<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุพัฒนพงษ์&#039;ยันไม่มีสัญญาณถูกปรับออกจากครม. นายกฯยังใช้ทำงานอยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64- &amp;nbsp;นายสุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)หลังมีชื่ออาจถูกปรับออกว่า เป็นข่าวที่ออกมาจากสื่อมวลชน แต่ความแน่นอนจากแหล่งข่าวที่ถูกต้องก็เป็นเรื่องที่สื่อจะมีวิจารณญาณกันเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;ผมยังไม่ได้รับแจ้งเรื่องนี้โดยตรงแต่อย่างใด และไม่มีสัญญาณอะไร ผมยังทำงานทุกวัน เดี๋ยววันนี้ก็ต้องไปเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งเป็นไปตามหน้าที่ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ท่านมอบหมายอะไรก็ทำต่อไป วันนี้ทำเต็มที่ ต้องเข้าใจว่ายามนี้เป็นยามวิกฤติ เมื่อได้รับมอบหมายอะไรมา ก็ต้องทำให้เต็มที่ให้ดีที่สุด&amp;quot;รองนายกฯกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118800</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับครม., สุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615bc8802179d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84075</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2020 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2020 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กพช.ลุยนำร่องโรงไฟฟ้าชุมชน 150 เมกฯ คาดเปิดขายซองได้ภายใน ม.ค. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ย. 2563 &amp;nbsp;นายสุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม ว่าที่ประชุมได้เห็นชอบแนวทางการส่งเสริมโรงไฟฟ้าชุมชน ตามมติของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2563 โดยเห็นชอบโครงการนำร่องโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก มีเป้าหมายนำร่องที่ 150 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นเชื้อเพลิงจากชีวมวล 75 เมกะวัตต์ มวล มีปริมาณไฟฟ้าเสนอขายไม่เกิน 6 เมกะวัตต์ต่อโครงการ &amp;nbsp;และก๊าซชีวภาพ 75 เมกะวัตต์ ไม่เกิน 3 เมกะวัตต์ต่อโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งปัจจุบันให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) ดำเนินงานกำหนดเกณฑ์ในการคัดเลือกเอกชนที่จะเข้ามาดำเนินงาน และคาดว่าจะมีกำหนดแล้วเสร็จก่อนออกระเบียบและเงื่อนไขการประมูล ในช่วงเดือนม.ค. 2564 โดยจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 1 เดือนก่อนที่จะมีการประกาศรายชื่อเอกชนที่ชนะการประมูลได้ในช่วงเดือนมี.ค. ซึ่งโครงการดังกล่าวมีกำหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ (ซีโอดี) ภายใน 36 เดือน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาฯ และจะเปิดรับซื้อไฟฟ้าในรูปแบบค่าไฟฟ้าคงที่ตลอดอายุสัญญา หรือฟีด อิน ทารีฟ (FiT) โดยกำหนดเพดานไว้ที่เชื้อเพลิงชีวมวล 4.2636 บาทต่อหน่วย และก๊าซชีวภาพ ที่เป็นพืชพลังงาน ผสมน้ำเสียหรือของเสีย น้อยกว่าหรือเท่ากับ 25% จะกำหนดอัตราอยู่ที่ 4.8482 บาทต่อหน่วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการดังกล่าวต้องทำให้เร็วที่สุด และต้องมีการแบ่งปันผลประโยชน์ อาทิ การให้หุ้นบุริมสิทธิ 10% ให้กับวิสาหกิจชุมชน หรือเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน ซึ่งเป็นผู้ปลูกพืชพลังงานให้แก่โรงไฟฟ้า การให้ผลประโยชน์อื่น ๆ ให้โรงไฟฟ้าและชุมชนทำความตกลงกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม เช่น ด้านการสาธารณสุข ด้านสาธารณูปโภค ด้านการศึกษา เป็นต้น ซึ่งโครงการนี้จะเห็นความชัดเจนก็ตั้งแต่การเปิดประมูลแล้ว ถ้ามีผู้สนใจเยอะ และใช้เวลาประเมินแล้วว่ามีแนวทางที่สนับสนุนชุมชนจริง ๆ ก็อาจจะเปิดรับสมัครโควต้ารอบ 2 ได้ภายใน 1 ปีข้างหน้า&amp;rdquo;นายสุพัฒน์พงษ์ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันที่ประชุมยังเห็นชอบแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปีงบประมาณ 2564 ในวงเงิน 6,500 ล้านบาท ตามมติคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2563 และให้คณะกรรมการกองทุนฯ มีอำนาจปรับปรุงแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และลำดับความสำคัญฯ และการจัดสรรเงินตามกลุ่มงานต่างๆ ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม โดยแผนอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน กรอบวงเงิน 6,305 ล้านบาท ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.กลุ่มงานตามกฎหมาย จำนวน 200 ล้านบาท 2.กลุ่มงานสนับสนุนนโยบายอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน จำนวน 500 ล้านบาท 3.กลุ่มงานศึกษา ค้นคว้าวิจัย นวัตกรรม และสาธิตต้นแบบ จำนวน 355 ล้านบาท 4.กลุ่มงานสื่อสาร และข้อมูล ข่าวสาร จำนวน 200 ล้านบาท 5.กลุ่มงานพัฒนาบุคลากร จำนวน 450 ล้านบาท 6.กลุ่มงานส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) อาคาร บ้านอยู่อาศัย ภาคขนส่ง ธุรกิจฟาร์มเกษตรสมัยใหม่ และพื้นที่พิเศษ จำนวน 2,200 ล้านบาท 7. กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก จำนวน 2,400 ล้านบาท และแผนบริหารจัดการ ส.กทอ. จำนวน 195 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84075</URL_LINK>
                <HASHTAG>กพช., สุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาว์, โรงไฟฟ้าชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200806/image_big_5f2be8d981f8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
