<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอกชน&#039;หนุนรัฐเปิดเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค. 2564 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 (ศบค.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ภาคเอกชนเห็นด้วยอย่างมากในการเปิดประเทศวันที่ 1 พ.ย. นี้ เนื่องจากจะเป็นช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ เมื่อรวมกับมาตรการต่างๆที่ภาครัฐออกมา คาดว่าจะช่วยให้เกิดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้กว่า 5 หมื่น&amp;ndash; 1 แสนล้านบาท มีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจทั้งนี้ไม่ติดลบแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ส.อ.ท.ได้เสนอในที่ประชุมในการเปิดประเทศทุกจังหวัดทุกพื้นที่พร้อมกันไม่จำเป็นต้องเปิดจังหวัดนำร่องก่อน เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศ จะมีมาตรการการตรวจโรคมาแล้วในขั้นหนึ่ง ทั้งการฉีดวัคซีนและการตรวจคัดกรองโรค ซึ่งทางพล.อ.ประยุทธ์ ได้รับหลักการและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาความเหมาะสมและที่สำคัญการทำคู่มือการเดินทางเข้าพื้นที่แต่ละกลุ่มจังหวัด 3 กลุ่ม คือ พื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด (สีแดงเข้ม) , พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) , พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) ควรมีมาตรการที่เหมือนๆ กัน เช่น จังหวัดสีแดงเข้ม ก็ควรมีมาตรการเดียวกัน สีส้ม ก็ควรมีชุดมาตรการเดียวกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ไม่เช่นนั้นจะสับสนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลพิจารณาข้อมูลการติดเชื้อและเสียชีวิตอย่างรอบคอบ พิจารณาข้อมูลทุกด้าน เพราะปัจจุบันยอดติดเชื้อและเสียชีวิตยังสูงอยู่ โดยเฉพาะติดเชื้อกลับมาแตะระดับหลักหมื่นคนต่อวันต่อเนื่องหลังลดลงไปก่อนหน้านี้ ซึ่งการคลายล็อกและมีการฉีดวัคซีนให้ประชาชนแม้จะปริมาณมาก แต่อยากให้ดูตัวอย่างของบางประเทศ อาทิ สิงคโปร์ อิสราเอล ที่คลายล็อกหลังฉีดวัคซีนแล้วแต่ก็กลับมาติดอีก เกิดการระบาดระลอกใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้อยากให้ภาครัฐเข้มงวดกับธุรกิจที่มีความเสี่ยง อาทิ ร้านอาหาร ปัจจุบันการให้บริการเริ่มใกล้100% เว้นระยะน้อยลง และบางร้านเริ่มเสิร์ฟแอลกอฮอล์ทั้งที่ยังไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่ประชาชนเองก็ไม่ควรการ์ดตก เพื่อไม่ให้สถานการณ์กลับไปเหมือนเดิม ถูกล็อกดาวน์ อยากให้ทุกคนช่วยกัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119790</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นเศรษฐกิจ, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), สุพันธุ์ มงคลสุธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bf6111d8087.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116054</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.อ.ท.โอดความเชื่อมั่นอุตฯ ดิ่งสุดรอบ 16 เดือน วอนรัฐช่วยพักต้นพักดอกนาน 1 ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย. 2564 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนส.ค. 2564 ว่า ความเชื่อมั่นอยู่ที่ระดับ 76.8 ลดลงจากระดับ 78.9 ในเดือนก.ค. 64 ลดลงในทุกภูมิภาคและทุกขนาดอุตสาหกรรม และค่าดัชนีฯ ยังต่ำที่สุดในรอบ 16 เดือน นับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2563 ปัจจัยที่ส่งผลกระทบมาจากมาตรการควบคุมโควิด-19 ที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดเป็น 29 จังหวัด และบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ตลอดเดือนสิงหาคม ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศลดลง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การแพร่ระบาดในโรงงานอุตสาหกรรมยังไม่คลี่คลายส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตลดลงและการส่งมอบสินค้าล่าช้าโดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เน้นการส่งออก นอกจากนี้ยังกังวลเกี่ยวการฉีดวัคซีนให้กับพนักงานในโรงงานที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย กำลังซื้อในประเทศที่ยังอ่อนแอ เอสเอ็มอีขาดสภาพคล่อง นอกจากนี้การส่งออกยังเจอปัญหาอัตราค่าระวางเรือระดับสูง ขาดแคลนชิปเซมิคอนดักเตอร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าพบว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 90.9 จากระดับ 89.3 ในเดือนก.