<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จาก &#039;เฌอปราง&#039; ถึง &#039;NewDem&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เข้าใจยากนักหรือไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กับคำว่า &amp;quot;กระชับมิตร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโลกประชาธิปไตย มีอยู่คำหนึ่งที่ขาดไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะหาความเป็นประชาธิปไตยไม่ได้เลย &amp;nbsp;นั่นคือคำว่า...&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ร่วมกัน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะ...เลวชาติ ชั่วช้า สามานย์ แต่หากทุกฝ่ายต้องอยู่ร่วมกัน ในสังคมเดียวกัน ก็ต้องนั่งคุยโต๊ะเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะเห็นตรง...&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นต่าง....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่สำคัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การอวดตัว หยิ่งผยองว่าเหนือใคร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือ &amp;quot;เผด็จการ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่พรรคอนาคตใหม่ ถือคติไม่เกลือกกลั้ว กับฝ่ายที่ตัวเองคิดว่า &amp;quot;อยู่ตรงข้าม&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะเพื่อเอาใจมวลชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือจะเป็นอุดมการณ์พรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล้วนแสดงให้เห็นถึง &amp;quot;ความคับแคบ&amp;quot; ที่ไม่ควรมีในสังคมที่อ้างตัวว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แต่การเมืองไทยดูจะสวนทางอย่างสิ้นเชิง &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเมืองวันนี้ไม่พูดถึงคนรุ่นใหม่คงไม่ได้ เพราะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่แทบทุกพรรคการเมือง ชูความเป็นคนรุ่นใหม่เป็นจุดขาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และดูเหมือนว่า พรรคอนาคตใหม่ ทำได้ดีกว่าพรรคการเมืองอื่นพอควร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นพรรคการเมืองใหม่ บริหารโดยคนรุ่นใหม่ แทบไม่มีคนรุ่นเก่าปน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่....กลับกลายเป็นว่า เป็นพรรคการเมืองแรกที่ติดกับดักการเมืองเก่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันจันทร์ที่ผ่านมาตัวแทนนักการเมืองวัยรุ่นจาก ๕ พรรคการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พริษฐ์ วัชรสินธุ, พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ และ สุรบถ หลีกภัย จากพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จิตรภณ ทิพย์โภคาสกุล จากพรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัยนันท์ ขันทะชา จากพรรคชาติพัฒนา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ จากพรรครวมพลังประชาชาติไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรณิการ์ วานิช &amp;nbsp;จากพรรคอนาคตใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่งโต๊ะเดียวกันหารือเรื่องร่วมมือกันเพื่อจัดงานกีฬากระชับมิตร!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้กิจกรรมนี้จะเริ่มต้นโดยกลุ่ม New Dem พรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หลังจากหารือ ทั้งหมดเห็นตรงกันว่า...ควรจัดงานในนามของทุกพรรคการเมือง เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเพื่อไม่ให้เป็นประเด็นทางการเมืองใดๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวแทนจากพรรคอนาคตใหม่ พรรณิการ์ วานิช ให้ความเห็นไว้อย่างน่าชื่นชม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กิจกรรมนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดกิจกรรมอื่นๆ ต่อไป เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า ทุกพรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ในสังคมร่วมกันได้ แม้จะมีความเห็นทางการเมืองแตกต่างกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ทันข้ามคืน พรรคอนาคตใหม่ออกแถลงการณ์ ปฏิเสธที่จะเข้าร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;.....