<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>65วันคลุกฝุ่นพิษ เสียหาย2หมื่นล. หวั่นมะเร็งลาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นักวิชาการประเมินฝุ่นพิษคลุ้งกรุง 65 วัน วอด 2 หมื่นล้าน ต่อไปหมอต้องวินิจฉัย &amp;quot;PM2.5&amp;quot; ก่อมะเร็งในระยะยาวหรือไม่ แนะเร่งปรับคุณภาพน้ำมัน ถึงเวลาออกกฎหมายอากาศคุมเข้มมลพิษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รายงานข้อมูลผลการดำเนินงานและสถานการณ์คุณภาพอากาศ ดังนี้ สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เวลา &amp;nbsp;08.00 น. พบว่าลดลงจากเมื่อวันที่ 17 ก.พ. ส่วนสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เฉลี่ย 24 &amp;nbsp;ชั่วโมง พื้นที่กรุงเทพฯ ตรวจวัดได้ 10-30 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบว่าไม่เกินมาตรฐานทุกพื้นที่ที่มีการตรวจวัด โดยมีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีฟ้าจำนวน 20 เขต และสีเขียวจำนวน 4 เขต ทั้งนี้จากแบบจำลองการคาดการณ์ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ของกรมควบคุมมลพิษ &amp;nbsp;คาดว่าในวันที่ 19 ก.พ.ปริมาณ PM2.5 มีแนวโน้มลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) มีการจัดเสวนา &amp;quot;แนวทางและมาตรการป้องกัน และแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของประเทศไทย&amp;quot; โดยนายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อาจารย์คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 วันนี้ กทม.ฝุ่นหายฟ้าใส แสดงสัญลักษณ์เป็นสีฟ้าทุกพื้นที่ แตกต่างจากช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. ทั้งที่จำนวนรถมากและติดขัดเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม เวลานี้มีการขับเคลื่อนให้มีกฎหมายอากาศออกมาบังคับโดยเฉพาะ ซึ่งถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่ต้องมีกฎหมายนี้เกิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพัฒน์กล่าวว่า ที่ผ่านมาปัญหาที่เกิดใน กทม.เกิดขึ้นในระยะสั้นคือเริ่มตั้งแต่เดือน ธ.ค. ใจกลางเมืองจะมีปัญหาเยอะเพราะตึกสูงบดบัง แต่ กทม.ไม่ได้เป็นพื้นที่ค่าฝุ่นสูงที่สุด บริเวณที่สูงคือ บริเวณ จ.สมุทรปราการ และ ถ.พระรามที่ 2 จ.สมุทรสาคร ส่วนหนึ่งของปัญหาบริเวณดังกล่าวมาจาก กทม. เพราะลมพัดมาจากทางตะวันออกเฉียงเหนือ แทนที่ค่าฝุ่นจะสูงใน กทม.ก็พัดพาไปบริเวณดังกล่าว ทั้งนี้ กทม.จะเกิดปัญหานี้ทุกช่วงเดือน ธ.ค.-ม.ค. หลังเดือน ก.พ.จะลดลงและอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน วนอย่างนี้เป็นข้อมูล 9 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่เกิดขึ้นในปีนี้ถามว่าแย่กว่าเดิมหรือไม่ ก็ไม่ได้แย่กว่าเดิม มันมาเร็วและไปเร็วกว่าเดิม ตอนนี้อากาศเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากตัวเลขการวิเคราะห์ความเสียหายทางเศรษฐกิจของสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง ในช่วงเวลาที่เกิดฝุ่น PM2.5 ใน กทม.และปริมณฑลนั้น ระยะเวลา 65 วัน สร้างความเสียหายกว่า 2 หมื่นล้านบาท ยังไม่รวมความเสียหายด้านสุขภาพ ถ้าสะสมทุกปีความเสียหายจะมากขนาดไหน ดังนั้นการปรับเปลี่ยนคุณภาพน้ำมันที่ต้องลงทุนหลักหมื่นล้านนั้น ถ้าลงทุนแล้วใช้ได้นานก็คุ้ม เป็นเรื่องที่โรงกลั่นจะต้องพิจารณา ราคาน้ำมันอาจจะแพงขึ้นไม่ถึง 50 สตางค์ ซึ่งทุกวันนี้ราคาน้ำมันก็เคยขึ้นลงคราวละ 80 &amp;nbsp;สตางค์มาแล้ว&amp;quot; นายสุพัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ปัญหาใหญ่ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมาคือ เราไม่สามารถทราบภาพรวมการเกิดปัญหาทั้งใน กทม.และทั่วประเทศว่าเป็นเท่าไร และแยกไม่ได้ว่าสาเหตุการป่วยของประชาชนเกิดจาก PM2.5, ไข้หวัดใหญ่ระบาด หรือสาเหตุอื่น ทั้งนี้เรามีการเฝ้าระวัง 22 โรงพยาบาลใน กทม.