<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66756</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2020 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2020 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปารีณา&#039;เย้ย &#039;ลูกป๋าเหนาะ&#039; คงเป็นได้แค่ส.ส.สอบตกตลอดชาติ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค. 2563 น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัว ระบุ &amp;nbsp;กรณีที่นายสุรชาติ เทียนทอง อดีต ส.ส.กรุงเทพ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงมาตรการล็อคดาวน์ของรัฐบาลว่า เป็นการสร้างความกลัวให้กับประชาชน โดยมีเป้าประสงค์ คือ หวังคุมอำนาจกดหัวประชาชนนั้น อยากถามว่า ฝ่ายค้านเพื่อไทย คิดได้แค่นี้เองเหรอ คิดว่ารัฐบาลจะทำอะไรก็ขอต่อว่าไปหมด โดยเฉพาะเรื่องการ ขยายพรก.ฉุกเฉิน และการเรียงหน้าเอา สส สอบตก ต่อว่า #การทำงาน ต่างๆ #ที่ได้ผลดี ของรัฐบาล และขณะนี้ ประเทศไทยอยู่ในโหมดการผ่อนปรนมาตรการ ต่างๆ ซึ่งการผ่อนปรนต่างๆหมอใหญ่หลายท่านเตือนว่าให้ผ่อนปรนอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะการผ่อนปรน ที่เร็วเกินไปอาจทำให้เกิดการระบาดโควิดรอบสอง จึงขอฝาก บรรดา สส สอบตกเพื่อไทยทั้งหลายว่า &amp;nbsp;ถ้าแค่นี้ไม่เข้าใจ สมัยหน้าก็จะสอบตกกันอีก เพราะประชาชนจะมองว่า เป็นนักการเมืองที่เอาแต่เล่นการเมืองไม่สนใจ ภาวะวิกฤต ที่ทั่วโลกกำลังประสบอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่งในบรรดาส.ส. สอบตก ก็จะมี สุรชาติ เทียนทอง อดีตส.ส.สอบได้ 1 สมัยและสอบตกหลายสมัย และถ้ายังคิดอยู่แค่นี้ ก็น่าจะสอบตกทั้งชีวิตแล้วแหละ &amp;nbsp; #คิดถึงวัด #คิดถึงสนามกอล์ฟอัลไพน์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66756</URL_LINK>
                <HASHTAG>.ปารีณา ไกรคุปต์, สุรชาติ เทียนทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2eb70fd74dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2020 08:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2020 08:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลูกป๋าเหนาะ&#039;เดือด!ท้า&#039;หมอเหรียญทอง&#039;ขึ้นป้ายเลิกสิทธิ์บัตรทอง&#039;ควายแดง-ส้มเน่า&#039;จะได้ย้ายโรงพยาบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.63-สุรชาติ เทียนทอง รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึง พล.ต.นพ.เหรียญทอง ว่าผมขอแสดงความเห็นในฐานะที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนในเขตหลักสี่ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลของคุณหมอครับ ผมไม่เคยรู้จักคุณหมอเป็นการส่วนตัวแต่ก็ได้ยินได้อ่านสิ่งต่างๆที่คุณหมอได้แสดงจุดยืนและความคิดเห็นทางการเมืองอยู่บ้าง หลายครั้งที่คุณหมอได้นำเอาจุดยืนส่วนตัวมาใช้เป็นจุดยืนขององค์กรทั้งเรื่องที่จะไม่ค้าขายกับคนที่มีความคิดต่างทางการเมืองหรือประกาศไล่และประกาศไม่รับบุคคลากรที่มีความเชื่อที่ต่างเข้ารับทำงาน ผมรู้สึกไม่เห็นด้วยและไม่สบายใจมาตลอดแต่ก็ไม่เคยจะออกมาพูดอะไรเพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องภายในองค์กรและเชื่อว่าคุณหมอคงมีจรรยาแพทย์และจิตสำนึกพอที่จะไม่ล้ำเส้นมาถึงประชาชนผู้เข้ารับการรักษาทั้งกรณีส่วนตัวและผู้ใช้สิทธิ์บัตรทองซึ่งเขาเหล่านั้นมาใช้บริการตามสิทธิที่ประชาชนผู้เสียภาษีพึงมีตามนโยบายสวัสดิการของรัฐ ในเมื่อรพ.ของคุณหมอเข้าร่วมโครงการฯ รพ.ก็มีหน้าที่ที่จะต้องให้บริการทางการแพทย์กับประชาชนที่มีสิทธิ์ทุกคนอย่างเท่าเทียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และผมว่าคุณหมอรู้ดีว่าคนในเขตหลักสี่ส่วนใหญ่มีสิทธิ์บัตรทองอยู่ที่ รพ.ของคุณหมอและเกินกว่าครึ่งของคนที่ไปใช้สิทธิ์ก็เป็นพวกควายแดงและส้มเน่าตามคำนิยามของคุณหมอซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์เลือกเพราะหน่วยงานที่กำกับโครงการฯเป็นผู้กำหนด ดังนั้นตราบใดที่รพ.นี้ยังร่วมอยู่ในโครงการฯคุณหมอไม่มีสิทธิ์ที่จะใช้ความจำเป็นของประชาชนมากดดันหรือไล่ให้เขาไปย้ายสิทธิ์ของเขาเพียงเพราะเขามีจุดยืนทางการเมืองที่ต่างจากคุณหมอ ถ้าคุณหมอจะไม่ต้องการต้อนรับคนเหล่านี้จริงไม่ต้องไล่ให้เขาไปย้ายสิทธิ์ของเขา คุณหมอก็แค่แจ้งยกเลิกการร่วมโครงการฯและขึ้นป้ายใหญ่ๆว่าต้อนรับใครไม่ต้อนรับใครบ้างและกระทรวงสาธารณสุขก็มีหน้าที่ๆจะหา รพ.ใหม่ที่มีคุณภาพทัดเทียมและอยู่ใกล้ที่สุดเพื่อรองรับสิทธิ์ของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมอยากจะบอกว่าผมเข้าใจและเคารพจุดยืนทางการเมืองของคุณหมอ คุณหมอจะเกลียดหรือด่าพวกผมที่เป็นนักการเมืองยังไงก็ได้เป็นสิทธิ์ครับแต่คุณหมอไม่มีสิทธิ์จะไปล้ำเส้นถึงประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะคนที่เขามีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะต้องใช้บริการ รพ.ของคุณหมอตามกฎหมาย ผมว่าการตอบสนองต่อปัญหาของคุณหมอมันเป็นเรื่องง่ายมากในสังคมของการใช้อคติ ใครคิดไม่เหมือนเราหรือเราไม่ชอบใคร เราก็แค่มองคนๆนั้นเป็นศัตรูแล้วก็ประกาศแตกหักกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมอยากให้คุณหมอเปิดใจหน่อยครับคุณหมอมีทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิทางสังคมที่ดีผมเชื่อว่าคุณหมอสามารถแยกแยะได้ ผมโตมาในสังคมที่เพื่อนกว่า 90% มีจุดยืนทางการเมืองไม่เหมือนผมแต่เราก็เคารพในสิทธิทางความเชื่อของกันและกัน แม้กระทั่งในเขตหลักสี่เองสิบกว่าปีที่ผ่านมาผมก็พยายามอยู่ร่วมกับคนที่คิดเหมือนและคิดต่างมาตลอด เรามีหน้าที่ทำงานรับใช้ดูแลเขาอย่างเท่าเทียมเราก็ทำไป เขาจะเลือกเราหรือไม่เลือกเราก็เป็นสิทธิ์ของเขาแต่ที่สำคัญที่สุดคือเราต้องอยู่ร่วมกันให้ได้ เราต้องไม่มองคนที่คิดไม่เหมือนเราเป็นศัตรู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายผมจะเรียนคุณหมอว่าช่วงกว่าสิบปีมานี้ผมเป็นคนนึง (หรือควายแดงตัวนึง) ที่เข้าออก รพ.