<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14399</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รับสั่งเร่งช่วยผู้ประสบภัย ริมโขงผวาระดับนํ้าเพิ่มสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รมว.มหาดไทย&amp;quot; เผย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานกำลังพระราชหฤทัยแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมทั้งมีพระราชกระแสรับสั่งให้ทุกหน่วยงานเร่งแก้ปัญหาเร็วที่สุด &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; วอน ปชช.ฟังข่าวรัฐอย่าเชื่อข้อมูลลวงในโซเชียล &amp;quot;อุตุฯ&amp;quot; แจ้งฝนยังตกหนักทั่ว ปท. &amp;quot;ปภ.&amp;quot; &amp;nbsp;เตือน &amp;quot;น่าน-แม่ฮ่องสอน-ตาก&amp;quot; เสี่ยงดินโคลนถล่ม &amp;quot;นครพนม&amp;quot; ผวา! ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 ก.ค. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แสดงความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วม อันเนื่องมาจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน โดยเบื้องต้นได้รับรายงานบางจังหวัดมีน้ำท่วมสูงโดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการสัญจร บ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า นายกฯ ได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดผ่านกระทรวงมหาดไทย ให้บูรณาการทุกหน่วยงานในพื้นที่เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย และสำรวจความเสียหายเพื่อชดเชยเยียวยาประชาชนต่อไป ซึ่งนายกฯ ย้ำว่ารัฐบาลและกลไกทุกระดับของภาครัฐเฝ้าติดตามสภาพอากาศอยู่ตลอดเวลา เพราะช่วงนี้เริ่มเข้าสู่ช่วงมรสุมทำให้มีฝนตกต่อเนื่องหลายพื้นที่ พร้อมทั้งพยายามแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนให้ทันท่วงที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากเป็นเหตุที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันก็จะเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้ได้โดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งยังได้ฝากเตือนประชาชนให้ติดตามข่าวสารภัยพิบัติอย่างระมัดระวัง โดยขอให้ติดตามข่าวจากทางราชการ &amp;nbsp;ไม่หลงเชื่อข่าวลือที่ส่งต่อกันทางโซเชียลมีเดีย เพราะอาจเกิดความตื่นตระหนกได้ เช่นกรณีที่ระบุว่า จ.สกลนครเกิดน้ำท่วมรุนแรงที่สุดในรอบ 20 ปี เป็นต้น&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัด มท.และผู้บริหารระดับสูงของ มท.ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบภัยดินโคลนถล่ม ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวโรงเรียนบ้านสว้า ต.ดงพญา อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ทั้งนี้ นายไพศาล &amp;nbsp;วิมลรัตน์ ผวจ.น่าน และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมรายงานสถานการณ์พร้อมมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจำนวน 8 ราย และมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยจำนวน 268 คน รวม 61 ครัวเรือน ก่อนที่พล.อ.อนุพงษ์และคณะจะเดินทางไปพบปะให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบภัยภายในศูนย์พักพิง
พระราชทานกำลังพระราชหฤทัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์กล่าวกับประชาชนผู้ประสบภัยภายในศูนย์พักพิงว่า &amp;quot;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสรับสั่งให้ทุกหน่วยงาน ทุกคน ทุกฝ่าย ช่วยแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนให้หมดไปให้เร็วที่สุด และพระราชทานกำลังใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ประสบภัยทุกคน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.มหาดไทยกล่าวว่า รัฐบาลจะช่วยเหลือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และชดเชยเยียวยาให้ผู้ประสบภัยทุกราย ในวันนี้มาเป็นกำลังใจให้ทุกคน และขอฝากเจ้าหน้าที่ทั้งท้องถิ่นและท้องที่ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 13.00 น. พ.