<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุรชัย&#039; เชื่อร่างแก้ไข พ.ร.บ.ประชามติ ผ่านวาระ 3 ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.64 - ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะกมธ. ว่า การประชุมกมธ.วันนี้จะพิจารณามาตราที่เป็นผลกระทบกับมาตรา&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ซึ่งจากการได้คุยนอกรอบกับผู้แทนกฤษฎีกาเห็นตรงกันว่า ปรับให้สอดคล้องกับมาตรา&amp;nbsp;9&amp;nbsp;แล้ว โดยหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดปัญหาว่าจะไปขัดกับรัฐธรรมนูญ และให้กระทบกับมาตราที่เหลือให้น้อยที่สุด ดังนั้น ร่างที่ตนจะเสนอให้ที่ประชุม กมธ.พิจารณา คือร่างที่มีการแก้ไขเฉพาะมาตรา&amp;nbsp;10&amp;nbsp;และมาตรา&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ซึ่งทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มาตรานี้ เป็นมาตราที่ระบุถึงรายละเอียดวิธีการทำประชามติ ตั้งแต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และมติที่มาจาก ครม. รวมถึงมติของรัฐสภา และกฎหมายอื่นๆที่ระบุให้ทำประชามติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรชัย กล่าวว่า แต่เนื่องจากมาตรา&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ที่ประชุมรัฐสภาเห็นชอบตามกมธ.เสียงข้างน้อย เมื่อศึกษาอย่างละเอียดแล้วพบว่าบางประเด็นมีรายละเอียดไม่เพียงพอ ถือเป็นความยากระดับหนึ่ง เราจึงต้องเขียนกฎหมายให้สอดคล้อง ซึ่งเป็นข้อจำกัดอย่างมาก เช่น ร่างที่ให้ประชาชนสามารถเสนอทำประชามติ ในมาตรา&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ไม่ได้บอกว่าต้องใช้จำนวนประชาชนเท่าใด แต่เขียนให้อำนาจ กกต. เป็นผู้กำหนด เราก็ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะไม่ให้ กกต. มีอำนาจกำหนดจนเกินขอบเขต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า สามารถกำหนดกรอบเวลาในกฎหมายได้หรือไม่ว่า กกต. จะต้องจัดทำระเบียบรองรับให้แล้วเสร็จภายในเวลาเท่าใด นายสุรชัย กล่าวว่า ต้องหารือกับผู้สงวนคำแปรญัตติกันต่อไป เพราะมาตรา&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ไม่ได้ระบุตรงนี้ไว้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่า ควรกำหนดจำนวนผู้มีสิทธิเสนอทำประชามติไว้เลยหรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า ควร อย่างเรื่องการมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรงของประชาชนแต่ละเรื่อง เรากำหนดกรอบหลักไว้หมด แต่เรื่องนี้ไม่ได้กำหนดกรอบหลักไว้ ทั้งนี้ จำนวนที่จะกำหนดควรไม่ต่ำกว่าจำนวนที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการเข้าชื่อเสนอแก้รัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องจำนวนตัวเลขนี้จะไม่ทำให้ร่างตกไป เพราะเราคิดทางออกไว้แล้วด้วยการเพิ่มเป็นข้อสังเกตท้ายรายงานให้ กกต. เป็นแนวทางในการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่าการพิจารณา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วัน จะได้ข้อสรุปทันนำเข้าที่ประชุมรัฐสภาหรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า ต้องเสร็จ เพราะตนรับปากนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามย้ำว่าร่างที่ปรับแก้จะผ่านวาระ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ได้หรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า น่าจะผ่านได้ แต่ต้องดูผลการพิจารณาวันนี้ก่อนว่า กมธ. เสียงข้างมากเห็นด้วยกับตนหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97982</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายประชามติ, สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605d96c78088e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97755</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุรชัย&#039; เผยกฤษฎีกาแก้กม.