ของคุณหมอเป็นประจำ ไม่ใช่ไปเพื่อใช้บริการแต่ไปเยี่ยมลูกบ้านของผมซึ่งมีทั้งควายแดง ทั้งส้มเน่าและคนที่มีความคิดเหมือนกับคุณหมอ ผมขอยืนยันแทนโรงพยาบาลฯได้ว่าทางบุคลากรของ รพ.มงกุฏวัฒนะไม่เคยแบ่งแยกคนไข้และให้บริการที่ดีกับทุกคนอย่างเท่าเทียม ดังนั้นอย่าเอาอคติทางการเมืองส่วนตัวของคุณหมอคนเดียวมาใช้เป็นมาตรฐานขององค์กรเลยครับ เรื่องนี้คุณหมอไม่ต้องใช้เมตตาหรอกครับแค่ใช้หลักการๆอยู่ร่วมกันและเคารพสิทธิของกันและกันก็พอเราก็จะสามารถอยู่ร่วมกันได้และตราบใดที่ลูกบ้านผมยังต้องไปใช้สิทธิ์รักษาที่ รพ.นี้ผมก็จะใช้สิทธิอันชอบธรรมไปเยี่ยมพวกเขาและผมยืนยันว่าจะไปโดยปราศจากอคติใดๆครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54588</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, พล.ต.นพ. เหรียญทอง แน่นหนา, สุรชาติ เทียนทอง, ส้มเน่า-ควายแดง, หลานป๋าเหนาะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200115/image_big_5e1e6d9f46129.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34390</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039;จ่ออีกคดี ส่งผู้สมัครขัดกม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟ้ายกทัพไปสุวรรณภูมิรับพ่อกลับมาพบ กกต.แก้ข้อกล่าวหาคดีโอนหุ้น ปั่นกันเองแห่ให้กำลังใจเต็มสนามบินแน่ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ส่องานเข้าอีก โดนคดีอาญา ปมรับรองลูกพรรคขาดคุณสมบัติลงสมัครเลือกตั้ง เขต 2 สกลนคร หลังศาลฎีกาชี้ชัดไม่มีสิทธิ์สมัครเหตุถือหุ้นสื่อ แต่เจ้าตัวโวลั่น ยังมีกำลังจิตกำลังใจที่แข็งแรง อ้างมั่วเป็นการทำลายทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 เมษายน นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า กกต.ได้ส่งหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาไปให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กรณีถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด เข้าข่ายขาดคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งนายธนาธรจะต้องชี้แจงภายใน 7 วัน นับจากวันที่มีคนเซ็นรับหนังสือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายืนยันว่า กกต.มีอำนาจทั้งก่อนและหลังประกาศผลในการพิจารณากรณีปัญหาคุณสมบัติผู้สมัคร แต่ต้องได้ข้อเท็จจริงที่ครบถ้วนก่อน ซึ่งการแจ้งข้อกล่าวหาไปยังนายธนาธร ยังไม่ได้ถือว่ากระทำความผิด หากนายธนาธรสามารถชี้แจงข้อกล่าวหาได้ก็ถือว่าจบ แต่ถ้า กกต.เห็นว่ามีความผิดก็จะนำข้อเท็จจริงมาปรับเข้ากับข้อกฎหมาย เพื่อวินิจฉัยว่าจะใช้ตัวบทกฎหมายมาตราใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวรวุฒิ บุตรมาตร ทีมทนายความพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า สำนักงาน กกต.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปส่งหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายธนาธร จำนวน 2 ฉบับ ที่บ้านและที่ทำการพรรค โดยตามกรอบเวลานับตั้งแต่วันนี้ 24 เ.มย.นี้ จะนับเป็นวันแรกจาก 7 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ และทันทีที่นายธนาธรเดินทางกลับถึงไทยในช่วงบ่ายของวันที่ 25 เมษายนนี้ จะเรียกประชุมทันทีเพื่อพิจารณาชี้แจงแนวทางแก้ข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากคำร้องกรณีคำร้องให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กรณีการถือครองหุ้นสื่อ ยังพบว่านายธนาธรอาจถูกตรวจสอบกรณีลงนามเอกสารรับรองส่งผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ที่ขาดคุณสมบัติในการสมัครรับเลือกตั้ง โดยมีผู้สมัครบางคน เช่น นายภูเบศวร์ เห็นหลอด อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 จังหวัดสกลนคร พรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำสั่งถอนชื่อออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากนายภูเบศวร์เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด มาร์ส เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการสถานีวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ จึงถือว่าผู้สมัครของพรรคอนาคตใหม่คนดังกล่าวมีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 และกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 42 โดยศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้มีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งนายภูเบศวร์ เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา
สปิริตยังเข้มแข็ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มาตรา 49 วรรค 2 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง กำหนดว่า ในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ให้พรรคการเมืองมีหน้าที่ในการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ส.ส. ทั้งแบบแบ่งเขตและผู้สมัครบัญชีรายชื่อ จึงถือว่าหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคจะต้องมีความรับผิดชอบในการส่งผู้สมัครที่คุณสมบัติไม่ครบด้วย ซึ่งตามกระบวนการ กกต. จะดำเนินคดีกับตัวผู้สมัครก่อน ตามมาตรา 151 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ระบุว่า ผู้สมัครใดรู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่มีคุณสมบัติมีสิทธิรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติ ต้องระวางโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี ปรับสูงสุด 2 แสนบาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี จากนั้นจะต้องมีกระบวนการเอาผิดทางอาญากับหัวหน้าพรรคต่อฐานผู้สนับสนุน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84 และมาตรา 86
