<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 22:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’หักพปชร.! ค้านแก้ม.144,185เปิดช่องโกง/สภาเดือดส.ว.ปะทะส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถกแก้ รธน.วันแรก ส.ว.ปะทะ ส.ส.เดือด! &amp;nbsp;ฝ่ายค้านจี้บรรจุร่างแก้ ม.256 แต่ &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; ยันต้องยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; รับปาก ส.ว.แก้ ม.144, 185 &amp;nbsp;ในชั้น กมธ.กลับไปยึดหลักการเดิม แต่ยกเว้น ส.ส.-ส.ว.ติดต่อหน่วยงานราชการเพื่อช่วยเหลือ ปชช.ได้ &amp;ldquo;ส.ว.วันชัย&amp;ldquo; อัด ส.ส.เอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้ ส.ว. &amp;ldquo;ส.ส.พปชร.&amp;rdquo; โวยเสียดสีรัฐสภาจี้ให้ลาออก &amp;ldquo;คารม&amp;rdquo; โต้อย่าทำตัวเป็นผู้วิเศษ &amp;nbsp;&amp;ldquo;กิตติศักดิ์&amp;rdquo; ฉะ &amp;ldquo;โรม&amp;rdquo; ส.ส.ปัดเศษ เจอ &amp;ldquo;วิโรจน์&amp;rdquo; สวนกลับให้เกียรติ &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; ด้วย &amp;ldquo;สุรชัย&amp;rdquo; ซัด ส.ส.หยุดเอาสิทธิเสรีภาพ ปชช.บังหน้ามัดมือชก ส.ว. ขณะที่นายกฯ ค้านแก้ ม.144, 185 ชี้เป็นหัวใจป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน
ที่รัฐสภา ถนนเกียกกาย วันที่ 23 มิถุนายน มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่พรรคการเมืองต่างๆ เสนอจำนวน 13 &amp;nbsp;ฉบับเป็นวันแรก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนการประชุม นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้จะเรียงลำดับโดยเริ่มที่ร่างของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 1 ร่าง พรรคเพื่อไทย (พท.) 4 ร่าง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) 2 ร่าง และพรรค ปชป. 6 ร่าง เมื่อเสนอร่างครบเสร็จแล้วจะอภิปรายร่วมกัน เชื่อว่าแต่ละฝ่ายจะทำให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถ้าเป็นไปตามข้อตกลงจะลงมติในเวลา 16.00 น.ของวันที่ 24 มิถุนายน และสามารถเสนอชื่อกรรมาธิการ 45 &amp;nbsp;คนได้ก่อนเที่ยงคืนของวันที่ 24 มิถุนายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนของพรรค พปชร.ว่า ยืนยันจะไม่แก้มาตรา 144, 185 เรื่องนี้นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ในฐานะผู้เสนอร่างให้สัมภาษณ์ไปแล้ว จะมีการปรับร่างที่ยื่นไปแล้วของพรรค พปชร. ทั้งนี้แต่ละพรรคยื่นข้อเสนอมาเพื่อแก้ไข ก็ต้องไปคุยกันในสภา ซึ่งแกนนำพรรคร่วมได้คุยกัน พูดกันทุกเรื่องรวมทั้งประเด็นบัตรเลือกตั้งด้วย
พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 &amp;nbsp;กล่าวถึงจุดยืนการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 13 ฉบับว่า &amp;nbsp;ภายหลังจากที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะผู้เสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้พูดคุยกับ ส.ว. ก็ได้ยอมถอยในส่วนของมาตรา 144 และมาตรา 185 โดยการพิจารณาวาระ 2 ในชั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) จะเสนอให้ กมธ.แก้ไขกลับไปใช้ตามหลักการเดิมของรัฐธรรมนูญ 2560 ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีและขอขอบคุณนายไพบูลย์ หากไม่เป็นไปตามที่พูดคุยกันจะยอมให้ ส.ว.ล้มในวาระ 3 ทำให้ในขณะนี้ ส.ว.คลายความกังวล เพราะมีความชัดเจนว่า ส.ว.จะได้ไม่เป็นแพะรับบาป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า &amp;nbsp; เป็นเรื่องที่ไว้ใจไม่ได้ เนื่องจากในชั้นกรรมาธิการแปรญัตติ อาจมีการอ้างได้ว่าไม่สามารถแก้ไขให้ผิดไปจากหลักการที่ได้รับรองในวาระที่ 1 แล้ว ทางที่ดีต้องไม่รับหลักการข้อเสนอของพรรคพลังประชารัฐตั้งแต่วาระแรก หรือถ้าไม่ยอมถอนร่างข้อเสนอออกไปก็ขอให้ตัดถ้อยคำในหลักการและเนื้อหาทั้งหมดที่เกี่ยวกับมาตรา 144 และ 185 ออกไป &amp;nbsp;มิเช่นนั้นก็ขอให้ ส.ส.และ ส.ว.โหวตให้ข้อเสนอของพรรคพลังประชารัฐตกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 09.50 น. ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่พรรคการเมืองต่างๆ เสนอ จำนวน 13 ฉบับ โดยก่อนเข้าสู่การพิจารณา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ขอหารือถึงการไม่บรรจุร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม &amp;nbsp;มาตรา 256 แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้ง่ายขึ้น และเพิ่มหมวด 15/1 ให้มีการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) &amp;nbsp;เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ของฝ่ายค้านเป็นระเบียบวาระการประชุมว่า เหตุผลที่จะต้องบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว เพราะรัฐสภาต้องมีสารตั้งต้น ลองนึกภาพว่าถ้าผลการทำประชามติออกมาว่าให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รัฐสภาจะดำเนินการอย่างไร เราจะดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ได้เลยถ้าไม่มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญรองรับ ดังนั้นการจะตีความว่าการมีหมวด 15/1 เป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญ เป็นการตีความเกินคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อยากให้ประธานรัฐสภาได้ทบทวน
&amp;#39;ชวน&amp;#39; ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวนชี้แจงว่า หลักการและเหตุผลของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตราดังกล่าวที่เสนอในครั้งนี้เป็นของเดิมกับครั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย เหมือนกันหมด ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยและให้มีหมวด 15/1 ย่อมมีผลทำให้เป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน อันเป็นการแก้ไขหลักการและเหตุผลสำคัญ จึงจำเป็นต้องจัดให้มีการทำประชามติสอบถามประชาชนเสียก่อน ดังนั้นเราจึงต้องยึดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อตนดูแล้วก็เห็นว่าบรรจุไม่ได้ &amp;nbsp; เพราะถ้าบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระ เท่ากับตนไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลที่มีความผูกพันทุกองค์กร และแน่นอนว่าตนจะต้องทำผิดศาลรัฐธรรมนูญแน่ ขอให้เชื่อว่าตนตัดสินโดยยึดความถูกต้องเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นที่ประชุมเริ่มพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม โดยในลำดับแรกให้แต่ละพรรคลุกขึ้นเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของตนเอง นายไพบูลย์ นิติตะวัน &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของพรรค พปชร.ตอนหนึ่งว่า มี 5 ประเด็น &amp;nbsp;13 มาตรา ได้แก่ 1.การแก้ไขมาตรา 29 มาตรา 41 และมาตรา 45 เพื่อเพิ่มการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพแก่ประชาชน &amp;nbsp;2.การแก้ไขระบบเลือกตั้งให้กลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบเหมือนรัฐธรรมนูญปี 2540 ได้แก่ ส.ส.เขต 400 คน และ &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน พรรคใดที่ส่ง ส.ส.เขตไม่น้อยกว่า 100 คนให้มีสิทธิ์ส่งผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อได้ พรรคใดจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อต้องได้คะแนนบัญชีรายชื่อไม่ต่ำกว่า 1% ป้องกันปัญหาการเป็น ส.ส.ปัดเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.การแก้ไขมาตรา 144 ให้ตัดบทลงโทษ ส.ส., ส.ว.และ กมธ.ที่แทรกแซงการแปรญัตติงบประมาณไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม แต่เมื่อมี ส.ว.ทักท้วงว่าการแก้ไขดังกล่าวทำให้หลักการตรวจสอบงบประมาณที่รัฐธรรมนูญปี 2560 เขียนไว้อย่างเข้มข้นสูญเสียไป ตนก็เห็นด้วยและรับปากว่า หากรับหลักการแก้ไขวาระที่หนึ่งแล้ว &amp;nbsp;การพิจารณาในชั้น กมธ. ตนและพรรคพลังประชารัฐจะเสนอแก้ไขมาตรา 144 ให้คงหลักการเข้มข้นของรัฐธรรมนูญปี 2560 ไว้ตามเดิม ให้สบายใจได้ แต่ขอหารือว่าควรพิจารณาถึงเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณที่ได้รับผลกระทบจากมาตรานี้ จะหาวิธีผ่อนคลายอย่างไร เพราะเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณไม่กล้ามาเป็น กมธ.งบประมาณ &amp;nbsp;เพราะกลัวเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงตามมาตรา 144
