่งสู่ถนนหรือไม่ ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัวชน 2 คน โดยฝ่ายรัฐบาล &amp;ldquo;สุพล ฟองงาม&amp;rdquo; ส.ส.อุบลราชธานี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะอนุ กมธ.ครุภัณฑ์ฯ กับฝ่ายค้าน &amp;ldquo;ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร&amp;rdquo; ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะอนุ กมธ.ครุภัณฑ์ฯ ยังซัดกันกรณีมี &amp;ldquo;บิ๊ก ป.&amp;rdquo; โทรสั่งอนุมัติซื้อเรือดำน้ำจริงหรือไม่ &amp;ldquo;สุพล&amp;rdquo; ปฏิเสธไม่มีข้อเท็จจริง เวลาประชุมปิดโทรศัพท์ตลอด ส่วน &amp;ldquo;ยุทธพงศ์&amp;rdquo; ยืนยันทุกคนรู้ โดยมีเพื่อนอนุ กมธ.ฝ่ายรัฐบาลมาบอกว่าบิ๊กรัฐบาลโทรศัพท์มาล็อบบี้ให้โหวตสนับสนุน ขณะที่ล่าสุด &amp;ldquo;กองทัพเรือ&amp;rdquo; ยังออกมาร่วมชน &amp;ldquo;ยุทธพงศ์&amp;rdquo; ว่าซื้อเรือดำน้ำไม่ใช่จีทูจีเก๊ พร้อมสวนกลับโครงการจำนำข้าวเป็นจีทูจีเก๊ ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งหมดนี้ ต่างคนมีจุดอ่อนที่ต้องเคลียร์กันต่อไป ทั้งตัว &amp;ldquo;สุพล&amp;rdquo; ปฏิเสธไม่มีบิ๊ก ป. สั่งอนุมัติซื้อเรือดำน้ำ อ้างปิดโทรศัพท์ตอนประชุมก็จริง แต่เวลาอื่นที่ไม่ได้ประชุมมีการพูดคุยในทางอ้อมถึงเรื่องทำนองนี้หรือไม่ ส่วน &amp;ldquo;ยุทธพงศ์&amp;rdquo; ตกลงคุยกับใครกันที่มาบอกว่าล็อบบี้ให้โหวตสนับสนุน อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนใหญ่ที่ไม่ว่าจะพยายามเคลียร์อย่างไร ก็คงไม่พ้นเสียงก่นด่าที่ถาโถมไปยังรัฐบาลและกองทัพเรือ คือการสั่งซื้อเรือดำน้ำในช่วงเวลาวิกฤติเศรษฐกิจหลังภัยโควิด-19 เว้นแต่จะยอมถอยเท่านั้น ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังไม่ทันไรก็กลัวม็อบแล้วหรือ &amp;ldquo;ธนกร วังบุญคงชนะ&amp;rdquo; อดีตโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ห่วงการชุมนุมของนักศึกษาอาจบานปลาย ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ บอกว่า &amp;ldquo;ข้อเรียกร้อง 3 ข้อของกลุ่มนักศึกษานั้น วันนี้ทุกฝ่ายก็เห็นด้วยในหลักการแล้ว และอยู่ในช่วงของการดำเนินการ โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นที่จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อหารือ โดยมีการเสนอให้แก้ไขมาตรา 256 ตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมา เมื่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จก็ยุบสภาฯ เลือกตั้งใหม่ ดังนั้น เมื่อ 3 ข้อเรียกร้องของนักศึกษาได้รับการสนองตอบ ก็ควรจะจบและยุติการชุมนุม&amp;rdquo; ใจเย็นๆ เพิ่งเริ่มต้น แต่กลับรีบอ้างสนองตอบแล้ว เร็วไปไหม? ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มึนไหมล่ะ &amp;ldquo;ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง&amp;rdquo; ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย เขียนบทความ 12 ข้อ เสนอย้ำให้นำรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2540 กลับมาใช้ชั่วคราวก่อนยุบสภาและร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยเจ้าตัวอ้างว่ากระทำได้ตามมาตรา 5 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่บัญญัติเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองฯ! ว่าไปนั่น มันก็มึนอยู่ดีว่าจะทำได้หรือ เพราะคำว่า &amp;ldquo;ประเพณี&amp;rdquo; คือสิ่งที่ปฏิบัติสืบเนื่องกันมา แล้วมันเคยมีประเพณีที่ไหนให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันทันทีได้ โดยไม่ต้องมีการรัฐประหาร ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยู่ดีๆ ก็ทำให้พี่ &amp;ldquo;หลง ลงลาย&amp;rdquo; ศิลปินเพื่อชีวิตเขาเดือดร้อนเสียแล้ว กับกรณีเพลง &amp;ldquo;ธงชาติ&amp;rdquo; ที่เขาแต่งขึ้น แล้วกรมประชาสัมพันธ์นำเพลงนี้ไปใช้ประกอบมิวสิกวิดีโอที่ทำขึ้นใหม่ โดยมีภาพการชุมนุมทางการเมืองจนทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจอย่างมาก ก่อนที่กรมประชาสัมพันธ์จะลบคลิปดังกล่าวไป แต่ปัญหาก็ไม่จบเมื่อ &amp;ldquo;หลง&amp;rdquo; ควงประธานมูลนิธิเทิดทูนธงไทย ไปยื่นร้องเรียนทวงถามความรับผิดชอบจากกรมประชาสัมพันธ์ เพราะตนไม่ได้รู้เห็นและถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ก่อให้เกิดความเสียหาย งานนี้ &amp;ldquo;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด&amp;rdquo; อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ จะว่าอย่างไร? ...0&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75442</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, นายชาติสังคม, บันทึกหน้า 4, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง, สุพล ฟองงาม, หลง ลงลาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยุทธพงศ์&#039; ชี้จัดซื้อ &#039;เรือดำน้ำ&#039; ซ้ำรอยจำนำข้าว ไม่ใช่รัฐต่อรัฐ ยัน &#039;บิ๊ก ป.&#039; โทรล็อบบี้โหวตผ่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.63 - ที่รัฐสภา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานอนุกมธ.ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ในคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีระบุมี บิ๊กป.