<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99694</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2021 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทยกว่า 3 หมื่น ใช้ “โคแฟค” สกัดข่าวลวงช่วงโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 39 องค์กรรวมพลังจัดสัมมนาไฮบริด &amp;ldquo;วันตรวจสอบข่าวลวงโลก&amp;rdquo; ทุกวันที่ 2 เม.ย.ของทุกปี พร้อมประกาศปฏิญญาปีแห่งการรณรงค์ตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร องค์การอนามัยโลกออกมาเตือนถึงผลกระทบของข่าวลวงที่จะส่งผลให้สถานการณ์การระบาดโควิด-19 แย่ลง สสส.ปลื้มครบ 1 ปี คนไทยใช้นวัตกรรม &amp;ldquo;โคแฟค&amp;rdquo; ช่วยสกัดการระบาดข่าวลวงช่วงโควิด-19 กว่า 3 หมื่นราย พร้อมเร่งสร้างพลเมืองรู้เท่าทันสื่อ ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โคแฟค ประเทศไทย ร่วมกับ เครือข่ายองค์กรตรวจสอบข่าวสากล (International Fact Checking Network : IFCN) และ ภาคีเครือข่ายตรวจสอบข่าวลวงกว่า 30 องค์กรในประเทศ จัดสัมมนาไฮบริดเนื่องในวาระ &amp;ldquo;วันตรวจสอบข่าวลวงโลก&amp;rdquo; (International Fact-Checking Day 2021) &amp;ldquo;ความท้าทายในการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกัน&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2564 ที่โรงแรมศิวาเทล กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; องค์กรทั้งหมดพร้อมใจกันป่าวประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือของภาคประชาสังคมในปีแห่งการรณรงค์ตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร (2 เมษายน 2564 - 2 เมษายน 2565) ดังนี้ เครือข่ายตรวจสอบข่าวลวงขอแสดงจุดยืนในการสกัดข่าวลวง ร่วมส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือซึ่งกันและกัน พัฒนางานศึกษาวิจัย สร้างองค์ความรู้ นวัตกรรม ตลอดจนเครื่องมือหรือกลไกเฝ้าระวังอย่างมีส่วนร่วม ให้ประชาชนเกิดความรู้ความเข้าใจด้านการรู้เท่าทันสื่อสารสนเทศและดิจิทัล สร้างข้อเท็จจริงให้เกิดความเข้มแข็งภาคพลเมือง ทำให้สังคมไทยเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างมีคุณภาพ บนพื้นฐานของการไตร่ตรอง ใช้เหตุผล มีวิจารณญาณ เพื่อลดผลกระทบด้านลบยุคข้อมูลข่าวสาร รวมถึงลดความขัดแย้งอันเนื่องจากความเข้าใจผิดในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นพ.ดร.ไพโรจน์ เสาน่วม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวในการเปิดสัมมนาว่า ในวันที่ 2 เมษายนของทุกปี ถือเป็นวันตรวจสอบข่าวลวงโลก สำหรับประเทศไทยถือว่าประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนการต่อต้าน ป้องกัน และรับมือกับปัญหาข่าวลวงในยุคดิจิทัล โดย สสส.เห็นความสำคัญและได้ร่วมผลักดันให้เกิดการพัฒนากลไกโคแฟค (Collaborative Fact Checking : Cofact) นวัตกรรมกลไกตรวจสอบข่าวลวงบนเว็บไซต์ cofact.org และไลน์ @cofact ซึ่งขณะนี้ครบ 1 ปี ของการมีนวัตกรรม แนวคิดโคแฟคได้ถูกส่งต่อและขยายไปยังภาคีเครือข่าย อาสาสมัคร มหาวิทยาลัย สื่อท้องถิ่น และชุมชนระดับภูมิภาคในวงกว้างมากขึ้น มีพันธมิตรเครือข่ายร่วมทำงาน 39 องค์กร จนเกิดเป็นชุมชนโคแฟคที่ประชาชนทุกกลุ่มวัยเข้ามาตรวจสอบข่าวลวงร่วมกันแล้วกว่า 30,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;โคแฟคเกิดขึ้นในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ซึ่งข่าวลวงเปรียบเหมือนเชื้อไวรัสที่กระจายอย่างรวดเร็ว จนองค์การอนามัยโลกได้ออกมาเตือนถึงผลกระทบของข่าวลวงที่จะส่งผลให้สถานการณ์การระบาดโควิด-19 แย่ลง ซึ่งตั้งแต่มีโคแฟคทำให้เกิดฐานข้อมูลในการตรวจสอบข่าวลวงด้านสุขภาพกว่า 2,500 ชุด มีการจัดทำบทความพิเศษ อินโฟกราฟฟิกที่เข้าใจง่ายกว่า 350 ชิ้น เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีภูมิคุ้มกัน มีจิตสำนึกพื้นฐาน คือ การรู้เท่าทันสื่อ ขยับมาสู่การร่วมตรวจสอบข่าวลวง จนถึงช่วยกันสอดส่อง เฝ้าระวัง สกัดกั้นข่าวลวง ไม่ทำให้สถานการณ์โควิด-19 ในไทยแย่ลง สสส.พร้อมสนับสนุนการสร้างพลเมืองเท่าทันสื่อ มีความรู้และทักษะเท่าทันสื่อ เท่าทันตนเอง มีความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อร่วมสร้างวัฒนธรรมการตรวจสอบข่าวลวงและรู้เท่าทันสื่อ นำไปสู่การสร้างสังคมสุขภาวะ&amp;rdquo; ดร.นพ.ไพโรจน์กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สุภิญญา กลางณรงค์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้งโคแฟค ประเทศไทย กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้เป็นการนำเสนอภาพรวมของการตรวจสอบข่าวลวงที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทำให้เห็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีนักตรวจสอบข่าว (Fact Checker) ในแต่ละประเทศ และต้องมีการทำงานเชื่อมโยงและส่งต่อข้อมูลซึ่งกันและกัน ตลอดเวลาในช่วง 1 ปี นับจากวันนี้ไปที่ประกาศเป็นปีแห่งการรณรงค์ตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร ทางโคแฟคประเทศไทยจะมีการจัดกิจกรรมทั้งในเชิงวิชาการ การขับเคลื่อนประเด็น และการสัมมนาร่วมกันตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ก่อนหน้านี้สุภิญญาเคยให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อก่อนหลายคนมองว่าข่าวลวงเป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมือง แต่ในวันนี้ข่าวลวงเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากขึ้น เป็นปัญหาระดับชาติ เราอยากให้ประชาชนตื่นตัว ที่ผ่านมาข่าวลวงมีทั้งการหลอกลวงเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การเงิน การขายสินค้าและบริการ โดยคนที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุและเด็ก เยาวชน การจัดเวทีเสวนาเพื่อเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายสื่อท้องถิ่นในการทำงานประสานกับภาคประชาสังคม แกนนำชุมชนและชาวบ้านในระดับรากหญ้า เพื่อเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในการรับมือกับข่าวลวงและไม่ตกเป็นเหยื่อข้อมูลข่าวสารในด้านมืดของยุคดิจิทัล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กิจกรรมในรอบ 1 ปีที่ สสส.