ประชามติ กำหนดขั้นตอนให้ชัดเจนป้องกันยื่นศาลตีความ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.64 - นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ รัฐสภา นัดหารือนอกรอบร่วมกับผู้แทนกฤษฎีกา ภายหลังได้ถอนร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ออกจากการประชุมรัฐสภา เมื่อคราวที่ผ่านมา เพื่อไปปรับแก้ร่างกฎหมายให้สอดคล้องกับการแก้ไขของรัฐสภาที่ให้อำนาจรัฐสภา และประชาชน สามารถเข้าชื่อเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อขอมติจัดการออกเสียงประชามติได้ จนกฤษฎีกาปรับแก้แล้วเสร็จเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรชัย เปิดเผยภายหลังการหารือเสร็จสิ้นว่า กฤษฎีกาได้มีการปรับแก้ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติใน 2 มาตรา คือมาตรา 10 แก้ไขเพื่อกำหนดรายละเอียด และขั้นตอนวิธีการออกเสียงประชามติ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ และมาตรา 11 การทำประชามติในเรื่องอื่น ๆ ที่จะกำหนดไว้ในมาตรานี้ทั้งหมด ซึ่งเบื้องต้นเห็นด้วยกับหลักการ ที่กฤษฎีกาปรับแก้มาเบื้องต้นแล้ว เพียงแต่เห็นว่ายังมีบางถ้อยคำ ที่เห็นควรให้กฤษฎีกาไปปรับแก้เพิ่มเติม พร้อมยืนยันว่ากรรมาธิการฯ พร้อมประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายที่กฤษฎีกานำไปปรับแก้ให้แล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนข้อกังวลที่รัฐสภามีการแก้ไขในมาตรา 9 จนอาจต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตีความนั้น สรุปว่า การปรับแก้ของกฤษฎีกาได้พยายามใช้มาตรา 10 และมาตรา 11 ไปขยายความในมาตรา 9 เพื่อกำหนดรายละเอียดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการตีความว่าจะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่&amp;quot; ประธานกมธ.กฎหมายประชามติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรชัย กล่าวด้วยว่า กมธ.ยังคงหลักการเดิม ที่รัฐสภาแก้ไขร่างกฎหมายเพิ่มอำนาจให้ประชาชนสามารถเข้าชื่อกันเพื่อขอให้คณะรัฐมนตรีมีมติจัดการออกเสียงประชามติในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ เพียงแต่ได้มีการขยายความ และวิธีการไว้ในมาตรา 11 ให้ชัดเจนขึ้น โดยขั้นตอนหลังจากนี้ กมธ.จะประชุมร่วมกันในวันที่ 1 เม.ย. เพื่อพิจารณาว่าจะเห็นชอบตามที่กฤษฎีกานำไปปรับแก้หรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97755</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายประชามติ, สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605d96c78088e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97366</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุรชัย&#039; ยัน กมธ.ประชามติ ประชุม 1-2 เม.ย. ก่อนส่งรายงานให้ประธานรัฐสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.64 - นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ... เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากกรณีที่นพ.พลเดช&amp;nbsp;ปิ่นประทีป ส.ว. ในฐานะกมธ. ระบุว่าการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในการปรับแก้ไขเสร็จไม่ทันนั้น เป็นข่าวที่คาดเคลื่อน เนื่องจากที่ผ่านมาตนได้ประสานงานกับทางสำนักงานกฤษฎีกาตั้งแต่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาให้เลื่อนการพิจารณาเมื่อวันที่ 18 มี.