ในรัฐบาลโทรศัพท์ล็อบบี้สั่งการให้ให้อนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯโหวตเห็นชอบการจัดซื้อเรือดำน้ำ 2ลำของกองทัพเรือ วงเงิน 22,550 ล้านบาทว่า เรื่องนี้ทุกคนรู้กันทั้งห้อง ในช่วงที่อนุกมธ.พักประชุม 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะมีการโหวตลงมติ มีการเรียกอนุกมธ.ฝ่ายรัฐบาลไปคุยกัน เชื่อว่า มีการไปล็อบบี้กันในช่วงนั้น โดยมีเพื่อนอนุกมธ.ซีกรัฐบาลบอกตนว่า มีบิ๊กรัฐบาลโทรศัพท์มาล็อบบี้ให้โหวตสนับสนุนการซื้อเรือดำน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า&amp;nbsp;เชื่อว่า เรื่องนี้มีการล็อบบี้กันแน่นอน เพราะก่อนหน้านี้วันที่ 17 ส.ค.2563 ที่ประชุมอนุกมธ.ประชุมกัน ทุกคนไม่มีใครเห็นด้วยให้จัดซื้อเรือดำน้ำ แต่กองทัพเรือยืนยันความจำเป็นต้องจัดซื้อ เพราะมีสัญญาจีทูจีผูกพัน และมีเอกสารการลงนามระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กับรมว.กลาโหมจีน ที่ตกลงจะซื้อเรือดำน้ำ ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติให้แขวนเรื่องนี้ไว้ก่อน โดยให้กองทัพเรือนำเอกสารเหล่านี้มาชี้แจงต่ออนุกมธ.ครั้งถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวอีกว่า ต่อมาวันที่ 21 ส.ค. 2563 กองทัพเรือนำเอกสารเหล่านี้มาชี้แจงต่อที่ประชุมอนุกมธ. แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า มีแค่การระบุว่าให้ซื้อเรือดำน้ำลำที่ 1 แค่ลำเดียว ไม่ได้ข้อผูกพันว่า จะต้องซื้อลำที่ 2 และ 3 และเอกสารที่ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ไปลงนามร่วมกับรมว.กลาโหมจีน ไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อเรือดำน้ำ ที่สำคัญเอกสารการลงนามซื้อเรือดำน้ำลำแรกที่พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ อดีตผบ.ทร.ไปลงนามจัดซื้อนั้น เป็นการลงนามกับบริษัท ไชน่าชิปบิ้วดิ้งออฟชอว์ ถึงจะอ้างว่าเป็นรัฐวิสาหกิจ แต่ไม่ใช่รัฐบาลจีน ถือว่าเป็นการลงนามไม่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.เพื่อไทย กล่าวว่า คำพิพากษาศาลฎีกาเคยระบุไว้ในคดีจำนำข้าวว่า การทำจีทูจีต้องเป็นการทำระหว่างรัฐต่อรัฐเท่านั้น เรื่องนี้ต้องถึงป.ป.ช.แน่ เพราะเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ในการประชุมอนุกมธ.วันที่ 21 ส.ค. 2563 กองทัพเรือได้ยืนยันถึงความจำเป็นในการจัดซื้อเรือดำน้ำ ไม่สามารถเลื่อนการจัดซื้อได้อีกแล้ว แต่ปรากฏว่า การประชุมวันดังกล่าว อนุกมธ.ที่เคยคัดค้านการซื้อเรือดำน้ำ มากลับลำในสิ่งที่ตัวเองเคยพูด อนุมัติให้ซื้อเรือดำน้ำได้ จะเป็นไปได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครสั่งมา ขอท้าให้เปิดบันทึกชวเลขในที่ประชุมวันที่ 17 ส.ค.2563 จะได้รู้ว่าใครพูดอย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวด้วยว่า ในช่วงที่อนุกมธ.ลงมติแล้วคะแนนเสมอกัน 4 ต่อ 4 นั้น ตนขอร้องนายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานอนุกมธ. ขอให้อย่าลงมติตัดสิน ให้นำเรื่องนี้ไปหาข้อยุติในที่ประชุมกมธ.งบประมาณฯชุดใหญ่ แต่นายสุพลไม่ยอม และลงมติเห็นชอบการจัดซื้อ คะแนนจึงกลายเป็น 5 ต่อ 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการประชุมกมธ.งบประมาณชุดใหญ่วันที่ 26 ส.ค.นี้ จะขอให้ทบทวนมติของอนุกมธ. เพราะกองทัพเรือชี้แจงไม่เคลียร์ สัญญาจีทูจีไม่มีผลผูกพันกับการซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2 และ 3 ถึงจะเป็นงบประมาณเดิมที่ตั้งไว้ตั้งแต่งบประมาณปี 2563 แต่ขณะนี้ปี 2564 วิกฤติโควิดยังคงอยู่ อยากให้เลื่อนการจัดซื้อไป 1 ปี เพราะเรือดำน้ำลำแรกจะได้มาในปี 2567 ควรรอให้ได้ลำแรกมาก่อน แล้วค่อยซื้อลำที่ 2 และ 3 หรือเลื่อนซื้อลำที่ 2-3 ไปปีหน้า เพราะขณะนี้ประชาชนกำลังลำบาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75385</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.งบประมาณ 64, ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, สุพล ฟองงาม, อนุกมธ.ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f436c0c46439.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75371</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุพล&#039;เสียงแข็งไร้&#039;บิ๊กป.&#039;สั่งโหวตซื้อเรือดำน้ำ ฉะ&#039;โจ้&#039;ปั้นน้ำเป็นตัวไม่กล้ามาเคลียร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค. 63 - ที่รัฐสภา นายสุพล ฟองงาม ส.ส.อุบลราชธานี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ในคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานอนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ ระบุมี บิ๊ก ป. ในรัฐบาล โทรศัพท์สั่งการให้อนุกมธ.อนุมัติการจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำของกองทัพเรือ วงเงิน 22,500 ล้านบาทว่า ได้ต่อว่านายยุทธพงศ์ไปแล้วว่าพูดได้อย่างไร โดยไม่มีข้อเท็จจริง เพราะคนที่นั่งเป็นประธานอนุ กมธ. ไม่มีโอกาสรับโทรศัพท์ เวลาตนทำหน้าที่ประธานจะปิดโทรศัพท์ตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยืนยันไม่มีใครโทรมาสั่งการ เป็นการปั้นน้ำเป็นตัว เรื่องนี้ผมไม่จำเป็นต้องเคลียร์กับนายยุทธพงศ์ แต่นายยุทธพงศ์ต้องมาเคลียร์กับผม สิ่งที่พูดไปไม่มีข้อเท็จจริง ในการประชุมอนุ กมธ.วันที่ 24 ส.ค.ได้นัดนายยุทธพงศ์ทางไลน์ของ อนุ กมธ.ให้มาแถลงร่วมกัน เพื่อเคลียร์เรื่อง พล.อ.