ร่วมกับพันธมิตรครั้งยิ่งใหญ่ ขยายงานนวัตกรรม &amp;ldquo;โคแฟค&amp;rdquo; (Cofact) ตรวจสอบข่าวลวงสู่การสร้างชุมชนค้นหาความจริง จัดปฐมนิเทศจิตอาสาร่วมตรวจสอบข่าวลวงรุ่นแรก ในจังหวัดต่างๆ อาทิ จ.ภูเก็ต ทั้งนี้ โคแฟคเชิญชวนทุกท่านให้มาเป็นชาวชุมชนคนโคแฟคร่วมกันค้นหาความจริง เพื่อสร้างสุขภาวะของสังคม สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารที่เว็บไซต์ www.cofact.org&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;Domino Land ห้องนิทรรศการหมุนเวียน สสส. ยุคดิจิทัลสร้าง &amp;ldquo;พลเมืองเท่าทันสื่อ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สื่อที่เปลี่ยนไป &amp;ldquo;สื่อ&amp;rdquo; เป็นเครื่องมือสำคัญที่มนุษย์ใช้ในการถ่ายทอดข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจหรือให้บรรลุวัตถุประสงค์ระหว่างบุคคลและสังคม ด้วยวิวัฒนาการก้าวกระโดด จากการใช้จดหมายสื่อสาร หนังสือโทรเลข หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ โทรศัพท์มือถือ อีเมล เว็บไซต์ คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน สู่ยุคโซเชียลมีเดีย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สื่อดั้งเดิม สื่อสารทางเดียวเป็นการติดต่อสื่อสารในลักษณะที่ผู้ส่งสารมี่อิทธิพลต่อผู้รับสารเพียงฝ่ายเดียว โดยผู้รับไม่มีโอกาสที่โต้ตอบหรือซักถามข้อสงสัยใดๆ สื่อดั้งเดิมสื่อสารให้เข้าถึงผู้คนในแต่ละคราวมากๆ โดยสื่อมวลชน สื่อโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วิทยุ นิตยสาร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สื่อใหม่เป็นสื่อที่นำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาประกอบการสื่อสารเพื่อความรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ ซึ่งส่งผลให้บทบาทของคนใช้สื่อเปลี่ยนไป จากเดิมที่เป็นผู้รับสารเพียงฝ่ายเดียว กลายเป็นผู้รับ ผู้ส่ง และผู้สร้างสื่อในเวลาเดียวกัน การสื่อสาร 2 ทางเป็นการติดต่อสื่อสารที่ผู้รับสารมีการตอบสนอง และมีปฏิกิริยาย้อนกลับไปยังผู้ส่งสาร สามารถโต้ตอบปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนการติดต่อได้ สื่อใหม่มากบทบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถิติคนไทยเป็นเจ้าของโทรศัพท์มือถือ 133% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ คนส่วนใหญ่ใช้เวลากับอินเทอร์เน็ตมากกว่า 1 ใน 3 ของวัน คนที่อยู่ในช่วงวัย 18-34 ปี มีการใช้งานมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้วยวิวัฒนาการก้าวกระโดด การสื่อสารเป็นสิ่งที่คู่กับมนุษย์มาตั้งแต่ยุคโบราณ จากการแสดงท่าทาง การใช้ตัวอักษรเพื่อเป็นสื่อกลางในการส่งสารตามวัตถุประสงค์ วิวัฒนาการของสื่อในแต่ละยุคจึงสัมพันธ์กับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ใช้ในการสื่อสาร เฉกเช่นในปัจจุบันที่อุปกรณ์ 1 เครื่อง สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของมนุษย์ในระยะเวลาอันรวดเร็ว และสะดวกสบายยิ่งขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในยุคอนาล็อก ยุคของการนำข้อมูลมาส่งผ่านอุปกรณ์รับและแปลงลักษณะยุคดิจิทัล ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงโลกแห่งการสื่อสารเป็นการก้าวกระโดด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ร่องรอยบนโลกดิจิทัล ทุกกิจกรรมของเราในโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการใส่ข้อมูลส่วนตัว การเข้าใช้สื่อออนไลน์ต่างๆ จะถูกทิ้งเป็นร่องรอยบนโลกดิจิทัล ซึ่งจะนำอันตรายและส่งผลกระทบต่อตัวเอง ยิ่งเราทิ้งข้อมูลส่วนตัวไว้มากเท่าไหร่ เราจะสามารถถูกระบุตัวตนได้มากยิ่งขึ้น สื่อเหมาะสมกับวัย มีการหลอกลวงต้มตุ๋น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Media Literacy เรียนรู้ เท่าทันใจ สื่อจำนวนมากที่อยู่รายล้อมตัวเรา ทำให้การสร้างทักษะ การรู้เท่าทันสื่อ (Media Literacy) เป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง โดยการที่เราไม่หลงเชื่อเนื้อหาที่ได้อ่าน ได้ยิน ได้ฟัง แต่สามารถคิดวิเคราะห์ สงสัยและรู้จักการตั้งคำถามว่า สิ่งนั้นจริงหรือไม่จริงได้เป็นคนให้ข้อมูล เขาต้องการสื่ออะไรหรือมีจุดมุ่งหมายแอบแฝงหรือไม่ เป็นการฝึกฝนมองให้รอบด้าน มุมมองกลับสื่อ แต่เพียงด้านเดียว มุมเดียว ทำให้การรับรู้ข้อมูลผิดพลาดได้ จึงควรมองหลายด้าน หลากมุมทุกครั้ง ก่อนที่จะตัดสินใจเชื่อในสิ่งที่สื่อกำลังนำเสนอ การเข้าถึงคือการได้รับสื่อประเภทต่างๆ อย่างเต็มที่ รวดเร็วและรับรู้และเข้าใจจะเชื่อสื่อประเภทต่างๆ ได้อย่างเต็มความสามารถ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สื่อสร้างสรรค์เพื่อสังคม แพลตฟอร์ม COFACT.ORG พื้นที่เปิดให้ทุกคนมาช่วยกันตรวจสอบข่าวลวง สถานการณ์สื่อในปัจจุบัน ผู้คนล้วนอยู่ในโลกแห่งข้อมูลข่าวสาร แต่คงมีคนจำนวนไม่มากที่สามารถตรวจสอบที่มาของทุกข่าวหรือสิ่งที่ได้รับ แพลตฟอร์ม COFACT ใช้เทคโนโลยีของภาคพลเมือง กรองข่าวโดยกอง บ.ก.และอาสาสมัคร ใช้งานเชิงข่าวด้านวารสารศาสตร์ เปิดเป็นพื้นที่ให้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อเท็จจริงและความคิดเห็น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โครงการวิ่งสู่ชีวิตใหม่ เป็นการนำสื่อผ่านบุคคลต้นแบบเพื่อเป็นนักสื่อสารที่สร้างแรงบันดาลใจให้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง และกระตุ้นให้สังคมเกิดการตื่นตัวเรื่องการดูแลสุขภาพด้วยการมีกิจกรรมทางกาย ได้คัดเลือก 8 บุคคลต้นแบบจากผู้สมัครทั่วประเทศที่มีปัญหาด้านสุขภาพให้ได้ออกมาวิ่งเปลี่ยนตัวเอง ผ่านรูปแบบสารคดีถึงเรียลลิตี้ที่ผลิตโดยเยาวชนนักสื่อสารสุขภาวะ Run for New Life วิ่งสู้ชีวิตใหม่ มีผู้ติดตามข่าวสารมากถึง 7 แสนคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99694</URL_LINK>
