<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล่าเพจซื้อขายทารก ชี้เข้าข่ายค้ามนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สังคมไทยทรามถึงขั้นซื้อขายทารกกันแล้ว เพจเฟซบุ๊กประกาศโจ๋งครึ่ม &amp;quot;รับอุปการะเด็กจากแม่ที่ท้องไม่พร้อม&amp;quot; ทั้งรับจองผู้อุปการะ ลงรูปเด็กให้เลือกกันตามชอบ โฆษก พม.ประสาร ปคม.ตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามล่าแหล่งซื้อขาย ชี้เข้าข่ายค้ามนุษย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 กันยายนนี้ สังคมโซเชียลได้ออกมาแสดงความเห็นกันอื้ออึง กรณีเพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;รับอุปการะเด็กจากแม่ที่ท้องไม่พร้อม&amp;quot; มีการโพสต์รายละเอียดของแต่ละเคส โดยเคสหนึ่งมีการโพสต์ว่า &amp;quot;ท้อง 7 เดือนกว่า เพศชาย คลอด 4 ต.ค. พิกัดยโสธรค่ะ เคสนี้มีคนรับอุปการะแล้วค่ะ&amp;quot; &amp;nbsp;ส่วนอีกรายระบุว่า &amp;quot;เคสโอนจอง เริ่มอุปการะมาได้ 2 เดือน คลอดแล้วจ้าเมื่อวาน เพศ ญ. พรุ่งนี้ก็จะได้รับน้องไปเลี้ยงแล้วค่ะ ยินดีด้วยจ้า เคสต่อไปกำลังตามมาติดๆ ต้นเดือนนี้จ้า รอดูรีวิวกันนะคะ&amp;quot; พร้อมโพสต์รูปทารกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจ &amp;quot;พี่อู๊ด สายเผือก&amp;quot; ระบุว่า &amp;quot;โพสต์​ขาย โอนจองกันเป็นลูกหมา ลูกแมวเลย นี่มันเข้าข่ายค้ามนุษย์​แล้วนะ ถ้าไม่รีบจัดการให้เร็วที่สุด คงได้เห็นเหตุการณ์​ หาเงินไปแต่งรถมอเตอร์ไซค์​แน่ๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์และรู้สึกหดหู่ใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมเร่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดูแลเข้มงวด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สะพานขาว กรุงเทพฯ นางสุภัชชา สุทธิพล รองปลัด พม. ในฐานะโฆษก พม.กล่าวถึงกรณีโซเชียลมีเดียมีการแชร์เรื่องจากเพจเฟซบุ๊ก ที่มีการโพสต์ภาพเด็กทารกและประกาศรับซื้อ-ขายเด็กทารกจากแม่ที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อม อีกทั้งยังพบว่ามีหลายเพจเฟซบุ๊กที่มีการโพสต์เนื้อหาในลักษณะดังกล่าว ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. 1300 ได้ติดตามกรณีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยได้ดำเนินการประสานกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อตรวจสอบเท็จจริงและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสุภัชชากล่าวว่า หากการซื้อ-ขายเด็กทารกเกิดขึ้นจริง ถือว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายการค้ามนุษย์ และเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ต้องได้รับโทษตามพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 ซึ่งในส่วนของกระทรวง พม. พร้อมให้ความคุ้มครองเด็กตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 โดยต้องดูจุดมุ่งหมายของการกระทำว่าเข้าข่ายแสวงหาประโยชน์หรือไม่ แต่ถึงแม้ไม่แสวงหาประโยชน์ พม.ก็ต้องเข้าไปคุ้มครองเด็ก และนำเข้าสู่กระบวนการที่ถูกต้องต่อไป เช่น การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก พม.กล่าวว่า สำหรับกรณีท้องไม่พร้อม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็มีกระบวนการช่วยเหลือตามปกติอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งมายังศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งกระทรวง พม.