ป. ว่า ใครพูดเท็จ พูดจริง แต่นายยุทธพงศ์ไม่มา และนายยุทธพงศ์ไม่ตอบไลน์ เงียบ ทั้งที่ปกติเป็นคนไม่ยอมอะไรง่ายๆ แต่ครั้งนี้เงียบ&amp;quot; นายสุพล ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากคุยกับนายยุทธพงศ์ไม่รู้เรื่องจะดำเนินการอย่างไร ประธานคณะอนุกมธ.ฯ ตอบว่า ตนลูกผู้ชายไม่ค้าความ แต่นายยุทธพงศ์ต้องเคลียร์ว่า สิ่งที่พูดเรื่องนายพล ป. เอาหลักฐานอะไรมาพูด มีพยานหรือไม่ ซึ่งไม่มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเหตุผลที่ตัดสินใจในฐานะประธานอนุกมธ.เห็นชอบให้จัดซื้อเรือดำน้ำ ทั้งที่ประเทศกำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจจากวิกฤติโควิดนั้น เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก ไม่ใช่เรื่องง่าย เรื่องนี้เราแขวนไว้ 1 รอบแล้ว เท่าที่ฟังเสียง กมธ.ส่วนใหญ่ในรอบแรกพยายามให้กองทัพเรือเลื่อนการจัดซื้อไปก่อน แต่กองทัพเรือพยายามชี้แจงถึงเหตุผลความจำเป็นว่า เลื่อนไม่ได้ ที่สำคัญงบประมาณตัวนี้เป็นงบผูกพันตั้งแต่ปีงบประมาณ2563 ทางอนุกมธ.แค่ยืนยันให้ดำเนินการตามแผนที่ตกลงกับจีนไว้ ไม่ใช่เรื่องใหม่เป็นเรื่องเก่าที่อนุมัติไว้แล้ว หากถามว่า เหตุใดตัดสินใจในช่วงที่คะแนนออกมา 4-4 ซึ่งข้อบังคับเขียนให้ประธานอนุกมธ.ต้องออกเสียงชี้ขาด ขอถามว่า ตนสังกัดพรรคใด ตนสังกัดพรรครัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพล กล่าวว่า อนุกมธ.ได้เสนอเรื่องการจัดซื้อเรือดำน้ำให้ กมธ.งบประมาณชุดใหญ่ไปแล้ว จึงไม่ทราบว่า กมธ.ชุดใหญ่จะตัดสินใจอย่างไร เพราะเป็นอำนาจของ กมธ.ชุดใหญ่ เรามีหน้าที่แค่ไปรายงานเท่านั้น ในอนุกมธ.มีหลายคนเป็น กมธ.ชุดใหญ่ ก็เป็นสิทธิของแต่ละคนจะโหวตเห็นชอบหรือไม่ เพราะการโหวตถือเป็นอิสระ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากงบซื้อเรือดำน้ำผ่าน กังวลจะเป็นแรงกดดันให้กลุ่มผู้ชุมนุมไม่พอใจเรื่องนี้หรือไม่ นายสุพลตอบว่า ทำไมจะไม่ห่วง เพราะดูจากโซเชียลแล้วน่าห่วง บางทีสังคมไทยต้องมีสติฟังเหตุผลบ้าง ไม่ใช่เที่ยวพูดว่า เรือดำน้ำกินแทนข้าวไม่ได้ ขณะเดียวกันเราต้องฟังเหตุผลกองทัพเรือที่เป็นฝ่ายความมั่นคงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่พรรคเพื่อไทยแถลงระบุสัญญาจีทูจีการจัดซื้อเรือดำน้ำ ไม่ใช่สัญญาจีทูจีจริงนั้น นายสุพล ตอบว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของกองทัพเรือ ไม่ใช่หน้าที่ตนและอนุกมธ.ต้องตอบ ขอให้รอฟังกองทัพเรือชี้แจงข้อเท็จจริง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75371</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊ก ป., ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, สุพล ฟองงาม, อนุกมธ.งบ64, เรือดำน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f4346b9ed821.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทัพเรือเต้น!แจงมติซื้อเรือดำนํ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเรือเปิดแถลงชนฝ่ายค้านจันทร์นี้ หลังโดนกระแสสังคมถล่มแหลก ประชาชนใกล้อดตายแต่ซื้อเรือดำน้ำอีก 2 ลำ 22,500 ล้านบาท กมธ.งบฯ เพื่อไทยอ้างจับเท็จ ทร. พบไม่ใช่สัญญาจีทูจี ชี้ต้องเป็นโมฆะ &amp;quot;สุพล&amp;quot; ฉุน อัดยุทธพงศ์ปั้นน้ำเป็นตัว รอวัดใจที่ประชุมใหญ่ กมธ.พุธนี้ให้เปิดชื่อรายบุคคลใครลงมติเอาด้วย-ค้าน ปชป.มาแล้ว โดดขวางสุดตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ในคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี 64 สภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบงบจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือจากประเทศจีน ตามกรอบวงเงินงบประมาณจำนวน 2 ลำ มูลค่ารวมทั้งหมด 22,500 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเคลื่อนไหวเรื่องดังกล่าวต่อเนื่องโดยเมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ และรองประธานคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ฯ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า จากเดิมที่อนุกรรมาธิการฯ มีมติเท่ากัน 4 ต่อ 4 แต่นายสุพล ฟองงาม ประธานอนุกรรมาธิการฯ กลับลงมติเห็นชอบ ทั้งที่ตำแหน่งประธานไม่ควรลงมติ เนื่องจากต้องวางตัวเป็นกลาง แต่นายสุพลกลับมาลงอีกเสียงหนึ่งเสียง ทำให้มติเป็น 5 ต่อ 4 ที่เห็นชอบการจัดซื้อเรือดำน้ำ ต่อมาก็มีการตั้งคำถามว่า มีการล็อบบี้ในอนุ กมธ.หรือไม่ เพราะมี กมธ.คนหนึ่งที่ออกเสียงไม่ซื้อเรือดำน้ำถึงกับบอกในห้องประชุมว่า ลองให้ทหารถอดเครื่องแบบแล้วถามชาวบ้านในต่างจังหวัด ก็จะพบว่าชาวบ้านไม่ยอมให้ซื้อเรือดำน้ำแน่นอน แต่สุดท้ายการลงมติอีกครั้งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กมธ.