                <HASHTAG>COFACT.ORG, Domino Land, International Fact Checking Network : IFCN, International Fact-Checking Day 2021, Media Literacy, Run for New Life, การรู้เท่าทันสื่อ, ความท้าทายในการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกัน, ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม, พลเมืองเท่าทันสื่อ, ภาคีเครือข่ายตรวจสอบข่าวลวง, วันตรวจสอบข่าวลวงโลก, สสส., สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สื่อสร้างสรรค์เพื่อสังคม, สุภิญญา กลางณรงค์, องค์การอนามัยโลก, เครือข่ายองค์กรตรวจสอบข่าวสากล, โครงการวิ่งสู่ชีวิตใหม่, โควิด-19, โคแฟค, โคแฟค ประเทศไทย, โซเชียลมีเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_60797abf25924.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74500</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2020 07:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2020 07:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุภิญญา-อดีตกสทช.&#039; ปลื้มน้องนิเทศจุฬาฯ ทวงคืนจรรยาบรรณสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15&amp;nbsp;ส.ค.63 - นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ อดีตกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้เห็นข่าวน้องๆทั้งที่เตรียมอุดมและที่จุฬาฯ ฝ่าฝนออกมาแสดงออกทางการเมือง รวมทั้งรุ่นน้องคณะนิเทศศาสตร์ที่ตั้งคำถามกับสื่อด้วยแล้วก็ขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัวสักเล็กน้อย ในฐานะรุ่นพี่ที่อายุก็เป็นรุ่นแม่ได้แล้ว แพสชั่นเราก็น้อยลงไปทุกที แต่เห็นคนรุ่นลูกมีพลังทางการเมืองยุคนี้ก็อดที่จะเป็นกำลังใจให้ไม่ได้ แม้จะเป็นห่วงในสถานการณ์บ้านเมืองยามนี้ รวมไปถึงนักเรียน นิสิต นักศึกษาทั่วประเทศด้วย อีกทั้งคนที่ต้องถูกดำเนินคดี ในรายละเอียดบางประการจะเห็นเหมือนเห็นต่างบ้าง แต่ก็อยากให้ผู้ใหญ่รับฟังเสียงของเด็กเยาวชนนักเรียนนักศึกษา แม้ลูกๆหรือน้องๆจะเห็นโลกมาน้อยกว่าเราแต่เธอและเขาก็มีความฝัน ความหวัง มีแพสชั่นที่อยากจะเปลี่ยนแปลงโลกแทนที่จะคิดถึงแต่ชีวิตตนเองไปวันๆด้วยการยอมเอาตัวเองมาเสี่ยง อย่าคิดว่าเขาถูกจูงจมูก แต่ให้คิดว่าเขามีพลังศรัทธาตามช่วงวัยของเขา วัยแสวงหา​ในสังคมที่ปัญหาเยอะขนาดนี้ เรียนจบไปก็เสี่ยงจะตกงาน ถ้าไม่มีความเป็นขบถตั้งคำถามต่อโครงสร้าง​สังคมในช่วงวัยนี้ วัยที่เธอและเขาโตกว่านี้ก็คงต้องรับผิดชอบครอบครัวมีข้อจำกัดมากมายตามมา อันไหนที่เราไม่เห็นด้วยกับน้องๆก็ลองนั่งคุยกันดีๆ การเข้าไปขอคุยกับคนที่อายุน้อยกว่าเป็นเรื่องที่ดีงาม มากกว่าการใช้อำนาจบังคับให้เขาหรือเธอหยุดพูด เพราะจะยิ่งคุยกันไม่รู้เรื่อง ในอุดมการณ์ทางการเมือง ยากจะพูดว่าใครถูกหรือผิดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนในด้านกฎหมายจริงๆก็อยู่ที่ดุลยพินิจ ดังนั้นบางครั้งความขัดแย้งทางการเมืองควรแก้ด้วยธรรมะหรือความเป็นมนุษย์คือใช้หลักเมตตาธรรมค้ำจุนโลก จากนั้นตามด้วยข้อเท็จจริง และ ความมีเหตุมีผล เพื่อหาจุดที่จะอยู่ร่วมกันให้ได้ แน่นอนไม่ง่ายเลย แต่เป็นความท้าทายในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนที่แท้จริง ก็ฝากให้คุณลุงคุณป้าที่มีอำนาจช่วยพิจารณาด้วยค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Compassion is a key to solve a deep conflict.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอพูดเรื่องหน้าที่ของสื่อนิดนึง เพราะสื่อถูกตั้งคำถามเยอะมากเลยช่วงนี้ โดยเฉพาะดิจิทัลทีวี ที่เหมือนโลกคู่ขนานกับทวิตเตอร์ เพราะคนดูทีวีจะรู้จักแต่ลุงพลคุยกันถึงราวกับเป็นไอดอล ในขณะที่ทวิตเตอร์แทบไม่มีใครไม่รู้จักทนายอานนท์กับเพนกวิน ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม คือใครรับข้อมูลข่าวสารทางไหนก็จะอินเรื่องนั้น คนดูทีวีกับคนใช้ทวิตเตอร์จึงเหมือนอยู่คนละโลกเดียวกัน เพราะสื่อยุคนี้กระจายตัวคนมีทางเลือกมากขึ้นด้วย เรื่องที่คนรุ่นลูกคุยกันคนรุ่นพ่อแม่คือตามไม่ทันแล้ว จะโทษหรือให้เครดิต กสทช.ก็ได้ทั้งหมด ทั้งในแง่ประมูลทีวีดิจิทัลหลายช่องเทคโนโลยีล้ำสมัยแต่ก็มากำหนดวาระข่าวอาชญากรรมให้กลายเป็นเรียลลิตี้โชว์แบบลุงพลได้ หรือ จะในแง่การเร่งประมูล4G-5Gจนคนทั้งประเทศโดยเฉพาะดิจิทัลเนทีฟใช้เน็ตในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเชิงลึกแบบที่ไม่มีให้ดูในโทรทัศน์ จนยากที่รัฐจะไปสกัดกั้นได้ทันแล้วล่ะ (เป็นผลจากงาน กสทช.ทั้งสองเรื่องเลย รับมาทั้งก้อนอิฐและดอกไม้แล้วแต่มุมมองของใคร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าพูดถึงแนวคิดเรื่องสื่อกับการเมือง ทุกยุคสมัยก็จะมีความหวังให้สื่อทำหน้าที่หลายประการ โดยสรุปสื่อมักจะทำ 3 บทบาท คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. To stabilize หรือสื่อที่คอยเป็นกระบอกเสียงให้ฝ่ายที่มีอำนาจรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. To restrain หรือสื่อที่คอยตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายที่มีอำนาจรัฐไม่ให้ล้ำเส้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. To change หรือสื่อที่มุ่งหวังในการท้าทายหรือเปลี่ยนแปลงผู้มีอำนาจรัฐ หรือ สมัยก่อนเรียกกันว่าสื่อเลือกข้างนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในทุกสังคมปฏิเสธไม่ได้ว่ามีสื่อทั้งสามรูปแบบ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเมืองว่ายุคไหนบทบาทใดจะโดดเด่น ความเห็นส่วนตัวขอเสนอว่า ไม่ว่าสื่อจะเลือกทำบทบาทไหน ก็ขอให้อยู่บนพื้นฐานของการรายงานข้อเท็จจริงให้สังคมรับรู้ ไม่เซ็นเชอร์ตนเองเกินควรหรือใส่อารมณ์มากเกินไป ให้มุมมองรอบด้าน ไม่ใส่ร้ายป้ายสี ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง ไม่สร้างความเกลียดชังหรือยั่วยุเหมือนเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 19 ในอดีตที่หลายฝ่ายกังวล และ ถ้าเป็นไปได้ ในสถานการณ์ที่แหลมคมเช่นนี้ สื่อควรช่วยกันกำหนดวาระในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ในการพูดคุยกันเพื่อลดเงื่อนไขที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้า ลดความสูญเสียหรือความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นระหว่างกลุ่มคนที่เห็นและเชื่อต่างกันในสังคม เปิดพื้นที่ให้เสียงของเหตุผล (Voice of reason) ได้พูดมากกว่ากว่าเสียงที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พูดเหมือนง่ายแต่ทำยาก อย่างไรก็ตามก็ยังให้กำลังใจคนสื่อที่พยายามทำหน้าที่อย่างยากลำบากในเวลานี้ แม้จะผิดหวังกับจรรยาบรรณสื่อในหลายกรณี แต่ในฐานะที่เคยเป็น กสทช.