พร้อมให้คำปรึกษาและความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่ากระแสข่าวซื้อขายทารกแพร่ออกไป เพจเฟซบุ๊กดังกล่าวก็ได้ปิดตัวลงแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45453</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, สุภัชชา สุทธิพล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190910/image_big_5d77aa447bd6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18076</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งสอบแก๊งโกงคนพิการ โฆษกพม.โบ้ยไม่เคยรู้เรื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดีเอสไอ&amp;quot; เร่งตรวจขบวนการหักหัวคิว-อมเงินคนพิการ 1.5 พันล้าน คาดสัปดาห์หน้ารู้ผลรับสืบสวนคดีหรือไม่ ประธานเครือข่ายพิทักษ์สิทธิคนพิการ เข้าพบ &amp;quot;บิ๊กอู๋&amp;quot; ชงข้อมูลให้ กก.ตรวจสอบข้อเท็จจริง ปลัดแรงงานลั่นหากพบเจ้าหน้าที่มีเอี่ยวพร้อมดำเนินคดีทั้งอาญาและวินัย โฆษก พม.โบ้ยไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) วันที่ 20 &amp;nbsp;กันยายน ร.ต.อ ปิยะ รักสกุล ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ ดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีนายปรีดา ลิ้มนนทกุล ประธานเครือข่ายพิทักษ์สิทธิคนพิการ พร้อมคนพิการที่ถูกละเมิดสิทธิ เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เพื่อขอให้รับสอบสวนขบวนการหักหัวคิวการจ้างงานคนพิการ มูลค่าความเสียหาย 1,500 ล้านบาทว่า หลังจากรับเรื่องแล้วดีเอสไอจะตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายว่ากรณีดังกล่าวเข้าลักษณะคดีที่สมควรรับสอบสวนเป็นคดีพิเศษตามที่กำหนดไว้ในบัญชีความผิดแนบท้ายหรือไม่ และมีลักษณะการกระทำความผิดสลับซับซ้อนเชื่อมโยงกันเป็นองค์กรอาชญากรรมหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในสัปดาห์หน้าจะสามารถสรุปข้อเท็จจริงเบื้องต้นเพื่อทำความเห็นไปยังอธิบดีดีเอสไอได้ว่ามีพฤติการณ์แห่งคดีที่สามารถรับไว้สืบสวนสอบสวนได้หรือไม่ หากคำร้องทุกข์ไม่เข้าองค์ประกอบความผิด ก็จะต้องส่งเรื่องไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการต่อ แต่ถ้าพบข้อเท็จจริงเข้าข่ายสมควรรับไว้เป็นคดีพิเศษ ก็จะเสนอให้อธิบดีดีเอสไอส่งเรื่องไปยังกองคดีเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงในระหว่างการสืบสวนสามารถให้ความคุ้มครองพยานได้ อย่างไรก็ตาม ในชั้นการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นตัวแทนเครือข่ายยังไม่ได้ให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน เป็นเพียงยื่นเรื่องร้องทุกข์เท่านั้น&amp;quot; ร.ต.อ.ปิยะ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายปรีดา ลิ้มนนทกุล พร้อมคณะ เดินทางมาเข้าพบ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อหารือถึงเรื่องดังกล่าว โดยนายปรีดากล่าวว่า วันนี้ได้มาให้ข้อมูลในเบื้องต้นกับกระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้กฎหมายการจ้างงานคนพิการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ รมว.แรงงานแต่งตั้ง เพื่อจะนำไปประกอบการพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า กระทรวงแรงงานได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยมอบหมายให้ นายวิวัฒน์ ตังหงส์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน มีรองอธิบดีกรมการจัดหางาน และรองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นกรรมการ การหารือร่วมกับประธานเครือข่ายพิทักษ์สิทธิคนพิการในวันนี้ เพื่อรับทราบข้อมูลและข้อเท็จจริงในเบื้องต้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการตรวจสอบระบบขั้นตอนการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทราบผลภายใน 15 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การที่กระทรวงแรงงานได้เชิญนายปรีดาเข้ามาให้ข้อมูลในวันนี้ ถือเป็นพยานบุคคลที่สำคัญ กระทรวงแรงงานจะแสวงหาข้อเท็จจริงถึงที่สุด