คนดังกล่าวนี้ก็โหวตให้ซื้อเรือดำน้ำ ดังนั้นจึงเชื่อว่ามีการล็อบบี้จากผู้ใหญ่ในรัฐบาลอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์ยังได้แสดงเอกสารบันทึกข้อตกลงการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือต่อสื่อมวลชน ที่มีการระบุว่าเป็นสัญญาจีทูจีพร้อมกล่าวว่า เมื่อมาตรวจสอบกลับพบว่าไม่ใช่สัญญาจีทูจี แต่เอกสารดังกล่าวเป็นเพียงข้อตกลงและสัญญาที่เซ็นไป ก็เป็นเพียงแค่การจัดซื้อเรือดำน้ำ 1 ลำเท่านั้น ไม่มีลำที่ 2 หรือ 3 ไม่มีข้อผูกพันอะไร เอกสารที่ลงนามสัญญาฝั่งไทยคือ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ที่ดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือ ในปี 2560 และฝั่งจีนที่ลงนามด้วยคือบริษัทเอกชน ไม่ใช่รัฐบาลจีน ซึ่งจุดนี้จะนำไปสู่หนังม้วนยาว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอตั้งข้อสังเกตว่าทำไมปกปิดเอกสารมาโดยตลอด หากเป็นสัญญาแบบจีทูจีจริง ผู้ลงนามฝั่งไทยก็ไม่มีอำนาจลงนามแทนรัฐบาลไทย เพราะผู้มีอำนาจคือนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อีกทั้งยังไม่มีหนังสือมอบอำนาจจากรัฐบาลไทยด้วย และตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือก็ไม่สามารถรับมอบอำนาจได้ คนที่รับมอบอำนาจได้คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเท่านั้น ดังนั้นสัญญาดังกล่าวจึงต้องเป็นโมฆะ เพราะกองทัพเรือไม่สามารถชี้แจงได้เลย อ้างแต่เรื่องความมั่นคงทางทะเล ทั้งที่ความอดอยากของประชาชน ทั้งภัยพิบัติน้ำท่วมในขณะนี้ &amp;nbsp;สำคัญกว่าเรือดำน้ำ&amp;quot; ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์กล่าวอีกว่า แนวทางต่อไปที่จะต่อสู้คือ ในวันพุธที่ 26 สิงหาคม เวลา 13.00 น. คณะ กมธ.งบประมาณชุดใหญ่จะให้อนุ กมธ.ชี้แจงเรื่องเรือดำน้ำ จะเสนอให้ กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุดใหญ่ทบทวนเรื่องนี้ ขอให้กองทัพเรือนำหนังสือสัญญามาแสดง หากแสดงไม่ได้สัญญาจะต้องเป็นโมฆะ เนื่องจากไม่มีความโปร่งใส มีความไม่ชอบมาพากล ทั้งนี้ หากคณะ กมธ.ดึงดันให้ผ่าน จะเสนอให้มีมติในคณะ กมธ.งบฯ ชุดใหญ่ โดยให้ กมธ.ลงชื่อเป็นรายบุคคลแบบเปิดเผยชื่อ เพื่อดูว่าใครเห็นความสำคัญของเรือดำน้ำมากกว่าความอดอยากของประชาชน แต่หากโหวตแล้วยังแพ้เสียงส่วนใหญ่ในซีกรัฐบาล ก็จะเดินหน้าต่อไปเพื่อฟ้องกับประชาชน เพราะเรื่องนี้มีความไม่ชอบมาพากลอย่างมาก ส่วนที่พล.อ.ประยุทธ์เคยประกาศว่าเลือกเรือดำน้ำจีนเพราะได้คุณภาพดีในราคาประหยัด อีกทั้งยังซื้อ 2 แถม 1 นั้น แล้วทำไมวันนี้กลายเป็นว่าซื้อเรือดำน้ำทั้งหมด 3 ลำ แปลว่าอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะอนุกรรมาธิการฯ กล่าวว่า เรื่องนี้เหมือนเป็นใบสั่ง ตอนแรกทุกคนอภิปรายไม่เห็นด้วย แต่สุดท้ายก็โหวตเห็นด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไปนอนคิด 2 วัน ผมว่ารัฐบาลป่วยแล้วลืมประชาชน ลืมสิ่งที่พูดไว้ว่าพี่น้องประชาชนต้องรัดเข็มขัด ต้องประหยัด แต่ก็มาดันเรื่องนี้ รัฐบาลไม่ได้เป็นง่อย แต่ป่วย เรื่องนี้ยืนยันว่าวาระ 2 เชื่อว่าเพื่อนร่วมฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลที่ไม่ได้เป็นกรรมาธิการจะมาร่วมแจมด้วย เพียงแต่วันนั้น 4 ท่านในอนุกรรมาธิการคือโทร.มาประสานได้ง่าย เดี๋ยวได้พิสูจน์กันว่าคนเป็นผู้แทนในภาวะวิกฤติ หากยังแบกหามรัฐบาลอยู่ ก็เชิญตามสบาย หากเห็นว่าพร้อมยุบสภาไหม ผมพร้อม วันนี้คนไทยกำลังโดนต้ม 2 แถม 1 บ้าง ทำเอ็มโอยูบ้าง ทั้งที่จริงๆ ไม่มีอะไรเลย เรื่องนี้ไม่จบแน่ ผมเดินหน้าเตรียมฟ้องประชาชน&amp;rdquo; นายครูมานิตย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์กล่าวเสริมอีกว่า หากนายกรัฐมนตรียังดึงดันที่จะซื้อเรือดำน้ำ เชื่อว่าจะเป็นจุดจบของรัฐบาล และหากรัฐบาลเดินหน้าต่อ จะขอเชิญชวนประชาชนให้ออกไปร่วมการชุมนุมกับนิสิตนักศึกษาเพื่อขับไล่รัฐบาล ขอถามนายกรัฐมนตรีว่าหัวใจทำด้วยอะไร นายกฯ ไทยหัวใจเรือดำน้ำจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีบุคคลใกล้ชิดรัฐบาลเป็นนายหน้าใช่หรือไม่ นายยุทธพงศ์กล่าวว่า จะต้องเจาะลึกในรายละเอียดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวไทย ว่าไม่เคยรับโทรศัพท์จากผู้ใหญ่ในรัฐบาลระดับนายพลที่มีชื่อว่าบิ๊ก ป. เพื่อให้ลงมติเห็นชอบการจัดซื้อเรือดำน้ำตามที่นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ ระบุ เพราะในขณะประชุมตนปิดโทรศัพท์ ตนเป็นประธานในที่ประชุม จะเปิดโทรศัพท์เพื่อพูดคุยกับใครได้อย่างไร มองว่าคนพูดเป็นคนไม่มีมารยาท ปั้นน้ำเป็นตัว เห็นแต่นายยุทธพงศ์โทรศัพท์ตลอด ไม่รู้โทรศัพท์หาใครในที่ประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ต้องลงมติเห็นชอบการจัดซื้อเรือดำน้ำทั้งที่อยู่ในตำแหน่งประธานอนุกรรมาธิการฯ นั้น นายสุพลกล่าวว่า วางตัวเป็นกลางมาโดยตลอด แต่เมื่อข้อบังคับการประชุมกำหนดว่า หากคะแนนเสียงเท่ากัน ประธานจะต้องเป็นผู้ชี้ขาด ซึ่งในขณะที่เจ้าหน้าที่ของสภาชี้แจงเรื่องข้อบังคับการประชุมข้อนี้ นายยุทธพงศ์ก็นั่งอยู่ตอนนั้น ก็ต้องได้ยินเต็มสองหูว่าเมื่อคะแนนเท่ากันประธานจะต้องชี้ขาด แล้วจะชี้ขาดให้ฝ่ายค้านได้หรือ เพราะเป็นรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพลกล่าวว่า การชี้แจงของกองทัพเรือมีเหตุผล เพราะถ้าไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเดิม จะทำให้เกิดความเสียหายระหว่างประเทศ การลงทุนและการเพิ่มขีดความสามารถของกองทัพเรือให้ทัดเทียมกับประเทศเพื่อนบ้าน อย่างมาเลเซียและเวียดนาม ก็มีเรือดำน้ำหลายลำ แม้กระทั่งกัมพูชาก็มีเรือดำน้ำ 2 ลำ ประเทศเมียนมาก็มีเรือดำน้ำ เพื่อเป็นการรักษาประโยชน์ทางทะเลของชาติ ทั้งการปิโตรเลียม การประมง การเดินเรือทางทะเลต่างๆ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพเรือ ดังนั้นกองทัพเรือต้องพัฒนาขีดความสามารถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพลกล่าวว่า ส่วนเรื่องความเสียหายที่จะไปกระทบต่อประชาชนนั้น