ค. 2564 โดยผู้ประกอบการคาดหวังว่าการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ควบคู่ไปกับการเร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนครอบคุลมทุกกลุ่ม จะช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อลงได้ และทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจค่อยๆ ฟื้นตัว ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเห็นว่าภาครัฐควรเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ รวมถึงเร่งขยายการส่งออกอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท.ได้ทำการสำรวจถึงข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ มีจำนวน 4 ข้อ ได้แก่ 1. ขอให้ภาครัฐสนับสนุนงบประมาณในการจัดตั้งพื้นที่กักตัวและศูนย์พักคอยภายในโรงงาน รวมทั้งช่วยจัดหาและสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อชุดตรวจเอทีเค ตามมาตรการบับเบิล แอนด์ ซีล 2. ขอให้ภาครัฐเร่งฉีดวัคซีนให้แก่แรงงาน ม.33 ที่สถานประกอบการ เพื่อลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโควิด 3. ขยายมาตรการพักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยออกไปอย่างน้อย 6 เดือน ถึง 1 ปี ให้กับสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมของภาครัฐ รวมถึงสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่องให้เอสเอ็มอี และ 4.ขอให้ภาครัฐเจรจากับประเทศคู่ค้าเพื่อสร้างความเชื่อมั่นเกี่ยวกับความปลอดภัยในสินค้าส่งออกของไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ล่าสุดจากการที่รัฐบาลเตรียมออกมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจเดือนต.ค.นี้ก็ขอให้เน้นมาตรการเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชน แรงงาน และจัดหาวัคซีนให้เพียงพอตามที่ประกาศไว้ และอยากให้ช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการในการป้องกันโควิดภายในโรงงาน สำหรับการหารือระหว่างคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือกกร. ที่อยู่ระหว่างขอนัดหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นั้น ยังอยู่ระหว่างประสานงาน โดยกกร.กำลังจัดทำข้อเสนอให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากรัฐคลายล็อกดาวน์ เบื้องต้นคาดว่าจะยังไม่มีการหารือในสัปดาห์หน้า แต่คาดว่าจะได้หารือร่วมกันในเร็วๆนี้&amp;quot;นายสุพันธุ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการสมาชิก ล่าสุด ส.อ.ท.ได้หาแหล่งเงินทุนรูปแบบ ซัพพลาย เชน แฟคตอริ่ง โดยอาศัยเครดิตของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ช่วยเหลือซัพพลายเออร์ของตัวเองผ่านกลไกของธนาคาร 3 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน) และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย วงเงินสินเชื่อรวม 40,000 ล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่เป็นสมาชิก ส.อ.ท. อาทิ &amp;nbsp;บริษัทในกลุ่มสิทธิผล บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) บริษัท อีโนเวรับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) กลุ่มบริษัท พี.เอฟ.พี. บริษัท เอส.พี.