พร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากพบเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งทางอาญาและเอาผิดวินัย โดยไม่มีข้อยกเว้นแต่อย่างใด ทั้งนี้ สามารถแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมมาได้ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทรศัพท์ 1506&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนางสุภัชชา สุทธิพล โฆษกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ชี้แจงว่า จากกรณีดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 ประเด็น ดังนี้ 1.คนพิการที่ถูกจ้างงานจำนวน 25,000 คน แต่มีการทำงานจริงแค่ 20,000 คน ส่วน 5,000 คนและไม่รู้ว่าตนเองมีสิทธิได้รับสวัสดิการการจ้างงานเดือนละ 9,500 บาท จึงถูกสมาคมคนพิการและมูลนิธิช่วยเหลือคนพิการหักหัวคิวโดยจ่ายให้คนพิการเพียงเดือนละ 500-3,000 บาท ซึ่งข้อเท็จจริง ประจำปี 2561 มีการจ้างงานคนพิการตามมาตรา 33 จำนวน 36,833 คน ซึ่งกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ไม่เคยได้รับเรื่องร้องเรียนจากคนพิการที่เป็นลูกจ้างของสถานประกอบการแต่อย่างใด แต่หากพบว่าสถานประกอบการไม่ได้ให้คนพิการทำงานจริง พก.จะตรวจสอบข้อเท็จจริง และหากปรากฏข้อเท็จจริงว่าสถานประกอบการไม่ได้จ้างคนพิการจริง จะเรียกให้สถานประกอบการส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และหากยังไม่นำส่ง จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นที่ 2 การส่งเสริมอาชีพคนพิการตามมาตรา 35 เกิดการทุจริตในส่วนค่าจ้างวิทยากรและเงินในการจัดฝึกอบรม สร้างความเสียหายถึง 1,500 ล้านบาทต่อปี กรณีการปฏิบัติตามมาตรา 35 คือการส่งเสริมอาชีพอิสระให้กับคนพิการนั้น กฎหมายกำหนดให้สถานประกอบการยื่นขอดำเนินการกับกรมการจัดหางานเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งหากถูกต้อง กรมการจัดหางานจะเห็นชอบและจะแจ้งมาที่ พก. ซึ่ง พก.จะบันทึกเข้าระบบฐานข้อมูลการปฏิบัติตามกฎหมายไว้ และหากต่อมามีการร้องเรียนว่ามีการดำเนินการไม่ถูกต้อง พก.จะส่งเรื่องให้กรมการจัดหางานดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งหากไม่เป็นไปตามที่ได้รับความเห็นชอบ พก.จะแจ้งสถานประกอบการส่งเงินเข้ากองทุน และหากยังไม่นำส่งจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประเด็นที่ 3 มีการเรียกร้องความเป็นธรรมและยื่นเรื่องที่ทำเนียบรัฐบาล แต่กลับถูกข่มขู่คุกคาม โดยเจรจาให้รับเงิน 20,000 บาท แลกกับการเซ็นยินยอมไม่ดำเนินคดี จึงเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปสนับสนุนหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ข้อเท็จจริง พก.ไม่เคยทราบเรื่องในกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18076</URL_LINK>
                <HASHTAG>จรินทร์ จักกะพาก, ปรีดา ลิ้มนนทกุล, พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง, พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว, สุภัชชา สุทธิพล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180920/image_big_5ba3a832d1118.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2026 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดงานใหญ่ มหกรรม Thailand Social Expo 2018</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top: 6pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top: 6pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน Thailand Social Expo 2018 งานแสดงผลงานด้านสังคมของรัฐบาลและงานมหกรรมด้านสังคมครั้งแรกของประเทศไทย ที่แสดงผลงานนวัตกรรมทางสังคม เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาสังคมและกลุ่มเป้าหมาย ผลการคิดค้น และการดำเนินงานสำคัญในด้านสังคมของไทยและอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top: 6pt;&quot;&gt;นางสุภัชชา สุทธิพล โฆษกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของนุษย์ กล่าวว่า การพัฒนาประเทศไทยในปัจจุบันอยู่ในห้วงเวลาของการปฏิรูปประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ของสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พม.