และปริมณฑล ตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค.มีตัวเลขผู้ป่วยอยู่ที่กว่า 1,000 &amp;nbsp;ราย สิ่งที่เราเห็นคือเมื่อเข้าสู่ช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. คนเข้าสู่ระบบคัดกรองมากขึ้น กลุ่มเสี่ยงคือเด็กและผู้สูงอายุที่มีโรคหอบหืด ถุงลมอุดกั้น และโรคหัวใจ โดย จ.สมุทรปราการสูงสุด ดังนั้นหน่วยราชการต้องสื่อให้ประชาชนเข้าใจใหม่ การออกกำลังกายมีทั้งกลางแจ้งและในอาคารสถาน หากฝุ่นเกินต้องงดการออกกำลังกายกลางแจ้ง โดยต่อจากนี้แพทย์จะนำ PM2.5 มาวินิจฉัยโรคต่างๆ ในระยะยาวต่อไป เพื่อติดตามการเกิดเช่นมะเร็ง เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวว่า ต้องร่วมกันใช้รถอย่างมีประสิทธิภาพ โรงเรียนอาจไม่ต้องเข้าแถวหรือเคารพธงชาติพร้อมกัน ให้ทำงานที่บ้าน หรือในระดับมหาวิทยาลัยในช่วงที่ฝุ่นวิกฤติอาจจะใช้วิธีการสอนผ่านช่องทางออนไลน์หรือไลฟ์สด สิ่งที่ต้องรีบทำคือการปรับมาตรฐานยูโร 5 และยูโร 6 ในรถทุกประเภท นอกจากนั้นต้องส่งเสริมการใช้รถไฟฟ้า รถยนต์อัตโนมัติเพิ่มขึ้น โดยปัญหาที่เกิดขึ้นทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันแก้ไข ทุกคนต้องมีส่วนร่วมไม่ใช่เฉพาะหน่วยงานรัฐ ประเทศที่เคยเกิดปัญหาก็แก้ได้โดยใช้เวลาเป็นสิบปี แต่คนไทยลืมง่ายซึ่งเรื่องนี้ต้องทำอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัด ทส.กล่าวว่า วันนี้มีคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การจัดการปัญหาต้องปรับไปเรื่อยๆ การเผาในที่โล่งเป็นปัญหาที่ต้องจัดการ เป็นแหล่งสำคัญของการเกิดมลพิษ ซึ่งมีข้อตกลงอาเซียนที่ต้องดูแลร่วมกัน จากการเดินทางไปประเทศเกาหลี พบว่ามีการตั้งนโยบายที่ชัดเจนว่าจะมุ่งสู่อากาศสะอาดอย่างไร โดยให้ความสำคัญกรุงโซลเป็นพิเศษ ปัญหาเขายากกว่าเราเพราะเป็นภูเขาทั้งนั้น พลังงานยังใช้ถ่านหินอยู่ และได้รับมลพิษจากเพื่อนบ้านมาด้วย ทำให้เรามีกำลังใจในการแก้ปัญหา สิ่งที่ถามเขาคือมีการกล่าวโทษรัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐหรือไม่ เขาไม่กล่าวโทษรัฐบาล แต่คิดว่าจะมีส่วนช่วยแก้ปัญหาอย่างไรบ้าง โดยมีกระทรวงสิ่งแวดล้อมดูแลประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการควบคุมแหล่งมลพิษสำคัญ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลคุณภาพอากาศกับกรมควบคุมมลพิษ เวลา 05.00 น. พบว่าจังหวัดลำพูนมีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐาน โดยค่า PM2.5 อยู่ที่ 51 มคก./ลบ.ม. ค่า PM10 อยู่ที่ 74 มคก./ลบ.ม. และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) อยู่ที่ 101 ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสานจังหวัดลำพูนให้ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาในพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 เปิดเผยว่า พบไฟไหม้ในพื้นที่หลายจุดบนดอยเกลาหลวง จ.ลำพูน โดยมีลักษณะยาวทอดไปจนถึงเขตติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งช่วงบ่ายได้นำ MI17 ลำที่ &amp;nbsp;1 ขึ้นปฏิบัติการทิ้งน้ำในพื้นที่จังหวัดลำพูน 7 รอบ ใช้ปริมาณน้ำ 24,500 ลิตร ส่วน MI17 ลำที่ 2 ขึ้นปฏิบัติการทิ้งน้ำในพื้นที่จังหวัดลำพูน 5 รอบ โดยใช้ปริมาณน้ำ 17,500 ลิตร นอกจากนี้ได้ประสานให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยลำพูนและเชียงใหม่จัดกำลังภาคพื้นดินเข้าดำเนินการด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29440</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, นพ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส, พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์, ยศพงษ์ ลออนวล, วิจารย์ สิมาฉายา, สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6ac2c9c2c7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกระดับแก้ฝุ่น หากเกิน75มคก. ให้อำนาจผู้ว่าฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยกระดับมาตรการแก้ฝุ่นพิษ เกิน 75 มคก./ลบ.