กองทัพเรือได้ชี้แจงต่อกรรมาธิการว่าไม่กระทบ &amp;nbsp;เพราะเป็นงบประมาณในส่วนของกองทัพเรือ ไม่ได้ขอเพิ่มจากส่วนอื่น ไม่ได้กระทบกับส่วนที่ช่วยเหลือประชาชน ที่สำคัญคือแบ่งจ่ายเป็นงวด สั่งเรือดำน้ำวันนี้ อีก 7 ปีถึงจะได้ ไม่ได้จ่ายทีเดียวกว่า 20,000 ล้านบาท เมื่อเขามีเหตุผลก็เป็นการใช้ดุลพินิจและเป็นสิทธิ์ของกรรมาธิการแต่ละคนที่จะลงมติ หากใครไม่เชื่อไม่เห็นด้วยก็เป็นสิทธิ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงมันเท่ากันก็เป็นสิทธิ์ของประธานตามข้อบังคับที่จะต้องชี้ขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพลกล่าวว่า หากไม่เดินตามข้อตกลงเดิมก็จะเสียหายต่อประเทศ เป็นข้อตกลงเดิมไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องเก่า เป็นโครงการเก่า งบประมาณปี 2563 ทางกองทัพเรือนำเงินที่ได้จัดสรรงบประมาณเมื่อปี 2563 ไปให้รัฐบาลแก้ปัญหาโควิด-19 จึงได้ไปขอเจรจากับจีน และจีนก็เลื่อนให้ ว่าปี 2564 ค่อยจ่ายเงินในส่วนของปี 2563 และปี 2564 ก็ตั้งงบประมาณเพื่อไปใช้หนี้จ่ายงวดของปี 2563 ซึ่งหลังจากจบเรื่องนี้ในชั้นอนุกรรมาธิการแล้วก็สามารถไปขอทบทวนได้ในคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ ส่วนที่นายยุทธพงศ์ระบุว่า เอกสารสัญญาการจัดซื้อเรือดำน้ำอาจจะเป็นโมฆะ เนื่องจากไม่ใช่สัญญาแบบจีทูจี และผู้ลงนามในขณะนั้นไม่มีอำนาจในนามรัฐบาล นายสุพลกล่าวว่า นายยุทธพงศ์จะเอาความเห็นของตัวเองไปตัดสินว่าไม่เป็นจีทูจีและเป็นโมฆะไม่ได้ ต้องให้ผู้ที่มีหน้าที่เป็นคนตัดสิน มองว่าวันนี้ยังเป็นจีทูจีอยู่ แล้วก็ยังมีผลอยู่ เพราะเป็นกฎหมายงบประมาณปี 2563&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ความเคลื่อนไหวจากฝ่ายกองทัพเรือนั้น ทางผู้บัญชาการทหารเรือ พล.ร.อ.ลือชัย รุษดิษฐ์ ได้มอบหมายให้ผู้เกี่ยวข้องของกองทัพเรือ เปิดแถลงข่าวเรื่องดังกล่าวต่อสื่อมวลชนในวันจันทร์ที่ &amp;nbsp;24 ส.ค. เวลา 13.30 น. ที่ห้องชมวัง อาคารราชนาวิกสภา โดยประเด็นที่กองทัพเรือเตรียมชี้แจง ได้แก่ ความจำเป็นในเชิงยุทธศาสตร์ การจัดสรรงบประมาณของกองทัพเรือที่เลื่อนโครงการจัดหาเรือผิวน้ำ-โครงการจัดหาอากาศยานแล้วนำงบดังกล่าวมาเป็นผูกพันงบประมาณในการจัดหาเรือดำน้ำ พร้อมทั้งเรื่องเอกสารข้อกฎหมายในการทำสัญญาโครงการดังกล่าว เพื่อตอบโต้ว่าข้อมูลของพรรคเพื่อไทยเป็นการบิดเบือนและตัดตอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ไม่เห็นด้วยที่จะใช้เงินจำนวนมากไปซื้อเรือดำน้ำในขณะที่บ้านเมืองกำลังมีปัญหาเรื่องโควิด-19 ที่สร้างผลกระทบกับเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราควรยอมรับความจริงว่า ขณะนี้เศรษฐกิจฝืดเคือง คนหาเช้ากินค่ำมีชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบาก ชักหน้าไม่ถึงหลัง คนจำนวนมากวิตกกังวลเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง ไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าอะไรจะเกิดขึ้น ตราบใดที่สถานการณ์โควิด-19 ยังต้องอยู่กับเราไปอย่างไม่มีกำหนดแน่นอนว่าจะคลี่คลายเมื่อไหร่ ขณะที่ในประเทศไทยก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีวัคซีนใช้ได้เมื่อไหร่ รวมถึงอาจมีโควิด-19 ระบาดรอบสอง ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบกับเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนมากขึ้นไปอีก การใช้จ่ายเงินทุกบาททุกสตางค์ของภาครัฐ จึงควรใช้เพื่อประโยชน์สูงสุดในการรองรับสถานการณ์เศรษฐกิจ ถึงแม้กองทัพเรือจะอ้างว่าการมีเรือดำน้ำเป็นความจำเป็นทางด้านความมั่นคง แต่ในขณะที่บ้านเมืองยังมีปัญหาโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ สังคม ซ้ำเติมประเทศชาติและประชาชนอยู่แบบนี้ ควรนำงบประมาณไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนจะดีกว่า จนกว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะคลี่คลายเข้าสู่สภาวะปกติค่อยพิจารณากันใหม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจย้ำว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีความกังวลว่าจะกระทบต่อความสัมพันธ์ที่ดีกับจีนนั้น ไม่น่าจะกังวลแต่อย่างใด เพราะจีนก็ทราบดีว่าไทยได้รับผลกระทบวิกฤติเศรษฐกิจจากโควิด-19 อย่างไร จีนน่าจะเข้าใจและเห็นใจประเทศไทยมากกว่า จึงขอเรียกร้องให้ทบทวนชะลอการซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ วงเงิน 22,500 ล้านบาทออกไปก่อน เพื่อนำงบประมาณไปใช้จ่ายแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนที่กำลังประสบปัญหาอย่างมากอยู่ขณะนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75336</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม, สุพล ฟองงาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องอาจ คล้ามไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200823/image_big_5f4275c886025.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดาหน้าล้ม&#039;เรือดำน้ำ&#039; โจ้พท.ปูดใบสั่งบิ๊ก&#039;ป.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายค้านดาหน้าจมเรือดำน้ำ หลังอนุ กมธ.ครุภัณฑ์ฯ โหวตให้ช็อปต่อ 2 ลำ มูลค่า 22,500 ล้านบาท &amp;quot;ยุทธพงศ์&amp;quot; อ้างใบสั่งจาก &amp;quot;บิ๊ก ป.&amp;quot; &amp;quot;เจี๊ยบ ก้าวไกล&amp;quot; เอาขี้ปากคนอื่นมาขยายต่อ ทอ.