<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 17:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปลัดศธ.&#039;วิงวอน&#039;ผู้ปกครอง&#039;   ยินยอมให้ลูกหลานฉีดวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.64- นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า ขณะนี้การจัดการฉีดวัคซีน Pfizer ให้กับนักเรียนที่มีอายุระหว่าง 12-17 ปี ที่มีความประสงค์จะรับวัคซีน จำนวนกว่า 3.8 ล้านคน เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี และคาดว่านักเรียนกลุ่มดังกล่าวจะได้รับวัคซีนเข็มแรกครบทุกคนภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมามีนักเรียนที่ได้รับความยิมยอมจากผู้ปกครองให้ฉีดวัคซีนเพิ่มเติม ประมาณ 20,000 กว่าคน และตนมองว่าสัปดาห์หน้าจะมีนักเรียนกลุ่มตกหล่นเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับในส่วนของครูและบุคลากรทางการศึกษา ขณะนี้ได้รับวัคซีนแล้ว ร้อยละ 82 และยังมีการขอรับวัคซีนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตนได้ประสานงานร่วมกับกรมควบคุมโรค เพื่อที่จะขอรับการจัดสรรวัคซีนให้แก่กลุ่มครูที่ยังไม่ได้รับวัคซีนด้วย ทั้งนี้ ศธ.จะมีการรวบรวมข้อมูลของนักเรียนที่ได้รับวัคซีนทั้งหมด ทั้งในกลุ่มที่รับวัคซีน Pfizer กลุ่มที่รับวัคซีน Sinopharm และกลุ่มเด็กในกลุ่ม 7 โรคกลุ่มเสี่ยง เพื่อที่จะทราบข้อมูลว่ามีนักเรียนตกหล่นจำนวนเท่าไรที่ยังไม่ได้รับวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่างไรก็ตาม ศธ.ได้ทำการสื่อสาร รณรงค์ และขอความร่วมมือไปยังผู้ปกครองและครอบครัว กลุ่มเด็ก ระดับปฐมวัยและประถมศึกษา เนื่องจากเด็กกลุ่มนี้ยังไม่สามารถรับวัคซีนได้ เพื่อที่จะให้เด็กได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เพราะครอบครัว และครูได้รับวัคซีนครบทุกคนแล้ว ถือเป็นการฉีดวัคซีนเพื่อลูกท่าน หรือแม้แต่ในกรณีที่เด็กมาโรงเรียนและได้รับเชื้อกลับไปติดคนในครอบครัว วัคซีนก็จะสามารถช่วยให้อาการของโรคไม่รุนแรง&amp;quot;ปลัด ศธ.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119655</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนนักเรียน, สุภัทร จำปาทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f92c6298f72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116915</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศธ. เปิดดาวน์โหลดแบบฟอร์มการฉีดวัคซีนนักเรียน พร้อมเอกสารยินยอมจากผู้ปกครอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
16ก.ย.64-นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมแถลงข่าว &amp;ldquo;เตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียนที่ 2/2564 สถานศึกษาปลอดภัย เด็กได้รับวัคซีนถ้วนหน้า&amp;rdquo; โดยจะเริ่มฉีดวัคซีน Pfizer ให้นักเรียนนักศึกษาที่มีอายุ 12-18 ปี ครอบคลุม ปวช./ปวส. ทุกสังกัด นั้น ขณะนี้ ศธ. ได้จัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง ให้หน่วยงานและสถานศึกษาทุกสังกัด สามารถดาวน์โหลดเพื่อใช้ในการดำเนินการ ดังนี้ 1.แบบสำรวจการฉีดวัคซีน Pfizer ในนักเรียน/นักศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 หรือเทียบเท่า แต่ละห้องเรียน 2.แบบสรุปจำนวนนักเรียน/นักศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 หรือเทียบเท่า ที่มีความประสงค์รับวัคซีน Pfizer แยกแต่ละสถานศึกษา
3.แบบสรุปจำนวนนักเรียน/นักศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 หรือเทียบเท่า ที่มีความประสงค์รับวัคซีน Pfizer รายจังหวัด 4.เอกสารแสดงความประสงค์ของผู้ปกครองเพื่อให้นักเรียน/นักศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 หรือเทียบเท่า ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 5.แบบคัดกรองก่อนรับบริการฉีดวัคซีนโควิด 19 สำหรับนักเรียน/นักศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 หรือเทียบเท่า 6.ตัวอย่าง หนังสือแจ้งการฉีดวัคซีน Pfizer สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 หรือเทียบเท่า และ 7.