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า 4.การแก้ไขมาตรา 185 เรื่องการยกเลิกการห้าม ส.ส.-ส.ว.เข้าไปแทรกแซง ก้าวก่ายการทำงานของข้าราชการ ที่ ส.ว.เป็นห่วงเช่นกันว่า จะทำลายหลักการการก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานของข้าราชการนั้น ก็รับปากว่าหากรับหลักการวาระที่หนึ่ง จะไปผลักดันในชั้น กมธ.ให้คงหลักการป้องกันการก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานข้าราชการไว้ตามเดิม แต่ขอเพิ่มเติมให้มีความชัดเจนขึ้นโดยยกเว้นกรณี ส.ส.-ส.ว.ไปติดต่อหน่วยงานรัฐเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ไม่ให้ถือเป็นการก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานหน่วยราชการ &amp;nbsp;และ 5.ให้ยกเลิกมาตรา 270 ขอเปลี่ยนแปลงอำนาจวุฒิสภาในการเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ มาเป็นให้อำนาจ ส.ส.และ ส.ว.ร่วมกันติดตาม เสนอแนะ เร่งรัดการปฏิรูปประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 11.15 น. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวชี้แจงหลักการและเหตุผลร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจำนวน 4 ร่างว่า เริ่มจากร่างที่ 1 แก้ไขเพิ่มเติม หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย โดยเพิ่มความเป็นวรรค 5 ของมาตรา 25 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 29 เพิ่มสิทธิในกระบวนการยุติธรรม เป็นมาตรา 29/1 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 34 มาตรา 45 และมาตรา 47 เพิ่มสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญเป็นมาตรา 49/1 &amp;nbsp;และเพิ่มอำนาจของคณะกรรมาธิการที่จะเรียกเอกสารหรือเรียกบุคคลมาแถลงข้อเท็จจริงหรือให้ความเห็นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 129 ร่างที่ 2 แก้ไขเพิ่มเติมระบบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 มาตรา 85 มาตรา 91 และมาตรา 92 และยกเลิกมาตรา 93 และมาตรา 94 ร่างที่ 3 (1) แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 159 เกี่ยวกับที่มาของนายกรัฐมนตรี และ (2) ยกเลิกมาตรา 272 ที่ให้อำนาจสมาชิกวุฒิสภาเลือกนายกฯ &amp;nbsp;และร่างที่ 4 แก้ไขเพิ่มเติม (1) หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ โดยยกเลิกมาตรา 65 เกี่ยวกับการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ (2) แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 152 และมาตรา 162 โดยตัดคำว่ายุทธศาสตร์ชาติออกไปเพื่อให้สอดคล้องกับการยกเลิกมาตรา 65 (3) ยกเลิกมาตรา 270 มาตรา 271 และมาตรา 275 เพื่อให้สอดคล้องกับการยกเลิกมาตรา 65 และเป็นการยกเลิกอำนาจของวุฒิสภาบางเรื่อง และ (4) ยกเลิกมาตรา 279
&amp;#39;ภท.-ปชป.&amp;#39; ยันปิดสวิตช์ ส.ว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 12.00 น. นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมจำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่ 1 แก้ไขมาตรา 55 &amp;nbsp;โดยเพิ่มมาตรา 55/1 ให้ประชาชนมีรายได้พื้นฐานในการดำรงชีวิตอย่างทั่วถึง โดยประชาชนไม่ต้องเรียกร้อง แต่กำหนดให้เป็นหน้าที่ของรัฐจัดให้ประชาชนมีรายได้ทั่วหน้า &amp;nbsp;ให้เงินสดแก่ประชาชนที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน &amp;nbsp;2,763 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นการแก้ไขปัญหาความยากจนได้อย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลักประกันถ้วนหน้ารักษาทุกโรค สำหรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่สอง คือเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งเราเห็นว่ามีความจำเป็นต้องมี ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีไม่เหมาะสม จึงเห็นสมควรให้แก้มาตรา 65 กำหนดยุทธศาสตร์ชาติสามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ได้ และร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่สาม เสนอเหมือนกับพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;คือมาตรา 159 ที่มาของนายกฯ และยกเลิกมาตรา 272 &amp;nbsp;การให้อำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม จำนวน 6 ฉบับ ดังนี้ 1.แก้ไขมาตราว่าด้วยสิทธิของประชาชน 4 มาตรา ว่าด้วยสิทธิในกระบวนการยุติธรรม, สิทธิที่ดินทำกิน, สิทธิผู้บริโภค และสิทธิชุมชน, 2.