เอส. โคออพเพอเรท จำกัด(มหาชน) บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด(มหาชน) บริษัท นิภาเทคโนโลยี จำกัด(มหาชน) บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด(มหาชน) บริษัท เศรษฐ์ อินเตอร์เทรด จำกัด(มหาชน) รวมไปถึงกลุ่มธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ พร้อมช่วยเหลือซัพพลายเออร์โดยเฉพาะเอสเอ็มอีให้มากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116054</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), สุพันธุ์ มงคลสุธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_6103f0faef000.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112786</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.อ.ท. โอดดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ลดต่ำสุดในรอบ 14 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10 ส.ค. 2564 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ค.2564 อยู่ที่ระดับ 78.9 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 80.7 ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และต่ำสุดในรอบ 14 เดือน นับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2563 เนื่องจากจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ยังไม่คลี่คลายและกระจายวงกว้างไปทั่วประเทศ ส่งผลให้ภาครัฐต้องออกมาตรการล็อกดาวน์ในพื้นที่ 13 จังหวัด ห้ามออกนอกเคหะสถานช่วงเวลา 21.00-04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.-2 ส.ค.2564 การจำกัดการเดินทางภายในประเทศ รวมทั้งขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้พนักงานทำงานที่บ้านมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่ามาตรการดังกล่าวยังไม่สามารถลดจำนวนผู้ติดเชื้อลงได้ และยังส่งผลให้ภาคธุรกิจโดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) และประชาชนมีรายได้ลดลง ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งทำให้กำลังการผลิตลดลง 5-10% เนื่องจากแรงงานต้องกักตัวทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน รวมทั้งโรงงานบางแห่งต้องปิดชั่วคราวเพื่อทำความสะอาด บางอุตสาหกรรมจึงอาจเหลือกำลังการผลิตไม่ถึง 50% ขณะที่แรงงานในภาคอุตสาหกรรมยังได้รับวัคซีนในสัดส่วนที่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 89.3 ปรับตัวลดลงจากเดิมคาดไว้อยู่ที่ระดับ 90.8 ในเดือนมิ.ย.2564 เนื่องจากผู้ประกอบการมีความกังวลต่อสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลายโดยเฉพาะการแพร่ระบาดในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งหากไม่สามารถควบคุมได้จะกระทบต่อภาคการผลิตและการส่งออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผู้ประกอบการมองว่าหากภาครัฐใช้มาตรการล็อกดาวน์หลายเดือนจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ขณะที่สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกยังไม่แน่นอน เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าในหลายประเทศอาจส่งผลต่อกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก รวมถึงการส่งออกของไทยในระยะต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพันธุ์ กล่าวว่า ส.อ.ท. มีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐให้เร่งตรวจเชิงรุกในกลุ่มพื้นที่สีแดงเข้ม เพื่อแยกผู้ติดเชื้อออกจากกลุ่มที่ไม่ติดเชื้อ ควบคู่กับการใช้มาตรการล็อกดาวน์ รวมทั้งเตรียมความพร้อมด้านระบบสาธารณสุขในการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ และขอให้ภาครัฐเร่งฉีดวัคซีนให้แก่แรงงาน ม.33 เพื่อลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสถานประกอบการ รวมทั้งรักษาศักยภาพในการผลิตและภาคส่งออกของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ส.อ.