ม.ให้อำนาจผู้ว่าฯ กทม.ประกาศพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ บี้ทุกหน่วยเร่งส่งแผนป้องกัน สธ.ฮึ่มเอาผิดเพจแพร่ข้อมูลลวงทำคนแตกตื่น รมช.คมนาคมตรวจพื้นที่สร้างรถไฟฟ้า เผยค่าฝุ่นไม่เกินมาตรฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เมื่อวันที่ 24 มกราคม นายวิจารย์ สิมาฉายา &amp;nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมมลพิษ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมเสนอมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 พื้นที่ กทม.และปริมณฑล โดยจะยกระดับความเข้มข้นของมาตรการ หากปริมาณฝุ่น PM2.5 เกิน 75-100 ไมโครกรัม (มคก.)/ลูกบาศก์เมตร &amp;nbsp;(ลบ.ม.) ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 28/1 วรรค 2 แห่ง พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 ประกาศกำหนดให้เขตที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานดังกล่าวเป็นพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข และหากสถานการณ์ฝุ่นละอองมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น มีค่าฝุ่นเกิน 100 มคก./ลบ.ม. ให้เรียกประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) เพื่อพิจารณามาตรการแก้ไขผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 เป็นการเฉพาะ ก่อนจะนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อใช้อำนาจหรือข้อสั่งการเพื่อลดมลพิษทางอากาศให้ลดลงและไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยขณะนี้ผู้ว่าฯ กทม.เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์แก้ปัญหา PM2.5 และจากการประชุมในครั้งนี้ได้มีข้อเสนอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมอุตุนิยมวิทยา กรมการขนส่งทางบก กรมฝนหลวงและการบินเกษตร หรือแม้แต่ คพ.เอง ต้องส่งแผนดำเนินการแก้ไขปัญหาหากฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน 75-100 มคก./ลบ.ม.เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาให้ผู้ว่าฯ กทม. โดยกำชับให้หน่วยงานเร่งส่งแผนโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม กทม.มี 50 เขตและค่าฝุ่นไม่ได้เกินมาตรฐานในทุกเขต การควบคุมประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ ซึ่งสามารถสั่งยุติกิจกรรมที่ก่อมลพิษเป็นดุลยพินิจของผู้ว่าฯ กทม. รวมทั้งให้มีการระดมสรรพกำลังจากเขตอื่นๆ มาร่วมแก้ปัญหาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้นที่ประชุมได้มีการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิในด้านมลพิษและสิ่งแวดล้อม เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการปรับค่ามาตรฐานฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในระดับที่องค์การอนามัยโลก (WHO) &amp;nbsp;แนะนำไว้ที่ 25 มคก./ลบ.ม. ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง โดยที่ประชุมยังไม่มีข้อสรุปในเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อาจารย์คณะสาธารณสุข มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะอดีตอธิบดี คพ.กล่าวว่า ที่ผ่านมามีข้อเสนอจากหลายฝ่ายให้ปรับแก้ค่ามาตรฐานฝุ่น PM2.5 ให้เท่ากับที่องค์การอนามัยโลกแนะนำเพื่อลดผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชน ซึ่งปัจจุบันค่าเฉลี่ย PM2.5 ของประเทศไทยอยู่ในมาตรฐานเดียวกับประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ คือ 50 มคก./ลบ.