ค. มาโดยตลอด ซึ่งทางกฤษฎีกายืนยันว่าจะพิจารณาเสร็จภายในหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งในวันนี้ (26 มี.ค.) ครบพอดี และพร้อมที่จะส่งร่างให้ตนในวันที่ 29 มี.ค. ดังนั้น ที่มีข่าวว่ากฤษฎีกาทำไม่ทัน และไม่สามารถประชุมร่วมกันของรัฐสภา ในวันที่ 7-8 เม.ย. ไม่ได้นั้น เป็นข่าวที่คาดเคลื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรรมาธิการยืนยันว่า จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประชามติ ที่ผ่านการทบทวนของกฤษฎีกาให้เสร็จเรียบร้อยในวันที่ 1-2 เม.ย. นี้ แน่นอน และจะรีบส่งรายงานให้ประธานรัฐสภา เพราะฉะนั้นหากมีพระราชกฤษฎีกาโปรดเกล้าฯให้เปิดประชุมวิสามัญครั้งที่สอง ในวันที่ 7-8 เม.ย. ยืนยันว่ากรรมาธิการมีความพร้อม อย่างไรก็ตามในวันที่ 29 มี.ค.กรรมาธิการฯจะมีการประชุมกับกฤษฎีกานอกรอบก่อนเวลาในช่วงบ่ายโมงด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายสุรชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97366</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายประชามติ, สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605d96c78088e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87234</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2020 12:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2020 12:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุรชัย&#039;คาดร่างพรบ.ประชามติเสร็จสิ้นม.ค.64 เพื่อให้ทันไขแก้รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ธ.ค.63 - ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยกรออกเสียงประชามติ พ.ศ..... กล่าวถึงการประชุมของกมธ.ว่า ในช่วงเช้าวันนี้(18 ธ.ค.) ว่า. เป็นการรับฟังความเห็นของ 2 หน่วยงาน คือคณะกรรมาการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง เนื่องจากครม.แจ้งว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง และสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม มาให้ความเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้จะมีส่วนส่งเสริมด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างไร ส่วนช่วงบ่ายจะเป็นการพิจารณารายมาตรา ว่ามีมาตราไหนคววรจะต้องปรับแก้หรือไม่ หลังจากได้เชิญนักวิชาการทั้งภาครัฐและเอกชนมาให้ความเห็นเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำประชามติในรูปแบบของประเทศไทยในอดีตที่ผ่านมามีปัญหาอุปสรรคอะไรบ้าง รวมทั้งรูปแบบของต่างประเทศด้วย ทั้งนี้ตนจะเก็บสะสมประเด็นที่คิดว่าจะต้องมีการหารือกับกมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยเพื่อให้สอดคล่องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตั้งใจว่าการพิจารณาของมธ.ฯจะให้แล้วเสร็จในสิ้นเดือนมกราคม 64 เพื่อให้ทันต่อการรองรับการออกเสียงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากกรบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเชื่อมโยงมาสู่เรื่องการทำประชามติ &amp;ldquo;นายสุรชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีการเสนอให้ทำประชามตินอกราชอาณาจักรด้วยนั้น นายสุรชัย กล่าวว่า จะมีการเชิญกลุ่มนักเรียนไทยในต่างประเทศ ที่เสนอให้มีการจัดการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร มาให้ข้อมูลด้วย ซึ่งเป็นประเด็นที่กมธ.ให้ความสนใจ รวมถึงเรื่องการออกเสียงประชามติล่วงหน้า ซึ่งในร่างที่รัฐบาลส่งมาไม่มีเรื่องนี้ จึงต้องฟังความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ด้วย จึงให้มอบหมายให้ กมธ.