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนาธร ซึ่งอยู่ที่เมืองออกซ์ฟอร์ด สหราชอาณาจักร โพสต์คลิปผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ภายหลัง กกต.มีมติแจ้งข้อกล่าวหาการถือครองหุ้นสื่อที่อาจส่งผลให้ขาดคุณสมบัติในการเป็น ส.ส.ว่า &amp;quot;ทุกคนไม่ต้องห่วง เพราะยังมีกำลังจิตกำลังใจที่แข็งแรง สปิริตยังเข้มแข็ง ไม่ใช่แค่ผม แกนนำพรรคและชาวอนาคตใหม่ทุกคนยังเชื่อในความบริสุทธิ์ของพวกเรา และเชื่อว่าคดีนี้เป็นความมุ่งหวังที่จะทำลายกันทางการเมือง เราจะขอเดินหน้าสู้คดีด้วยความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมด้วยความบริสุทธิ์ใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมจะเปลี่ยนวันกลับไทย โดยกลับไปถึงเมืองไทยวันที่ 25 เม.ย. เพื่อไปตอบโต้ข้อกล่าวหาต่างๆ ไปชี้แจงกับ กกต.ด้วยตัวเอง ด้วยความรู้สึกบริสุทธิ์ใจ ด้วยความเชื่อมั่นว่าพวกเราจะก้าวผ่านจุดนี้ไปได้ด้วยกัน ผมต้องขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้นะครับ ทุกแฮชแท็ก ทุกคอมเมนต์ ที่มอบเป็นกำลังใจให้พวกเราชาวอนาคตใหม่ ขอบคุณทุกคนจริงๆ ครับ ก้าวเดินไปด้วยกันครับ การจะสร้างสังคมที่ดี สังคมที่เท่าเทียมเป็นธรรม สังคมที่เป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พวกเราจะพยายามทำให้ถึงที่สุด ขอบคุณครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช &amp;nbsp;โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเดินทางไปกับนายธนาธรด้วย ได้แจ้งข่าวว่า นายธนาธรจะถึงกรุงเทพฯ วันที่ 25 เม.ย. ไฟลต์ถึงสนามบินสุวรรณภูมิเวลา 18.55 น. คาดว่าจะมีคนไปรอให้กำลังใจมากพอควร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคารม พลพรกลาง ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ตนและกลุ่มนักกฎหมายอนาคตใหม่เพื่อสังคมไทยเท่าเทียมกัน (นอสท.) จะรวมตัวกันไปให้กำลังใจนายธนาธรที่สนามบินสุวรรณภูมิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า นายธนาธรมีพยานและหลักฐานชัดเจนต่อกรณีการถือหุ้นสื่อ ซึ่งได้มีการจัดการเรียบร้อยสมบูรณ์ภายในวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมาอย่างชัดเจนแล้ว อีกทั้งการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ส.ส.ของ กกต.ในช่วงเวลานี้ไม่สามารถทำได้ ตามกฎหมายกำหนดให้สามารถตรวจสอบได้ก่อนวันเลือกตั้ง และหลังรับรองผลการเลือกตั้ง
ขู่นักร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมจึงอยากให้สติแก่องค์กรอิสระว่า ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งรวมไปถึงบรรดานักร้องที่ต้องพึงระมัดระวังถึงการฟ้อง โดยจะต้องยึดไปตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายด้วย&amp;rdquo; นายคารมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 9 &amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย เผยว่า นายธนาธรไม่ใช่คนแรกและจะไม่ใช่คนสุดท้ายที่โดนแบบนี้ สิ่งที่คนเหล่านี้ต้องการจากสังคมไม่ใช่ความเห็นใจ แต่คือจิตใจที่เข้มแข็งของประชาชนที่จะร่วมกันไม่ยอมจำนนกับความไม่เป็นธรรม สิ่งที่ผู้มีอำนาจทำมาตั้งแต่การตั้งกติกา หลอกลวงและบังคับให้คนยอมรับในกติกาที่ไม่มีหลักการ และเปลี่ยนได้ตลอด และหนำซ้ำตัวเองก็ยังใช้วิธีนอกกติกา วิธีเหล่านี้อาจทำให้ฝ่ายประชาธิไตยไม่สามารถทำภารกิจที่จะต่อต้านการสืบทอดอำนาจให้สำเร็จได้ แต่สุดท้ายประวัติศาสตร์ที่สั่งนักสั่งหนาว่าให้ไปเรียน มันก็จะกลับมาสอนพวกคุณเองว่าไม่มีอำนาจรัฐใดอยู่เหนือความต้องการที่แท้จริงของประชาชนส่วนใหญ่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ไม่แปลกใจในมติการแจ้งข้อกล่าวหาของ กกต. เมื่อเทียบเคียงกับกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ ทำไมไม่มีมติแจ้งข้อกล่าวหาให้ใช้ข้อกฎหมายมายืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นเจ้าหน้าที่รัฐสามารถเป็นรายชื่อนายกรัฐมนตรีที่พรรคการเมืองเสนอได้หรือไม่ สังคมจะได้ไม่สับสนคลุมเครือ ตนหวังว่า กกต.จะใช้หลักฐานทางกฎหมายในการลงมติให้คุณให้โทษกับผู้สมัครทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่มีการกลั่นแกล้งและไม่มีการละเว้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ว่า อยากจะบอกครั้งที่ร้อยแล้วว่า คสช.ไม่เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องของกฎหมายเลือกตั้ง เป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญ ทุกอย่างเป็นดุลยพินิจของ กกต. หลายอย่างเข้าสู่กระบวนการศาล ซึ่งตนไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้อยู่แล้วทั้งหมด ตนเคยบอกมาตั้งนานแล้ว จะไปสั่งอะไรใครเขาไม่ได้หรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ไม่วุ่นวาย เพราะ กกต.ทำตามกฎหมาย เรื่องนี้เป็นเรื่องของ กกต. ต้องว่าไปตามกฎหมาย เราไม่ได้ไปยุ่งอะไร ประชาชนเขาก็รู้ดี และมั่นใจว่าประเด็นนี้จะไม่นำไปสู่ความวุ่นวาย