มาตราว่าด้วยการกระจายอำนาจปกครองท้องถิ่น 3.เรื่องการตรวจสอบการกระทำที่ผิดจริยธรรมของกรรมการ ป.ป.ช. โดยเสนอแก้ 2 มาตรา คือมาตรา 236 และมาตรา &amp;nbsp;237 &amp;nbsp;4.เรื่องการแก้ไขมาตรา 256 ว่าด้วยกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 5.เรื่องระบบเลือกตั้งควรมีบัตร 2 ใบ &amp;nbsp;เพื่อเลือกแยกคนและแยกพรรคได้ และ 6.ประเด็นการแก้ไขมาตรา 272 เรื่องการเลือกนายกฯ เห็นว่า ส.ว.ไม่ควรมีอำนาจไปถึงการเลือกนายกฯ แทนประชาชนที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงเช่นเดียวกับ ส.ส.ได้ ดังนั้นการแก้มาตรา 272 จึงเป็นเพียงการย่นระยะเวลาในบทเฉพาะกาล &amp;nbsp;5 ปี เพื่อกลับสู่หลักการประชาธิปไตยถูกต้องและเร็วขึ้นเท่านั้น ถือเป็นการปลดล็อกเงื่อนไขข้อจำกัดและข้อขัดแย้งทางการเมืองได้อีกระดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 12.55 น. นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.ได้ลุกขึ้นอภิปรายเป็นคนแรกว่า จากการพิจารณาทุกร่างรัฐธรรมนูญพอสรุปได้ว่า ถ้ามีการแก้ไขระบบการเลือกตั้งจะทำให้พรรคเล็กหายไป พรรคใหญ่จะผงาด ลดบทบาทภาคประชาชน มีอิทธิพลล้วงลูกและก้าวก่าย โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณและข้าราชการประจำ ส่วนการปิดสวิทช์ ส.ว.นั้น &amp;nbsp;ตนสนับสนุนให้ตัดอำนาจ ส.ว.ในเรื่องนี้ แต่พรรคการเมืองที่เสนอมาตนก็อยากใช้คำพูดว่ากินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง ทำทีเรียกร้องประชาธิปไตย เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่ ส.ว. &amp;nbsp;รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันในส่วนระบบเลือกตั้งต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองและเป็นเจ้าของพรรค มีส่วนร่วมในการคัดคนลงเลือกตั้ง เสียงของประชาชนมีคุณค่าไม่ทิ้งน้ำ แต่ที่เสนอแก้มานี้พรรคเล็กพรรคน้อยจะหายไป พรรคใหญ่ๆ ทุนหนาจะผงาด นายทุนพรรคจะครอบงำ พรรคคนมีเงินมีอำนาจจะมีบทบาท ธุรกิจการเมืองกำลังจะกลับมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายวันชัยอภิปรายอยู่นั้น นายวิโรจน์ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ได้ประท้วงนายวันชัยเพราะอภิปรายเสียดสีสมาชิกรัฐสภา และเรียกร้องให้นายวันชัยลาออกจากตำแหน่ง ส.ว. เพราะนายวันชัยกำลังเป็นรอยด่างของระบอบประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ &amp;nbsp;พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นประท้วงซ้ำว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญมุ่งหมายให้ประเทศดีขึ้น ไม่ใช่ว่าคนอื่นเลวทั้งหมด อย่าเป็นผู้ใหญ่แต่อายุ แต่ต้องฝึกความเป็นผู้ใหญ่ในตัวเองด้วย &amp;nbsp;ทำให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ขอให้นายวันชัยพูดตรงประเด็นในเนื้อหาแก้ไขรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวันชัยยืนยันไม่ได้ว่าใคร และที่ผ่านมาเมื่อมีการพูดถึง ส.ว.จะโจมตี ส.ว.อย่างรุนแรง จากนั้นได้อภิปรายต่อถึงการตัดอำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ และทันทีที่นายวันชัยอภิปรายเสร็จสิ้น นายคารมยังคงลุกขึ้นประท้วงว่าขอให้ประธานกำชับ ถ้าทำตัวเป็นผู้วิเศษ ประธานต้องควบคุม ขณะที่นายวันชัยโต้ว่าไม่ทราบว่านายคารมมีอะไรเป็นพิเศษกับตนหรือไม่ และขอให้นายคารมหาพรรคอยู่ให้ได้ก็แล้วกัน
&amp;#39;ส.ว.-ส.ส.&amp;#39; โต้กันเดือด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.45 น. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว. อภิปรายว่า เรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ อดห่วงไม่ได้ว่าจะถอยหลังไปสู่รัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ไม่มีหลักการใหม่ช่วยพัฒนาระบบการเมืองประเทศให้เป็นสถาบันการเมืองของประชาชน ส่วนการตัดมาตรา 272 ยกเลิกอำนาจ ส.ว.โหวตนายกฯ นั้น ตนไม่ขัดข้อง เพราะ ส.ว.เป็นแค่อำนาจปลายทางในการเห็นชอบนายกฯ &amp;nbsp;แต่ต้นทางอยู่ที่ ส.ส.เป็นผู้เสนอชื่อ ประเด็นทั้งหมดที่เสนอเข้ามาเรื่องสิทธิเสรีภาพประชาชนเชื่อว่า ส.ว.เห็นด้วย แต่อย่าเอาเรื่องสิทธิเสรีภาพเป็นตัวประกันไปผูกรวมเรื่องอื่น ส.ว.หนักใจในการให้ความเห็นชอบที่มัดมือชก เอาสิทธิเสรีภาพบังหน้า &amp;nbsp;เอาประโยชน์ ส.ส.