ในฐานะองค์กร ด้านการพัฒนาสังคมของประเทศ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องผลักดันและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสังคมอย่างเป็นระบบ รวมถึงการสร้างการรับรู้ การแสวงหาความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชนและภาคประชาสังคมในการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคม เพื่อการพัฒนาสังคมของประเทศอย่างมีคุณภาพ ด้วยเหตุนี้ พม.จึงผนึกกำลังบนพื้นฐานการมีส่วนร่วมและการบูรณาการร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top: 6pt;&quot;&gt;เพื่อให้เห็นการรวมตัวของทุกภาคส่วนที่ทำงานด้านสังคมเป็นครั้งแรกของประเทศไทย จัดงาน Thailand Social Expo 2018 งานแสดงผลงานด้านสังคมของรัฐบาลและงานมหกรรมด้านสังคมครั้งแรกของประเทศไทยที่แสดงผลงานนวัตกรรมทางสังคม เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาสังคมและกลุ่มเป้าหมาย ผลการคิดค้น และการดำเนินงานสำคัญในด้านสังคมของไทยและอาเซียน โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญของการจัดงาน คือ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพหน่วยงานด้านสังคมในการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมของประเทศ สร้างพลังความร่วมมือของหน่วยงานด้านสังคมทุกภาคส่วน และเพื่อแสดงผลงานสำคัญด้านการพัฒนาสังคมของประเทศ นวัตกรรมทางสังคมต้นแบบการพัฒนาสังคม ศักยภาพของกลุ่มเป้าหมาย และองค์ความรู้ด้านสังคม รวมถึงผลผลิต ผลิตภัณฑ์ของหน่วยงานด้านสังคมทุกภาคส่วน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top: 6pt;&quot;&gt;กิจกรรมที่น่าสนใจของการจัดงาน Thailand Social Expo 2018 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top: 6pt;&quot;&gt;ได้แก่ การประชุมวิชาการ, การแสดงผลงานนวัตกรรม, การแสดงผลิตผลด้านสังคม และการแสดงศักยภาพของกลุ่มเป้าหมายและภาคีเครือข่าย โดยมีรูปแบบการนำเสนอใน 4 Zone ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) การประชุมวิชาการ เสวนา ปาฐกถา การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการพัฒนาสังคม และการนำเสนอรายงานสถานการณ์ทางสังคมทั้งในเชิงประเด็นและเชิงกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;


bnk789&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) การแสดงผลงานนวัตกรรมด้านสังคมของประเทศไทย ซึ่งเป็นนวัตกรรมเพื่อพัฒนาสังคม ต้นแบบที่ดีของการพัฒนาสังคม เทคโนโลยีเพื่อสังคม อาทิ &amp;nbsp;การจำลองบ้านและที่อยู่อาศัยที่เอื้อต่อคนพิการ, นวัตกรรมโรงรับจำนำ ทรัพย์หลุดจำนำ, นวัตกรรมด้านการออม, ผลงานผู้ได้รับรางวัล Thailand Energy (พน.)&amp;nbsp; 


save168&amp;nbsp;การให้บริการทางสังคม อาทิ รถทันตกรรมเคลื่อนที่ การนวดแผนไทย บริการวัดสายตาและบริการแว่นตา ทำบัตรประชาชนเคลื่อนที่ เป็นต้น&amp;nbsp;


สล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) การแสดงผลิตผลด้านสังคมของกลุ่มเป้าหมายและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน อาทิ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;