ม. ในอนาคตไทยมีโอกาสปรับค่ามาตรฐานได้หากรถไฟฟ้าสร้างเสร็จ การจราจรคล่องตัว มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้น้ำมันให้เข้ามาตรฐานยูโร โดย 5-6 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยได้ปรับค่ามาตรฐานในสารมลพิษหลายตัวมาแล้ว ซึ่งต้องดูความเป็นไปได้ในการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม 2535 ซึ่งให้อำนาจ รมว.ทส.กำหนดค่ามาตรฐาน โดยคำนึงถึงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ สังคม และเทคโนโลยีควบคู่กันไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับค่ามาตรฐานแนะนำ PM2.5 ราย 24 ชั่วโมง ที่องค์การอนามัยโลกกำหนดนั้นมีอยู่ 3 ระดับ &amp;nbsp;ประกอบด้วย ระดับเป้าหมายที่ 1 คือไม่เกิน 75 มคก./ลบ.ม. ระดับเป้าหมายที่ 2 จะเข้มข้นมากขึ้นเป็น &amp;nbsp;50 มคก./ลบ.ม. และระดับเป้าหมายที่ 3 อยู่ที่ 35 มคก./ลบ.ม. จากนั้นจะเข้าสู่คำแนะนำเข้มข้นที่สุดที่องค์การอนามัยโลกระบุไว้ที่ 25 มคก./ลบ.ม. โดยค่าเกณฑ์ขึ้นกับแต่ละประเทศจะเลือกใช้เพื่อป้องกันผลกระทบที่เกิดขึ้นจากฝุ่นละออง โดยประเทศไทยกำหนดค่าฝุ่นละอองรายปีอยู่ในระดับเป้าหมายที่ 2 &amp;nbsp;สำหรับค่าเฉลี่ยฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เฉลี่ย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 75 มคก./ลบ.ม. ถือว่ายังไม่รุนแรงหากเทียบกับปีที่ผ่านมาที่สูงถึง 130 มคก./ลบ.ม. โดยจากนี้มาตรการควบคุมจะช่วยให้สถานการณ์ค่อยๆ ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินจริง จนประชาชนแตกตื่นจะมีมาตรการอย่างไร นายสุพัฒน์กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขจะดำเนินทางกฎหมายกับเพจที่เผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ศูนย์ซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายไหม 11 ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ว่าภาพรวมโครงการเป็นไปตามแผนที่กำหนด ซึ่งแล้วเสร็จปี 2562 และเปิดให้บริการปี 2563 ทั้งนี้จากการวัดค่าฝุ่นละออง PM2.5 &amp;nbsp;บริเวณศูนย์ซ่อมบำรุงดังกล่าว พบว่ามีค่าฝุ่นละอองอยู่ที่ 23-24 มคก./ลบ.ม. ซึ่งถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยหรือพื้นที่สีเขียว โดยที่ผ่านมามอบหมายให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กำกับผู้รับจ้างให้ปฏิบัติตามกำหนดในพื้นที่ก่อสร้างอย่างเคร่งครัด ให้มีการล้างถนนทุกเช้าก่อนเปิดการจราจร ล้างล้อรถทุกครั้งที่ออกจากพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อเป็นการลดการเกิดฝุ่นละออง รวมถึงการตรวจความพร้อมของเครื่องจักรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดควันดำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในส่วนของงานก่อสร้างสถานีตามแนวก่อสร้างรถไฟฟ้านั้น รฟม.ได้ติดตั้งแผงป้องกันฝุ่นละออง ซึ่งถือเป็นอีกมาตรการสำคัญที่จะช่วยลดการเกิดฝุ่นละอองได้เป็นอย่างดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษรายงานสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเมื่อเวลา 15.00 น.ว่า พื้นที่ริมถนนเกินค่ามาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) 5 พื้นที่ ส่วนพื้นที่ทั่วไปอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ 6 พื้นที่ โดยรวมค่าฝุ่นละอองคงที่ มีเพิ่มขึ้นและลดลงบางจุดไม่มากนัก เนื่องจากการจราจรหนาแน่น คาดการณ์วันที่ 25 ม.ค.อากาศลอยตัวได้ ลมพัดอ่อนลง ทำให้ฝุ่นละอองมีโอกาสเพิ่มสูงขึ้นได้.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27459</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประลอง ดำรงค์ไทย, สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190124/image_big_5c49c8c8d4acd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