มาผูกรวมกัน นี่คือความจำเป็นต้องมีสองสภาคอยกลั่นกรอง นี่คือคำตอบว่ามี ส.ว.ไว้ทำไม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายตอนหนึ่งว่า ถ้าจะมีประเด็นที่สำคัญต้องแก้ไขเร่งด่วนที่สุด พรรคก้าวไกลเห็นว่าต้องแก้ไขมาตรา &amp;nbsp;272 ยกเลิกอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ &amp;nbsp;เราต้องยอมรับความจริงว่า ส.ว.ชุดนี้คือกลไกการสืบทอดอำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ การที่ผู้ใดจะมีความชอบธรรมในการเลือกนายกฯ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สูงสุดในการพัฒนาบ้านเมือง ผู้ที่จะเลือกนายกฯ ต้องได้รับมอบอำนาจจากประชาชน ซึ่ง ส.ว.ทั้งหมดไม่ได้มีความชอบธรรมนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างนั้นนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ลุกขึ้นประท้วงนายรังสิมันต์ว่า ส.ว.ได้อำนาจเลือกนายกฯ มาจากประชาชน 16 ล้านเสียงสนับสนุน แต่นายรังสิมันต์ได้คะแนนแบบปัดเศษมาจึงได้เป็น ส.ส. จากนั้นนายธีรัจชัย &amp;nbsp;พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นโต้ตอบ โดยถามว่านายกิตติศักดิ์ประท้วงเรื่องอะไร ทำให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานการประชุมห้ามไม่ให้ทั้งสองฝ่ายตอบโต้กันอีก จากนั้นนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า นายกิตติศักดิ์กล่าวถึง ส.ส.ปัดเศษ เท่ากับว่ากำลังพูดถึงนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ตนขอความกรุณาให้เกียรตินายไพบูลย์ด้วย จากนั้นนายพรเพชรได้ขอให้นายรังสิมันต์อย่าเสียดสี ส.ว.อีกและเชิญให้อภิปรายต่อ&amp;nbsp;
ต่อมา พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. อภิปรายว่า &amp;nbsp;การเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ภายใต้ระบบจัดสรรปันส่วนผสม ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว จากนั้นเกิดปัญหาที่ทุกพรรคการเมืองบอกว่าสลับซับซ้อน ไม่ยุติธรรม หากยังใช้ระบบนี้ต่อไปอาจจะมีปัญหาได้ จึงได้เสนอแก้ไขมา ส่วนตัวสนับสนุนบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และควรใช้วิธีการคำนวณแบบระบบเยอรมัน แต่สิ่งที่พรรคการเมืองต่างๆ เสนอมานั้น เป็นการคำนวณ ส.ส.เหมือนรัฐธรรมนูญปี 2540 หมดเลย หากมีการแก้ไขในอนาคตอันใกล้ อาจทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็งเหมือนสมัยพรรคไทยรักไทยที่ได้ ส.ส.มากถึง 377 เสียง ทำให้เกิดเผด็จการรัฐสภา สามารถยกร่างแก้ไขกฎหมายได้ตามอำเภอใจ แต่เมื่อไม่มีทางเลือก ส่วนตัวจะสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญญัตติที่ 1-3-13 ไปก่อน &amp;nbsp;
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยืนยันไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 144 และ &amp;nbsp;185 เนื่องจากบทบัญญัติดังกล่าวได้วางหลักการสำคัญห้ามมิให้ ส.ส.และ ส.ว.เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการ หรือจำนวนในรายการของงบประมาณรายจ่ายประจำปี แต่สามารถลดหรือตัดทอนรายจ่ายได้เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐธรรมนูญ 2560 นายกรัฐมนตรียังเห็นว่า การจัดทำข้อเสนอโครงการในแต่ละจังหวัด ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมเสนอความคิดเห็นผ่านกระบวนในส่วนต่างๆ ได้ ในส่วนของมาตรา 185 นายกฯ เห็นว่าเป็นหลักการที่ถูกต้องแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107434</URL_LINK>
                <HASHTAG>185, กิตติศักดิ์, ค้านแก้ม.144, ถกแก้ รธน., ม.256, วิโรจน์, ส.ว.วันชัย, ส.ส.พปชร, ส.ส.เดือด, สุรชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d34b232e532.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80853</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2020 13:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2020 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โดนอย่างแรง &#039;น้าหงา&#039; ร่ายกลอน 5 บท ม็อบวันนี้จะเป็นเรื่องเล่าของ ตาเพนกวิน ยายรุ้ง ให้ลูกหลานครั้งนู้นเขาเบื่อฟัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.63 - น้าหงา สุรชัย จันทิมาธร ศิลปินแห่งชาติ โพสต์บทกลอนผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑; อยู่เมืองชลบนฟ้ามีแต่ฝน