ท. ยังเตรียมหารือร่วมกันภายใต้คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.) เพื่อจัดทำหนังสือเสนอขอเข้าพบต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยคาดว่าจะส่งหนังสือได้ภายใน 1-2 วันนี้ โดยต้องการให้ภาครัฐบาลเร่งแก้ไขดำเนินการใน 3 เรื่องหลักในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อเสนอประกอบด้วย 1. การจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ซึ่งรัฐควรเปิดให้มีการนำเข้าวัคซีนทางเลือกให้เพิ่มขึ้นเนื่องจากขณะนี้การติดเชื้อในโรงงานเริ่มมีจำนวนมากขึ้นต่อเนื่องซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจตามมา 2. &amp;nbsp;ต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้กับเอกชนในเรื่องของการจัดหาวัคซีนและอุปกรณ์ป้องกันการดูแลการแพร่เชื้อโดยเฉพาะ Antigen Test Kit (ATK) ซึ่งเป็นภาระรายจ่ายของภาคเอกชนมากขึ้นในขณะนี้ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำแนวทางขอความช่วยเหลือ และ 3.ขอให้รัฐพิจารณาอนุมัติให้ภาคเอกชนที่มีศักยภาพในการผลิตยาฟาวิพิราเวียร์เนื่องจากขณะนี้เอกชนมีศักยภาพผลิตแต่ต้องได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เปิดให้เอกชนผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ได้ไหมถ้าเขาทำได้หากอย.อนุมัติเพราะถ้าไทยขาดยานี้อีกจะกลายเป็นเรื่องใหญ่มากเราไม่อยากให้เกิดขึ้น ขณะเดียวกันจะมีการเสนอแนวทางมาตรการเยียวยาภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม(เอสเอ็มอี)เข้าไปด้วย &amp;ldquo;นายสุพันธุ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112786</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ค.2564, ส.อ.ท., สุพันธุ์ มงคลสุธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bf6111d8087.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112713</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 15:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.อ.ท.ไม่ห่วงลดคุ้มครองเงินฝากเหลือ 1 ล้าน ยันแบงก์ไทยแข็งแกร่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค. 2564 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงกรณีที่สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากตามกฎหมายคุ้มครองเงินฝาก ในวงเงินไม่เกิน 1ล้านบาท ต่อ 1 รายผู้ฝาก ต่อสถาบันการเงิน เหลือ 1 ล้านบาทในวันที่ 11 ส.ค. 2564 นี้ว่าธนาคารของประเทศไทยในขณะนี้ไม่ได้มีจำนวนมาก รวมถึงการแข่งขันกันในเชิงธุรกิจก็ไม่ได้ดุเดือด ต่างจากต่างประเทศที่มีจำนวนธนาคารมากและการแข่งขันสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะที่ศักยภาพและสถานะของธนาคารทุกธนาคารในประเทศก็ค่อนข้างแข็งแรงไม่มีด้านไหนที่สื่อถึงความอ่อนแอหรือไร้ความมีเสถียรภาพออกมา จนทำให้ผู้บริโภคไปฝากเงินแล้วเป็นกังวลได้ ซึ่งเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เชื่อมั่นในระบบธนาคารของประเทศไทยอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะเดียวกันเรื่องดังกล่าวก็มีการส่งสัญญาณมาก่อนหน้านี้แล้วที่มีการปรับลดวงเงินคุ้มครองเหลือ 5 ล้านบาทจนมาถึงปัจจุบัน ที่จะมีการปรับลดวงเงินคุ้มครองเหลือ 1 ล้านบาท ก็มั่นใจว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็รับรู้และอาจจะลดความกังวลในส่วนนี้ไปแล้ว ขณะที่รัฐบาลเองก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีมาตรการเข้ามารับภาระในส่วนนี้ด้วย ถ้าจะมีความกังวลน่าจะเป็นกลุ่มผู้ที่ มีเงินฝากมากกว่า 1 ล้านบาทซึ่งมีสักลดส่วนที่น้อยกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;เดิมที่ต้องมีการค้ำประกันเงินฝาก เนื่องจากประเทศไทยเปิดวิกฤติด้านการเงิน หลังจากที่มีวิกฤตต้มยํากุ้งสถาบันการเงินในประเทศไทยมีการปรับตัวจนเกิดความแข็งแรงขึ้นมาก และปัจจุบันวิกฤติต่าง ๆ ก็น้อย น้อยลง จนถึงไม่มีแล้ว จึงทำให้มั่นใจในศักยภาพของธนาคารในประเทศได้ว่าจะแข็งแรงและอยู่ได้อีกยาวนาน&amp;quot;นายสุพันธุ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112713</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลดคุ้มครองเงินฝาก, สถาบันคุ้มครองเงินฝาก, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.), สุพันธุ์ มงคลสุธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_6103f0faef000.