แบบสรุปผลการให้บริการวัคซีน Pfizer สำหรับนักเรียน/นักศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 หรือเทียบเท่า ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดไฟล์เอกสาร สื่อวีดิทัศน์ InfoGraphic เพื่อใช้ประโยชน์ในการสื่อสาร สร้างการรับรู้ ได้ที่ https://www.moe.go.th/แบบฟอร์มการฉีดวัคซีนนั/45903&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นอกจากนี้เรายังได้จัดทำคลิปวิดีโอเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องการฉีดวัคซีน โดยมีแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ เช่น นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย เป็นต้น ซึ่งผู้ปกครองและผู้ที่สนใจ สามารถติดตามชมได้ผ่านเว็บไซต์ของ ศธ.&amp;quot;ปลัด ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116915</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., ฉีดวัคซีนนักเรียน, สุภัทร จำปาทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210916/image_big_6142f0ed186ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุภัทร&#039; เผยประชุมซักซ้อมความเข้าใจแผนฉีดไฟเซอร์  นร.-นศ. 17 ก.ย.นี้ ก่อนเชิญผู้ปกครองยินยอม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15ก.ย.64- นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวถึงแนวทางการฉีดวัคซีนโควิด-19 &amp;ldquo;Pfizer&amp;rdquo; ให้กับนักเรียน นักศึกษา อายุ 12-18 ปี ว่า จากข้อมูลจะมีนักเรียนกลุ่มดังกล่าวที่เรียนในระบบของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสังกัดอื่น ๆ รวมแล้วมีประมาณ 4,350,000 คน ซึ่งจากการประสานกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) วัคซีน Pfizer จะทยอยเข้ามาปลายเดือน กันยายนนี้ 2 ล้านโดส และเดือน ตุลาคมอีก 8 ล้านโดส ดังนั้นในจำนวนดังกล่าวจึงเพียงพอที่จะฉีดให้กับเด็กนักเรียน นักศึกษากลุ่มนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายสุภัทร กล่าวต่อว่า สำหรับการดำเนินการเพื่อฉีดวัคซีนให้กับนักเรียน นักศึกษาในครั้งนี้ ทางกรมควบคุมโรค สธ.ได้เตรียมแผนที่จะกระจายวัคซีน Pfizer ไปฉีดให้กับเด็กพร้อมกันทั้ง 76 จังหวัด และกรุงเทพฯ โดยแต่ละจังหวัดจะมีการวางแผนกระจายการฉีดวัคซีนภายในจังหวัดของตัวเอง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด และคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดเป็นผู้พิจารณา และจะกระจายการฉีดไปที่โรงเรียน แต่ในบางกรณีที่โรงเรียนมีความคับแคบไม่สะดวกในการดำเนินการ ศธ.ได้หารือกับทางปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อขอใช้สถานที่ของมหาวิทยาลัยในจังหวัดนั้น ๆ ในการจัดฉีดแทน ในระหว่างนี้ ศธ.จะต้องจัดเตรียมข้อมูลต่าง ๆ ของนักเรียน นักศึกษาก่อนส่งให้กับ สธ. ดังนั้นศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ถือเป็นศูนย์รวมการตรวจสอบข้อมูลสุดท้ายก่อนส่งให้กับสาธารณสุขจังหวัด (สธจ.)/กรุงเทพฯ และจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการร่วมในแต่ละจังหวัดเพื่อทำงานเรื่องนี้ด้วยกัน โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน และมี ศธจ. ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) อาชีวศึกษาจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธยาศัย (กศน.) ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัด และหน่วยงานอื่น ๆ ที่มีเด็กนักเรียนในกลุ่มอายุดังกล่าว ร่วมเป็นคณะกรรมการ เพื่อกลั่นกรองข้อมูลให้ถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์ ก่อนจัดส่งข้อมูลให้ สธจ.วางแผนการฉีดวัคซีนภายในจังหวัดให้เกิดความเรียบร้อยต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลัดศธ. กล่าวอีกว่า สำหรับไทม์ไลน์การดำเนินงาน ในระหว่างนี้จนถึงวันที่ 17 กันยายน ขอให้ ผอ.สพท.เร่งจัดทำรายชื่อจำนวนนักเรียนทุกคน ซึ่งก็จะทำควบคู่ไปกับ ศธ. และสธ.