มาก่อน ก็เข้าใจข้อกำจัดดีว่า สื่อกลัว กสทช.แค่ไหนถ้าเป็นเรื่องการเมือง กสทช.ลงโทษจริงจังมากกว่าเรื่องที่กระทบผู้บริโภคแน่นอน บางช่องเคยจอดับมาแล้ว ดังนั้นสื่อทีวีจึงเลือกเซ็นเซอร์ตัวเองไว้ก่อน แต่ก็เห็นหลายช่องพยายามทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุด ยังไงคนดูก็ช่วยกันให้กำลังใจช่องที่ทำหน้าที่ดีด้วย ส่วนคนดูข่าวการเมืองก็ใจเย็นๆกันทุกฝ่ายโดยเฉพาะฝ่ายที่อยู่ข้างอำนาจรัฐเพราะได้เปรียบกว่า ดังนั้นต้องใจเย็นใจกว้างมากกว่าฝ่ายที่เสียเปรียบในเชิงอำนาจ ถ้ารับฟังกันและกัน เชื่อว่าสังคมจะค่อยๆหาจุดสมดุลได้โดยไม่ต้องจบลงด้วยความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปล. เครดิตรูปจากในทวิตเตอร์ จากกิจกรรมชุมนุมที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในวันนี้ ขออภัยที่ไม่ทราบผู้ถ่ายภาพค่ะ แต่ก็เป็นกำลังใจนะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยจิตคารวะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74500</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นิเทศศาสตร์, สื่อมวลชน, สุภิญญา กลางณรงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200815/image_big_5f372a3839b83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63845</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส. จับมือ ภาคีป้องกันและตรวจสอบข่าวลวง เปิดตัวเว็บไซต์-Chatbot “โคแฟค” ชวนสังคมค้นหาข่าวจริง ตัดวงจรข่าวลวงที่ระบาดมากับโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แถลงว่า ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ได้มาพร้อมกับการระบาดของข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดข่าวลวงข่าวปลอมแพร่กระจายในสื่อไปทั่วโลก รวมทั้งในไทย สร้างความเข้าใจผิด ๆ ในเรื่องการป้องกันและควบคุมโรคระบาด และความปลอดภัยของประชาชน สสส. ร่วมกับ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ChangeFusion Wisesight Open Dream Center for Humanitarian Dialogue (HD) มูลนิธิ Friedrich Naumann Foundation for Freedom (FNF) สำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม ภาควิชาการ และองค์กรวิชาชีพสื่อ นำร่องกลไกภายใต้โครงการโคแฟค (Collaborative Fact Checking : Cofact) เปิดพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงผ่านเว็บไซต์ cofact.org และโปรแกรมการพูดคุยอัตโนมัติ (Chatbot) ไลน์ @cofact เพื่อร่วมตรวจสอบข่าวลวงด้านสุขภาพ โดยเฉพาะประเด็นโควิด-19 เป้าหมายสำคัญ คือ การทำให้ทุกคนเปิดรับสื่ออย่างรู้เท่าทัน ร่วมตรวจสอบข่าว นำมาสู่การเรียนรู้และพัฒนาทักษะเท่าทันสื่อของพลเมืองดิจิทัล ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศสื่อและสังคมสุขภาวะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ อดีตกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ผู้ร่วมก่อตั้ง กล่าวว่า โครงการโคแฟค เปิดพื้นที่ให้ช่วยกันค้นหาข้อเท็จจริงกับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นเพียงผู้รู้จริง เพราะบางครั้งข้อเท็จจริงอาจเปลี่ยนแปลงไปได้ตามกาลเวลาและเหตุปัจจัย ดังนั้นจึงต้องการสร้างพื้นที่กลางในการค้นหาความจริงร่วมกัน โดยผ่านเว็บไซต์ cofact.org เป็นการผสานการผลักดันการใช้เทคโนโลยีของภาคพลเมือง กับงานเชิงข่าวด้านวารสารศาสตร์ มีกองบรรณาธิการร่วมกับอาสาสมัครทำการกรองข่าวที่เกิดขึ้นโดยอิงข้อมูลจากหน่วยงาน หรือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;cofact.org เปิดพื้นที่ให้ทุกคนมาร่วมแลกเปลี่ยนโต้แย้งข้อเท็จจริงและความคิดเห็น นอกจากนี้ Chatbot ไลน์@cofact ยังเปิดให้ส่งข่าวมาให้ทีมกลั่นกรอง ซึ่งจะมีการเผยแพร่ผลการตรวจสอบผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และสื่อมวลชน รวมทั้งพัฒนางานข่าวเชิงลึก บทความที่น่าสนใจจากประเด็นข่าวจริงข่าวลวงที่เป็นกระแสหรือที่มีความสนใจในเชิงนโยบายและประโยชน์สาธารณะ โครงการเชื่อว่าการแก้ปัญหาข่าวลวงในยุคดิจิทัลคือการทำให้ทุกคนกลายเป็นคนตรวจสอบข่าว หรือ/และ สร้างพื้นที่ในการแสวงหาข้อเท็จจริงร่วมกัน โดยเปิดเวทีให้มีตลาดทางความคิดเห็นที่หลากหลาย แยกแยะได้ระหว่างข้อเท็จจริงและความคิดเห็น โดยเชื่อมั่นในวิจารณญาณของสังคม ทั้งนี้โคแฟคได้รวบรวมบทความเป็นฐานข้อมูลไว้จำนวนหนึ่ง เชิญชวนทุกท่านให้มาเป็นชาวชุมชนคนโคแฟคร่วมกันค้นหาความจริง เพื่อร่วมสร้างสุขภาวะของสังคม ที่ cofact.org&amp;rdquo; นางสาวสุภิญญา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จะเปิดตัวผ่านทางออนไลน์ในงานเสวนานักคิดดิจิทัล Digital Thinkers Forum #8 ว่าด้วยเรื่อง Cofact สู้ Covid19 : Collaborative Fact checking in Infodemic, will we win? และการเสวนา &amp;ldquo;เราควรรับมือโรคระบาดข้อมูลข่าวสาร (Infodemic) อย่างไรให้สมดุล&amp;rdquo; ซึ่งจะมีวิทยากรต่างประเทศร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในวันอังคารที่ 14 เมษายน 2563 เวลา 13.00 น. ผ่านระบบออนไลน์ และถ่ายทอดสดผ่าน เฟซบุ๊กแฟนเพจ CofactThailand&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63845</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สุภิญญา กลางณรงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9ecc4d2ce3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2020 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2020 08:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาล่ะสิ!เพิ่มเน็ตบ้าน 10 GB  &#039;สุภิญญา-อดีตกสทช.&#039; ออกโรงของฟรีไม่มีในโลก อยู่ที่ใครจ่าย ใครได้ใครเสีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เม.ย.63 - น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ อดีตกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก Supinya Klangnarong โดยมีเนื้อหาดังนี้