ฯ ที่เป็นผู้แทนจาก กกต. ไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้ข้อมูลต่อ กมธ.ในการพิจารณาประเด็นดังกล่าว รวมถึงรูปแบบการออกเสียงแบบอิเลคทรอนิกส์ด้วย ซึ่งที่ผ่านมา กมธ.ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาชี้แจงอุปสรรคการออกเสียงประชามติที่ผ่านมา และเปรียบเทียบรูปแบบการออกเสียงประชามติของต่างประเทศด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87234</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ, ร่างพรบ.ประชามติ, สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af5206a484f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2020 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2020 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ว.สุรชัย&#039; ผิดหวังรายงาน กมธ.พิจารณาร่าง รธน. ไร้ทางออกลงมติ ขู่โหวตคว่ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ย.63 - เวลา&amp;nbsp;10.40&amp;nbsp;น. ที่ประชุมรัฐสภา ภายหลังคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;รายงานเรียบร้อยแล้ว นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว. อภิปรายว่า ได้อ่านรายงานของกมธ.แล้วค่อนข้างผิดหวัง เพราะหวังว่าจะใช้รายงานนี้เป็นคำตอบทางออกในการพิจารณาญัตติทั้ง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ญัตติ อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่เป็นที่ถกเถียงกันคือ ความหมายของคำว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญมีขอบเขตเพียงใด เช่น แก้ทุกมาตรา แล้วยกเว้นหมวดหนึ่ง หมวดสอง เหมือนที่ร่างของรัฐบาลเสนอ เพราะฉะนั้นจึงไม่ถือเป็นการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ แต่ให้ถือว่าเป็นการแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรชัย กล่าวว่า ถ้าสมมุติว่าตนเห็นด้วยกับกมธ. ว่าร่างของรัฐบาลและฝ่ายค้านไม่ใช่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่&amp;nbsp;แม้ชื่อหมวด&amp;nbsp;15/1&amp;nbsp;ที่เพิ่มไว้ในร่างทั้งสองฝ่ายจะมีชื่อว่าจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ก็ตาม ตนก็มีคำถามว่า เมื่อถือว่าเป็นการแก้ไขรายมาตรา เหตุใดจึงไม่ทำตามรัฐธรรมนูญ มาตรา&amp;nbsp;256&amp;nbsp;ว่าด้วยกระบวนการและวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะการแก้ไขเป็นอำนาจของรัฐสภา และเมื่อถือเช่นนั้นก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตั้ง ส.ส.ร. ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดคำถามว่าตกลงแล้วร่างของฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเป็นการจัดทำหรือเป็นการแก้ไขกันแน่ ถ้าเห็นว่าเป็นการแก้ไขก็เป็นอำนาจของรัฐสภาที่ได้รับมอบอำนาจแก้ไขจากรัฐธรรมนูญ ถ้าหากบอกว่าเป็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตนอยากถามว่าสภาแห่งนี้มีอำนาจจัดตั้ง ส.ส.ร. เพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรชัย กล่าวอีกว่า อยากถามกมธ.ว่าคำตอบที่จะใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจ ว่ากระบวนการในการทำงานของพวกเราเป็นกระบวนการที่ชอบหรือไม่ชอบรัฐธรรมนูญ คำตอบคืออะไร อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญทุกฉบับต้องมีหลักการ ถ้าวันหนึ่งเราตีความว่าแก้ไขได้ ทั้งที่มีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญว่าถ้าจะแก้ต้องแก้ไขเป็นรายมาตรา ถ้าจะจัดทำใหม่ต้องทำประชามติเสียก่อน ซึ่งก็มีบางคนตีความว่าการทำประชามติทำตอนผ่านวาระสามก็ได้ เพราะมาตรา&amp;nbsp;256 (8)&amp;nbsp;ก็เขียนให้ทำประชามติอยู่แล้ว แต่เมื่ออ่านในมาตราดังกล่าว กลับพบว่าเป็นการทำประชามติเฉพาะมีการแก้ไขเรื่องสำคัญๆตามที่กำหนดไว้ในมาตราดังกล่าว (8) เท่านั้น เป็นหลักเกณฑ์แก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่ทำประชามติสำหรับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากคำตอบของกมธ.ยังไม่สามารถทำให้มีความกระจ่างชัดเพียงพอ ขอกราบเรียนว่ามีความจำเป็นที่จะต้องโหวตให้ความเห็นชอบสำหรับการแก้ไขรายมาตรา และเพื่อแสดงให้เห็นว่าในฐานะสว.คนหนึ่งของรัฐสภาแห่งนี้ ยินดีสำหรับเสนอแก้ไขรายมาตราในญัตติที่&amp;nbsp;3-6&amp;nbsp;ยินดีให้ความเห็นชอบหลายมาตราที่เสนอมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำนาจของวุฒิสภา ผมยินดีที่จะปิดสวิตซ์ตัวเอง ผมก็ประเมินผลมาโดยตลอดตั้งแต่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ เข้าใจเจตนารมณ์ในการมีมาตรา&amp;nbsp;272&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิรูปประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นคือเหตุผลที่ทำไม ส.ว.จึงยอมรับ เพราะเราถือเป้าหมายประเทศ ที่ต้องการก้าวพ้นปัญหาเดิมๆ ผ่านกระบวนการปฏิรูปในช่วงบทเฉพาะกาลห้าปี ดังนั้น หากที่ประชุมคิดว่าบทบัญญัติไม่จำเป็น ผมยินดีที่จะสละอำนาจส่วนตัวในฐานะ ส.ว. เกี่ยวกับอำนาจในมาตรา&amp;nbsp;270&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;272&amp;nbsp;หรือแม้กระทั่งสิ่งที่เสนอเลือกตั้งใบเดียว เพียงแต่ขอให้ทุกคนยึดหลักประเทศชาติ จะกลับไปเลือกตั้งแบบเดิม สองใบ ก็ไม่ขัดข้อง&amp;rdquo; นายสุรชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรชัย กล่าวด้วยว่า ตนขอความอิสระ อย่ากดดัน คุกคาม ข่มขู่ และขอเสนอคืนอำนาจให้ประชาชน ซึ่งเป็นคนสถาปนารัฐธรรมนูญ อย่าเสียดายงบประมาณที่จะทำประชามติเพิ่มอีกหนึ่งครั้ง ดีกว่าปล่อยให้อึมครึมปล่อยเป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจเสียหายกว่าเสียงบทำประชามติ ขณะนี้ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ เข้าสภาเรียบร้อยแล้ว จึงอยากจะขอให้พวกเราในที่นี้ช่วยกันผลักดัน แล้วให้สภาแห่งนี้เรียบเรียงคำถามในการทำประชามติ นี่คือทางออก&amp;nbsp;ไม่ใช่ให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งกดดันต้องรับหรือไม่รับ ให้ประชาชนเจ้าของอำนาจตัดสินเรื่องที่ยิ่งใหญ่ ขณะเดียวกันระหว่างเส้นทางคืนอำนาจให้ประชาชนเพื่อหยุดทุกอย่าง เราก็สามารถแก้รายมาตราควบคู่กันไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84094</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมรัฐสภา, ส.ว., สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af5206a484f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2018 17:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2018 17:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุรชัย&#039;เผยเคาะห้องประชุมสภาชั่วคราว 20 ธ.ค.นี้&#039;ทีโอที&#039;เต็งหนึ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