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2021 00:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 08:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอท.ผุดแผนสู้โควิดป้องกันภาคผลิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันที่ประเทศไทยกำลังได้รับผลกระทบจากการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ที่ดูรุนแรงและสร้างความเสียหายให้กับหลายภาคส่วนอย่างมาก แม้จะผ่านเวลามาช่วงหนึ่ง แต่ก็ยังไม่มีแนวโน้มที่สถานการณ์จะเบาบางลงพร้อมเหตุการณ์อื่นๆ ทั้งเรื่องอุปกรณ์การแพทย์ โรงพยาบาล หรือแม้แต่วัคซีนก็ยังถือเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่สร้างความโกลาหลอยู่มากพอสมควร ด้วยเหตุนี้ประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องมีแผนการรับมือและต่อสู้กับวิกฤติรอบนี้ให้ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เองจึงได้ตระหนักและเข้าใจในสถานการณ์ดังกล่าว เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มที่ได้รับผลกระทบไม่น้อยกว่าภาคประชาชนคือภาคอุตสาหกรรม ที่โรงงานหรือบริษัทหลายแห่งต้องชะลอหรือหยุดกิจการไปก่อนในช่วงนี้ เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เกิดขึ้นในพื้นที่ทำงาน ซึ่งที่ผ่านมา ส.อ.ท.ได้จัดตั้งคณะทำงานช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 อย่างเร่งด่วน แบ่งออกเป็น 5 คณะ ดังนี้ 1.คณะทำงานด้านข้อมูลโควิด มีหน้าที่จัดการให้ความรู้คู่มือการใช้ชุดตรวจโควิด (Rapid Test), แนวการปฏิบัติตัวในช่วงโควิดและหลังโควิดผ่านระบบ e-Learning และจัดทำคู่มือการปลูกและแจกเมล็ดพันธุ์ฟ้าทะลายโจร โดยมีนายศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล รองประธาน ส.อ.ท. เป็นประธานคณะทำงานฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.คณะทำงานจัดหาชุด Rapid test และจัดทำห้องความดันลบ มีหน้าที่ดำเนินการจัดหาชุด Rapid test &amp;amp; Product และจัดทำห้องความดันลบ โดยมีนายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธาน ส.อ.ท.เป็นประธานคณะทำงานฯ 3.คณะทำงาน Call Center และประสานงาน ทำหน้าที่ประสานงานรับเรื่องการตรวจโควิด-19 ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร และให้ข้อมูลที่ถูกต้องในการช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 โดยมีนายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท.เป็นประธานคณะทำงานฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.คณะทำงานระบบแจ้งเตือนผู้มีความเสี่ยงโควิด ทำหน้าที่ผลักดันต่อกรมควบคุมโรคเพื่อให้ภาคราชการ เอกชน ประชาชนได้ใช้ระบบ Exposure Notification Express (ENX) ในการติดตามและแจ้งเตือนเมื่อใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อหรือกลุ่มเสี่ยง โดยมีนายสมโภชน์ อาหุนัย รองประธาน ส.อ.ท.เป็นประธานคณะทำงานฯ และ 5.คณะทำงานรับบริจาคช่วยเหลือ ทำหน้าที่เปิดรับบริจาคหาเงินช่วยเหลือในการดำเนินโครงการจัดทำห้องความดันลบ การจัดซื้อชุด Rapid test และการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม โดยมีนางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล รองประธาน ส.อ.ท.เป็นประธานคณะทำงานฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งล่าสุด ส.อ.ท.ยังได้เตรียมแนวทางการป้องกันและรับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มเติม หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อนุมัติ 3 มาตรการหลัก ได้แก่ การจัดอบรมวิธีการใช้ชุดตรวจโควิดแบบเร่งด่วน ATK อย่างถูกต้อง, การจัดอบรมการควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 หรือ Bubble and seal ในสถานประกอบการ และการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามแบบ Community Isolation&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า หลังจากที่ ส.อ.ท.