ยุบพรรคได้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนประเทศ (สปท.) แสดงความเห็นว่า ขณะนี้มีผู้สมัคร ส.ส.หลายคนที่มีทีท่าว่าจะมีคุณลักษณะต้องห้ามสมัคร ส.ส. ซึ่งผู้สมัครที่กระทำการข้างต้น หากเป็นการกระทำของหัวหน้าพรรคหรือคณะกรรมการบริหารพรรคด้วยแล้วให้ กกต.เสนอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ยุบพรรคนั้นได้ด้วย ตาม มาตรา 132 วรรคสาม และให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้นด้วย และยังอาจถูกดำเนินคดีอาญาตามวรรค 5 อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้น ที่มาออกตัวกันว่า &amp;#39;การขาดคุณลักษณะต้องห้ามสมัคร ส.ส.ไม่ใช่เป็นเรื่องทุจริตเลือกตั้ง&amp;#39; นั้น ไม่จริงหรอก เพราะคนที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามแล้วไปสมัคร ส.ส. ไม่ว่าข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายล้วนเป็นการกระทำที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรมทั้งสิ้น และ กกต.ยังมีอำนาจหน้าที่ในการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น ตามมาตรา 138 อีกด้วย&amp;quot; นายเสรีระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นว่า นายธนาธรกำลังโดนข้อหาถือหุ้นสื่อ เนื่องจากโอนไม่ทันหรือโอนไม่จริง ทั้งๆ ที่เป็นหนังสือแฟชั่นที่ปิดไปแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ใช่ friend of thanatorn ไม่มีความจำเป็นต้อง save thanatorn เจอหน้าเขา 100 ชอบเขาแค่ 20 ด้วยซ้ำ แต่อยากจะบอกว่าสังคมกำลังเดินทางผิดหรือไม่ เจตนาของการเขียนกฎหมายห้ามนักการเมืองถือหุ้นสื่อ คือต้องการไม่ให้เขาใช้อิทธิพลของสื่อที่มีเพื่อการหาเสียง หาความนิยมเข้าตัวเข้าพรรค หรือใช้สื่อเพื่อทิ่มแทงฝ่ายตรงข้ามการลาออกจากสื่ออย่างเป็นทางการ แต่กลับเป็นเบื้องหลังสำคัญในการบงการทิศทางสื่อให้เอียงข้างนั้นเลวร้ายกว่าการลืมลาออกจากสื่อที่ไม่เกี่ยวข้องหรือมีอิทธิพลใดทางการเมืองหรือไม่ แต่เราไม่เคยนึกถึง&amp;quot; อดีต กกต.ผู้นี้กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.การคลัง ระบุว่า เนื่องจากมีการทำเอกสารการโอนไว้ตั้งแต่ 8 ม.ค. และระบุว่าชำระเงินเป็นเช็คขีดคร่อม A/C payee ซึ่งจะต้องโอนเงินเข้าบัญชีผู้ที่ระบุชื่อเท่านั้น ดังนั้นแค่นำแบงก์สเตทเมนต์มาแสดงว่าเช็คดังกล่าวผ่านบัญชีหลังวันที่ 8 ม.ค.ไม่กี่วัน กกต.ก็ไม่น่าสรุปข้อกล่าวหามีมูลได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเคยเห็นกรณีของนักการเมืองเก่าๆ บางรายที่มีเรื่องที่เข้าข่ายน่าสงสัยมาก แต่เอาตัวรอดได้เพราะแถลงน้อย ยึดแต่เฉพาะจุดที่กฎหมายจะเอาผิดได้ หรือไม่ได้เท่านั้น ไม่แคร์ข้อสงสัยอื่น แต่ก็เอาตัวรอดได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับคุณธนาธร ซึ่งสังคมควรให้โอกาสพิสูจน์ตนเอง และให้ความเป็นธรรมเต็มที่นั้น เนื่องจากเป็นบุคคลมีฐานะดี ที่ร่ำรวยจากกิจการครอบครัวที่บุคคลใกล้ชิดควบคุม และเป็นกิจการขนาดยักษ์ใหญ่ ดังนั้น ถ้ายังเล่นการเมืองต่อไป ก็จะต้องยอมรับว่าปัญหาเอกซเรย์เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น&amp;quot; อดีต รมว.การคลังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34390</URL_LINK>
                <HASHTAG>คารม พลพรกลาง, ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล, พรรณิการ์ วานิช, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วรวุฒิ บุตรมาตร, สมชัย ศรีสุทธิยากร, สุรชาติ เทียนทอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกศปรียา แก้วแสนเมือง, เสรี สุวรรณภานนท์, แสวง บุญมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190424/image_big_5cc074f3e0755.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลือกตั้งใหม่5จว. ไม่เปลี่ยนว่าที่สส. &#039;พท.&#039;บี้เขต9กทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.สรุปผลคะแนนเลือกตั้งใหม่ 6 หน่วย 5 จังหวัด ไม่มีผลเปลี่ยนลำดับว่าที่ ส.ส. &amp;quot;ลูกป๋าเหนาะ&amp;quot; หอบหลักฐานร้อง กกต.ขอจัดเลือกตั้งใหม่เขต 9 กทม.ยกเขต ระบุบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าไปโผล่เขต 1 พร้อมร้องคู่แข่งแจกทรัพย์สินโจ่งแจ้ง 19 ครั้ง มั่นใจผลคะแนนเปลี่ยนแปลงแน่ &amp;quot;เรืองไกร&amp;quot; เข้ายื่นศาล รธน.ไม่ให้รับคำร้อง กกต.วินิจฉัยสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ยันไม่เข้าหลักเกณฑ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สรุปผลการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.ใหม่ ใน 6 หน่วยเลือกตั้ง 5 จังหวัด ดังนี้ 1.กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 13 หน่วยเลือกตั้งที่ 32 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 802 คน มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 370 คน คิดเป็นร้อยละ 46.13 ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดมีจำนวน 2 คน ซึ่งมีคะแนนเท่ากัน 96 คะแนน ได้แก่ นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;(ปชป.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 2.จังหวัดพิษณุโลก เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 6 ต.มะตูม อ.พรหมพิราม มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 366 คน มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 230 คน คิดเป็นร้อยละ 62.84 ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด คือ นายนัทธิ จันทร์ประเสริฐ พรรคภราดรภาพ ได้ 48 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.จังหวัดเพชรบูรณ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 12 หมู่ที่ 12 ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 1,371 คน มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 639 คน คิดเป็นร้อยละ 46.61 ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด คือ นายดะ ทรงสวัสดิ์วงศ์ พรรคพลังท้องถิ่นไท ได้ 159 คะแนน 4.จังหวัดยโสธร เขตเลือกตั้งที่ 2 &amp;nbsp;หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 6 ต.หัวเมือง อ.มหาชนะชัย มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 436 คน มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 251 คน คิดเป็นร้อยละ 57.57 ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด คือ นายบุญแก้ว สมวงศ์ พรรคเพื่อไทย ได้ 64 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.