fifa356&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ธงฟ้าราคาประหยัด (พณ.) สินค้า OTOP (มท.) ของกิน/ของใช้ ในรูปแบบตลาดชุมชน) (พอช.) ผลิตภัณฑ์ทอฝัน By พม. เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) การแสดงศักยภาพของกลุ่มเป้าหมายและภาคีเครือข่าย เพื่อเสริมสร้างเจตคติที่ดี และสร้างสรรค์ของคนในสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลสำเร็จจากการจัดงานที่ผ่านมา ช่วยให้เกิดภาพของความร่วมมือ และการสร้างความตระหนักแสดงพลังเพื่อพัฒนาสังคมที่มีความผาสุกร่วมกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14900</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thailand Social Expo 2018, กระทรวง พม., สร้างพลัง, สุภัชชา สุทธิพล, เปิดเวทีสัมมนาเสริมสร้างศักยภาพผู้นำองค์กรชุมชนภาคเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b695b5619df4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งบอร์ดคุมทำหนังหมูป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เตรียมชง ครม.ตั้งบอร์ดระดับชาติคุมการสร้างหนัง 13 ชีวิตหมูป่าติดถ้ำ เผย 5 บริษัทหนังต่างชาติแสดงความจำนง บางรายส่งทีมสำรวจพื้นที่แล้ว รมว.สธ.ระบุ 13 หมูป่าสุขภาพกายและจิตใจดีมาก โฆษก พม.เตือนบุคคลที่ติดตามเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ผิด พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พม.เชียงรายพร้อมเฝ้าระวังผลกระทบจากการเสนอข้อมูลและมิจฉาชีพรุมทึ้ง เผยห่วงสุดเรื่องเวลาเรียน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 19 กรกฎาคม นายวิษณุ &amp;nbsp;เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ภายหลังการประชุม นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการฯ แถลงว่า ที่ประชุมมีมติตั้งบอร์ดระดับชาติเพื่อดูแลกรณีการจัดทำภาพยนตร์เกี่ยวกับ 13 ทีมหมูป่าฯ เป็นการเฉพาะ &amp;nbsp;โดยคณะกรรมการจะมีประมาณ 10-20 คน มีรองนายกฯ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการ เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการต่างประเทศ เป็นต้น รวมถึงมีผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาพยนตร์อยู่ในบอร์ดนี้ด้วย โดยกระทรวงวัฒนธรรมจะเสนอคณะกรรมการระดับชาติดังกล่าวในที่ประชุม ครม.วันอังคารที่จะถึงนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องหลักที่คณะกรรมการชุดนี้จะดูแล คือการผลิตภาพยนตร์ สารคดี วีดิทัศน์ การดูแลลิขสิทธิ์เกี่ยวกับเนื้อหา เรื่องราวเหตุการณ์ ดูแลเรื่องการคุ้มครองข้อมูลข่าวสารของเด็กและโค้ช ซึ่งเป็นเรื่องความเหมาะสมว่าสามารถทำได้มากน้อยแค่ไหน รวมถึงดูแลข้อมูลของบุคคลที่เกี่ยวข้องและภาพลักษณ์ประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ในส่วนบทภาพยนตร์จะต้องมีการตรวจสอบอยู่แล้ว ถือเป็นเรื่องปกติในการทำงาน และขณะนี้มีบริษัทต่างประเทศที่แสดงความสนใจทำภาพยนตร์ดังกล่าวแล้ว 5 ราย มีบางรายลงสำรวจพื้นที่แล้ว ขณะที่บริษัททำหนังของไทยก็มีสนใจบ้าง แต่ยังไม่มาลงรายละเอียด&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รัฐบาลจะทำภาพยนตร์เองด้วยหรือไม่ นายวีระกล่าวว่า บอร์ดที่จะตั้งขึ้นคงจะพิจารณาเรื่องนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงการแถลงข่าวของทีมนักฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี ผ่านรายการเดินหน้าประเทศไทย เมื่อค่ำวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า เด็กทั้ง 13 คนให้สัมภาษณ์ถือเป็นภาพที่ดี ทั้งภาพลักษณ์ของประเทศและทุกภาคส่วนที่ร่วมกันช่วยเหลือ โดยทั้งหมดมีความสดใส สุขภาพดี และเด็กทั้ง 13 คนรู้สึกขอบคุณทุกคนที่มีส่วนช่วยเหลือด้วยใจ ส่วนสิ่งที่เราทุกคนหวังคือเด็กๆ จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี มีความรับผิดชอบ ทำประโยชน์ให้กับสังคมได้อีกมากมายในอนาคต แต่สิ่งที่หวังนั้นจะเป็นไปได้เมื่อพวกเราช่วยกัน โดยเฉพาะช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ อยากขอฝากผู้ที่จะสัมภาษณ์เด็ก ถ้าทำเพื่อประโยชน์ของเด็ก ต้องพิจารณาให้ดีว่าสิ่งที่เอาไปเกิดประโยชน์กับเด็กหรือเกิดประโยชน์กับผู้ที่นำไป และหากใช้วิจารณญาณเต็มที่แล้ว เด็กเหล่านี้จะเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นอนาคตของประเทศที่ดีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากการติดตามการให้สัมภาษณ์ ถือว่าทั้ง 13 คนอยู่ในสภาพร่างกายและจิตใจที่ดีมาก และการถามตอบก็ไม่ไปรุกล้ำสิ่งที่ไปกระทบสภาพจิตใจ มีแต่สิ่งที่ดีเกิด และพวกเราที่เป็นห่วงก็ได้เห็นภาพที่ดี โดยรวมเกิดแต่สิ่งที่ดี ทั้งด้านของเด็กและสังคม ส่วนการที่เด็กออกมาเตะฟุตบอล ถือเป็นเรื่องที่ปกติ ช่วยให้เด็กไม่เครียด สะท้อนให้เห็นว่าทั้ง 13 คนควรจะมีชีวิตที่ปกติต่อไปข้างหน้า และเป็นชีวิตของเด็กที่ปกติ ซึ่งจะทำให้เห็นได้ว่าเด็กมีสุขภาพที่ดีทั้งกาย ทั้งใจ ดูได้จากหน้าตา&amp;rdquo; รมว.สธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสุภัชชา สุทธิพล โฆษกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวถึงแนวทางการดูแลฟื้นฟูทีมหมูป่าอะคาเดมีภายหลังออกจากโรงพยาบาลว่า ในส่วนของ พม. มีการทำแผนการฟื้นฟูเด็กๆ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ทั้งนี้ ในแผนระยะสั้น พัฒนาสังคมและความมั่นคงของ จ.เชียงราย (พมจ.เชียงราย) มีการลงไปเยี่ยมครอบครัวเด็กตั้งแต่ในช่วงที่ติดอยู่ในถ้ำ แต่ยังไม่ได้พูดคุยกับผู้ปกครองของเด็ก เนื่องจากเขาเกาะติดสถานการณ์อยู่หน้าถ้ำ
เตือนผิด พรบ.คุ้มครองเด็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะส่งนักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยาลงไปเยี่ยมครอบครัวเด็กอีกครั้ง เพื่อดูว่าครอบครัวประสบปัญหาในเรื่องใดบ้าง และจะได้ทำการช่วยเหลือ เบื้องต้นจะมีการช่วยเหลือในเรื่องการแนะแนวอาชีพให้ผู้ปกครองเด็ก แต่หากพบมีปัญหาอื่น เช่น มีคนพิการ มีความยากจน การศึกษา ก็จะดำเนินการช่วยเหลือสนับสนุนต่อไป ส่วนแผนระยะยาว ได้มีการหารือกับชุมชนและกระทรวงการศึกษาฯ จัดทำโครงการความปลอดภัยในเด็ก เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นในเรื่องความปลอดภัยต่างๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภัชชากล่าวว่า กรณีที่มีผู้ปกครองเด็กอ้างว่ามีการขับรถตาม จอดรถซุ่มอยู่หน้าบ้าน จนทำให้ เกิดความวิตกกังวลนั้น จะต้องดูว่าคนที่ตามมีวัตถุประสงค์อย่างไร เช่น อยากรู้อยากเห็น หรือตามเนื่องจากมีวัตถุประสงค์แสวงหาผลประโยชน์หรือไม่ ต้องดูเจตนาของคนที่ตาม หากตามเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ทาง พมจ.จังหวัดเชียงรายร่วมกับหน่วยงานในจังหวัดไม่เพียงแต่จะดูแลในการฟื้นฟูเยียวยา แต่รวมไปถึงการคุ้มครองเด็กให้มีความปลอดภัยด้วย ไม่มีการกำหนดว่าจะดูแลในระยะเวลา 1-2 เดือน แต่จะติดตามดูแลจนกว่าจะมั่นใจว่าเด็กสามารถยืนอยู่ในสังคมได้ และมีความมั่นคงในชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางอณิรา ธินนท์ พม.จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จากกรณีการดูแลทีมหมูป่าฯ ที่ยังมีสื่อติดตามไปดักเก็บภาพและสัมภาษณ์บริเวณบ้านภายหลังจากที่มีการแถลงข่าวแล้ว ทาง พม.