ได้จัดตั้งคณะทำงานช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 อย่างเร่งด่วนภายใต้มาตรการ &amp;ldquo;ป้องกัน รักษา เยียวยา&amp;rdquo; เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน สังคม สมาชิกและผู้ประกอบการไทยนั้น ส.อ.ท.ยังได้จัดเตรียมแนวทางการป้องกันและรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในภาคอุตสาหกรรม โดยท่านรองนายกฯ ได้อนุมัติใน 3 มาตรการหลัก ได้แก่ 1.การจัดอบรมวิธีการใช้ชุดตรวจโควิดแบบเร่งด่วน ATK อย่างถูกต้อง โดยให้ตรวจอย่างน้อย 20% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การจัดอบรมการควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในสถานประกอบการด้วยการทำ Bubble and seal โดยไม่ต้องปิดโรงงานสำหรับสถานประกอบการที่มีพนักงานตั้งแต่ 200 คนขึ้นไป ส่วนสถานประกอบการที่มีพนักงานน้อยกว่า 200 คน แนะนำให้ใช้มาตรฐาน Thai Stop Covid ของกระทรวงอุตสาหกรรม และ 3.การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในสถานประกอบการรูปแบบ Community Isolation รับรองโดยสาธารณสุขจังหวัดและดูแลโดยโรงพยาบาลในสังกัดประกันสังคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งสถานประกอบการแต่ละแห่งจะต้องมี Heathy Leader อย่างน้อย 2 คน นอกจากนี้จะมีการนำระบบแจ้งเตือนผู้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ (Exposure Notification Express: ENX) ที่พัฒนาขึ้นโดย Google และ Apple มาใช้เพื่อช่วยป้องกันการแพร่ระบาดลดการติดเชื้อและการเสียชีวิต ซึ่ง ส.อ.ท.เสนอตัวเป็นผู้ดูแลระบบและประสานงาน โดยจะนำร่องเพื่อใช้งานในภาคอุตสาหกรรมก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน 5 คณะทำงานขับเคลื่อนได้มุ่งทำ 10 ภารกิจ เพื่อช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรม ดังนี้ 1.พัฒนาระบบ ENX 2.จัดหา ATK 3.จัดทำห้องความดันลบ 4.ตั้งคอลเซ็นเตอร์ 1453 เพื่อช่วยเหลือสมาชิกในกลุ่มสมาชิก ส.อ.ท. 5.แจกเมล็ดพันธุ์ฟ้าทะลายโจร 6.ทำคู่มือการเรียนรู้และคำแนะนำทั้งการดูแลตัวเอง รวมถึงการใช้เครื่องมือต่างๆ 7.สนับสนุนกองทุน ส.อ.ท.ช่วยไทยสู้โควิด 8.เตรียมแจกกล่องห่วงใย (Health Box) 9.ปฏิบัติตามมาตรการ Bubble and seal และ 10.ทำฟาสเตอร์ปาร์ตี้โดยการร่วมมือกับกลุ่มอุตสาหกรรมและหน่วยงานอื่นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการดำเนินการต่างๆ เพื่อตั้งเป้าไม่ให้ภาคอุตสาหกรรมเกิดคลัสเตอร์ใหม่ๆ ในอนาคต เนื่องจากปัจจุบันมีหลายโรงงานเกิดคลัสเตอร์ขนาดใหญ่จนทำให้ส่งผลกระทบกับการดำเนินงานและกลุ่มแรงงาน จนทำให้โรงงานโดนสั่งปิด เนื่องจากเมื่อเกิดการระบาดแล้วไม่สามารถจัดการให้เป็นระบบได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันก็อยากเร่งรัดให้รัฐบาลทำการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มแรงงานตามมาตรา 33 ให้มากขึ้น โดยกำหนดโควตาทั้งหมด 10 ล้านคน แต่ปัจจุบันวัคซีนที่ถูกแบ่งมายังกลุ่มดังกล่าวมีแค่ 800,000 โดส ซึ่งยังไม่ถึง 10% ของบุคลากรทั้งหมด จึงได้ประสานไปยังกระทรวงแรงงานเพื่อขอจัดสรรวัคซีนเพิ่มเติมเบื้องต้นให้ได้เพิ่มอยู่ที่ 1.5 ล้านโดส ขณะเดียวกันโรงงานต่างๆ ก็จำเป็นจะต้องมีการตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อภายในโรงงานด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111673</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีน, ส.อ.ท., สุพันธุ์ มงคลสุธี, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_6103f0faef000.