จังหวัดลำปาง เขตเลือกตั้งที่ 4 จำนวน 2 หน่วยเลือกตั้ง โดยหน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 5 ต.ลำปางหลวง อ.เกาะคา มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 824 คน มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 506 คน คิดเป็นร้อยละ 61.41 ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ร.ต.ท.สมบูรณ์ กล้าผจญ พรรคเสรีรวมไทย ได้ 109 คะแนน &amp;nbsp;และหน่วยเลือกตั้งที่ 3 หมู่ที่ 2 ต.ศาลา อ.เกาะคา มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 714 คน มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 448 คน คิดเป็นร้อยละ 62.75 ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด คือ นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ได้ 120 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการเลือกตั้งใหม่ทั้ง 6 หน่วยไม่มีผลเปลี่ยนแปลงลำดับว่าที่ ส.ส. เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วย ซึ่งผลคะแนนมีแค่หลักสิบถึงหลักร้อย ไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลงผลคะแนนในระดับเขต จากที่มีผลคะแนนรวมแต่ละเขตกว่าหมื่นคะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 9 พรรคเพื่อไทย และนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง กกต.เพื่อขอให้ตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งในเขต 9 เนื่องจากตรวจสอบพบว่าบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัดและนอกราชอาณาจักร ของเขต 9 ไปปรากฏอยู่ที่เขต 1 โดยกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เปิดนับแล้วบอกว่าเป็นบัตรเสีย ทั้งนี้คะแนนดังกล่าวอาจมีผลเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังพบข้อพิรุธจากผลการรวมคะแนน ซึ่งจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ประกอบด้วยบัตรดี บัตรเสีย บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนนเลือกผู้ใด ซึ่งมีบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกราชอาณาจักรรวมอยู่ด้วย มีจำนวนตรงกันพอดีกับจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่มาจำนวน 127,650 คน ทั้งที่ในความเป็นจริงปรากฏหลักฐานว่ามีบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกราชอาณาจักรของเขต 9 ไปอยู่ที่เขต 1 เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจึงเข้ายื่นหลักฐานขอให้ กกต.ตรวจสอบ หากพบการผิดพลาดขอให้สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขต 9 ทั้งเขต นอกจากนี้พรรคจะได้รวบรวมหลักฐานมายื่นให้ กกต.จัดเลือกตั้งใหม่อีกหลายเขต เช่น เขต 1-2 ที่ปรากฏหลักฐานบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าถูกส่งไปนับสลับเขต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายวรวัจน์กล่าวว่า ตนได้รวบรวมหลักฐานกรณีผู้สมัครพรรคการเมืองหนึ่งมีการแจกทรัพย์สินและสิ่งของให้ชุมชนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อนจะมี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งรวม 19 ครั้ง โดยอ้างว่าเป็นการทำบุญให้กับแม่ที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ภาพการแจกสิ่งของยังเผยแพร่อยู่ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของผู้สมัครรายดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่มีการลบภาพและข้อความดังกล่าว จึงเข้าข่ายจูงใจโดยสัญญาว่าจะให้หรือให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินให้แก่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เข้าข่ายผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ม.73 (1)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หาก กกต.สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ผลคะแนนจะต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน เพราะไม่มีการเลือกตั้งในยุคใดมีการแจกของอย่างโจ่งแจ้ง แม้จะแจกโดยอ้างว่าทำดีทำบุญให้แม่ แต่แม่ก็ตายไปนานแล้ว ระหว่างที่แจกก็รู้ดีว่าจะลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส. และยังมีการปราศรัยในลักษณะหาเสียงด้วย&amp;quot; นายวรวัจน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เข้ายื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้ไม่รับพิจารณาวินิจฉัยคำร้องของ กกต.ที่ขอให้ศาลวินิจฉัยว่า กกต.จะสามารถดำเนินการคำนวณหาจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 128 ที่การคิดคำนวณดังกล่าวอาจทำให้พรรคการเมืองบางพรรคที่มีจำนวน ส.ส.ที่จะพึงมีได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยต่อ ส.ส.หนึ่งคนได้จำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อหนึ่งคนได้หรือไม่ และการดำเนินการดังกล่าวชอบด้วยรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 91 หรือไม่ เนื่องจากเห็นว่ากรณีดังกล่าวอาจเข้า ลักษณะเป็นการขอคำปรึกษา ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยไว้ในคำสั่งที่ 1/2561 ลงวันที่ 26 &amp;nbsp;ม.ค.61 เรื่อง กกต.ขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ กกต.ตามรัฐธรรมนูญ กรณี กกต.แต่ละคนจะใช้อำนาจในการสั่งยกเลิกหรือระงับการเลือกตั้งของหน่วยเลือกตั้งหรือเขตเลือกตั้งที่พบการกระทำความผิด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในคำสั่งดังกล่าวศาลเห็นว่า ตามคำร้องของ กกต.ยังเป็นเพียงข้อสงสัย ข้อหารือ หรือการคาดการณ์ว่าอาจจะเกิดปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ กกต. คำร้องของ กกต.จึงไม่เข้าด้วยหลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัย &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกรกล่าวว่า เรื่องนี้วินิจฉัยได้ไม่ยากและทำให้สภาวะการเมืองไม่ต้องมาฝันหวานกัน ที่ฝันว่าข้างนั้นข้างนี้จะตั้งรัฐบาล ซึ่งคำร้องของตนนี้อาจจะทำให้ฝันสลายก็ได้ เพราะถ้ายื่นไปแล้วศาลเห็นด้วย การที่ กกต.