ต้องซื้อเพิ่มเพื่อความเกรียงไกรของกองทัพและให้ทันช่วงราคาโปรโมชั่น ส่วนเพื่อไทยรอลับปากในสภา อ้างเพื่อปากท้องประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 22 สิงหาคม ที่โตโยต้า ยูเนียน เซ็นเตอร์ จ.ฉะเชิงเทรา ในเวทีสัมมนาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สวัสดิการสังคม เรื่อง &amp;quot;รัฐสวัสดิการ ฝันที่ศิวิไลซ์ ทำอย่างไรจะไปถึง&amp;quot; นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และที่ปรึกษา กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2564 ร่วมบรรยายในหัวข้อ &amp;quot;ประเทศไทยมีศักยภาพในการสร้างรัฐสวัสดิการหรือไม่&amp;quot; โดยเริ่มต้นด้วยการแจกแจงงบประมาณด้านสวัสดิการสังคมต่างๆ ตามช่วงอายุที่คนไทยจะได้รับ พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการสร้างรัฐสวัสดิการอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า การจะทำให้สวัสดิการประชาชนดีขึ้นกว่านี้ ทำให้รัฐสวัสดิการเกิดขึ้นได้จริง ไม่ใช่เรื่องที่ทำไม่ได้ ไม่ใช่ว่าประเทศไทยไม่มีศักยภาพ หากแต่อยู่ที่เจตจำนงของผู้มีอำนาจว่าจะทำหรือไม่ ทั้งนี้จะเป็นได้ต้องทำอย่างน้อย 4 เรื่อง ได้แก่ เรื่องที่ 1 ปฏิรูปส่วนราชการ หน่วยงานที่ซ้ำซ้อนต้องยุบให้เป็นหน่วยเดียว เพราะนั่นหมายถึงการลดค่าใช้จ่ายประจำอย่างบุคลากร ครุภัณฑ์ต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก, เรื่องที่ 2 เพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงิน เป็นต้นว่าสัดส่วนการเพิ่มขึ้นของข้าราชการที่ผ่านมา มีทหารเพิ่มขึ้นเยอะกว่าพยาบาล นี่คือการจัดทรัพยากรที่ไม่เหมาะสมกับการพัฒนาประเทศ ถามถึงสามัญสำนึก วันนี้เราต้องการทหารหรือพยาบาลมากกว่ากัน เงินที่เท่ากันนี้จะเพิ่มให้กับทหารหรือพยาบาล นี่เป็นเรื่องเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานคณะก้าวหน้ากล่าวว่า เรื่องที่ 3 ลดการใช้งบประมาณที่ไม่เหมาะสม ซึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็คือกรณีอนุมัติซื้อเรือดำน้ำอีก 2 ลำ มูลค่า 22,500 ล้านบาท และไม่จบแค่นี้ ยังมีงบประมาณที่เกี่ยวข้องอีก 8,400 ล้านบาท สำหรับท่าเรือจอด โรงงานเก็บตอร์ปิโด เรือยกพลขึ้นบก อาคารข้าราชการต่างๆ เป็นต้น คำถามคือสถานการณ์แบบนี้มีความจำเป็นหรือไม่ที่จะซื้อเรือดำน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเรื่องที่ 4 ยุติการเอื้อกลุ่มทุน ซึ่งที่ผ่านมาโครงการต่างๆ ของรัฐเข้าทำนองว่านายทุนต้องมาก่อน ส่วนประชาชนรอไปก่อน ยกตัวอย่างการให้ประโยชน์กับบริษัทปลอดภาษีในสนามบิน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากเหตุการณ์โควิด-19 บริษัทดังกล่าวได้รับการเยียวยาด้วยความรวดเร็ว แต่ประชาชนกว่าจะได้เยียวยาต้องรอนานมาก ถ้าเราทำทั้ง 4 เรื่องนี้ได้สำเร็จ ผมเชื่อว่าสวัสดิการของประชาชนในประเทศนี้จะดีขึ้นได้ งบประมาณด้านสวัสดิการปี 2564 กว่า 4 แสนล้านบาท เชื่อว่าถ้าทำตามที่กล่าวมาได้ การจัดการงบประมาณแบบใหม่จะสามารถเพิ่มขึ้นได้อีก 50 เปอร์เซ็นต์ คือเพิ่มขึ้นอีกราว 2 แสนล้านบาท ผมกล้ายืนยันว่าจากประสบการณ์ กมธ.งบประมาณฯ ที่ผ่านมา มั่นใจว่าใน 2-3 ปีนี้สามารถทำได้อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บันไดขั้นแรกที่จะไปสู่รัฐสวัสดิการได้ ผมคิดว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเอาทหารออกจากการเมือง แล้วร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาใช้ ทำให้การเมืองเป็นปกติ เมื่อถึงตรงนั้นแล้ว ต้องปฏิรูประบบราชการ ยุติรัฐราชการรวมศูนย์ กระจายอำนาจเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ต้องปฏิรูปกองทัพให้อยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน ลดขนาดกองทัพลง ทำให้เป็นกองทัพที่ทันสมัย ต้องปฏิวัติระบบการศึกษา ลงทุนเพิ่มขึ้นในโรงเรียนกับครู กับเทคโนโลยีและอุปกรณ์การเรียนการสอน เป็นต้น สิ่งที่ผมพูดไม่ใช่ทางเลือก เป็นทางออกทางเดียวของประเทศที่เหลืออยู่ และเป็นบันไดขั้นแรกที่จะได้มาซึ่งรัฐสวัสดิการ&amp;quot; นายธนาธรกล่าว
อ้างใบสั่ง&amp;quot;บิ๊กป.&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ในคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 กล่าวว่า ทาง อนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ โดยนายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานอนุ กมธ.ครุภัณฑ์ฯ จะเข้ารายงานการพิจารณางบจัดซื้อเรือดำน้ำ จากประเทศจีนของกองทัพเรือ จำนวน 2 ลำ วงเงิน 22,500 ล้านบาท ต่อ กมธ.งบชุดใหญ่ ให้พิจารณาในวันที่ 26 ส.ค. เวลา 13.00 น. โดยตนในฐานะที่เป็นโฆษก กมธ.งบชุดใหญ่ จะขอให้ กมธ. พิจารณาทบทวนมติของอนุ กมธ.ที่มีมติให้จัดซื้อเรือดำน้ำใหม่ เพราะจริงๆ การลงคะแนนในที่ประชุมอนุ กมธ.เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา คะแนนออกมาเท่ากัน 4 ต่อ 4 แต่ประธานอนุ กมธ.กลับลงคะแนนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ความจริงแล้วประธานอนุ กมธ.ต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่ใช่ลงมติช่วยฝั่งรัฐบาล ซึ่งผมนั่งเป็นรองประธานอยู่ข้างๆ นายสุพล ทราบว่ามีคนในรัฐบาลระดับนายพล เป็นบิ๊ก &amp;ldquo;ป.&amp;rdquo; โทรศัพท์มาสั่งให้นายสุพลลงมติอีกเสียงหนึ่งให้กับฝั่งรัฐบาล เพราะโดยปกติแล้ว หากคะแนนเท่ากันตัดสินไม่ได้ ก็ต้องเสนอให้ กมธ.