อ.ดุษิต ปุระเสาร์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพผู้เคราะห์ร้ายทั้ง 8 ราย หลังเคลื่อนย้ายศพจากวัดสว้า ลำเลียงไปยังสุสานบ้านสว้า ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับฌาปนกิจศพของหมู่บ้านสว้า ท่ามกลางฝนที่ตกโปรยปรายต่อเนื่องไม่ขาดสาย โดยมีญาติพี่น้องและครอบครัวของผู้เสียชีวิต ชาวบ้านห้วยขาบ หมู่บ้านใกล้เคียง และชาวบ้านในพื้นที่อำเภอบ่อเกลือที่ทราบข่าวเดินทางมาร่วมงานพิธีกว่า 500 คน เพื่อไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายท่ามกลางบรรยากาศที่สลดหดหู่และเศร้าใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 9 เรื่อง &amp;quot;คลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ และฝนตกหนักไทยตอนบน&amp;quot; ระบุในช่วงวันที่ 30-31 ก.ค.61 ประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่มไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร &amp;nbsp;ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันตกและภาคตะวันออกให้ระวังคลื่นที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ทั้งนี้เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวตังเกี๋ยและประเทศเวียดนามตอนบน &amp;nbsp;ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า จากการประสานข้อมูลกับกรมทรัพยากรธรณี พบในระยะนี้พื้นที่ในจังหวัดตราด น่าน แม่ฮ่องสอน และตาก เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ต้องเฝ้าระวังการเกิดสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพลยังกล่าวว่า ได้ประสาน 59 จังหวัด ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ แยกเป็นภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา &amp;nbsp;แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย กำแพงเพชร ตาก พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร &amp;nbsp;นครพนม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ นคราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ &amp;nbsp;ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ ยโสธร และอุบลราชธานี ภาคกลาง 8 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี &amp;nbsp;นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ยะลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้ให้เฝ้าระวังและติดตามปริมาณน้ำฝนรายวัน ปริมาณน้ำฝนสะสม ระดับน้ำในลำน้ำและอ่างเก็บน้ำ และพื้นที่ลาดเชิงเขาอย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจากสถานการณ์ภัยในระยะนี้&amp;quot; นายชยพลกล่าว
หลาย จว.ระดับน้ำสูงขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดี ปภ.กล่าวว่า ในส่วนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางระดับน้ำลดลง มีเพียง จ.อุบลราชธานีที่น้ำในแม่น้ำโขงล้นตลิ่งในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเขมราฐ อำเภอโพธิ์ไทร และอำเภอโขงเจียม รวม 5 ตำบล 10 &amp;nbsp;หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 179 ครัวเรือน 689 คน อพยพ 15 ครัวเรือน 47 คน รวมทั้ง จ.สกลนครระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสว่างแดนดิน และอำเภอโพนนาแก้ว รวม 5 &amp;nbsp;ตำบล 23 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 48 ครัวเรือน 134 คน นาข้าว 240 ไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครพนม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระดับน้ำโขงเริ่มวิกฤติหลังมีฝนตกหนักต่อเนื่องมากว่า 15 วัน &amp;nbsp;ทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 11.53 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติ 1.47 เมตร ส่งผลให้แม่น้ำโขงสูงขึ้นจนบางจุดล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและถนน ขณะเดียวกันผลกระทบจากน้ำโขงเพิ่มระดับรวดเร็วจนล้นตลิ่ง ทำให้ลำน้ำสาขาสายหลักต่างๆ อาทิ ลำน้ำสงคราม ลำน้ำก่ำ ลำน้ำบัง ลำน้ำอูน ลำน้ำยาม ที่รับน้ำจากพื้นที่หลายอำเภอเริ่มไหลระบายช้า จึงเกิดปัญหาเอ่อล้นท่วมขังพื้นที่การเกษตรแล้วประมาณ 128,098 ไร่ หากระดับน้ำโขงเพิ่มขึ้นถึงจุดวิกฤตที่ 13 เมตรจะส่งผลกระทบหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นจังหวัดนครพนมได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติให้การช่วยเหลือเร่งด่วนแล้วจำนวน 8 &amp;nbsp;อำเภอ ประกอบด้วย อ.