13 ธ.ค.61- &amp;nbsp;นายสุรชัย เลี้ยงบุญชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมร่วมกับคณะกรรมการสรรหาสถานที่ประชุมสภาชั่วคราว ว่า ฝ่ายเลขาได้เสนอสถานที่ให้พิจารณาทั้งหมด 9 แห่ง ที่ประชุมได้พิจารณาแล้วเหลือ 3 แห่ง คือ 1.ห้องประชุมบริษัททีโอที 2.กองทัพบกช่อง 5 และ3.องค์การสหประชาชาติ ยูเอ็น ซึ่งจะต้องไปต่อรองกับเจ้าของพื้นที่ เพื่อให้สภาได้เงื่อนไขที่ดีที่สุด เพราะยังคงมีปัญหาเรื่องอุปการณ์การลงคะแนน เนื่องจากสถานที่ต่างๆไม่ได้ถูกออกแบบไว้เพื่อเป็นห้องประชุมสำหรับการลงคะแนนแบบเดียวกับของสภา จึงทำให้ยังคงติดปัญหาเหล่านี้อีกเล็กน้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ดังนั้นคณะทำงานจะต้องไปคุยกับบริษัทเพื่อให้ไปดูสถานีที่ที่ทางคณะกรรมการคัดเหลือ 3 แห่งว่าจะทำอย่างไรหากมีการเช่าหรือซื้ออุปกรณ์ในการคะแนน เพื่อไม่ให้มีสัญญาณการออกเสียงการลงคะแนนจากในห้องประชุมหลุดออกมานอกห้องประชุม หรือถูกบุคคลไม่หวังดีมาแฮค มาโจมตี การออกเสียงการลงคะแนนที่จะต้องลงเสียงผ่านระบบไวฟายหรือระบบอินเตอร์เน็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรชัย กล่าวต่อว่า การที่คณะกรรมการเลือกห้องประชุมทีโอทีเนื่องจากสามารถรับรองสมาชิกได้ 670 คนและเพิ่มเติมได้ถึง 750 ที่นั่ง ส่วนที่ห้องประชุมกองทัพบกช่อง 5 ดูแล้วมีศักยภาพสามารถนำมาปรับใช้เป็นห้องประชุมสภาได้ ส่วนที่ห้องประชุมยูเอ็นถือว่าด้อยที่สุด ที่เราจัดให้เป็นอันดับที่ 3 เพราะสถานที่จอดรถสามารถจอดได้เพียง40 คัน ที่เหลือเราต้องไปติดต่อจอดกับวัดมกุฏกษัตริยาราม ซึ่งถือว่าเป็นอุปสรรคเพราะเวลาที่เหลืออยู่ค่อนข้างน้อยไม่เอื้อให้เราไปคุยกับเจ้าของพื้นที่หลายๆแห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจะต้องไปพูดคุยกับคณะทำงานอีกครั้งเพื่อเอาเงื่อนไขที่ดีที่สุดมาให้ที่ประชุมพิจารณา เพราะขณะนี้ทราบหมดแล้วเกี่ยวกับเงื่อนไข ค่าเช่าสถานที่ที่มีราคาสูงต่ำแตกต่างกันไป จึงจะไปพูดคุยว่าที่ใดจะปรับลดลงได้บ้างเพื่อประหยัดงบมากที่สุด และสามารถให้บริการเราในรายละเอียดอื่นได้อีก เช่นห้องรับรองสำหรับสมาชิกและผู้มาชี้แจง ห้องประชุมเล็กสำหรับสมาชิกที่นัดประชุมกรรมาธิการที่นัดประชุมวันเดียวกับประชุมสภาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คณะกรรมการจัดหาสถานที่ชั่วคราวจะมีการนัดประชุมในวันที่ 20 ธ.ค. เพื่อเคาะว่าจะใช้สถานที่ใด จากนั้นจะให้ฝ่ายรักษาความปลอดภัยไปตรวจดูพื้นที่ เนื่องจากในวันประชุมสถานที่ดังกล่าวจะเป็นเขตหวงห้าม โดยให้ตำรวจสภาเข้าไปดูแลทั้งบุคคลและข้อมูล ทั้งนี้สนช.สามารถประชุมในนัดแรกที่ห้องประชุมชั่วคราว วันที่ 10 ม.ค. 62 ส่วนสภาชุดใหม่จะต้องใช้ห้องประชุมชั่วคราวนี้หรือไม่ต้องรอดูอีกครั้ง แต่ที่เราหาไว้ครั้งเพื่อรองรับสภาชุดใหม่ด้วยในกรณีที่รัฐสภาใหม่ ย่านเกียกกาย ยังไม่เสร็จ และหากสภาชุดใหม่พอใจก็สามารถเช่าต่อได้เลย ส่วนในเรื่องของค่าเช่านั้นยังไม่สามารถบอกได้ เพราะต้องไปต่อรองให้ดีที่สุด แต่เนื่องจากกรณีนี้เป็นเรื่องกระทันหั่น ดังนั้นการหาสถานที่ครั้งนี้จึงไม่ได้เอางบประมาณเป็นตัวตั้งแต่เอาเรื่องความปลอดภัยของบุคคล และข้อมูล ซึ่งต้องมีการประชุมลับเป็นตัวตั้ง ยืนยันว่าจะพยายามทำให้ประหยัดงบประมาณมากที่สุด&amp;rdquo; นายสุรชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรชัย กล่าวต่อว่า สำหรับกรรมาธิการชุดต่างๆที่มีทั้งหมด 72 คณะ ทั้งกรรมาธิการและอนุกรรมการให้เตรียมขนย้ายตั้งแต่วันที่ 3-13 ม.ค. 62 และหากไม่ติดขัดเรื่องเวลาก็ให้เริ่มประชุมในวันที่ 15 ม.ค.62 ได้เลย ที่อาคารสุขประพฤติ โดยขณะนี้กั้นห้องต่างๆไว้ 36 ห้อง ซึ่งจะเสร็จในสัปดาห์หน้าโดยให้มีการประชุมทั้งเช้าและบ่าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24157</URL_LINK>