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เอกชนเห็นด้วยเข้มงวดคุมโรคระบาด แต่ต้องช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้อยู่รอด ทั้งลดค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.2564 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)เปิดเผยถึงมาตรการกึ่งล็อกดาวน์กรุงเทพมหานครที่รัฐบาลออกมาล่าสุดว่าเป็นการเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้นและเพิ่มความสามารถในการควบคุมโรคได้มากขึ้น แต่ยังไม่ถึงกับล็อกดาวน์ปิดพื้นที่ เพื่อลดความเสียหายด้านเศรษฐกิจ ซึ่งภาคเอกชนและประชาชนจะต้องให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพื่อควบคุมการระบาดให้ได้ แต่ทั้งนี้หากยังไม่ได้ผล รัฐบาลก็อาจจะขยายไปสู่การล็อกดาวน์บางธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง ภาคเอกชนจะต้องเตรียมรับมือกับมาตรการต่างๆ ที่เข้มงวดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในวันนี้มีการแพร่ระบาดอย่างรุนแรง และมีแนวโน้มขยายไปจนควบคุมไม่อยู่ หากรัฐไม่เข้ามาเข้มงวดก็จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นจำนวนมาก จึงต้องออกมาตรการที่เข้มงวดนี้ ซึ่งหากควบคุมได้ก็จะช่วยลดความเสียหายทางเศรษฐกิจ หากมาตรการนี้คุมไม่ได้ ก็อาจจะต้องยกระดับไปสู่การล็อกดาวน์บางธุรกิจ เพื่อไม่ให้การระบาดขยายตัวจนคุมไม่ได้&amp;rdquo;นายสุพันธุ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม รัฐบาลควรมีมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการครั้งนี้ เช่น คนงานในแคมป์ก่อสร้าง และลูกจ้างร้านอาหาร ให้อยู่รอดต่อไปได้ รวมทั้งมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ต้องหยุดดำเนินงาน เช่น การช่วยเหลือการเงินเสริมสภาพคล่อง การช่วยชดเชยค่าแรง รกลดค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ส่วนห้างสรรพสินค้าหรือเอกชนที่เป็นเจ้าของพื้นที่เช่า ก็ควรช่วยเหลือลดค่าเช่า หรือด้านอื่น ๆ ซึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบใน 10 จังหวัดจะต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ หากเป็นธุรกิจที่มีหลักฐานจดทะเบียนถูกต้องควรได้รับความช่วยเหลือทันที ส่วนธุรกิจที่ไม่ได้ขึ้นทะเบีบนหากมีผู้ยืนยันตัวตนได้จริง ก็ควรได้รับความช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐควรเข้าไปเจรจาหรือหาแนวทางให้ธุรกิจก่อสร้างที่ต้องปิดแคมป์คนงานตามคำสั่งของรัฐไม่ต้องถูกปรับจากการส่งมอบงานล่าช้า รวมทั้งภาคก่อสร้างที่เป็นงานของเอกชนก็จะต้องอะลุ่มอล่วยยืดเวลาส่งมอบงานตามความเป็นจริง ประคับประคองให้ผ่านช่วยลำบากนี้ไปได้&amp;rdquo; นายสุพันธุ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมาตรการป้องกับการแพร่ระบาดในโรงงานอุตสาหกรรม มองว่าเป็นมาตรการที่ดี ผู้ประกอบการให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพราะกลับกระทบต่อการผลิต รวมทั้ง ส.อ.ท. ยังได้ออกคู่มือให้กับโรงงานต่าง ๆ รับมือหากพบผู้ติอโควิด-19 ก็จะช่วยป้องกันการระบาดได้มาก แต่ทั้งนี้ผู้ประกอบการยังคงคาดหวังกับวัคซีนตาม ม.33 ของกระทรวงแรงงาน ที่จะต้องเร่งเข้ามาฉีดให้กับแรงงานเร็วที่สุด ขณะที่วัคซีนทางเลือกที่ ส.อ.ท. ไปเจรจามา ก็เริ่มทะยอยอฉีดไปบ้างแล้ว ซึ่งหากฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมแรงงานในโรงงานได้เร็ว ก็จะเป็นส่วนสำคัญในการประคองเศรษฐกิจไทย เพราะภาคการผลิตเพื่อส่งออกเป็นเครื่องจักรเศรษฐกิจเดียวที่เหลืออยู่ หากเครื่องจักรนี้เดินต่อไปไม่ได้ ก็จะยิ่งซ้ำเติบเศรษฐกิจไทยให้เลวร้ายลงไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107866</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), มาตรการกึ่งล็อกดาวน์, สุพันธุ์ มงคลสุธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d32cbac9cf2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105703</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 19:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.อ.ท.โอดดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ต่ำสุดในรอบ 11 เดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย. 2564 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนพ.ค. 2564 อยู่ที่ระดับ 82.3 ปรับตัวลดลงจากระดับ 84.3 ในเดือนเม.ย. 64 และต่ำที่สุดในรอบ 11 เดือน นับตั้งแต่เดือนก.