ท่าอุเทน อ.โพนสวรรค์ อ.ธาตุพนม อ.เรณูนคร อ.ปลาปาก อ.เมืองนครพนม อ.บ้านแพง และ อ.นาแก ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเสียหายที่แท้จริง พร้อมประกาศเตือนให้พื้นที่เสี่ยงติดกับแม่น้ำสายหลักเฝ้าระวังการเกิดปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนบ้านปากบัง หมู่ที่ 2 ต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม บริเวณจุดบรรจบของลำน้ำบังกับลำน้ำก่ำ น้ำได้ทะลักล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนราษฎรตั้งแต่กลางดึก (29 ก.ค.) ที่ผ่านมา &amp;nbsp;ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ต้องขนย้ายสิ่งของและสัตว์เลี้ยงไปยังที่ปลอดภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำโขงยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังมีฝนตกลงมาอย่างหนักทั่วพื้นที่ตอนบนของ จ.เชียงราย ล่าสุดสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาเชียราย ได้รายงานผลการตรวจวัดระดับน้ำโขง บริเวณหน้าที่ว่าการ อ.เชียงแสน ชายแดนไทย-สปป.ลาว พบว่ามีความลึกประมาณ 6.98 เมตร เพิ่มขึ้นจากวานนี้ (29 ก.ค.) ที่ลึกประมาณ 6.30 เมตร ซึ่งกระแสน้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องได้ทะลักเข้าท่วมอาคารที่ทำการของเจ้าหน้าที่ประจำจุดผ่อนปรนแจมป๋อง บ้านแจม หมู่ที่ 5 &amp;nbsp;ต.หล่ายงาว อ.เวียงแก่น ที่ตั้งอยู่ทางเข้าออกท่าเรือ จนต้องย้ายขึ้นมาทำงานกันบนฝั่งแทนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่จุดผ่อนปรนบ้านหาดบ้าย หมู่ที่ 1 ต.ริมโขง อ.เชียงของ ก็ถูกน้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่ท่าเรือริมฝั่ง ทำให้พ่อค้าแม่ค้าและผู้ให้บริการเรือข้ามฟากที่สร้างอาคารชั่วคราวไว้ใกล้ท่าเรือต้องขนย้ายข้าวของหนีน้ำขึ้นบนฝั่งเช่นกัน ขณะที่บริเวณผาถ่านซึ่งมีโขดหินสีดำปรากฏให้เห็น และเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าพ่อผาถ่านนั้น ขณะนี้ถูกน้ำท่วมจนเห็นแต่ศาลที่บนโขดหินเหนือน้ำเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้พบว่า พื้นที่ทางการเกษตรริมฝั่งซึ่งมักปลูกข้าวโพดและข้าวไร่ตั้งแต่ อ.เชียงแสน อ.เชียงของ และ อ.เวียงแก่น ตลอดแนวถูกน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง บ้านเรือนที่อยู่ในที่ลุ่มต้องขนย้ายข้าวของหนีน้ำกันทั่วหน้า ขณะที่สภาพอากาศยังคงมีฝนโปรยลงมาเกือบตลอดทั้งวันและท้องฟ้ายังคงมืดครึ้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรนาท ศิริโชติ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาเชียงราย กล่าวว่า ตอนนี้ระดับน้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อันเป็นผลมาจากฝนที่ตกลงมาเหนือน้ำ แต่จากการตรวจสอบข้อมูลคณะกรรมการแม่น้ำโขงหรือเอ็มอาร์ซี ทราบว่าปริมาณน้ำฝนทางตอนเหนือของแม่น้ำโขงลดลงแล้ว จากวันที่ 29 ก.ค.ที่มีฝนตกประมาณ 40 มิลลิเมตร ก็ลดลงเหลือเพียงแค่ 5 มิลลิเมตรเท่านั้น ทำให้คาดว่าเมื่อมวลน้ำนี้ผ่านไป ระดับน้ำก็คงจะลดลงสู่ภาวะปกติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14399</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, ฉัตรชัย พรหมเลิศ, ชยพล ธิติศักดิ์, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, สุรนาท ศิริโชติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพศาล  วิมลรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180730/image_big_5b5f1d0c4c529.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
