<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 10:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 10:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปลี่ยนใจแล้ว!&#039;หมอจุ๊ก&#039;เท&#039;กปปส.&#039;ขอโทษม็อบมธ.จากหัวใจ ตัวเองมีส่วนกวักมือเรียกรัฐประหาร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.63- &amp;nbsp;นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.โรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา อดีตเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุข้อความว่า วันแห่งการปลดปล่อยของผมเอง &amp;ldquo;คำขอโทษจากหัวใจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากปรากฏการณ์ความตื่นตัวและความกล้าหาญของนักศึกษาและนักเรียนทั่วไทย ที่ออกมาแสดงเชิงสัญญะในการเรียกร้องให้เผด็จการอำนาจนิยมในระบอบประยุทธ์และพวกลงจากอำนาจ คืนอำนาจให้ประชาชนด้วยการยุบสภา และร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทำให้ผมต้องทบทวนตนเอง ทบทวนวิธีคิดของตนเอง และผมต้องยอมรับความจริงว่า &amp;ldquo;ผมเป็นส่วนหนึ่งที่ไปกวักมือเรียกทหารมา ทำให้เกิดการรัฐประหาร และสานต่ออำนาจอย่างฉ้อฉลมาถึงปัจจุบัน&amp;rdquo; &amp;ldquo;ผมคือส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ที่สร้างหายนะทำให้ประชาธิปไตยต้องถอยหลังไปอีกหลายสิบปี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดเวลา 6 ปีที่ผ่านมาจากการรัฐประหาร คสช. เสียงเหล่านี้ดังอยู่ในหูของผมมาตลอด ดังบ้าง เบาบ้าง แล้วแต่จังหวะชีวิตและสถานการณ์บ้านเมือง การเคลื่อนไหวที่ผ่านมาของผมในขบวน กปปส.นั้น ความตั้งใจของผมและพี่น้องจำนวนมาก มุ่งหวังเห็นการปฏิรูปและเห็นประชาธิปไตยเดินไปข้างหน้า ทุกคนขับเคลื่อนอย่างมีความหวัง โดยที่ไม่ตระหนักเลยว่า การไม่ยอมรับการยุบสภาและการเลือกตั้งใหม่ในครั้งนั้นซึ่งเป็นทางออกสำคัญในระบอบประชาธิปไตย จะเท่ากับการสร้างเงื่อนไขและส่งเทียบเชิญให้กับคณะรัฐประหาร จนนำมาสู่การรัฐประหาร คสช.และฟื้นฟูระบอบทหารอำนาจนิยมและรัฐราชการ จนประเทศไทยถอยหลังไปนับสิบปี และเป็นภาระให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ต้องมาต่อสู้อย่างกล้าหาญในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่ผมไปสังเกตการณ์ในเวที &amp;ldquo;ธรรมศาสตร์จะไม่ทน&amp;rdquo; บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่ผมต้องกล่าวคำว่า &amp;ldquo;ขอโทษกับน้องนักเรียนนักศึกษาและทุกคนในสังคมไทย ที่ผมได้เข้าร่วมการชุมนุม กปปส.จนนำมาซึ่งการรัฐประหารในครั้งนั้น&amp;rdquo; ผมตระหนักชัดแล้วว่า &amp;ldquo;ไม่มีหรอกทางลัดสำหรับการสร้างการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในสังคม อำนาจพิเศษใดๆเช่นรัฐบาลแห่งชาติ รัฐบาลเฉพาะกิจ ก็คืออีกอำนาจเผด็จการชนชั้นนำหนึ่งทั้งสิ้น ก้าวไม่ข้ามและวนในวงจรเดิม การเปลี่ยนแปลงใหญ่ต้องขยับจากฐานราก ต้องกระเพื่อมมาจากประชาราษฎร์ ต้องไม่ส่งไม้ผลัดให้กับทหารหรือชนชั้นนำ ต้องอดทนตามหนทางในระบอบประชาธิปไตยที่เคารพเสียงส่วนมากของสังคม&amp;rdquo; &amp;ldquo;ในวันนั้น ผมออกนอกลู่นอกทาง หวังจะเห็นการเปลี่ยนแปลงทางลัด ซึ่งไม่มีจริง และยังถูกฉกฉวยพลังและความคาดหวังของประชาชนไปเสวยอำนาจในนามเผด็จการ คสช.