ที่จะต้องซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนให้เด็กให้ผู้ปกครองเข้าใจ และอาจจะมีการจัดประชุมทำความเข้าใจเป็นกลุ่มย่อยอีกครั้งในระหว่างวันที่ 17-22 กันยายน จากนั้นวันที่ 22-24 กันยายนแต่ละโรงเรียนจะเชิญผู้ปกครองลงนามยินยอมให้นักเรียนเข้ารับการฉีดวัคซีน วันที่ 25 กันยายนแต่ละสถานศึกษาส่งบัญชีรายชื่อนักเรียนที่จะเข้ารับการฉีด วันที่ 26 กันยายนสรุปจำนวนตัวเลขนักเรียน นักศึกษาที่จะเข้ารับการฉีดในทุกจังหวัด &amp;nbsp;วันที่ 28-30 กันยายน สธจ.วางแผนการรับวัคซีนและกำหนดการฉีดวัคซีนรายโรงเรียน วันที่ 1 ตุลาคม สถานศึกษารับทราบแผนและเตรียมสถานที่ในการจัดฉีด และวันที่ 4 เริ่มการฉีดแก่นักเรียน โดยเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 จะเว้นระยะห่างประมาณ 3 สัปดาห์ ซึ่งถ้าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ก็จะทันเปิดเทอม 2 ปีการศึกษา 2564 ในเดือน พฤศจิกายนพอดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116793</URL_LINK>
                <HASHTAG>#การฉีดวัคซีนในเด็กอายุ3ปีขึ้นไป, สุภัทร จำปาทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f92c6298f72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115915</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังไม่ยุติ &#039;สอบ-ไม่สอบ&#039; วิชาเอกตั๋วครู บอร์ดคุรุสภามอบ &quot;สุภัทร&quot; ส่งข้อสรุป พิจารณาอีกครั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7ก.ย.64-นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ในการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ที่มีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธาน ที่ประชุมได้หารือถึงประเด็นที่การยกเลิกการสอบวิชาเอกตามหลักเกณฑ์และวิธีการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หลังจากที่ก่อนหน้านี้คณะกรรมการการคุรุสภามีมติให้ยกเลิกการสอบวิชาดังกล่าวออกไปแล้ว และจะดำเนินการทดสอบครั้งที่ 2 ในเดือนพฤศจิกายนนี้ แต่ในการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) ได้มีการเสนอให้คณะกรรมการคุรุสภาทบทวนมติการยกการสอบวิชาเอก เนื่องจาก กมว.มองว่า การยกเลิกการสอบวิชาเอกเป็นการดำเนินการที่ขัดหลักความเป็นสากล โดยครูเป็นวิชาชีพชั้นสูงต้องสร้างความเชื่อมั่นให้สังคมและผู้ขอรับใบประกอบวิชาชีพครูทุกคนจะต้องผ่านการทดสอบความรู้ความสามารถในวิชาเอก มีความรู้จริง ผ่านมาตรฐานการทดสอบอย่างภาคภูมิใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภัทร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ที่ประชุมจึงมีมติให้กลับไปหารือการยกเลิกการสอบวิชาเอกใหม่ โดยมีตนเป็นผู้ทำหน้าที่ประสานงานการหารือร่วมกัน 3 ฝ่ายระหว่างตน และคณะทำงานของ กมว. รวมถึงคณะทำงานของนายพฤกษ์ ศิริบรรณพิทักษ์ เพื่อรวบรวมประเด็นปัญหาและข้อเสนอแนะต่างๆ เกี่ยวกับการสอบวิชาเอก เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูว่าข้อมูลของแต่ละฝ่ายมีความคิดเห็นในประเด็นการสอบวิชาเอกอย่างไรบ้าง หลังจากนั้นจะสรุปเป็นแนวทางเสนอคณะกรรมการคุรุสภาพิจารณาต่อไป ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการหาข้อสรุปได้ภายในเดือนกันยายนนี้ นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลงานเลขาฯ คุรุสภา เนื่องจากคณะกรรมการประเมินฯ ชุดเก่าทยอยลาออกหมด โดยที่ประชุมจึงมีมติให้ใช้คณะกรรมการประเมินฯ ชุดเดียวกับการประเมินผลงานเลขาธิการสกสค. ซึ่งการประเมินรอบใหม่จะเกิดขึ้นในเดือนกันยายนนี้ ส่วนการสรรหารองเลขาฯ คุรุสภานั้น ขณะนี้ตนได้จัดทำหลักเกณฑ์การสรรหาเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยเหลือการแก้ไขรายละเอียดการกรอกแบบฟอร์มประวัติของผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเท่านั้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115915</URL_LINK>
