<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 17:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.อ.ท.รับโควิดระลอกใหม่กระทบหนักเสียหายเดือนละแสนล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เมษายน 2564 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่ายอมรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกนี้หนักหน่วงไม่แพ้ครั้งแรกและมีความกังวลค่อนข้างมาก เพราะมีจำนวนผู้ติดเชื้อสูง โดยเบื้องต้นประเมินผลกระทบครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวไปอย่างน้อย 1 เดือน และหากยังไม่สามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดได้จะเกิดความเสียหายลุกลามต่อไปเดือนละ 1 แสนล้านบาทแน่นอน ดังนั้น ภาคเอกชนเห็นว่ามีความจำเป็นต้องล็อกดาวน์เฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงและมีการแพร่ระบาดสูงในบางพื้นที่ บางธุรกิจหรือบางอาชีพอย่างน้อย 15 วัน ซึ่งภาคเอกชนรับได้ และถ้าประเมินสถานการณ์แล้วหมดความสุ่มเสี่ยง ก็ค่อยผ่อนคลายเป็นมาตรการป้องกันแทนล็อกดาวน์ หากไม่ล็อกดาวน์เลยจะยิ่งสร้างเสียหายเพิ่มขึ้นทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ได้รับมีความเสียหายเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่อิงธุรกิจภาคบริการ และอุตสาหกรรมบางส่วนที่อิงตลาดในประเทศ ดังนั้นหากรัฐบาลบริหารจัดการเรื่องการกระจายวัคซีนได้เร็วขึ้นให้ประชาชนได้รับวัคซีนภายในเดือนมิ.ย.2565 ประมาณ 20-30 ล้านโดส ก็เชื่อว่าจะช่วยบรรเทาความเสียหายทางเศรษฐกิจและสามารถกลับฟื้นคืนมาได้แน่นอน ขณะที่ อุตสาหกรรมที่อิงการส่งออกส่วนใหญ่ปรับตัวดีขึ้นหมด เพราะเศรษฐกิจโลกดีขึ้น เช่น สหรัฐโตเกือบ 6% จีนมากกว่า 8% หรืออาจโตเป็นตัวเลขสองหลัก ช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจโลกมีทิศทางที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพันธุ์ กล่าวถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนมี.ค. 64 ว่า อยู่ที่ระดับ 87.3 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 85.1 ในเดือนก.พ. 64 โดยค่าดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกขนาดอุตสาหกรรมและทุกภูมิภาค โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อภาคการผลิต รวมทั้งการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและการบริโภคในประเทศ นอกจากนี้ผู้ประกอบการเร่งผลิตสินค้าก่อนวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลสงกรานต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันด้านการส่งออกมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นตามทิศทางเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มฟื้นตัว โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วนฯ เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ และน้ำมันสำเร็จรูป นอกจากนี้ ความคืบหน้าเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนในหลายประเทศ รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ อาทิ สหรัฐฯ จีนและยุโรป ช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจโลกมีทิศทางที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจผู้ประกอบการ 1,351 ราย ครอบคลุม 45 กลุ่มอุตสาหกรรมทั่วประเทศในเดือนมี.ค. 64 พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้น ได้แก่ ราคาน้ำมัน &amp;nbsp;51.2% และสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ &amp;nbsp;46.1% ส่วนปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความกังวลลดลง ได้แก่ สภาวะเศรษฐกิจโลก 63.2% , อัตราแลกเปลี่ยน (มุมมองผู้ส่งออก) โดยอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ 52% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ &amp;nbsp;33.5% ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 94.0 จากระดับ 92.0 ในเดือนก.พ. 64 เนื่องจากผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นว่าความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในหลายประเทศ ตลอดจนมาตรกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ จะช่วยให้เศรษฐกิจการค้าโลกฟื้นตัวต่อเนื่อง นอกจากนี้ การผ่อนปรนมาตรการควบคุมการเดินทางเข้าประเทศของนักท่องเที่ยวต่างชาติจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท. ได้รวบรวมข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ ที่ภาคเอกชนต้องการให้ 1.ขอภาครัฐเร่งควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 ระลอกใหม่ให้ได้โดยเร็ว โดยใช้มาตรการล็อกดาวน์เฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงและมีการแพร่ระบาดสูง 2. เร่งรัดการฉีดวัคซีน โควิด-19 ให้กับประชาชนเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนเกี่ยวกับความปลอดภัยของวัคซีน 3. สนับสนุนให้เอกชนนำเข้าวัคซีนที่ได้ขึ้นทะเบียนกับ อย.แล้ว เพื่อช่วยให้การฉีดวัคซีนเร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ขอให้ภาครัฐดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง 5. เร่งแก้ไขปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ของผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และ 6. เร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่ยังเป็นปัญหาต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100932</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วงโควิดระบาด, สอท., สุพันธุ์ มงคงสุธี, เศรษฐกิจเสียหาย, แสนล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_6087e9050f6f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2020 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2020 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุพันธุ์&#039;เชื่อสหรัฐตัดจีเอสพีไม่กระทบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค. 2563 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงกรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ให้มีการตัดสิทธิประโยชน์ทางภาษี(จีเอสพี) สำหรับสินค้าไทย หลังจากไม่สามารถเจรจาเพื่อนำเนื้อหมูที่มีสารเร่งเนื้อแดงจากสหรัฐอเมริกาเข้าตลาดไทยได้นั้น เห็นว่าหลังจากที่มีการประเมินแล้วนั้นจะเกิดผลกระทบต่อภาคเอกชนในประเทศประมาณ 600-700 ล้านบาท โดยกลุ่มที่จะที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่จะเป็น ชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมอาหาร สินค้าอิเล็กทรอนิกส์บางชนิด