ค. 2563 โดยค่าดัชนีฯ ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยมีปัจจัยลบจากสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 3 ยังไม่คลี่คลายและยังเกิดคลัสเตอร์ใหม่ๆอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การฉีดวัคซีนให้กับประชาชนยังมีความล่าช้าและภาครัฐมีการยกระดับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังชะลอตัวและอุปสงค์ในประเทศยังฟื้นตัวช้า นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังเผชิญกับปัญหาต้นทุนประกอบการปรับตัวสูงขึ้น ทั้งราคาวัตถุดิบและราคาน้ำมันรวมถึงปัญหาขาดแคลนแรงงาน ขณะเดียวกันผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินและขาดเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ ในด้านการส่งออกยังมีปัจจัยเสี่ยงเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และอัตราค่าระวางเรือที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงปัญหาการขาดแคลนชิปอิเล็กทรอนิกส์ในอุตสาหกรรม &amp;nbsp;ยานยนต์และไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ผ่านโครงการเราชนะ &amp;nbsp;ม.33 เรารักกัน และเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐช่วยสนับสนุนกำลังซื้อในประเทศ ขณะที่เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวภายหลังสถานการณ์โควิด-19 ในหลายประเทศเริ่มคลี่คลายและเริ่มทยอยเปิดเมือง โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีน มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องจากความสามารถในการรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19ได้ดี และความคืบหน้าในการกระจายวัคซีนให้กับประชาชน รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ทำให้การส่งออกของไทยได้รับอานิสงค์มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจผู้ประกอบการ 1,315 ราย ครอบคลุม 45 กลุ่มอุตสาหกรรมทั่วประเทศในเดือนพ.ค. 64 พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้น ได้แก่ ราคาน้ำมัน 57.4% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 34.5% ส่วนปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความกังวลลดลง ได้แก่ สภาวะเศรษฐกิจโลก 60.1% อัตราแลกเปลี่ยน (มุมมองผู้ส่งออก) โดยอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ 46.0% และสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ 45.8% ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 92.8 จากระดับ 91.8 ในเดือนเมษายน 2564 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความคืบหน้าในการกระจายวัคซีนโควิด-19 ของภาครัฐซึ่งจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหมู่และควบคุมสถานการณ์โควิด-19ให้คลี่คลายลง ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอย่างต่อเนื่องรวมทั้งการลงทุนของภาครัฐ และการขยายตัวของการส่งออกจะช่วยสนับสนุนให้ภาวะเศรษฐกิจไทยมีทิศทางที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท. ยังได้รวบรวมข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ ได้แก่ 1. เร่งควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และเร่งกระจายวัคซีนให้กับประชาชนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่โดยเร็วที่สุด 2. ออกมาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งลดเงื่อนไขและข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ 3. ออกมาตรการลดค่าน้ำค่าไฟ และค่าสาธารณูปโภค 30% เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และ 4. เร่งแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น อาทิ ภาคก่อสร้าง อุตสาหกรรมอาหาร สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น รวมทั้งส่งเสริมการจ้างงานโดยเชื่อมโยงอุปสงค์และอุปทานด้านแรงงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105703</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), สุพันธุ์ มงคลสุธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bf6111d8087.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