เมื่อวานจนเช้านี้ไม่มีหยุด
ร้องเพลงเก่าเล่าความนามมนุษย์
แม้ใจสะดุดกับหมายเหตุประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒; ก็จะเป็นเรื่องเล่าในคราวหน้า
ปี ๒ ๕ ๖ ๓ นิยามใหม่
นักรบดิจิทอลเน็ทออนไลน์
กับตำรวจกลไกอำนาจรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓; คือสงครามความเชื่อเหนือมนุษย์
ถึงที่สุดแต่ไม่สุดจึงอึดอัด
อึดอัดทั้งสองฝ่ายไม่แจ่มชัด
จึงต้องฟัดกัดต่อยไม่ปล่อยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔; คนชาวบ้านร้านค้าทำมาหากิน
ไร้แผ่นดินสงบให้ขบขัน
ดูแล้วเศร้าเหงาจริงจนนิ่งงัน
บันทึกวันนี้ไว้ในข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕; ก็จะเป็นเรื่องเล่าในคราวหน้า
ของคุณปู่คุณย่า&amp;rsquo;๖ ๖ ๐
ตาเพนกวิ้น ยายรุ้ง ลุงการ์ตูน ให้ลูกหลานครั้งนู้นเขาเบื่อฟัง
(จบ บริบูรณ์)&lt;/p&gt;


	ดร.อาทิตย์ ฟันเปรี้ยง รัฐบาลผิดพลาดอย่างแรง!
	สส.สาวเพื่อไทย ไม่คิดว่าคำพูด &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; จะไร้สำนึกความเป็นมนุษย์ขนาดนี้!
	&amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39; สุดปวดใจ!
	หยุดบิดเบือนความจริง&amp;nbsp;
	&amp;#39;วรงค์&amp;#39; งัดภาพม็อบ 3 นิ้วฟาดตำรวจ แฉขบวนการบิดความจริงปั่นกระแสเท็จหนัก!
	เอาอยู่มั้ย! กุนซือสมองเพชร เปิดหลักการม็อบ 3 นิ้วเคลื่อนไหว 16 คำ
	อดีตผู้สื่อข่าวสำนักข่าวต่างประเทศถาม&amp;#39;ทอน-ฝ่ายค้าน&amp;#39;ฝรั่งขี้นกในรูปเป็นใคร ถึงชี้นิ้วสั่งม็อบได้
	การเมืองร้อนสุดๆ&amp;nbsp;&amp;#39;ภูมิธรรม&amp;#39; ส่งสารด่วนถึงเพื่อน
	คณะราษฎร ขยับนัดมาบ่าย 3&amp;nbsp;
	3 นิ้วเฮลั่น!ศาลฯยกคำร้องขอฝากขัง กลุ่มผู้ชุมนุมแยกปทุมวัน
	ผบ.ตร.รุดเยี่ยมตำรวจ ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่บริเวณแยกปทุมวัน

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80853</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้าหงา, ม็อบ, ศิลปินแห่งชาติ, สลายการชุมนุม, สุรชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190216/image_big_5c676b93db769.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72224</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2020 18:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2020 18:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้าหงา สุรชัย : การบ่นของชาวบ้านระดับภูมิภาค ทำไมไม่เอาอย่างประเทศนั่นประเทศนี้  ขณะเดียวกันเพื่อนบ้านก็บ่นว่าทำไมไม่เอาอย่างประเทศไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.63 - น้าหงา คาราวาน หรือ สุรชัย จันทิมาธร ศิลปินแห่งชาติ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จะปลดแอกเพื่อใครที่ไหนหนอ ผู้เฒ่ารอร้อรอจนหัวขาว ที่ผ่านมารบกันก็นานยาว เห็นแต่ศพทบท่าวธุลีดิน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้าหงา สุรชัย โพสต์ก่อนหน้านี้ด้วย &amp;nbsp;&amp;quot;การบ่นของชาวบ้านระดับภูมิภาค ทำไมไม่เอาอย่างประเทศนั่นประเทศนี้ &amp;nbsp;ในขณะเดียวกันเพื่อนบ้านก็บ่นว่า ทำไมไม่เอาอย่างประเทศไทย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72224</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้าหงา, สุรชัย, เยาวชนปลดแอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200722/image_big_5f181f8f3b814.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17601</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2018 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2018 06:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิ้น &#039;น้าหว่อง&#039; ขุนพลพิณแห่งคาราวาน! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 &amp;nbsp;ก.ย.61 - &amp;nbsp;&amp;quot;น้าหว่อง&amp;quot; &amp;nbsp;มงคล อุทก นักร้องดังเพลงเพื่อชีวิต &amp;nbsp;วงคาราวาน &amp;nbsp;ได้เสียชีวิตลงแล้ว เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังเป็นลมล้มหมดสติ ที่ลานจอดรถร้านครัวสมเกียรติอาหารป่า ถนนนครอินทร์ จ.นนทบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุลพล อุทก อายุ 27 ปี บุตรชายน้าหว่อง &amp;nbsp;ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าปกติพ่อจะมาทานอาหารและดื่มสุราที่ร้านนี้ประจำ วันนี้พ่อมาทานอาหารกับเพื่อนอีก 2 คนที่เป็นสามีภรรยากัน ตั้งแต่เวลา 17.00 น. จากนั้นเวลา 18.00 น.ตนได้เดินทางตามมาที่ร้านมารับประทานอาหาร หลังรับประทานเสร็จเวลา 19.00น. ตนได้กลับบ้าน จนเวลา 23.00 น.ตนได้โทรศัพท์หาพ่อเพื่อถามว่าจะให้ขับรถมารับหรือไม่เนื่องจากฝนตกแต่พ่อบอกว่าไม่เป็นไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นเวลาประมาณ 00.30 น. เพื่อนพ่อที่มาทานอาหารด้วยได้ขับรถมาที่บ้านบอกว่าพ่อเป็นลมล้มที่ลานจอดรถเพื่อจะกลับบ้าน ตนจึงเดินทางมาที่เกิดเหตุ ก่อนที่นางลาวัลย์ อุทก อายุ 55 ปี แม่จะขับรถตามมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พ่อมีโรคประจำตัวเป็นความดันและหอบหืด ซึ่งเดือนหน้าจะมีการแสดงใหญ่ของวงคาราวาน&amp;quot;นายจุมพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ นายมงคล อุทก หรือน้าหว่อง &amp;nbsp;เกิดเมื่อวันที่ 10 พ.ค.2494 เป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นนักดนตรีเพื่อชีวิต หนึ่งในสมาชิกวงคาราวาน ร่วมกับวงดนตรีของ นายสุรชัย จันทิมาธร หรือน้าหงา &amp;nbsp;และเป็นอดีตสมาชิกวงบังคลาเทศแบนด์ &amp;nbsp;มีผลงานแต่งเพลงให้กับวงคาราวานคือ เพลงลุกขึ้นสู้ และกุหลาบแดง มีผลงานแต่งหนังสือเล่าเรื่องราวประสบการณ์ ในแวดวงเพลงเพื่อชีวิต ชื่อ เพลงพิณพนมไพร ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2544.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17601</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาราวาน, น้าหงา, น้าหว่อง, มงคล อุทก, มือพิณ, สุรชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180915/image_big_5b9c497450988.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2018 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2018 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนช.พร้อมผ่านกม.เลือกตั้งท้องถิ่น คาดสิ้นปี6ฉบับฉลุย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย. 61 - ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 เปิดเผยว่า เมื่อคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบกับร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งทุกระดับจำนวน 6 ฉบับแล้ว ตามขั้นตอนจะต้องเข้าสู่ขั้นตอนของคณะกรรมการประสานงาน สนช. (วิปรัฐบาล) ในสัปดาห์หน้า จากนั้นจะส่งมาที่คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) ต่อไป ในส่วนการพิจารณาของวิปสนช.นั้นส่วนตัวไม่แน่ใจว่าที่ประชุมจะมีความคิดเห็นอย่างไร แต่คิดว่าหากไม่มีปัญหาประการใดแล้วน่าจะเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. ได้ในช่วงสัปดาห์ที่สอง หรือสัปดาห์ที่สามของเดือนก.ย.นี้ ซึ่ง สนช. จะใช้เวลาพิจารณาทั้งกระบวนการประมาณ 60 วัน จึงคิดว่าปลายปีนี้กฎหมายการเลือกตั้งท้องถิ่นทั้ง 6 ฉบับสนช.จะดำเนินการได้แล้วเสร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;มีประเด็นที่ สนช. คงต้องหารือกันเป็นสำคัญ คือ การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวทั้ง 6 ฉบับว่าจะใช้รูปแบบใดระหว่าง 1.ใช้คณะกรรมาธิการวิสามัญเพียงชุดเดียว ซึ่งจะมีข้อดีสามารถพิจารณาจุดเชื่อมโยงของกฎหมายแต่ละฉบับได้ง่าย แต่มีข้อเสียตรงที่อาจทำให้การพิจารณาใช้เวลานาน หรือ 2.ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 6 คณะ เพื่อให้พิจารณาเป็นรายฉบับ ข้อดีจะอยู่ที่สามารถพิจารณาได้เร็ว แต่อาจจะทำให้มีปัญหาตรงการพิจารณาความเชื่อมโยงของกฎหมายแต่ละฉบับ ซึ่งทั้งหมดคงต้องหารือกันให้ชัดเจนอีกครั้ง&amp;quot; นายสุรชัย ระบุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16874</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น, คณะกรรมาธิการ, สนช., สุรชัย, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af5206a484f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2018 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2018 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุรชัย&quot;เชื่อสนช.