ชุดใหญ่เป็นผู้พิจารณาก็จบ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์กล่าวต่อว่า จะเสนอให้ กมธ.ชุดใหญ่ทบทวนมติของอนุ กมธ. ถ้า กมธ.ชุดใหญ่เห็นชอบตามมติของอนุ กมธ. ตนก็จะขอให้ที่ประชุม กมธ.ชุดใหญ่ลงมติแบบเปิดเผย จะได้เห็นว่า ส.ส.ที่อยู่ใน กมธ.คนไหนเห็นว่าเรือดำน้ำสำคัญกว่าปัญหาปากท้องของประชาชน จะได้ให้ประชาชนสั่งสอนในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะมั่นใจได้อย่างไรว่า กมธ.ชุดใหญ่จะกลับมติของอนุ กมธ. ทั้งที่เสียงของรัฐบาลมากกว่า นายยุทธพงศ์ตอบว่า ส.ส.ส่วนใหญ่ใน กมธ.ต้องคิดถึงประชาชน ประชาชนต้องมาก่อนเรือดำน้ำ ถ้าไม่ซื้อเรือก็ไม่มีใครตายสักคน แต่ตอนนี้ประชาชนกำลังฆ่าตัวตายเยอะ เพราะปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาปากท้อง ถ้ารัฐบาลยังเดินหน้าจัดซื้อเรือดำน้ำ ตนก็จะได้เชิญชวนประชาชนออกไปเดินขบวนไล่รัฐบาล จะรอดูว่านายกฯ ไทยจะรักประชาชนคนไทยหรือรักเรือดำน้ำของจีน 2 ลำ
เพื่อไทยรอสับในสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังกับการตัดสินใจของอนุกรรมาธิการเสียงข้างมาก เพราะสภาพเศรษฐกิจภายหลังโควิด รัฐบาลจำเป็นต้องใช้งบอย่างตรงเป้ามีประสิทธิภาพ การลงทุนที่ทำให้เกิดรายได้กับประเทศถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ถือว่ายังไม่มีความจำเป็นในขณะนี้ และถือเป็นการใช้จ่ายที่ไม่เหมาะสม ตอนนี้ยังมีโครงการอื่นๆ อีกมากที่จำเป็นมากกว่าการจัดซื้อเรือดำน้ำ แต่ก็ถือเป็นการตัดสินใจขั้นต้นอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคเพื่อไทยยังหวังว่าในคณะกรรมาธิการงบฯ ชุดใหญ่ ที่มีตัวแทน ส.ส.จากทุกพรรคจะพิจารณาเรื่องดังกล่าว และเห็นด้วยกับอนุฯ เสียงข้างน้อยของพรรคเพื่อไทย ที่ขอให้ชะลอจัดซื้อเรือดำน้ำไปก่อน เอางบมาใช้ในโครงการอื่นที่มีความจำเป็นเร่งด่วนมากกว่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากคณะกรรมาธิการงบฯ ชุดใหญ่ยืนยันซื้อเรือดำน้ำ น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่เชื่อว่ากรรมาธิการส่วนใหญ่ที่เป็น ส.ส.ซึ่งตัวแทนจากประชาชนจะไม่ฟังเสียงของประชาชนที่ออกมาคัดค้าน แต่หากดื้อดึงแบบพวกมากลากไป เชื่อว่าประเด็นนี้จะทำให้ประชาชนทั้งประเทศหันหลังให้รัฐบาล ที่แย่ไปกว่านั้น อาจเป็นเงื่อนไขทำให้ประชาชนทนไม่ไหวออกมาชุมนุมกันมากขึ้น เพราะสภาพเศรษฐกิจวันนี้เข้าสู่สภาวะวิกฤติ และคนทั้งประเทศรอคอยความช่วยเหลือ การใช้เงินซื้อเรือดำน้ำไม่มีเหตุผลใดที่ทำให้ประชาชนยอมรับ วันที่ 26 ส.ค. หากกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ยังยืนยันซื้อเรือดำน้ำ คิดว่าในการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ คงมีการนำเรื่องนี้ไปอภิปรายอย่างเข้มข้นแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะอนุกรรมาธิการฯ กล่าวว่า ในการพิจารณาของอนุ กมธ.ที่ผ่านมากว่า 10 วัน พิจารณาด้วยดีมาตลอดไม่มีปัญหา การลงมติเรามีทิศทางใช้หลักเหตุผลกับเรื่องของเม็ดเงินในการพิจารณา แม้กระทั่งงบประมาณกองทัพบกในบางเรื่องที่มีความจำเป็น เรายังอนุโลมให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การพิจารณาเรื่องเรือดำน้ำ เราเห็นว่าเรามีอยู่ลำหนึ่งแล้ว โดยอนุ กมธ.ได้มีความเห็นเป็น 2 แนวทาง คือ 1.ยกเลิกไปเลย 2.ชะลอไว้ก่อน ส่วนตัวมองว่าควรยกเลิก เพราะด้วยสถานการณ์ของประเทศในขณะนี้ บริบทประเทศยังไม่เหมาะ ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งปัญหาโควิด-19 หากเมื่อไหร่เศรษฐกิจกลับมาดี ประชาชนอยู่กินดี กินอิ่มนอนหลับ จะซื้อ 4-5 ลำตนก็ไม่ขัดข้อง แต่ในขณะนี้ยังไม่ใช่ ถ้าไม่ยกเลิกก็ขอให้ชะลอออกไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้ผมไม่ยุติ แม้จะโหวตแพ้โหวต แต่ผมตั้งข้อสังเกตไว้ในบันทึกการประชุม จะขอใช้สิทธิในวาระที่ 2 ขออภิปรายต่อ และหากมีโอกาสจะขอไปชี้แจง กมธ.งบฯ คณะใหญ่ และการอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบไม่ลงมติที่กำลังจะเกิดขึ้นแน่นอน&amp;quot; นายครูมานิตย์กล่าว&amp;nbsp;
ให้ทันช่วงโปรโมชั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;quot;Amarat Chokepamitkul อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล&amp;quot; ได้เผยข้อมูลจากนางวรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.พรรคก้าวไกล หนึ่งในคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาการจัดซื้อเรือดำน้ำ ระบุว่า &amp;quot;กองทัพเรืออ้างความจำเป็นต้องซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2,3 มูลค่า 22,500 ล้าน ว่าทำตาม MOU เมื่ออนุ กมธ.ขอให้นำ MOU มาเปิดดู ปรากฏว่าไม่มีระบุตามที่อ้าง&amp;quot; กองทัพเรือจึงอ้าง 2 เหตุผลใหม่ต่ออนุ กมธ.ว่า 1.ต้องซื้อเพิ่มเพื่อความเกรียงไกรของกองทัพ 2.จะซื้อให้ทันช่วงราคาโปรโมชั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ในฐานะประธานคณะอนุ กมธ. ชี้แจงว่า โครงการจัดหาเรือดำน้ำลำที่ 2 และ 3 เป็นโครงการต่อเนื่อง ซึ่งได้อนุมัติเห็นชอบโครงการจำนวน 3 ลำนี้ไว้แล้วเมื่อปีงบประมาณ 2560 และ ครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ 28 เม.