ที่เลวร้าย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือคำขอโทษจากใจ วันนี้ผมมีความสุขแล้วที่ได้ปล่อยวางอัตตาที่ผมได้ถือไว้ตลอดหกปี และผมก็ยืนยันที่จะเป็นอีกหนึ่งพลัง ในการร่วมขบวนการกับน้องๆนักศึกษาในการสร้างสรรค์ประชาธิปไตยและสร้างการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมไทยให้ก้าวข้ามจากอำนาจเผด็จการอำนาจนิยมสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ประเทศไทยนับจากวันนี้ไป จะต้องไม่เหมือนเดิม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74401</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., คำขอโทษจากหัวใจ, ม็อบมธ., สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f360378e8786.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวารพ.แต่งดำประท้วง คลังปัดเกี่ยวจ้างงานสธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;หมอปิยะสกล&amp;quot; สั่งปลัด สธ.ถกด่วนคลัง &amp;nbsp;หลัง รพ.ชุมชนทั่วประเทศแต่งดำขึ้นป้ายค้านระเบียบใหม่ &amp;quot;บัญชีกลาง&amp;quot; เต้นแจงไม่กระทบจ้างงานทุกหน่วยของ สธ. ขณะที่แพทย์ชนบทยังไม่ไว้ใจ บี้ รมต.คลังไขก๊อกรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ชมรมแพทย์ชนบทและโรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศ ได้เคลื่อนไหวคัดค้าน
ระเบียบฉบับใหม่ของกระทรวงการคลัง เรื่องการจ้างพนักงานหรือลูกจ้างโดยใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณ พ.ศ.2561 เมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสั่งห้ามโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รวมถึงโรงเรียนแพทย์และหน่วยบริการรัฐทั้งหมด ทำการจ้างและขึ้นเงินเดือนให้กับลูกจ้างจากเงินนอกงบประมาณ หรือหากต้องการจ้าง ต้องขออนุญาตจากกรมบัญชีกลางก่อน ทำให้มีบุคลากรของบางโรงพยาบาลแต่งชุดดำ ติดริบบิ้นดำ และขึ้นป้ายไว้อาลัยต่อระเบียบดังกล่าว อาทิ รพ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก, รพ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา, รพ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น, รพ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี, รพ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย, รพ.จะนะ จ.สงขลา เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าว ผ่านระบบวิดีโอคอลกับผู้สื่อข่าวกระทรวงสาธารณสุข ระหว่างเดินทางไปประชุมเวทีสมัชชาอนามัยโลก สมัยที่ 71 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ว่าทราบเรื่องดังกล่าวไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้โทรศัพท์ประสานไปยัง รมช.การคลังถึง 2 ครั้ง ว่าประกาศดังกล่าวจะกระทบกับ สธ.มาก จึงมอบหมายให้ผู้ช่วยรัฐมนตรีและปลัด สธ. พร้อมทั้งผู้บริหารเข้าหารือกับกระทรวงการคลัง ดังนั้นขอให้ลูกจ้างพนักงานกระทรวงทั้งหมดอย่างเพิ่งตกใจ ขอให้ใจเย็นๆ จะหาทางช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ รอการหารือก่อน จะไม่ทำอะไรที่กระทบกับประชาชน และจะไม่ทำอะไรที่ส่งผลต่อขวัญกำลังของบุคลากร ซึ่งจะรีบเดินทางกลับไทยให้เร็วที่สุด เพื่อช่วยกันแก้ไข คาดว่าน่าจะถึงไทยประมาณวันศุกร์ที่ 25 พ.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงการคลัง นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการหารือกับกระทรวงการคลังว่า ระเบียบดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการจ้างงานของ สธ. เนื่องจากที่ผ่านมากระทรวงได้จ้างงานอย่างถูกต้องตามระบบ มีการเสนอข้อมูลต่อกระทรวงการคลัง และได้ปรึกษากรมบัญชีกลางโดยตลอด รวมทั้งได้ทำข้อตกลงกับกระทรวงการคลังมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยมีระเบียบว่าด้วยเงินบำรุงของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2561 อยู่ ดังนั้น สธ.จึงปฏิบัติเหมือนเดิมทุกอย่าง ณ เวลานี้ จึงขอให้บุคลากร สธ. รวมทั้งหน่วยบริการต่างๆ สบายใจ และทำงานให้เต็มที่ เพราะไม่ได้กระทบกับกระทรวงแต่อย่างใด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ภายหลังกระทรวงการคลังออกหนังสือแนบท้ายข้อเท็จจริงดังกล่าว ทาง สธ.