จะรับรอง ส.ส.เขตให้ได้ร้อยละ 95 ก่อนแล้วค่อยมารับรอง ส.ส.บัญชีรายชื่อคงจะไม่ทันวันที่ 9 พ.ค. ฉะนั้นถ้าจะยืดอายุต่อเวลาก็ต้องไปเอาความเห็นของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ มาดู ตนค่อนข้างจะเห็นด้วยว่า กกต.ยังมีเวลา แต่ถ้า กกต.ไม่มั่นใจและประกาศผลไม่ทัน &amp;nbsp; เลือกตั้งครั้งนี้ก็อาจจะทำให้บรรดาพรรคการเมืองฝันไม่ใกล้ความจริงมากนัก ก็ต้องขออภัยที่คำร้องของตนจะไปกระตุ้นอารมณ์ของใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้ถ้าศาลรัฐธรรมนูญถือตามเหตุเดิมนั้นก็ไม่น่าจะรับคำร้องของ กกต. ซึ่งในวันที่ 24 เม.ย.นี้ &amp;nbsp; องค์คณะชุดเล็กจะส่งให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดใหญ่พิจารณานั้น ต้องบอกว่าท่านคงรับเรื่องนี้ไม่ได้ &amp;nbsp; ถ้าดูตามมาตรฐานของศาล เว้นแต่จะมีเหตุผลอย่างอื่น ซึ่งถ้าองค์คณะศาลทั้ง 9 ท่านรับ ท่านก็ต้องแสดงความเห็นส่วนตัวทั้ง 9 คน&amp;quot; นายเรืองไกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กลุ่มรวมพลังพรรคการเมือง ซึ่งประกอบไปด้วยพรรคภาคีเครือข่ายไทย, พรรคแผ่นดินธรรม, พรรคพลังไทยดี, พรรคพลังแผ่นดินทอง, พรรคภราดรภาพ, พรรคกรีน และพรรคประชาไทยได้เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต.เพื่อเสนอสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ที่จะช่วยให้การเมืองพ้นจากการติดล็อก เนื่องจากสูตรวิธีการคำนวณที่ออกมาก่อนหน้านี้ได้ ส.ส.ไม่ครบ และการคำนวณที่ไม่ลงตัว เนื่องจากพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.แบบแบ่งเขต 137 คน ซึ่งมากกว่าจำนวน ส.ส.พึงมีถึง 26 คน &amp;nbsp;ดังนั้นการใช้สูตรในปัจจุบันไม่สามารถใช้ได้เพราะไม่เป็นธรรม กลุ่มจึงขอเสนอสูตรการคำนวณ โดยตัดคะแนนของพรรคเพื่อไทยที่มีจำนวนกว่า 7.9 ล้านคะแนนออกไปก็จะเหลือคะแนน 27 ล้าน และไม่นำ ส.ส.เขตจำนวน 137 มาร่วมคำนวณ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นตัวเลขที่จะต้องนำมาใช้คำนวณจริง คือคะแนน &amp;nbsp;27,612,017 หารด้วย 363 จะเท่ากับคะแนนเฉลี่ย 76,066 คะแนน จากนั้นนำคะแนนของแต่ละพรรคมาหารด้วยค่าเฉลี่ยใหม่ 76,066 ก็ได้จำนวน ส.ส.พึงมีของแต่ละพรรค ซึ่งจะมีพรรคที่ได้ ส.ส.พึงมีตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป 15 พรรค ได้ ส.ส. 478 &amp;nbsp;คน จะเหลือเศษ 22 คน จึงให้ไปจัดสรรแก่พรรคการเมืองที่มี ส.ส.พึงมีน้อยกว่า 1 คน นับตั้งแต่พรรคในลำดับที่ 16 ถึง 37 ซึ่งจะเป็นการรับรองว่าทุกคะแนนเสียงจะไม่ตกน้ำและจะได้ ส.ส.ครบ 500 คน จำนวน 37 พรรค และสูตรนี้ก็ยังเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34230</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคไทยรักษาชาติ, สุรชาติ เทียนทอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190422/image_big_5cbdc9ff62b6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34225</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มติศาล รธน.ออกสูตรไหน? ชี้ขาดเก้าอี้ &#039;ปาร์ตี้ลิสต์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งใกล้ถึงวันที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศไว้ว่าจะรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.เขตให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ภายในไม่เกิน 9 พ.ค.นี้ ที่หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการเปิดประชุมสภาฯ เพื่อเลือกประธานสภาฯ-นายกรัฐมนตรีต่อไป เวลาที่ใกล้งวดเข้ามา ยิ่งทำให้ผู้สมัคร ส.ส.เขตที่แพ้การเลือกตั้ง ยิ่งทยอยยื่นเรื่อง-ข้อมูลเพื่อให้ กกต.สอบสวนและนำไปสู่การจัดเลือกตั้ง-นับคะแนนใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างเมื่อวันจันทร์ที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา สุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 9 เพื่อไทย ก็ไปยื่นเรื่องขอให้ กกต.สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขต 9 ทั้งเขต โดยอ้างว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นในบัตรลงคะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ในรอบสัปดาห์นี้ประเด็นที่หลายคนจับตามองที่เกี่ยงโยงกับการทำงานของ กกต.โดยตรง ที่สำคัญคือ เป็นเรื่องที่มีผลต่อจำนวนเสียง ส.ส.ในการจัดตั้งรัฐบาลของขั้วเพื่อไทยกับขั้วพลังประชารัฐ ที่กำลังชิงเสียง ส.ส.เพื่อชิงการตั้งรัฐบาลกันอย่างเข้มข้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นก็คือ การประชุมของ 9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในการวินิจฉัยคำร้องที่ กกต.ยื่นคำร้องให้ศาล รธน.วินิจฉัยว่า หาก กกต.จะคำนวณหา ส.ส.บัญชีรายชื่อตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 (5) ซึ่งจะทำให้พรรคการเมืองที่มีจำนวน ส.ส. ที่จะพึงมีต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ ส.ส.พึงมี 1 คน คือ 71,065 คะแนน ซึ่งเป็นการคิดจากจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศหารด้วยจำนวน ส.ส.ทั้งหมด 500 คน แล้วหารด้วยคะแนนที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับ สุดท้ายแล้ว พรรคที่ได้คะแนนต่ำกว่า 71,065 คะแนน จะได้จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1 คน การดำเนินการดังกล่าวของ กกต. จะชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังหลักเกณฑ์การคิดจำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ที่แต่ละพรรคการเมืองจะพึงได้ดังกล่าว มีความเห็นแตกต่างหลากหลายของผู้คนในแวดวงการเมือง-นักวิชาการ จนสุดท้าย&amp;nbsp; 7 เสือ กกต. เลยเลือกส่งศาล รธน.