                <HASHTAG>รองประธานสนช., สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย, ห้องประชุมบริษัททีโอที, ห้องประชุมรัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd80a75dded5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2018 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2018 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;สุรชัย&#039;เล็ง 5 สถานที่ใช้เป็นห้องประชุมสนช.ชั่วคราว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ธ.ค.61- นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่หนึ่ง ในฐานะประธานคณะทำงานเพื่อจัดหาสถานที่เพื่อใช้การประชุมของสมาชิกสนช.แห่งใหม่ กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าตนจะลงพื้นที่เพื่อดูสถานที่ตามที่มีผู้เสนอให้ใช้เป็นสถานที่ประชุมของสมาชิก เบื้องต้นมี 5 สถานที่ที่มีผู้เสนอคือ 1.ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ , 2. หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, 3.ห้องประชุมทีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ, 4.ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ และ 5.ห้องประชุมกองทัพภาค1&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับเงื่อนไขสำคัญที่จะพิจารณาและเลือกใช้เป็นสถานที่ประชุมคือ การอำนวยความสะดวกให้กับสมาชิก ทั้ง สถานที่จอดรถ, ห้องอาหาร, รวมถึงความพร้อมของห้องพักของบุคคลที่รอเข้าชี้แจงในที่ประชุม และ ค่าเช่า ทั้งนี้หลังจากที่ดูพื้นที่แล้ว จะกลับมาหารือกับคณะกรรมการ รวมถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, เลขาธิการวุฒิสภา เพื่อเตรียมความพร้อมส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรณีที่เกี่ยวเนื่องกับการลงมติของวาระประชุมในเรื่องต่างๆ ด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรชัย กล่าวว่า ในส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกายนั้นตนรับทราบเบื้องต้นผ่านทางนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ว่าจะแล้วเสร็จช่วงเดือนมิถุนายน 2562 ดังนั้นตนต้องหาสถานที่เพื่อรองรับการประชุมในเรื่องดังกล่าวตั้งแต่สิ้นเดือนธันวาคม 2561 เป็นต้นไป ส่วนการก่อสร้างจะแล้วเสร็จตามคาดการณ์หรือไม่ตนไม่ทราบเพราะไม่ได้ดูแลโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมเพื่อหาสถานที่เพื่อเตรียมรับรองการประชุมสนช. นั้น เป็นไปได้ว่าจะเลือกใช้ห้องประชุมทีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ เนื่องจากมีความพร้อมด้านการประชุมมากที่สุด ซึ่งสามารถรองรับสมาชิกที่เข้าประชุมได้กว่า 500 ที่นั่ง แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง คือ ค่าเช่าพื้นที่ที่เบื้องต้น มีค่าเช่าวันละ 8 หมื่นบาท แบ่งเป็น 2 ช่วงเวลาคือ ช่วงเช้า 08.00 &amp;ndash; 12.00 น. และช่วงบ่าย 12.00 &amp;ndash; 16.00 น. แต่สนช. อาจจะใช้เวลาประชุมช่วง 10.00 &amp;ndash; 17.00 น. จึงอาจขอต่อราคาเช่าห้องประชุมให้เหลือเพียงวันละ 6หมื่นบาท ทั้งนี้สัญญาเช่ามีระยะเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม2562 ซึ่งจะรวมถึงการจัดประชุมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) หลังการเลือกตั้งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี สำหรับกองทัพภาค1 ซึ่งก่อนหน้านี้ สนช. เตรียมจะขอใช้สถานที่ โดยไม่มีค่าเช่านั้น แต่ในการหารือ มีข้อท้วงติงถึงความสง่างาม ที่อาจถูกสังคมวิจารณ์ได้ว่าประชุมกันในค่ายทหาร ทำให้ สนช. จึงอาจใช้เป็นตัวเลือกสุดท้ายของการหาพื้นที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23551</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่, สนช., สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย, ห้องประชุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181030/image_mid_5bd80a75dded5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
