<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91946</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2021 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2021 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกชนเสนอรัฐยกเรื่องฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ. 2564 นายสุพันธ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือกกร.ขอเสนอให้รัฐบาลตั้งคณะทำงานเตรียมการฉีดวัคซีนให้ประชาชนในประเทศเป็นเรื่องเร่งด่วน เพื่อจัดทำกระบวนการและวิธีการในการฉีดและกระจายวัคซีนให้ชัดเจนทั่วถึงเพียงพอต่อคนไทยที่จะเข้ารับวัคซีนซึ่งจะมาถึงไทยช่วงเดือนก.ค.2564 พร้อมมีการออกหนังสือรับรองบุคคลที่ได้รับวัคซีนแล้ว นำร่องกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น ซึ่งนายจ้างพร้อมรับผิดชอบออกค่าใช้จ่ายในการฉีดวัคซีนแก่ลูกจ้างทั้งคนไทยและต่างด้าว ขณะที่รัฐควรมีมาตรการลดหย่อนภาษีเรื่องวัคซีนให้กับนายจ้าง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ภาคธุรกิจอีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กกร.ขอให้ภาครัฐให้ความสำคัญกับเรื่องวัคซีน โดยให้กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากการฉีดวัคซีนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กิจกรรมเศรษฐกิจสามารถกลับมาดำเนินได้อย่างต่อเนื่องในปี 2564 ทำให้คาดการณ์ว่าจะสามารถกลับมาผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคได้ในระยะถัดไป กิจกรรมเศรษฐกิจกลับมาดีขึ้น แต่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของวัคซีน และความสามารถในการส่งมอบวัคซีนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กกร.จึงยังคงอัตราการขยายของเศรษฐกิจไทยจะยังคงเติบโตได้อยู่ในกรอบ 1.5-3.5% ตามที่ประมาณการไว้ก่อนหน้านี้ การส่งออกคาดจะขยายตัวได้ 3-5% และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดจะขยายตัว 0.8-1% เพราะไทยหากสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้อยู่ในวงจำกัดได้ และนำไปสู่การผ่อนคลายมาตรการควบคุมที่จำกัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในไตรมาส 1/2564 ควบคู่กับรัฐมีมาตรการเยียวยาบรรเทาผลกระทบของภาคธุรกิจ รวมถึงกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างตรงจุด&amp;rdquo;นายสุพันธุ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือเงิน 3,500-4,500 บาท แก่ผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 ที่มีประมาณ 9 ล้านคนนั้น เห็นว่าเป็นการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ กระตุ้นการบริโภค ทำให้เกิดการใช้จ่ายหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจได้หลายรอบ และคนหลายกลุ่มสามารถเข้าถึงได้ เห็นได้จากโครงการคนละครึ่งที่ผ่านมามีเงินเข้าระบบประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท เกิดการหมุนเวียนเงินในระบบเศรษฐกิจถึง 8 หมื่นล้านบาท ดีกว่าให้เป็นเงินสดแล้วอาจนำเงินไปซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น เหล้า บุหรี่ ลอตเตอรี่ ยาเสพติด ไม่เกิดประโยชน์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91946</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกร., วัคซีนโควิด, สุพันธ์ มงคลสุธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201217/image_big_5fdb13054d6fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