                <HASHTAG>#คุรุสภา, #ตั๋วครู, สอบวิชาเอก, สุภัทร จำปาทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_61372f981e8be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เงินเยียวยา นร.   2,000 บาท ถึงศธ.แล้ววันนี้( 30ส.ค.)โอนให้ผู้ปกครองไม่เกิน 7 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30ส.ค.64- นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาผู้ปกครองและนักเรียน จำนวน 2,000 บาท ตามโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ขณะนี้งบประมาณตามโครงการดังกล่าว มาถึงยังกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรียบร้อยแล้ววันนี้ (30 ส.ค.) โดยตนได้ส่งงบประมาณไปยังหน่วยงานที่กำกับดูแล คือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ให้กระจายไปสู่สถานศึกษาในสังกัดแล้ว สำหรับประเด็นก่อนหน้านี้ ศธ.ได้ส่งหนังสือถึงกระทรวงการคลัง ว่า เพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณในส่วนนี้มีความสะดวกขึ้น ศธ. จึงเสนอให้มีการจ่ายเงินทั้งในรูปแบบโอนผ่านบัญชีธนาคาร และเงินสดนั้น อยู่ระหว่างการติดตามว่าจะสามารถดำเนินการในรูปแบบดังกล่าวได้หรือไม่ ทั้งนี้ตนคาดว่าเงินดังกล่าวจะถึงมือผู้ปกครองโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้โอนเงินดังกล่าวไปยังสถานศึกษา ในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ทุกแห่งแล้วทั้งรัฐและเอกชน โดยทุกวิทยาลัยจะต้องดำเนินการเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการดำเนินการ สพฐ. จะโอนเงินไปยังบัญชีของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และให้เขตฯ โอนต่อไปยังโรงเรียน เมื่อถึงบัญชีโรงเรียนแล้ว ขอให้โรงเรียนโอนเงินหรือจ่ายเงินถึงมือผู้ปกครอง โดยกระบวนการทั้งหมดขอให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115045</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, สุภัทร จำปาทอง, เงินเยียวยานักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f92c6298f72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 08:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 08:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชง&#039;ศบค.&#039;ไฟเขียวให้เด็กไปรร.เปิดเรียนเทอม2 หลังนร.12ปีขึ้นไป ฉีดไฟเซอร์ปลายก.ย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
30ส.ค.64- ศธ. เตรียม เสนอแนวทางเปิดเรียนเทอม 2 ในเดือนพฤศจิกายนนี้ได้ &amp;nbsp;แล้ว &amp;nbsp; ส่วนนักเรียนอายุ 12ปี ขึ้นไปรับวัคซีนไฟเซอร์ 30 ล้านโดส ในช่วงปลายเดือนก.ย. รวมทั้ง วิทยาลัยอาชีศึกษา ครูและนักเรียน 1 ล้านคนได้รับวัคซีนในสูตรไขว้ครบแล้ว &amp;nbsp; แต่เด็กเล็กระดับประถมและปฐมวัย ยังต้องเรียนออนไลน์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (ศบค.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้เสนอ 2 ประเด็นให้ ศบค.พิจารณา คือ การเปิดภาคเรียนที่ 2 ของนักเรียนระดับอาชีวศึกษา เนื่องจากครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัดสำนักคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้รับการฉีดวัคซีนครบทุกคนแล้ว อีกทั้งนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง (ปวส.) ในสถานศึกษาของรัฐและเอกชนประมาณ 1 ล้านคนได้รับวัคซีนแล้วส่วนหนึ่งตามสูตรการฉีดวัคซีนสลับขั้วระหว่าง Sinovac และ AstraZeneca &amp;nbsp;ขณะที่กลุ่มโรงเรียนมัธยมศึกษาที่มีเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปจะต้องได้รับการฉีดวัคซีน Pfizer ปลายเดือนกันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งนี้เราคาดหวังว่าหากแผนการจัดสรรวัคซีนของรัฐบาลที่ได้มีการจัดซื้อวัคซีน Pfizer จำนวน 30 ล้านโดสในไตรมาส 4 ปลายเดือนกันยายนนี้ไม่มีอุปสรรค ก็จะทำให้เด็กอายุที่มีอายุ 12 ปีขึ้นได้รับการฉีดวัคซีนครอบคลุมทั้งหมด ส่วนครูและบุคลากรทางการศึกษาคนใดที่ตกหล่น ศธ.ก็เร่งให้เข้ารับการวัคซีนให้ครบทุกคนซึ่งหากเป็นไปตามไทม์ไลน์ดังกล่าวเราก็น่าจะมีลุ้นที่จะเปิดภาคเรียนที่ 2 ในเดือนพฤศจิกายนนี้ได้ แต่สำหรับเด็กเล็กปฐมวัยถึงประถมศึกษายังไม่สามารถให้มาเรียนได้ยังต้องใช้มาตรการการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ ออนแฮนด์ หรือ ออนแอร์ไปก่อน&amp;rdquo;ปลัดศธ.กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภัทร กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่สอง คือ มาตรการโครงการตรียมความพร้อมสถานศึกษานำร่อง จัดการเรียนในรูปแบบโรงเรียนประจำ Sandbox Safety Zone in School ร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยมาตรการดังกล่าวจะดำเนินการในพื้นที่กลุ่มสีแดงเข้ม ซึ่งมาตรการ Sandbox ในโรงเรียนนั้นได้มีสถานศึกษานำร่องจัดการเรียนไปแล้ว 34 แห่งในโรงเรียนประจำ หรือโรงเรียนกินนอน ซึ่งเท่าที่รับฟังการรายงานข้อมูลยังไม่พบการติดเชื้อเกิดขึ้นจากการดำเนินการมาตรการนี้ ทั้งนี้จากมาตรการ Sandbox Safety Zone in School &amp;nbsp;มีโรงเรียนเอกชนหลายแห่งแจ้งความประสงค์จะใช้มาตรการ Sandbox ซึ่งตนขอชี้แจงว่าหากจะดำเนินการมาตรการนี้โรงเรียนจะต้องมีหอพักภายในโรงเรียนและต้องเป็นการเปิดเรียนในรูปแบบระบบปิดเท่านั้นไม่มีการปล่อยให้เดินทางกลับบ้าน โดยการเป็นโรงเรียนกินนอนจะต้องขออนุญาตการจัดตั้งจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเออกชน (สช.) อย่างถูกต้องด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114997</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศบค., #โควิด19, สุภัทร จำปาทอง, เปิดเรียนเทอม2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a52ab379cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114627</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 14:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดขับเคลื่อนฯ เตรียม สรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน กศจ. 75 จังหวัด เริ่ม 11 ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26ส.ค.64-นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษา ที่มีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ที่ประชุมได้หารือถึงการเตรียมการสำหรับการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) เนื่องจากกรรมการใน กศจ.ทั้ง 75 จังหวัดจะหมดวาระในวันที่ 10 ตุลาคมนี้ ซึ่งที่ประชุมได้หารือในมุมมองของกฎหมาย เพื่อให้การสรรหาเป็นไปด้วยความถูกต้องและถูกกฎระเบียบที่วางไว้ ดังนั้นเมื่อกรรมการใน กศจ.หมดวาระลงในวันที่ 10 ตุลาคม ซึ่งจะเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ได้ทันที ในวันที่ 11 ตุลาคมเป็นต้นไป โดยจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน เพื่อไม่ให้เกิดสูญญากาศในการขับเคลื่อนในระดับจังหวัด ทั้งนี้จากระยะเวลาที่ประชุมมองว่ากระบวนการสรรหาจะดำเนินการไม่เกิน 45 วันหลังจากนั้นจะเสนอให้ รมว.ศธ. พิจารณาแต่งตั้งต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายสุภัทร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในกระบวนการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิให้เป็นกรรมการใน กศจ.นั้น ที่ประชุมได้กำหนดกระบวนการสรรรหาที่ยืดหยุ่นและใกล้เคียงกัน โดยมอบหมายให้จังหวัดไปดำเนินการ ซึ่งให้ไปกำหนดวิธีการได้มาและเงื่อนไขคุณสมบัติต่างๆ ที่เหมาะสมของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในกศจ.ที่อยากเขียนเพิ่มเติมขึ้นมาได้ &amp;nbsp;ทั้งนี้ รมว.ศธ. ไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ แต่ขอให้ดำเนินการสรรหาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันไม่เช่นนั้นอาจจะมีเรื่องร้องเรียนเหมือนที่ผ่านมาได้ อย่างไรก็ตาม คณะทำงานจะเร่งประชุมการจัดทำหลักเกณฑ์การสรรหาให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์นี้ เพื่อประกาศเกณฑ์สรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน กศจ.ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114627</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กศจ., กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ, สุภัทร จำปาทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a52ab379cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