จะดูแลในแง่ของผลกระทบถึงตัวเด็กและสภาพจิตใจว่าเป็นเชิงลบหรือไม่ และเบื้องต้นอยู่ที่ผู้ปกครองด้วย โดยได้พูดคุยและทำความเข้าใจหลายประเด็นให้กับผู้ปกครองในการดูแลเด็กหลายแง่มุมแล้ว ซึ่งผู้ปกครองก็ตระหนักและได้รวมกลุ่มกันพูดคุยปรึกษาหารือกัน ให้การดูแลเด็กๆ ร่วมกัน ส่วนใหญ่ผู้ปกครองก็ไม่ให้สัมภาษณ์แล้ว ซึ่งตรงนี้จะมีการดูแลของคณะกรรมการระดับอำเภอ และกลุ่มสหวิชาชีพดูแลอยู่ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่รัฐ ก็จะคอยดูว่าปัญหาไหนกระทบเด็ก ก็จะเข้าไปดูแลจัดการ โดยคอยรับฟังจากผู้ปกครองอีกทีหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราจะคอยเฝ้าระวังผลกระทบที่เกิดจากการเสนอข้อมูลเรื่องราวเชิงลบที่กระทบต่อจิตใจเด็ก เพราะยังมีบางส่วนมองเด็กๆ ในแง่ลบ รวมถึงมิจฉาชีพที่จะเข้ามาในรูปแบบต่างๆ ในส่วนจังหวัดก็จะดูแลในเรื่องภาพกว้างทั่วไปที่ต้องรายงานต่อรัฐบาล ส่วนในระดับประเทศ ก็ยังต้องมีเรื่องที่ต้องดูแลอีกด้านหนึ่ง เช่น เรื่องการติดต่อของบริษัทสร้างหนังจากฮอลลีวูด ที่จะเกี่ยวข้องกับเด็กๆ และเรื่องราวต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่เราต้องศึกษาทำความเข้าใจ หรือเรื่องสิทธิประโยชน์ ล้วนเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอณิรากล่าวอีกว่า ปัญหาเฉพาะหน้าคือ เวลาเรียนของเด็กๆ เพราะหลังจากออกมาจากถ้ำ จะต้องทำตามที่ผู้ปกครองแนะนำ ซึ่งเป็นเรื่องอ่อนไหว เพราะเป็นเรื่องความเชื่อ ซึ่งออกมาแล้วก็ต้องเดินทางไปแก้บน ทำกิจกรรมหลายอย่างตามสัญญา หลังจากเด็กๆ ปลอดภัยแข็งแรงแล้ว เรื่องนี้เป็นปัญหาปัจจุบันที่ต้องบริหารจัดการเวลา ซึ่งทำได้ยาก และค่อนข้างลำบากใจ เด็กๆ เองก็ต้องทำ ซึ่งเป็นเรื่องความเชื่อที่เราก็เข้าใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันเดียวกัน ทหารจากค่ายเม็งรายมหาราช และค่ายอื่นๆ ที่เคยร่วมปฏิบัติงานช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คนที่ถ้ำหลวง รวม 9 นาย พากันไปกราบนมัสการพระธาตุดอยเวา ชุมชนดอยเวา เทศบาล ต.แม่สาย ใกล้ด่านพรมแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สาย จ.เชียงราย จากนั้นได้ไปกราบไหว้บอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อบริเวณหน้าถ้ำหลวง และเข้าพิธีอุปสมบท ณ ที่วัดบ้านจ้อง ต.โป่งผา อ.แม่สาย ใกล้กับถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน โดยมีพระครูสุวิชาญ สุตสุนทร เลขานุการเจ้าคณะ อ.แม่สาย และเจ้าอาวาสวัดบ้านจ้อง ประกอบพิธีให้ และ พ.ท.รุ่งโรจน์ เปล่งสันเทียะ เสนาธิการ ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง นำคณะทหารร่วมพิธี
ทหาร 9 นายบวช 9 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระครูสุวิชาญกล่าวว่า ช่วงที่มีการค้นหาช่วยเหลือเด็กๆ ทีมหมูป่าฯ มีการใช้วัดบ้านจ้องเป็นสถานที่รวมพลของเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ทั้งทหารราบ &amp;nbsp;หน่วยซีล ทหารจากประเทศสหรัฐอเมริกา ฯลฯ บางวันมีมากถึง 500 นาย บางวันก็ลดลง 200-300 นาย &amp;nbsp;นายทหารคนหนึ่งซึ่งได้บนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ว่า หากภารกิจประสบความสำเร็จ ก็จะพาทหารออกบวช 9 นาย เป็นเวลา 9 วัน ดังนั้นจึงได้พากันมาบวชแก้บนเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้าแม่นางนอน และ น.ต.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม อดีตหน่วยซีล ที่เสียสละชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระครูสุวิชาญกล่าวอีกว่า ทั้งหมดได้ปลงผมที่วัดเมื่อเวลา 15.49 น. วันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งช่วงปลงผมมีพายุพัดแรงอย่างน่าอัศจรรย์ ส่วนการบวชจะเริ่มตั้งแต่เวลา 13.09 น. บวชเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน ตรงกับวันที่ 19 ก.