&amp;ldquo;การตัดสิทธิ์ดังกล่าวนั้น ต้องการเกิดกระทบอย่างแน่นอน แต่ไม่รุนแรงมาก แม้ประเทศไทยจะยังมีสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ไม่ดีนักในช่วงนี้ แต่ไม่ถือว่าเป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจเพราะคงเป็นเพียงผลกระทบระยะสั้น สินค้าต่าง ๆ ก็ยังขายได้อยู่ ซึ่งมาตรการดังกล่าวที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. 63 นี้ เอกชนทุกส่วนก็ต้องมีการเตรียมตัว จริง ๆ เคยประเมินไปแล้วว่าหลังจากที่มีการตัดสิทธิ์ครั้งแรกแล้วก็อาจจะมีอีกครั้งหนึ่งตามมา&amp;rdquo;นายสุพันธุ์ กล่าว

อย่างไรก็ตามผลกระทบระยะยาวก็อาจจะไม่รุนแรง แต่ภาคเอกชนเองก็จะต้องมีการเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่จะต้องเผชิญให้ได้ รวมถึงต้องมีการหาตลาดใหม่ ๆ เพื่อรองรับสินค้า และต้องมีแนวทางที่จะลดต้นทุนในการผลิตให้ได้ในช่วงนี้ เพื่อสามารถก้าวข้ามปัญหาที่จะตามเข้ามา
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82482</URL_LINK>
                <HASHTAG>ส.อ.ท., สุพันธุ์ มงคงสุธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d67b72ca6afd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50728</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2019 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2019 15:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอดดัชนีเชื่อมั่นเอกชนต่ำสุดในรอบ 17 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.อ.ท.โอดดัชนีความเชื่อมั่นเอกชนต่ำสุดในรอบ 17 เดือน ชี้กำลังซื้อชะลอตัว ปัจจัยภายนอกทั้งค่าเงิน-เทรดวอร์กระทบแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ย. 2562 - นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนต.ค.2562 อยู่ที่ระดับ 91.2 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 92.1 ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 17 เดือน นับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2561 เนื่องจากผู้ประกอบการยังคงมีความกังวลกำลังซื้อในส่วนภูมิภาคที่ยังชะลอตัว และผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ประสบปัญหาด้านการเงิน หลังจากสถาบันการเงินมีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น รวมทั้งสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐยังคงยืดเยื้อ และการแข็งค่าของเงินบาที่ทำให้ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันที่ 27 พ.ย.นี้ ภาคเอกชนมีกำหนดการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประชุมเชิงปฏิบัติการกับกลุ่มอุตสาหกรรมส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท เนื่องจากมาตรการที่ธปท.ใช้ดูแลค่าเงินบาทอยู่ในปัจจุบันอาจไม่เพียงพอเท่าที่ควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราไม่ได้บอกว่าสิ่งที่ธปท.ทำใช้ไม่ได้ เพราะอยู่ในอำนาจของธปท.ทำได้อยู่แล้ว แต่เอกชนอยากบอกว่าสิ่งที่เราอยากได้อาจนอกเหนือเกินขอบเขตของธปท. เช่น การปรับลดดอกเบี้ยนโยบายที่ควรพิจารณาตามความเหมาะสมของสภาพเศรษฐกิจและปัจจัยต่างๆ ภายในประเทศ รวมถึงมาตรการเปิดเสรีให้นำส่งเงินออกนอกประเทศที่ธปท.ดำเนินการอยู่ คนยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้คนรับรู้และเข้าใจมากขึ้น และอื่นๆ ที่ต้องทำเวิร์คชอปว่าจะทำอย่างไร เชื่อว่าจะช่วยให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงได้ในระดับหนึ่ง&amp;ldquo;นายสุพันธุ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50728</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีความเชื่อมั่น, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.), สุพันธุ์ มงคงสุธี, อุตสาหกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191120/image_big_5dd4f24345c5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2018 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2018 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดัชนีอุตฯ พ.ย. สูงสุดในรอบ 66 เดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.อ.ท. เผยดัชนีอุตฯ พ.ย. สูงสุดในรอบ 66 เดือน เนื่องจากผู้ประกอบการเร่งผลิตสินค้าชดเชยวันหยุด และจัดโปรโมชั่นต้อนรับปีใหม่