ของฟรีไม่มีในโลกจ้า อยู่ที่ใครจ่าย ใครได้ใครเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงินที่จะมาจ่ายค่าเน็ตเพิ่ม 10GB เป็นเงินของสาธารณะ​ที่ กสทช.นำจากกองทุนฯไปจ่ายให้ค่ายมือถือแทนผู้บริโภคอีกที​ แต่ยังไม่แน่ใจรายละเอียด​เรื่อง​การวางบิลว่าจะคิดกันอย่างไร ตรวจสอบ​ได้ไหม มีคนถามมาแต่เราตอบไม่ได้ ต้องถามคนใน กสทช.เวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คงไม่มีใครห้ามนโยบาย​นี้ได้ เพราะผู้บริโภค​ก็คิดว่าได้ประโยชน์​บ้าง และ ต่อให้ กสทช.มีเกณฑ์การจ่ายเงินให้ค่ายมือถืออย่างโปร่งใส​จริง ก็ไม่ได้เป็นนโยบายที่น่าภูมิใจนักในยามนี้ เพราะเอื้อเอกชนทุนใหญ่​ เกือบจะเป็นการแจกเงินฟรีให้โอเปอร์ในกรณีถ้าคนกดสิทธิ์​ไป ใช้จริงไม่เท่าไหร่ แล้วถ้าโอเปอร์ไม่มีต้นทุนเพิ่ม แต่รับเงินเหมาจ่ายไปแล้วใช่ไหม อย่างไร ใครจะตรวจสอบบิลนั้น กสทช. ต้องอธิบาย​หลักการจ่ายเงินให้เคลียร์ เพราะใช้เงินสาธารณะ​จำนวนสูงมาก ในขณะที่​เงินก้อน​นี้สามารถไปใช้อย่างอื่นได้เป็นประโยชน์​มากกว่า ยังไม่นับว่าได้ประเมินไหมว่าคนส่วนใหญ่​ของประเทศ​ที่ลำบากเขาต้องการอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานที่จะทำให้ กส​ทช. ภูมิใจได้จริงคือการกำกับเอกชนให้ลดราคาลง ทำให้อินเตอร์​เน็ต​ เหมือนค่าไฟที่เป็นสาธารณ​ูปโภคขั้นพื้นฐาน​ คุ้มครอง​สิทธิ​ผู้ใช้บริการ​ มีมาตรการช่วยคนรายได้น้อยที่อาจไม่มีเวลาเล่นเน็ตด้วย แต่เราคงไร้เดียงสา​ไปที่คิดอะไรแบบนี้ในโลกแห่งความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งนี่คงเป็นส่วนหนึ่งของเหตุที่คนใน กสทช.ปัจจุบัน​เสนอให้ตัดสัดส่วนตัวแทนของผู้บริโภค​ในการสรรหา กสทช.ชุดใหม่ ต่อรัฐสภา​ที่กำลังแก้ร่างกฎหมาย​อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พูดไม่ออกเหมือนกัน​ว่าทำไมเสียงของผู้บริโภค​จึงน่ารังเกียจขนาดนั้นหรือ ทั้ง​ที่เจตจำนงค์ของ กสทช.คือมาปกป้องผู้บริโภค​จากผู้ประกอบการ​ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอมรับว่าตอนเรายังทำงานอยู่ในสัดส่วนโควต้าตัวแทนผู้บริโภค​ ซึ่งมักเป็น​เสียงข้างน้อย แพ้มติประจำ อาจทำอะไรไม่ได้มากนักจริง แต่ขนาดแพ้มติอยู่แล้ว ยังจะเสนอแก้ พรบ. ไม่ให้มีสัดส่วนตัวแทนผู้บริโภค​เลย คือจะให้เงียบสนิท มีแต่กระแสชมอย่างเดียวเลย มันไม่สุดโต่งเกินไปหรืออย่างไร​ ฝากฝ่ายนิติบัญญัติ​ที่ดูแลกฏหมายนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตัวไม่สามารถสมัครกลับมา​เป็น กส​ทช.ได้อีก แต่ต้องการ​เห็น​กฎหมาย กสทช.ยังมีพื้นที่ให้ตัวแทนผู้บริโภค​เข้าไปมีส่วนด้วยในองค์กร​ตาม กฏหมายใหม่ อย่างน้อยได้ทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลกันและกัน ไม่เสียแรงที่องค์กร​ภาคสังคมเหนื่อย​ยากในการผลักดันให้เกิด กสทช.มาตั้งแต่​เคลื่อนไหว​เรื่อง​การปฏิรูป​สื่อ​หลังเดือนพฤษภา​คม ปี พ.ศ. 2535&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62793</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., สุภิญญา กลางณรงค์, อินเทอร์เน็ต, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180112/5a58c0cb707bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29678</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2019 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2019 08:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุภิญญา&#039;เผยชีวิตในห้องขัง&#039;พิภพ-สุริยะใส&#039;ตื่นตีห้านั่งสมาธิรับฟังปัญหาผู้ต้องขังมาช่วยเหลือต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22ก.พ.62-น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ อดีตกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง&amp;nbsp; จากใจสู่เรือนจำ ภายหลังเข้าเยี่ยมนายพิภพ ธงไชย และนายสุริยะใส กตะศิลา อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ถูกศาลฎีกาสั่งจำคุก 8 เดือนคดียึดทำเนียบรัฐบาลขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ปี2551 มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในชีวิตคนเราจะมีโอกาสสักกี่ครั้งที่จะได้ไปเยี่ยมญาติสนิทมิตรสหายในเรือนจำ ฟังดูเป็นเรื่องน่ากลัว แต่เมื่อชีวิตมาถึงจุดนี้แล้วเรายอมรับความจริงได้ มันก็ไม่ยากจนเกินไป วิกฤตที่เกิดขึ้นทุกครั้งในชีวิตย่อมนำไปสู่โอกาสบางอย่างเสมอ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เข้าใจสัจธรรม เข้าใจโลกใบนี้มากขึ้น มาพร้อมกับความเข้มแข็งภายนอกและความอ่อนโยนภายใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นคือสิ่งที่เราสัมผัสได้จากการได้ไปเยี่ยมเพื่อนที่รักอย่างสุริยะใส กตะศิลา (จะขอเรียกว่ายะใสต่อจากนี้) และคุณพิภพ ธงไชย (หรือพี่เปี๊ยกที่เคารพรักของพวกเรา) ในทั้งสองครั้งที่เราได้พบกันผ่านกรงเหล็กที่กั้นด้วยกระจกแบบสัมผัสตัวไม่ได้ แต่ได้ยินกันและกันผ่านโทรศัพท์ที่คุณภาพเสียงแบบแอนะล็อก คงมีการบันทึกเทปด้วยและกล้องวงจรปิดที่จับความเคลื่อนไหวทุกจุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่คนไปเยี่ยมน้ำตาซึม แต่คนข้างในดูแจ่มใสเข้มแข็งดี แม้จะหน้าตาแปลกไปเพราะตัดผมเกรียนเลย ได้เห็นร่องรอยความอิดโรยและความเครียดซ่อนอยู่บ้างแต่ลึกมาก โดยเฉพาะยะใสซึ่งปรกติก็เป็นคนที่ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ความรู้สึกมากอยู่แล้ว ตลอดเวลาของการสนทนากับญาติมิตรที่ไปเยี่ยมถ้าไม่แซวกันไปมาหรือเล่าเรื่องราวในเรือนจำอย่างอารมณ์ดีก็จะเป็นโหมดคุยสั่งงานกันจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราทักทายยะใสว่า เป็นไงบ้าง เค้าตอบว่า โอเค ปรับตัวได้แล้ว มีนอนไม่หลับบ้าง เพราะกลางคืนไฟที่นี่สว่างและมีการเปิดทีวีเสียงดัง จากที่จะไม่ดูก็ต้องมานั่งดูกับเพื่อนที่อยู่ชายคาเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราถามว่าถ้าได้ออกมาแล้วสิ่งแรกสุดอยากทำอะไรก่อน เค้าตอบติดตลกว่า จะดูละครเรื่อง &amp;ldquo;เมีย 2018&amp;rdquo; ให้จบ