ค. ซึ่งถือว่าเป็นสิริมงคล และต่อจากนี้ทั้งหมดจะได้ปฏิบัติธรรมภายในวัดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเอกพล จันทะวงษ์ หรือโค้ชเอก และลูกทีมคนอื่นๆ รวม 11 คน พร้อมครอบครัว ได้ไปประกอบพิธีสืบชะตาภายในศาลาวัดพระธาตุดอยเวา โดยครูบาแสงหล้า เจ้าอาวาสวัดพระธาตุสายเมือง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา, พระครูประยุตเจติยานุการ รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเวา นำประกอบพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและขับไล่สิ่งชั่วร้าย แต่ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไปรบกวนระหว่างประกอบพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นางลีน่า จังจรรจา หรือลีน่า จัง เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ศราวุธ โชติสุวรรณ รอง ผกก.4 บก.ป. เพื่อแจ้งความเอาผิดกับนายเอกพล จันทะวงษ์ หรือโค้ชเอก ผู้ฝึกสอนทีมหมูป่าอะคาเดมี 1 ใน 13 คนทีมหมูป่าฯ ที่ติดในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ในข้อหาบุกรุกอุทยานแห่งชาติ พร้อมนำหลักฐานเป็นแผ่นซีดี มามอบให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อประกอบการพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลีน่ากล่าวว่า ได้นำหลักฐานเป็นคำให้สัมภาษณ์ของนายเอกพล ในรายการเดินหน้าประเทศไทย ที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่กล่าวว่า ทีมหมูป่าฯ ได้ใช้ก้อนหินขุดผนังถ้ำ และได้บุกรุกเข้าไปในถ้ำหลวง นำรถจักรยานเข้าไปจอดภายในถ้ำ โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งในกรณีดังกล่าวมีความผิดหลายข้อหา และมีโทษจำคุก เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องดำเนินคดี จะละเว้นไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเด็กเป็นอภิสิทธิ์ชนหรือเด็กเทวดา ส่วนเด็กที่อายุไม่ถึง 14 ปี ไม่ต้องรับโทษ เนื่องจากอายุไม่ถึง นอกจากนี้ ทางพ่อแม่ของเด็กก็ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่แผ่นดินตามกฎหมาย ส่วนกรณีที่ตนถูกดำเนินคดีที่เข้าไปถ่ายคลิปที่ถ้ำพระยานคร อุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในข้อหาถ่ายทำคลิปโดยไม่ได้รับอนุญาต เช่นเดียวกันกับทางทีมหมูป่าฯ และโค้ชเอก จะต้องถูกดำเนินคดีด้วย เนื่องจากใช้กฎหมายฉบับเดียวกัน เพื่อให้มีมาตรฐานเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำและตรวจสอบหลักฐานที่นางลีน่าได้นำมามอบให้ ก่อนที่จะรายงานให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายชื่อดัง เจ้าของเพจ &amp;ldquo;ทนายคลายทุกข์&amp;rdquo; ให้ความเห็นทางกฎหมายว่า &amp;nbsp;โค้ชเอกและเด็กทีมหมูป่าอะคาเดมีที่เข้าไปติดในถ้ำหลวง ดูจากพฤติกรรมแล้วน่าเชื่อว่าเป็นการกระทำความผิดด้วยความจำเป็น เพราะเห็นว่ามีภยันตรายจากน้ำที่ท่วมเข้าไปในถ้ำจวนจะถึงตัว และไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ จึงจำเป็นต้องพาเด็กๆ หนีน้ำเข้าไปหลบในถ้ำหลวง ดังนั้นการกระทำของโค้ชเอกครั้งนี้มีความผิด แต่ได้รับการยกเว้นโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 67 ซึ่งทางลีน่าจังซึ่งเป็นทนายความน่าจะรู้ดี ถ้ามีข้อความอันใดอันเป็นเท็จเพื่อจะกลั่นแกล้งให้โค้ชเอกได้รับโทษทางอาญา ก็อาจจะรับโทษเสียเอง ฐานแจ้งความเท็จเพื่อกลั่นแกล้งผู้อื่น ตามกฎหมายอาญามาตรา 174 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีและโทษปรับด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13736</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 ทีมหมูป่าอะคาเดมี, ค่ายเม็งรายมหาราช, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, วิษณุ  เครืองาม, สุภัชชา สุทธิพล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อณิรา ธินนท์, เดชา กิตติวิทยานันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180719/image_big_5b509a9c1a55e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