19ธ.ค.61-นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนพฤศจิกายน 2561 อยู่ที่ระดับ 93.9 ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากระดับ 92.6 ในเดือนตุลาคม โดยเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้น ในทุกองค์ประกอบ ได้แก่ ยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต ต้นทุนประกอบการ และผลประกอบการ


ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่า ในเดือนพฤศจิกายน ความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 และสูงสุดในรอบ 66 เดือน นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2556 ซึ่งเป็นผลมาจากผู้ประกอบการเร่งผลิตสินค้าเพื่อชดเชยวันทำงานที่น้อยกว่าปกติในช่วงเดือนธันวาคม ขณะเดียวกันผู้ประกอบการ มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดขายในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่น กลุ่มอาหาร กลุ่มยานยนต์ กลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ต้นทุนประกอบการได้รับผลดีจากการที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงและอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลงจากเดือนตุลาคม

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้น อยู่ที่ระดับ 107.4 เพิ่มขึ้นจากระดับ 106.7 ในเดือนตุลาคม สะท้อนความเชื่อมั่นในอนาคตอยู่ในระดับที่ดี ผู้ประกอบการเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยเฉพาะในส่วนภูมิภาค




&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24578</URL_LINK>
                <HASHTAG>ส.อ.ท., สุพันธุ์ มงคงสุธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180919/image_big_5ba2088c4aa3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอท.มึนเชื่อมั่นอุตฯเม.ย.หดตัว เอกชนหวั่นค่าแรง-น้ำมันราคาสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.อ.ท.เผยดัชนีความเชื่อมั่นอุตฯ เม.ย. 61 หดตัวอยู่ระดับ 89.1 ชี้เหตุวันหยุดต่อเนื่อง เอกชนยังกังวลค่าจ้างแรงงาน และราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น คาดการณ์ 3 เดือนยังโตมั่นใจเศรษฐกิจขยายตัว

10 พ.ค. 2561 - นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)เปิดเผยว่า ผลการสำรวจความเชื่อมั่นผู้ประกอบการประจำเดือนเม.ย. 2561 อยู่ที่ระดับ 89.1 ปรับตัวลดลงจากระดับ 90.7 ในเดือนมี.ค. ทั้งนี้ค่าดัชนีฯ ที่ลดลง เนื่องจากในเดือนเม.ย. มีวันทำงานน้อยกว่าปกติจากวันหยุดต่อเนื่องในช่วงเทศกาลสงกรานต์ รวมทั้งผู้ประกอบการได้เร่งผลิตไปในช่วงเดือนก่อนหน้าแล้ว ส่งผลให้การใช้กำลังการผลิตในเดือนนี้ลดลง อีกทั้งผู้ประกอบการยังมีความกังวลต่อต้นทุนการผลิต จากราคาวัตถุดิบ ราคาน้ำมันและค่าจ้างแรงงานที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งการแข่งขันด้านราคา ขณะเดียวกันการแข็งค่าของเงินบาทส่งผลกระทบทำให้ผู้ส่งออกสูญเสียรายได้เมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินบาท

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ระดับ 102.2 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 100.9 ในเดือนมี.ค. เนื่องจากผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องโดยมีแรงหนุนจากภาคการส่งออก ทั้งนี้ภาคเอกชนยังมีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ โดยต้องการให้แก้ไขปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เช่น ผ่อนปรนเงื่อนไขการขอสินเชื่อและการใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐที่ยังล่าช้า รวมถึงลดภาษีนำเข้าสินค้าทุนและเครื่องจักร สำหรับผู้ผลิตสินค้าเพื่อส่งออก พร้อมเปิดความสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุนกับกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8896</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีความเชื่อมั่น, ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ส.อ.ท., สุพันธุ์ มงคงสุธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180510/image_big_5af3caaac679a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8728</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 22:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 22:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กกร.ชี้เศรษฐกิจไทยยังขาขึ้นรับอานิสงค์ส่งออก-ท่องเที่ยวโต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กกร.ยันเศรษฐกิจไทยยังโต รับอานิสงค์ส่งออก-ท่องเที่ยว ชี้ไตรมาส 1/61 ขยายตัว 4.0% คงคาดการณ์ปีนี้โต 4.0-4.5% ส่งออก 5.0-8.0% พร้อมเบรกมาตรฐานบัญชีใหม่ หวั่นกระทบเอสเอ็มอีเข้าถึงเงินทุนยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพันธุ์ มงคงสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ว่าที่ประชุมประเมินเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 1/2561 น่าจะขยายตัวราว 4.0% เท่ากับการขยายตัวในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2560 เนื่องจากเครื่องชี้เศรษฐกิจในไตรมาสแรกปี 2561 สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนหลักจากภาคต่างประเทศ ทั้งการส่งออกที่ขยายตัวสูงซึ่งส่งผลบวกตามมาต่อการผลิตภาคอุตสาหกรรม และภาคการท่องเที่ยวที่ยังขยายตัวดี แม้แรงส่งด้านการใช้จ่ายภายในประเทศแผ่วลงจากกำลังซื้อฐานรากหรือรายได้เกษตรกรที่ยังหดตัว และการลงทุนที่ชะลอลงก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ระยะต่อไปยังคงต้องติดตามบทสรุปของประเด็นข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐกับประเทศคู่ค้า ซึ่งเบื้องต้นมองว่าอาจจะมีผลกระทบที่จำกัดต่อการส่งออกของไทยในปี 2561 รวมทั้งประเด้นข้อตกลงโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน และจังหวะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรรัฐที่อาจจะมีผลต่อทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนให้ยังคงปรับตัวผันผวน&amp;quot;นายสุพันธุ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กกร.จะติดตามความคืบหน้าของการลงทุนโดยเฉพาะในโครงการภาครัฐที่น่าจะทยอยปรับดีขึ้นในช่วงไตรมาส 2 และ 3 ซึ่งเป็นช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณ ตลอดจนสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตร ซึ่งจะมีผลต่อการประเมินภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยต่อไป อย่างไรก็ตาม ยังคงประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2561 ไว้ที่ 4.0-4.5% และคาดว่าการส่งออกน่าจะขยายตัว 5.0-8.0% ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมองว่าน่าจะอยู่ที่ 0.7-1.2%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพันธุ์ กล่าวว่าเบื้องต้น กกร.ได้ทำหนังสือถึงคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี (กกบ.) ให้เลื่อนการบังคับใช้มาตรฐานการบัญชี TFRS9 วันที่ 1 ก.ค.2562 ออกไป เป็นวันที่ 1 ม.ค.2565 เพราะอยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้มีเวลาศึกษาข้อดีข้อเสียที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยค่อนข้างสูงชัดเจนก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กกร.ขอให้ภาครัฐเชิญภาคธุรกิจที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรงโดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เช่น ธุรกิจลิสซิ่ง เช่าซื้อ เข้าร่วมเป็นคณะอนุกรรมการศึกษาผลกระทบอย่างละเอียดรอบด้านให้มีความชัดเจนก่อนบังคับใช้ เพื่อจะได้กำหนดแนวทางในการนำมาตรฐานมาใช้งานให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยต่อไป&amp;rdquo;นายสุพันธุ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า เรื่องนี้น่าจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะผลกระทบต่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะยากลำบากขึ้น สถาบันการการเงินอาจต้องกันสำรองหนี้เสียสูงขึ้น เพราะมาตรฐานการบัญชีใหม่จะเป็นต้นทุนของสถาบันการเงิน ส่งผ่านไปยังการขอสินเชื่อของผู้ประกอบการเองที่อาจไม่ได้รับความช่วยเหลือเงินกู้เลยก็ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8728</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกร., คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน, จีดีพี, ท่องเที่ยว, ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ส.อ.ท., สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สมาคมธนาคารไทย, สุพันธุ์ มงคงสุธี, ส่งออก, เศรษฐกิจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180507/image_big_5af0713c5752d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