เราแปลกใจ ยะใสเลยเล่าต่อว่าเพราะผู้คุมเปิดละคร &amp;ldquo;เมีย 2018&amp;rdquo; ให้ดู แต่เปิดไม่จบสักที มีการย้อนกลับไปฉายตอนเก่าอยู่เรื่อยเลย เลยไม่รู้ว่าก่อนออกจะได้ดูจบไหม 555 เราถามว่าชอบดูเรื่องนี้เหรอ เค้าตอบว่า เคยได้ยินนักศึกษาพูดถึงแต่ไม่เคยดู พอผู้คุมมาเปิดในนี้ เพื่อนร่วมเรือนพักดูกันแล้วส่งเสียงเฮกันอย่างกับเชียร์บอล นอนไม่ได้เลยต้องมาดูด้วย ดูไปก็สนุกดี ทำไมเรือนจำเค้าเปิดละครเรื่องนี้ล่ะ แปลกดีนะ ยะใสตอบว่าละครคงสนุกช่วยให้ไม่เครียดมั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การต้องไปอยู่ในที่ซึ่งไม่สามารถใช้เครื่องมือสื่อสารได้อย่างในเรือนจำ ว่าไปก็เป็นเรื่องที่พิเศษมากในยุคนี้ ถือเป็นการดีทอกซ์ ล้างใจตัวเองจากสื่อสังคมออนไลน์ทั้งหลายด้วย นัยหนึ่งช่วยทำให้เรากลับมามีสมาธิ ได้อยู่อย่างเงียบสงบ ให้เวลากับตัวเองอย่างจริงจังเป็นเวลายาวนาน เสมือนได้ฝึกกรรมฐานรูปแบบหนึ่งถ้าเราตั้งใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราเลยถามว่าได้ปฏิบัติธรรมบ้างไหม ยะใสตอบว่าก็ได้นั่งสมาธิสวดมนต์ ตอนเช้าตีห้าทุกวันจะมีทีวีเปิดแนะนำการนั่งสมาธิ เราสาธุด้วย ดีจัง ไว้จะตื่นมานั่งสมาธิตอนตีห้าพร้อมกันบ้างจะได้แผ่มิตรไมตรีแบบเปิดเครื่องส่งเครื่องรับให้ตรงกันพอดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยะใสเล่าต่อว่า ชีวิตในเรือนจำก็ไม่ได้ว่างเลยนะ เพราะเราถามว่าได้นอนกลางวันบ้างไหม เค้าตอบทันทีว่าไม่เลย เพราะมีกิจกรรมคุยกับผู้คนตลอดเวลา ไหนจะคุยกับพี่ๆแกนนำ พธม.ด้วยกัน คุยกับผู้คุม และ คุยกับผู้ต้องขังสารพัดหลากหลาย ยิ่งยะใสพอเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว มีหลายคนมาเล่าปัญหาชีวิตให้ฟัง มีมาร้องทุกข์เรื่องคดีความด้วย ยะใสพูดติดตลกว่าจะเปิดห้องรับเรื่องร้องเรียนในเรือนจำแล้ว (ญาติมิตรที่มาเยี่ยมเล่าเสริมภายหลังว่า ยะใสรับเรื่องราวของคนข้างในมาส่งต่อทนายข้างนอกให้ช่วยตามต่อด้วย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปคือ เข้ามาพักกายพักใจในเรือนจำแล้ว ยังทำงานอีก รับฟังปัญหาของคนอื่นมาช่วยเคลื่อนไหวต่อ ซึ่งเป็นนิสัยและบุคลิกของยะใส จนบางครั้งก็คิดว่าเค้าให้เวลากับการเคลียร์ปัญหาในใจของตัวเองน้อยไปหรือเปล่า เพราะใช้สมาธิกับการช่วยคนอื่นแก้ปัญหามาก ไม่ว่าเรื่องนั้นสุดท้ายจะแก้ไขได้หรือไม่ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายท่านอาจจำภาพยะใสได้จากการเป็นแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) แต่สำหรับเราที่รู้จักกันมานานย้อนกลับไปตั้งแต่ก่อนมีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ เนื่องจากเราเคยไปสัมภาษณ์ยะใสสมัยเค้าทำงานเคลื่อนไหวให้สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) แล้วต่อมาอะไรก็ไม่รู้จัดสรรให้เราต้องมาทำงานที่มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) ซึ่งเป็นตึกเดียวกับที่ทำงานของยะใสในเวลาต่อมาคือคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เจอหน้ากัน ทำงานด้วยกันในตึกเดียวกันเป็นเวลานับสิบปี ก็นานพอจะได้เห็นวิถีชีวิตและการทำงานกันมากพอควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เค้าเคลื่อนไหวช่วยเป็นปากเสียงให้กับพี่น้องภาคประชาชนมานานหลายปี หลายประเด็นมาก ไม่ใช่เคลื่อนไหวเฉพาะงานปฏิรูปการเมืองอย่างเดียว รู้จักเครือข่ายเยอะ คุยโทรศัพท์ประสานงานอะไรก็ไม่รู้ตลอดเวลา ถ้าว่างหน่อยก็แอบเล่นเกมไพ่คลายเครียด แล้วก็คุยเรื่องงานต่อ จากนั้นก็เคลื่อนไหวอีก อาทิ นัดประชุมวางแผน แถลงข่าว ไปยื่นหนังสือ ไปฟ้องศาล เวียนกันไปมาเช่นนี้โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และ มาชวนเราเคลื่อนไหวด้วย จากเริ่มทำงานเอ็นจีโอยุคแรกที่เรายังสายลมแสงแดด ยะใสก็ชวนมาทำงานเคลื่อนไหวเรื่องการปฏิรูปสื่อซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการเมือง และ ฝึกเราให้เป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง จากที่เคยมีวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ก็ต้องมาทำงานอีก เช่น มาประชุม แถลงข่าว สัมมนา เสวนา เคลื่อนไหวตลอดเวลาแบบไม่ได้หยุดหย่อน จนนำไปสู่การที่เราต้องมีคดีความถูกฟ้องร้องจากการทำงานต่อมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก็นั่นล่ะ ถ้าไม่มียะใสช่วยเทรนนิ่งมา ก็คงไม่มีเรามาถึงทุกวันนี้ ยกเครดิตให้เลย ... อยากพูดประโยคนี้เหมือนกันตอนไปเยี่ยมที่เรือนจำว่าขอบคุณอีกครั้งนะ เพราะช่วงที่เราเจอปัญหาคดีความและความขัดแย้งจากงานต่างๆ ยะใสก็ช่วยเราอยู่เบื้องหลังตลอดเวลา แต่เจอกันก็พูดไม่ออก คงเพราะคนเยอะและคิดว่าเค้าก็คงพอรู้บ้างแล้ว เลยคุยถามไถ่เรื่องสัพเพเหระเพลินๆกันให้สบายใจมากกว่า บางทีชวนคุยเรื่องลึกซึ้งก็อาจทำให้เครียดมากขึ้นก็ได้ 555
....
ทิ้งท้ายยะใสฝากบอกทุกคนว่า สบายดี ปรับตัวได้แล้ว ผู้คุมดูแลดี เพื่อนร่วมแดนหนึ่งนิสัยดี เรือนจำสะอาดสะอ้าน มีนโยบายห้ามบุหรี่เด็ดขาดแล้ว แต่ผู้คุมหรือเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่เจอส่วนใหญ่เป็นคนใต้ร้อยละ80 ไม่ค่อยมีคนอีสานเลย (55 :)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยะใสยังบอกต่อว่าการได้มาฟังเรื่องราวของเพื่อนที่ผุ้ต้องขัง ทำให้เห็นถึงชีวิตคนอื่นซึ่งต้องขาดอิสรภาพ มีปัญหามากกว่า การได้เห็นทุกข์ของผู้คน ทำให้สัมผัสได้ถึงความหวังของคนรายรอบที่จะได้ออกไปแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราบอกว่าดีแล้วล่ะที่ได้เรียนรู้ชีวิตของเพื่อนมนุษย์แต่ก็ดูแลใจตัวเองด้วย รับเรื่องราวคนอื่นมามากเกินไป ใจเราก็จะอมทุกข์เพิ่มขึ้น ดังนั้นการแวบออกมาคุยกับเพื่อนที่ไปเยี่ยมทุกวัน ก็คงทำให้ได้ผ่อนคลายบ้าง และการได้ปฏิบัติภาวนาก็เป็นเรื่องดีที่จะได้ชำระจิตใจที่วุ่นวายให้สงบลง เปลี่ยนเรือนจำให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม สิ่งที่ตามมาจะดีงามเอง สาธุ
.......