ย.2558 ให้กองทัพเรือดำเนินการจัดหาเรือดำน้ำในรูปแบบของรัฐบาลต่อรัฐบาล ซึ่งไม่ใช่โครงการอนุมัติใหม่แต่เป็นโครงการผูกพันเดิม ซึ่งได้รับอนุมัติไปแล้ว เพียงแต่เมื่อปีงบประมาณ 2563 ทางกองทัพเรือได้คืนงบประมาณจัดซื้อเรือดำน้ำส่วนนี้ให้รัฐบาลนำไปช่วยสถานการณ์โควิด-19 และขอความเห็นใจจากทางการจีนเลื่อนมาดำเนินการในปีงบประมาณ 2564 นี้แทน ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการฯ ได้มีมติเพื่อที่จะยืนยันให้กองทัพเรือได้ปฏิบัติตามตามข้อตกลงเดิมที่ทำไว้กับทางการจีนเท่านั้น เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ด้านความมั่นคงของประเทศ การจัดซื้อเรือดำน้ำนั้นต้องใช้เวลาต่อเรือถึง 6 ปีกว่าจะส่งมอบ และไม่ได้จ่ายเงินก้อน 22,500 ล้านบาทในทีเดียว หากแต่เป็นการผ่อนจ่ายเป็นงวดตามงบประมาณแต่ละปีของกองทัพเรือเอง ซึ่งกองทัพเรือยอมตัดลดงบประมาณของตัวเองในด้านอื่นๆ เพื่อเอามาจัดซื้อเรือดำน้ำไว้คานอำนาจต่อรองในน่านน้ำทะเลเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีข้อพิพาทกันอยู่ในปัจจุบัน และเพื่อดูแลรักษาผลประโยชน์ทางทะเลของประเทศ มีไว้เพื่อไม่ต้องรบ หากไม่มีก็อาจจะต้องรบ &amp;nbsp;เพราะไม่มีคนเกรงใจ และการจัดซื้อก็ไม่ได้มีผลต่องบประมาณที่จะดูแลประชาชน เนื่องจากเป็นงบของกองทัพเรือเอง และเป็นงบผูกพันจ่ายเป็นงวดๆ ใช้เวลาหลายปี ไม่ได้ใช้เงินก้อนในการจัดซื้ออย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณส่วนใหญ่ดูแลประชาชนผ่านโครงการของรัฐบาลในด้านต่างๆ ดังที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณด้านหน้ากองเรือยุทธการ ถ.สุขุมวิท อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มีการก่อสร้างป้ายของหน่วยใหม่ โดยมีขนาดใหญ่อลังการ นำรูปแบบเรือหลวงนเรศวรมาเป็นพื้นหลัง พร้อมเฮลิคอปเตอร์บนเรือ ส่วนบริเวณโดยรอบมีการจำลองยุทโธปกรณ์ของกองทัพเรือมาไว้ด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น เครื่องบินแฮริเออร์ เอวี-8 อากาศยานประจำเรือหลวงจักรีนฤเบศร ที่ปลดประจำการแล้ว แต่ไฮไลต์สำคัญคือมีการสร้างเรือดำน้ำจำลองบริเวณด้านหน้า ซึ่งขณะนี้ช่างกำลังเร่งมือก่อสร้าง คาดว่าจะให้แล้วเสร็จก่อนที่ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ จะเกษียณอายุราชการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75261</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, สุพล ฟองงาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล, เครื่องบินแฮริเออร์ เอวี-8</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200822/image_big_5f4124f723000.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30305</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2019 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2019 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อยู่ในบ้านหลังนั้นเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง!อดีตเลขาฯเพื่อไทยประกาศสำนึกผิดทำให้บ้านเมืองเสียหาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.62 - ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;นำโดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาตร์การเลือกตั้งภาคกลาง นายสุพล ฟองงาม แกนนำจังหวัดอุบลราชธานี พปชร.และอดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี หรือ มาดามเดียร์ ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เปิดเวทีปราศรัยกับประชาชนกว่า 15,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพล ฟองงาม แกนนำจังหวัดอุบลราชธานี พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;และอดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ปราศรัยว่า &amp;nbsp;ก่อนที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเข้ามาบริหาร เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ทั้งการปิดถนน &amp;nbsp;เผาบ้านเผาเมือง ล้มการประชุมอาเซียน &amp;nbsp;ยึดสนามบิน เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างประชาชนสองฝ่าย นำไปสู่การบาดเจ็บล้มตาย วนเวียนเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี ตนอยู่ในบ้านหลังนั้นเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง จึงตัดสินใจ ออกมาเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้า ก้าวข้ามความขัดแย้ง บ้านเมืองต้องสงบ และปรองดอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้สำนึกผิดที่ทำให้บ้านเมืองเสียหาย จึงขอโทษพี่น้องประชาชนด้วย &amp;nbsp;และขอชี้แจงว่าอย่าไปหลงวาทกรรมที่ใช้โจมตีพรรพลังประชารัฐ โจมตีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ อย่าไปโทษคนปฏิวัติ แต่ต้องโทษคนสร้างปัญหาจนนำมาสู่การปฏิวัติ ถ้าเสื้อเเหลือง เสื้อแดง ไม่ตีกัน พล.อ.ประยุทธ์ จะยึดอำนาจหรือไม่ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้สืบทอดอำนาจ เพราะขณะนี้อำนาจอยู่ในมือพี่น้องประชาชนในการกำหนดอนาคตประเทศ จะเลือกใครก็เป็นสิทธิ แต่หากเลือกพรรคเดิม บ้านเมืองก็จะเป็นแบบเดิม ดังนั้นขอให้มาช่วยกันนำพาประเทศออกจากความขัดแย้ง&amp;quot;นายสุพล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30305</URL_LINK>
                <HASHTAG>พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, สุพล ฟองงาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190302/image_big_5c7a382752d4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