วินิจฉัยให้สะเด็ดน้ำ เพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวเองให้ปลอดภัย หากเคาะสูตรคำนวณออกมาแล้วมีบางฝ่ายไม่เห็นด้วย ไปร้องเอาผิดทีหลัง ก็จะได้อ้างคำวินิจฉัยศาล รธน.คุ้มกันตัวเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งสูตรการให้พรรคการเมืองที่ได้คะแนนน้อยกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; 71,065 คะแนน สามารถมี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ได้ 1 เก้าอี้ ถูกมองว่าเป็นการเปิดทาง-เอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายขั้วพลังประชารัฐได้เปรียบในการชิงเสียงตั้งรัฐบาลเหนือเพื่อไทย เพราะพรรคเล็กๆ ที่จะได้ ส.ส.ตามสูตรดังกล่าว เช่น พลังธรรมใหม่-ประชาชนปฏิรูป&amp;ndash;ไทยศรีวิไลย์ ล้วนแสดงท่าทีพร้อมจะไปอยู่กับขั้วพลังประชารัฐ ซึ่งหากพรรคเล็กๆ เหล่านี้ได้ส.ส.ขึ้นมา ฝ่ายพลังประชารัฐก็อาจกุมความได้เปรียบเหนือเพื่อไทยตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น การเคาะสูตรปาร์ตี้ลิสต์ดังกล่าวของ กกต. และการวินิจฉัยของศาล รธน. จึงมีผลโดยตรงต่อการจัดตั้งรัฐบาลต่อจากนี้ ในสภาวะที่ทุกเสียงมีความหมายต่อการเกิดขึ้นของรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งก็มีข่าวว่า ตุลาการศาล รธน.จะนัดประชุมเพื่อหารือคำร้องดังกล่าวของ กกต.ในสัปดาห์นี้ โดยอาจจะเป็นวันพุธที่ 24 เม.ย. หรือไม่เกินพฤหัสบดีที่&amp;nbsp; 25เม.ย. ก็น่าจะมีมติออกมาว่าจะรับหรือไม่รับคำร้องดังกล่าวของ กกต.ไว้วินิจฉัยหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องดังกล่าวส่งผลให้ &amp;ldquo;เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ&amp;quot; อดีตผู้สมัคร ส.ส.ไทยรักษาชาติที่ตอนนี้ย้ายกลับมาเพื่อไทย เลยชิงดักไปยื่นคำร้องต่อศาล รธน.ไม่ให้รับคำร้องดังกล่าวไว้วินิจฉัยเมื่อ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยอ้างเหตุว่า คำร้อง-ข้อสงสัยของ กกต.ข้างต้น ไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่ศาลจะรับคำร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ หากอ้างอิงแนววิเคราะห์ของนักกฎหมายอย่าง &amp;ldquo;ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล&amp;quot; อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ที่วิเคราะห์แนววินิจฉัยคดีของศาล รธน. ไว้ ว่าจะออกมาด้วยกัน 4 แนว โดยสรุปใจความได้ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.ศาลไม่รับเรื่องไว้พิจารณา เนื่องจากเป็นอำนาจของ กกต.โดยตรง และเมื่อ กกต.ยังไม่คิดคำนวณออกมา จึงยังไม่เกิดปัญหา ข้อโต้แย้ง การร้องคัดค้าน เท่ากับว่ายังไม่เกิดปัญหาเรื่องการใช้อำนาจของ กกต. ที่จะเข้าข่ายให้ศาลรับไว้ได้ จึงไม่รับพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2 ศาลไม่รับเรื่องไว้พิจารณา ด้วยเหตุผลเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของ กกต. ที่จะพิจารณาให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.ศาลรับเรื่องไว้พิจารณา และมีคำวินิจฉัยว่า กกต.มีอำนาจหน้าที่ในการคำนวณหาจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อตามกฎหมาย แต่ศาลไม่วินิจฉัยลงรายละเอียดเรื่องสูตรคำนวณดังกล่าว เพราะเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของ กกต.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.ศาลรับเรื่องไว้พิจารณา และมีคำวินิจฉัยรับรองอำนาจหน้าที่และวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ กกต. เสนอให้ศาลพิจารณาดังกล่าว ว่าเป็นไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. โดยหากศาล รธน.วินิจฉัยออกมาในสูตรที่ 4 เท่ากับจะทำให้พรรคการเมืองที่ได้ ส.ส.ต่ำกว่า 71,065 คะแนน ก็จะได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ด้วยหนึ่งเก้าอี้ ไล่เรียงกันไปจากพรรคใหญ่สู่พรรคเล็ก จนครบ 150&amp;nbsp; คน และจะเป็นบรรทัดฐานต่อไปสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รอติดตามกันดูว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะว่าอย่างไรกับคำร้องที่จะมีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลดังกล่าว หลังมีกระแสข่าว 9 ตุลาการศาล รธน.มีแนวโน้มเสียงแตก. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34225</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล, สุรชาติ เทียนทอง, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190422/image_big_5cbdd6e6bd999.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2019 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2019 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยหอบหลักฐานร้อง&#039;กกต.&#039;จัดเลือกตั้งใหม่เขต 9 กทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.62 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 9 &amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย และนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงกกต. เพื่อขอให้ตรวจสอบการจัดการเลือกตั้ง ในเขต 9 &amp;nbsp;เนื่องจากตรวจสอบพบว่าบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด และนอกราชอาณาจักร ของเขต 9 ไปปรากฏอยู่ที่เขต 1 โดยกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เปิดนับแล้วบอกว่าเป็นบัตรเสีย ทั้งนี้คะแนนดังกล่าวอาจมีผลเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังพบข้อพิรุธจากผลการรวมคะแนน ซึ่งจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ประกอบด้วยบัตรดี บัตรเสีย บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนนเลือกผู้ใด ซึ่งมีบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกราชอาณาจักรรวมอยู่ด้วย มีจำนวนตรงกันพอดีกับจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาจำนวนตน 127,650 คน ทั้งที่ในความเป็นจริงปรากฏหลักฐานว่ามีบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า และนอกราชอาณาจักร ของเขต 9 ไปอยู่ที่เขต 1 เป็นจำนวนมาก ดังนั้นพรรคเพื่อไทย จึงเข้ายื่นหลักฐานขอให้ กกต.