ตัดกลับมาคุยกับพี่เปี๊ยกบ้าง ซึ่งดูยิ้มแย้มแจ่มใส นิ่งสงบกว่ายะใสตามวัยวุฒิและประสบการณ์ พี่เปี๊ยกบอกว่าทุกคนข้างในสบายดี มีเวลาอ่านหนังสือเยอะขึ้น เรือนจำก็เป็นแหล่งเรียนรู้ชั้นดี จำลองปัญหาสังคมทุกรูปแบบมาอยู่รวมกันทีเดียวทั้งเชิงโครงสร้างและอื่นๆ อยากให้ทุกคนได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์บ้าง 555 มีคนถามพี่เปี๊ยกว่าอยากได้อะไรมั้ย พี่เปี๊ยกตอบว่างาดำแบบไม่ต้องบด และ ผ้าปิดตา เพราะตอนกลางคืนไฟต้องเปิดตลอดก็มีปัญหาการนอนหลับบ้าง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ แต่บรรยากาศโดยรวมในเรือนจำถือว่าดี สะอาด ผู้คนเป็นมิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราถามว่าจะฝากอะไรไปถึงคนข้างนอกบ้าง พี่เปี๊ยก​หัวเราะแล้วบอกว่า คนข้างนอกก็อยู่กันให้มีความสุขเถอะ 55&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน สุขทุกข์​อยู่​ที่ใจจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่เปี๊ยกมีความเมตตามากให้กับเรา ช่วยก่อตั้งคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) เป็นที่ปรึกษา ช่วยเรื่องคดีความของเราจนชนะ และ อีกหลายเรื่องที่เล่าไม่หมดในขบวนการทำงานภาคประชาชน วันนี้พี่เปี๊ยกคงเป็นที่พึ่งสำคัญให้ยะใสตอนอยู่ข้างในด้วย ทั้งสองต่างเป็นความอบอุ่นใจซึ่งกันและกันโดยเฉพาะในยามยากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูเหมือนว่าการมีคนหมุนเวียนไปเยี่ยมเยอะก็ทำให้คนข้างในต้องตอบคำถามเดิมซ้ำหลายรอบเหมือนกัน แต่ก็มีพลังใจดี โดยเฉพาะตอนที่ต้องลากันเป็นโมเมนท์ที่ซึ้งมากเลย โบกมือกันจนลับตาเหมือนมาส่งขึ้นเครื่องบินจนเข้าประตูไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โลกข้างในกับโลกข้างนอกเสมือนโลกที่ซ้อนคู่ขนาน ต่างมีเรื่องราวของตนเอง แต่เชื่อมโยงกัน เป็นทวิภพในนัยหนึ่ง เมื่อคนข้างในออกมาแล้วคงต้องปรับตัวกับโลกข้างนอก ขึ้นอยู่กับเวลาที่อยู่โลกข้างในด้วย แต่เชื่อว่าจะทำให้ทุกคนเข้มแข็งขึ้น ได้ทบทวนเรื่องราวทั้งบวกและลบ มืดและสว่าง และอยู่กับความเป็นจริงได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นแน่ๆคือความรู้สึกที่จะไม่อยากมีคดีความอีก ขนาดคดีเราเองที่ศาลฎีกาให้ตัดสินรอการกำหนดโทษในคดีอาญาจากการชุมนุมค้าน สนช. ไม่ได้ติดคุกจริงๆ เรายังไม่อยากที่จะเสี่ยงในกิจกรรมแบบนั้นอีก จะว่าทำให้เรากลัวมากขึ้นก็คงใช่ มันคงเป็นวิถีที่โลกจะสอนเรา แม้ปัญหาสังคมจะเหมือนเดิม แต่เราคงไม่อาจแสดงบทบาทได้เหมือนเดิม เว้นแต่จะมีเหตุปัจจัยอย่างอื่นในอนาคตให้ทำงานที่ต้องมีความเสี่ยงอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขออภัยที่ยังไม่ได้มีบทสนทนากับพี่ๆแกนนำพันธมิตรฯท่านอื่นโดยตรงด้วย ทั้งพลตรีจำลอง ศรีเมือง คุณ​สนธิ ลิ้มทองกุล อาจารย์​สมเกียรติ​ พงษ์​ไพบูลย์​ คุณ​สมศักดิ์​ โกศัยสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้เราได้เจอแค่สองคน เพราะการเข้าเยี่ยมต้องมีญาติของแต่ละคนมารอนำแขกเข้าไปในเรือนจำแต่ละวัน แต่ก็ขอส่งกำลังใจให้กับพี่ๆทุกท่านที่ต่างผ่านร้อนผ่านหนาวมามากแล้ว การขาดอิสรภาพครั้งนี้คงยิ่งทำให้ทุกท่านมีพลังใจเข้มแข็งขึ้น สิ่งที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านเลยไป อดีตไม่ย้อนกลับมาแล้ว การอยู่กับปัจจุบันได้ดีอย่างทุกท่านในเรือนจำวันนี้จึงมีความหมายยิ่งนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดเส้นทางสายนี้เราอาจจะเห็นเหมือนเห็นต่างกันไปบ้าง แต่ทุกการต่อสู้ย่อมมีบาดแผลและบทเรียน ด้วยความหวังว่าความขัดแย้งทางความคิดกันในทางการเมืองคงทำให้สังคมไทยมีวุติภาวะมากขึ้นในระยะยาว ขอคารวะในจิตใจนักสู้ของทุกท่าน ด้วยความหวังว่าคงไม่ต้องมีใครต้องเข้าสู่เรือนจำเพราะการต่อสู้ทางการเมืองอีก พูดง่ายแต่เป็นไปได้ยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ขาดเสรีภาพแต่ขอให้ทุกท่านเป็นอิสระจากความกังวลใจใดๆ มีความสงบและรอยยิ้มได้เสมอแม้ทุกอย่างจะดูไม่เป็นไปอย่างที่เราตั้งใจ ยิ้มได้แม้ยามชีวิตยากลำบากที่สุด ดังบทกวีของElla Wheeler Wilcox ที่ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;It is easy enough to be pleasant, when life flows by like a song,&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;But the man worth while is one who will smile, When everything goes dead wrong. For the test of the heart is trouble, And it always comes with years, And the smile that is worth the praises of earth is the smile that shines through tears.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุภิญญา กลางณรงค์
21 กุมภาพันธ์ 2562&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29678</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, ครป., จากใจสู่เรือนจำ, พิภพ ธงไชย, สุภิญญา กลางณรงค์, สุริยะใส กตะศิลา, เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180112/5a58c0cb707bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6227</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;storage.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; &amp;nbsp;เพิ่งตื่นจากฝันวัน April Fool&amp;#39;s Day 1 เมษายน เสียดายซะเหลือเกิน!! ที่เป็นแค่เรื่องโกหก เพราะตื่นขึ้นมาก็เจอข่าว .. &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ใช้ ม.44 ปลด &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; หลังทนกระแสแถกไถนาฬิกาเพื่อนแหวนพ่อไม่ไหว!! ..อุเหม่! เมื่อเป็นอย่างนี้ ก็คงต้องลุ้น ป้าทิชา ณ นคร แกนนำเครือข่ายภาคประชาชนที่รวบรวมรายชื่อผ่านเว็บไซต์ Change.org กว่า 8 หมื่นรายชื่อเพื่อเรียกร้องให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมสามารถเดินหน้าต่อไป หรือจะหันมาไล่ ป.ป.ช.แทนดีล่ะ!! ...0 กลับมาสู่โหมดชีวิตจริง เรื่องจริงเรื่องจัง &amp;quot;คนอยากเลือกตั้ง&amp;quot; กันดีกว่า..