ไม่โหวตล้มกระดาน&#039;7กกต.&#039;ซ้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค. 61 - ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 เปิดเผยว่า การประชุมสนช.ในวันที่ 12 ก.ค.จะมีการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่ผ่านการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 7 คน ทั้งนี้ตามขั้นตอนจะเป็นการประชุมลับเพื่อพิจารณารายงานการตรวจสอบประวัติเชิงลึกของคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติฯ&amp;nbsp; ส่วนที่มีข่าวว่าอาจจะมีผู้ผ่านการสรรหาหนึ่งคนมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติจนอาจไม่ได้รับการเห็นชอบจาก สนช. นั้น ไม่ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าว เพราะคณะกรรมาธิการที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ยังไม่มีการแถลงต่อที่ประชุมสนช. อย่างไรก็ตามทั้งหมดเป็นดุลพินิจของสมาชิกสนช.ในการตัดสินใจว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เชื่อหรือไม่ว่าการเลือกกกต.ครั้งนี้ จะไม่มีการล้มกระดานกันอีก นายสุรชัย กล่าวว่า ไม่น่าจะมีประเด็นถึงขนาดนั้น เชื่อว่าบุคคลที่มาสมัครในครั้งนี้ เบื้องต้นน่าจะสำรวจตัวเองมาแล้ว เพราะถ้าคนที่มาสมัครไม่มั่นใจ อาจจะถูกสนช.ปฏิเสธได้อีก&amp;nbsp; ประกอบกับ สนช. เข้มงวดในรายละเอียด และการดูประวัติเชิงลึก และความประพฤติทางจริยธรรม ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะช่วยกันคัดกรองเพื่อให้ตัวบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนมาทำหน้าที่ เพราะกกต.จะมีหน้าที่การเข้ามาดูแลการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่าสนช.ไม่มีใบสั่ง เป็นแต่เพียงข่าวที่ออกไปเท่านั้น เพราะคิดว่าสมาชิก สนช. มีดุลพินิจที่จะสามารถตัดสินใจได้เองบนพื้นฐานของความเหมาะสม ขอให้ทุกฝ่ายมั่นใจว่า สนช. จะทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระเพื่อคัดกรองบุคคลที่ดีมาทำหน้าที่ในกกต.&amp;rdquo; นายสุรชัย ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากสนช.ลงมติเห็นชอบผู้ผ่านการสรรหาไม่ครบ 7 คน บุคคลที่ผ่านความเห็นชอบจะสามารทำหน้าที่กกต.ได้ทันทีหรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า ถ้าผ่านความเห็นชอบจากสนช.จำนวน 5 คน ก็สามารถเป็นองค์ประชุมเพื่อทำหน้าที่ได้ต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13206</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ตรวจสอบประวัติฯ, สนช., สรรหา7กกต., สุรชัย, ไม่คว่ำกระดาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af5206a484f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10792</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2018 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2018 11:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;บิ๊กตู่&#039;ขอสนช.2ชั่วโมง แจงงบปี62วงเงิน3ล้านล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 มิ.ย. 61 - ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) คนที่2 กล่าวถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2562 ในวันที่ 7 มิ.ย. ว่า ได้ให้สมาชิก สนช. ที่ประสงค์อภิปรายได้เสนอชื่อเข้ามาแล้วไม่ต่ำกว่า 20 คน เบื้องต้นกำหนดให้อภิปรายได้คนละ 8 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จะมาชี้แจงต่อที่ประชุมนั้น ได้รับการประสานว่าท่านขอเวลาไว้ 2 ชั่วโมง ดังนั้นเฉพาะการฟังนายกฯชี้แจงที่มาที่ไปของงบประมาณ ความจำเป็นในการทำงบประมาณ ที่กำหนดไว้ 3 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นงบขาดดุลอยู่ 4.5 แสนล้าน ต้องรอฟังท่านจะชี้แจงถึงความจำเป็นอย่างไร และจะได้ชี้ว่าการทำงบประมาณได้เป็นไปตามกฎหมายวินัยการเงินการคลังอย่างไร แล้วช่วงบ่ายจะเปิดให้สมาชิกได้อภิปรายกัน คาดว่าจะเสร็จได้ภายในช่วงค่ำวันประชุม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10792</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบปี62, นายกฯ, บิ๊กตู่, พ.ร.บ.งบประมาณ2562, สนช., สุรชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af5206a484f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