ตรวจสอบหากพบการผิดพลาดขอให้สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในเขต 9 ทั้งเขต นอกจากนี้ พรรคจะได้รวมรวมหลักฐานมายื่นให้กกต.จัดเลือกตั้งใหม่อีกหลายเขต เช่น เขต 1-2 ที่ปรากฏหลักฐานบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าถูกส่งไปนับสลับเขต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวัจน์ กล่าวว่า ตนได้รวบรวมหลักฐานกรณีผู้สมัครพรรคการเมืองหนึ่งมีการแจกทรัพย์สินและสิ่งของให้กับชุมชนต่างๆ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนจะมี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง รวม 19 ครั้ง โดยอ้างว่าเป็นการทำบุญให้กับแม่ที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ภาพการแจกสิ่งของยังเผยแพร่อยู่ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของผู้สมัครรายดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่มีการลบภาพและข้อความดังกล่าว จึงเข้าข่ายจูงใจโดยสัญญาว่าจะให้หรือให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เข้าข่ายผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ม.73 (1)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากกกต.สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ผลคะแนนจะต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน เพราะไม่มีการเลือกตั้งในยุคใดมีการแจกของอย่างโจ่งแจ้งแม้จะแจกโดยอ้างว่าทำดี ทำบุญให้แม่แต่แม่ก็ตายไปนานแล้ว ระหว่างที่แจกก็รู้ดีว่าจะลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส. และยังมีการปราศรัยในลักษณะหาเสียงด้วย&amp;rdquo; นายวรวัจน์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34182</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล, สุรชาติ เทียนทอง, เลือกตั้ง, เลือกตั้งเขต9กรุงเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190422/image_big_5cbd47edb12cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2019 12:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2019 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยโวยนับคะแนนมั่ว ขอกทม. 3 เขต นับใหม่-เตรียมฟ้องศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.62 -&amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ประธานคณะกรรมการตรวจสอบทุจริตการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายสุรชาติ เทียนทอง น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล ผู้สมัครส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าวความผิดปกติการนับคะแนนเลือกตั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรชาติ กล่าวว่า การนับคะแนนเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค. พบการนับคะแนนที่ผิดปกติ เพราะบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าเขต 2 และ 9 กทม. ไปปรากฏที่ เขต 1 และมีการนับเป็นบัตรเสียจำนวนมาก โดยนายบดินทร์ วัชโรบล ผู้อำนายการศูนย์การเลือกตั้งเขต 1 พรรคเพื่อไทยเข้าไปท้วงติง เจ้าหน้าที่กกต.ประจำเขต ระบุเขตเลือกตั้งที่ 1 เป็นเพียงปลายทาง ไม่สามารถทำอะไรได้ ต้องไปร้องที่กกต.กลางและพร้อมเป็นพยานให้ แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือ ยอดบัตรดีบัตรเสียและบัตรไม่เลือกผู้ใดในเขต 1 เขต2 และ เขต9 กับตรงกับยอดผู้มาใช้สิทธิ์ ทั้งที่เขตเลือกตั้งที่ 1 น่าจะมีบัตรเกิด เขตเลือกตั้งที่ 2 และ9 น่าจะมีบัตรขาด มีการตกแต่งตัวเลขทำให้ตรงกันหรือไม่ ขอให้กกต.ชี้แจง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งต้องชี้แจงด้วยว่าบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าเขต 2 และ 9 ปรากฏที่เขต1 จำนวนเท่าไหร่ เขต 1 มีจำนวนบัตรเลือกเกินมาจำนวนเท่าไหร่ มีการทำบัตรเลือกตั้งเสริมมาเพิ่มเติมหรือไม่ การนับบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าผิดเขตแล้วขานเป็นบัตรเสียเป็นการละเมิดสิทธิ์ประชาชน ผลเลือกตั้งที่ออกมาแบบนี้ไม่สามารถยอมรับได้ หากกกต.ไม่สามารถชี้แจงให้กระจ่างได้ก็ขอให้จัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งเขตในเขต 1เขต 2 และเขต9 เพราะกรณีเช่นนี้ไม่สามารถเลือกตั้งเป็นบางหน่วยได้ เพราะเราไม่รู้ว่าบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าอยู่ที่หน่วยใดบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวัจน์ กล่าวว่า ความผิดปกติที่เกิดขึ้นเราจะนำเรื่องไปฟ้องที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบต่อเจ้าหน้าที่กกต.ประจำเขตเลือกตั้งในสัปดาห์หน้า ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เพื่อให้เอาข้อมูลออกมาเปิดเผย เนื่องจากที่ผ่านมากกต.ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ นอกจากนี้คะแนนเลือกตั้งล่วงหน้ายังผูกพันคะแนนทั้งประเทศ และถ้าใครพบเห็นกรณีเช่นนี้ขอให้รีบออกมาเปิดเผย ถ้ามีกรณีเช่นนี้ปรากฎขึ้นเป็นจำนวนมากแล้ว กกต.ชี้แจงไม่ได้ กกต.ต้องรับผิดชอบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33040</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลีลาวดี วัชโรบล, วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล, สุรชาติ เทียนทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190405/image_big_5ca6e84b80462.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