ปิดบัญชีกันไปเรียบร้อยสำหรับการให้ยื่นคำขอการแจ้งเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมือง ผลปรากฏว่ามีกลุ่มต่างๆ จดแจ้งกันอย่างคึกคักถึง 97 พรรคเลยทีเดียวเชียวแหละ ...0 สงสัยจริงๆ ว่าประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจะจดจำกันไหวไหมหนอ เพราะนอกเหนือจากพรรคเด่นพรรคดัง &amp;quot;อนาคตใหม่&amp;quot; เจ้าของวลีเด็ด &amp;quot;ไพร่หมื่นล้าน&amp;quot; แล้ว มีชื่อพรรคประหลาดให้ต้องติดตามความเป็นมาก็หลายพรรคอยู่ อาทิ พรรคเห็นแก่ตัว, พรรคเกรียน, พรรคพลังลูกหนี้ไทย, พรรคพันปี ธรรมดีเพื่อแผ่นดิน, พรรคการนำใหม่ประชาชนปฏิวัติสันติ รวมทั้งพรรคพลังรัก ...0 อยากเห็นนโยบายพรรคเสียจริงๆ โดยเฉพาะพรรคเห็นแก่ตัว..พับเผื่อย!! ...0 แต่สำหรับพรรคการเมืองเก่าอย่างประชาธิปัตย์และเพื่อไทยนั้น เพิ่งเปิดสมุดบัญชีเพื่อเช็กชื่อสมาชิกเก่า ในวันที่ 2 เมษายนเป็นต้นไป ว่าใครจะอยู่ใครจะไปจากรัง สิ้นเดือนนี้ก็จะรู้หมู่รู้จ่า และที่น่าติดตามเห็นทีไม่พ้นใครกันหนอ??? หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ยังคงเล่นชักเย่อกันอยู่ระหว่างมุ้ง &amp;quot;เจ๊หน่อย&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กับมุ้ง &amp;quot;เจ๊แดง&amp;quot; เยาวภา วงศ์สวัสดิ์&amp;nbsp; โดยมีตัวจี๊ดแถวบางบอนเป็นกองหนุน ...0 วิเคราะห์ข้ามน้ำข้ามทะเลกันไปถึงญี่ปุ่นว่า ความเคลื่อนไหวของสองศรีพี่น้องหนีคุก ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็เพื่อส่งสัญญาณยืนยันว่าเลือกตั้งเมื่อไหร่ &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; นอนมาแน่ ใครที่กำลังจะหนีตีจาก คิดใหม่ทำใหม่ยังมีเวลานะจ๊ะออเจ้าทั้งหลาย ...0 คนอยากเลือกตั้งก็มีวิธีคิดของตัวเองต่างๆ นานา คนไม่อยากให้เลือกตั้งก็มีมุมมองที่แตกต่าง จุดน่าสนใจเห็นจะเป็นปัญหาโกงเงินคนจนที่ยิ่งตรวจยิ่งเจอ รวมทั้งโกงเงินนักเรียนที่ถูกก่นด่าสาปแช่งมากมาย เพราะมุมคนอยากเลือกตั้งก็บอก ยุคทหารครองเมืองโกงยิ่งกว่ายุคนักเลือกตั้ง ขณะที่คนไม่อยากเลือกตั้งโต้กลับว่า ถ้าไม่ใช่ทหาร เรื่องโกงแบบนี้ก็ไม่ถูกแฉโพยหรือตามติดหาตัวคนผิดแน่นอน ...0 &amp;quot;บิ๊กโย่ง&amp;quot; พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ ตั้งแต่นั่งเก้าอี้ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เลยต้องหัวฟูอยู่กับตามล่าหาความจริง เส้นทางของขบวนการโกงเบี้ยคนจนไปจนถึงเบี้ยคนแก่ ด้วยนโยบายใหญ่แค่ไหนก็ไม่ปล่อยให้ลอยนวล และมีการขีดเส้นจากข้างบนแล้วว่าต้องรู้ผลสอบโกงเงินคนจนในวันที่ 2 เมษา. ...0 บันทึกไว้บรรทัดนี้ พุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัด พม.หนีไม่พ้นความรับผิดชอบและต้องมีบทลงโทษตามครรลองของกฎหมายแน่นอน ...0 ใครผิดใครถูก!! เรียกว่าสองคนยลตามช่อง เฉกเช่นกรณีทีวีดิจิทัล วันนี้ สุภิญญา กลางณรงค์ อดีต กสทช.ออกมาโยนขี้ใส่รัฐบาล คสช.ว่าเป็นต้นเหตุทำให้ทีวีดิจิทัลไม่เวิร์กตามแผนขาดทุนกันระเนระนาดจนมีการฟ้องร้องกล่าวโทษและจ่อเข้าคิวคืนใบอนุญาต ทั้งๆ ที่มองมุมของคนประมูลขอใบอนุญาตนั้นเขาก็ร้อง..เหอ!! ใช่ฤา???&amp;nbsp; งานนี้คนตอบได้ดีอีกคนก็คงไม่พ้น ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ นะเจ้าคะ ...0 &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6227</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ชินวัตร, ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์, ทักษิณ, ทิชา ณ นคร, บันทึกหน้า4, บิ๊กตู่, บิ๊กป้อม, ป.ป.ช., ปิยสาร์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์, พุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์, ม.44, ยิ่งลักษณ์, สุภิญญา กลางณรงค์, อนาคตใหม่, เพื่อไทย, เยาวภา วงศ์สวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6183</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2018 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2018 18:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โยนกันนัว!&#039;สุภิญญา&#039;ซัดคสช.ทำรัฐประหารต้นเหตุทีวีดิจิทัลขาดทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;31 มี.ค.61- น.ส.สุภิญญา​ กลางณรงค์​ &amp;nbsp;อดีตกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) กล่าวกรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.เป็นประธาน จะใช้ม. 44 เพื่อพักชำระหนี้ให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลเป็นเวลา 3 ปีว่าประวัติศาสตร์อาจจะซ้ำรอยในการใช้อำนาจรัฐทุจริตในเชิงนโยบายได้ สิ่งที่กสทช.จะทำได้ในขณะนี้ จะต้องให้กสทช.เข้าไปช่วยเหลือหรือกำกับการบริการของกสทช.เอง ไม่ใช่กลับไปแก้ไขสัญญาหรือข้อกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาก็มีบทเรียนที่ทำให้รัฐบาลยุคก่อนๆอยู่ไม่ได้มาแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตกสทช.กล่าวว่าในส่วนของทีวีดิจิทัลนั้น สาเหตุหลักที่ส่งผลให้เกิดข้อผิดพลาดคือ การรัฐประหารของ คสช.ที่เข้ามาในช่วงแรกนั้นก็สั่งปิดทีวีทุกช่อง อีกทั้งเมื่อคสช. เข้ามาบริหารประเทศก็ใช้ช่องทางทีวีดิจิทัลในการริดรอนสิทธิเสรีภาพ &amp;nbsp;ยังไม่รวมถึงการเบียดเบียนช่วงเวลาในทีวีโดยอ้างในนามของความมั่นคง ซึ่งทั้งหมดก็พอจะเป็นเหตุผลได้ที่ว่าทำไม คสช.จะต้องเข้ามาเยียวยาทีวีดิจิตอล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อรัฐใช้เหตุผลความมั่นคงในการเข้ามาแทรกแซงผู้ประกอบการจนส่งผลให้ผลกำไรทางรายได้นั้นลดลง ทางคสช.ก็จะต้องเข้ามาเยียวยาโดยที่ปฏิเสธไม่ได้ อย่างไรก็ตามหากทาง กสทช.ต้องการจะช่วยเหลือจริงๆนั้น ทางกสทช.ก็จะต้องปรับในด้านค่าเช่าโครงข่าย ให้ยึดหลักความจริงตามต้นทุนมากกว่าที่จะหวังแต่ผลกำไร &amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุภิญญากล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 3-4 ปีที่คสช.เข้ามานั้น ยังไม่การเยียวยาช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีที่ได้รับผลกระทบจากการที่ คสช.มาใช้ผลประโยชน์ จนทำให้ช่องทีวีหลายๆช่องนั้นถูกริดรอนสิทธิเสรีภาพ ส่งผลให้ประชาชนเบื่อหน่ายกับการดูทีวีและหันไปเสพข้อมูลผ่านช่องทางมือถือมากขึ้น ถือว่าปัญหาการขาดทุนนั้นมาจาก คสช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6183</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ขาดทุน, ทีวีติจิทัล, ม.44, รัฐประหาร, สุภิญญา กลางณรงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180331/image_big_5abf6b8b3bd04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