จะส่งส่วนแนบท้ายนี้ไปยังหน่วยบริการในสังกัดทั่วประเทศ เพื่อทำความเข้าใจต่อเรื่องดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธวัช สุนทราจารย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า แรงกระเพื่อมครั้งนี้เกิดจากการเผยแพร่ระเบียบดังกล่าวในโซเชียลมีเดียทำให้เกิดการตีความคลาดเคลื่อน แต่จากการหารือกับกรมบัญชีกลาง ได้มีความชัดเจนแล้วว่าไม่มีปัญหา ส่วนไหนที่เคยจ้างงานอยู่แล้วให้ดำเนินการต่อไปได้เหมือนเดิม ไม่ต้องกังวลอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ระเบียบดังกล่าวไม่ได้กระทบต่อการว่าจ้างพนักงานหรือลูกจ้างของทุกหน่วยงาน ทั้งนี้ โดยระเบียบดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ 1.หน่วยงานที่ได้ทำการตกลงกับกระทรวงการคลังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เช่น สธ. ซึ่งได้ทำเรื่องขอกำหนดอัตราการจ้างพนักงานและลูกจ้างแบบ 1 ปี จำนวน 7,900 คน และแบบ 4 ปี จำนวน 31,000 คน จึงไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนที่ 2 หน่วยงานที่ยังไม่ได้ทำการตกลงกับกระทรวงการคลัง แต่มีการว่าจ้างพนักงานและลูกจ้างไปแล้ว ก็ให้ว่าจ้างพนักงานและลูกจ้างดังกล่าวต่อไปจนสิ้นสุดสัญญา แต่หากจะว่าจ้างในรอบใหม่ ต้องทำเรื่องเสนอข้อตกลงมายังกระทรวงการคลัง โดยให้ทำเรื่องเสนอมาก่อนหมดสัญญาว่าจ้างเพื่อการดำเนินงานต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าระเบียบที่ออกมาไม่ได้มีปัญหาและส่งผลกระทบอะไรเลย แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ เป็นเพราะการสื่อสารที่ไม่ตรงกันมากกว่า โดยระเบียบที่ออกมาเป็นการจัดระเบียบเท่านั้น ซึ่งต่อไปรัฐบาลจะได้รู้ว่ามีการว่าจ้างพนักงานและลูกจ้างชั่วคราวของทุกหน่วยงานกี่คน ใช้เงินงบประมาณเท่าไร โดยเฉพาะของ สธ. ไม่ได้รับผลกระทบจากระเบียบดังกล่าวเลย เพราะได้ทำข้อตกลงกับกระทรวงการคลังมาตลอด และยังมีระเบียบการใช้เงินบำรุงซึ่งเป็นเงินนอกงบประมาณของตัวเองกำกับดูแลอีกชั้นหนึ่งด้วย&amp;quot; อธิบดีกรมบัญชีกลางระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ กรรมการชมรมแพทย์ชนบท และผู้อำนวยการ รพ.จะนะ จ.สงขลา กล่าวภายหลังทราบผลการหารือกับกระทรวงการคลังว่า เข้าใจว่าจะไม่มีการปลดป้าย แต่อยู่ที่ดุลยพินิจของแต่ละโรงพยาบาล แต่เท่าที่ฟังแล้วเป็นการชี้แจงที่แถ เพราะกระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานหลักควบคุมทั้งประเทศ แม้ สธ.จะบอกว่ามีระเบียบ แต่ในการจ้างงานต้องแจ้งกระทรวงการคลังอยู่ดี โดยเฉพาะในช่วงสิ้นปีงบประมาณ ประเทศต้องเดินไปสู่การปฏิรูป ไม่ใช่การปฏิรวบอำนาจไว้ในมือตัวเอง ซึ่ง รมว.การคลังและทีมงานควรรับผิดชอบด้วยการลาออก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เป้าหมายหลักของการขึ้นป้าย ไม่ใช่ต้องการให้ยกเลิกระเบียบเพียงอย่างเดียว เพราะปัญหามันอยู่ที่วิธีคิดที่จะไม่กระจายอำนาจ ซึ่งเป็นสิ่งที่แพทย์ชนบทรับไม่ได้ เพราะหลักการเช่นนี้ปล่อยไม่ได้ ไม่ควรอยู่ในระบบราชการ ดังนั้นการออกมาต่อสู้ไม่ได้ต้องการเพียงแค่ให้ยกเลิกระเบียบ เดี๋ยวยกเลิกไปก็ต้องมีระเบียบใหม่ออกมาอีก เพราะปัญหามันอยู่ที่วิธีคิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9842</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธวัช สุนทราจารย์, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข, สธ., สุทธิรัตน์ รัตนโชติ, สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180523/image_big_5b056f05bd510.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