เดิมพรรคอนาคตใหม่ตอบรับเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ ด้วยจุดประสงค์ที่ว่า เราต้องการแสดงให้เห็นว่าพรรคการเมืองสามารถร่วมมือกันทำการเมืองที่สร้างสรรค์ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จุดยืน อุดมการณ์บางอย่างจะแตกต่างกัน และเรายังหวังจะใช้โอกาสนี้ ผลักดันให้พรรคการเมืองมีจุดยืนร่วมกันบางประการต่อสังคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นการยืนยันให้ไม่เลื่อนการเลือกตั้งจาก ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือการเรียกร้องให้ คสช.ปลดล็อกคำสั่งห้ามชุมนุมทางการเมือง ๕ คนขึ้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้การทำกิจกรรมร่วมกันครั้งนี้ไม่ใช่แค่การแข่งกีฬา แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าพรรคการเมืองต้องการบรรยากาศที่เปิดทางไปสู่ประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และตัวแทนของพรรคอนาคตใหม่ก็ได้เสนอเรื่องนี้ต่อวงประชุมที่มี ๕ พรรคการเมืองเข้าร่วมในวันนี้ &amp;nbsp;ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย รวมพลังประชาชาติไทย ชาติพัฒนา และอนาคตใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุม ทาง New Dem ของพรรคประชาธิปัตย์ แจ้งว่าได้เชิญพรรคพลังประชารัฐเข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งพรรคอนาคตใหม่มีจุดยืนที่ไม่อาจประนีประนอมได้ เรื่องการไม่เอาการสืบทอดอำนาจของ คสช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงไม่อาจร่วมกิจกรรมกับพรรคที่เป็นกลไกสืบทอดอำนาจของ คสช.โดยตรงได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังเกิดการวิพากษ์วิจารณ์จากสมาชิกและผู้สนับสนุนพรรคจำนวนมากถึงความเหมาะสมในการเข้าร่วมกิจกรรมนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเสียงส่วนใหญ่สะท้อนว่าพรรคไม่ควรร่วมกิจกรรมกับพรรคการเมืองที่มีส่วนในการสนับสนุนการเกิดรัฐประหาร และการสังหารผู้ชุมนุมทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น พรรคอนาคตใหม่จึงจำต้องขอถอนตัวจากกิจกรรมแข่งกีฬาดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และขอเรียกร้องให้แต่ละพรรคแสดงจุดยืนทางการเมืองร่วมกันมากกว่าเรื่องกีฬา แต่เป็นการผลักดันให้ คสช.อย่าเลื่อนการเลือกตั้งออกไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และปลดล็อกคำสั่งห้ามชุมนุมตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคอนาคตใหม่หวังว่าพรรคการเมืองต่างๆ จะพยายามแสวงหาโอกาสในการสร้างพลังทางการเมืองร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่ออนาคตของประเทศไทยและประชาธิปไตย......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากแถลงการณ์ดังกล่าวนี้ คือตัวตนที่แท้จริงของพรรคอนาคตใหม่ นับเป็นเรื่องน่าเศร้าใจสำหรับอนาคตการเมืองไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ้างว่าเป็นประชาธิปไตย แต่ใจแคบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แยกแยะไม่ออกระหว่างการเมืองที่ต้องแข่งขันกัน กับการสร้างความเข้าใจ ที่จะอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสร้างสรรค์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุแห่งความลังเล เดินไม่สุด นี้ อาจเป็นผลสืบเนื่องจากกรณี &amp;quot;น้องเฌอปราง&amp;quot; ที่ &amp;quot;พรรณิการ์ &amp;nbsp;วานิช&amp;quot; ให้ความเห็นในฐานะโฆษกพรรคไปเมื่อช่วงต้นเดือนว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีคุณเฌอปราง พรรคย้ำเสมอว่าศิลปินควรมีเสรีภาพในการแสดงจุดยืนทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากเชื่อมั่นในระบอบอำนาจนิยมจริงๆ ก็มีสิทธิ์ที่จะสนับสนุนรัฐบาลทหาร เป็นสิทธิ์ของศิลปิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หากเชื่อในระบอบประชาธิปไตย เราขอสนับสนุนให้ศิลปินแสดงออกได้ในแบบเดียวกันโดยไม่ควรต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นสังกัดหรือสังคม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลคือ.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสียงด่าและก้อนอิฐจากสมาชิกพรรคฮาร์ดคอร์ มันถาโถมเข้าใส่พรรคอนาคตใหม่อย่างไม่ลืมหูลืมตา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่อาจส่งผลมาถึงกรณี กีฬากระชับสัมพันธ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะโลกทัศน์ที่คับแคบ ซึ่งตีกรอบจากบรรดาสมาชิก บีบให้ต้องถอนตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่มันก็สะท้อนให้เห็นถึงความย้อนแย้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคอนาคตใหม่ยืนกรานว่าต้องเคารพสิทธิ &amp;quot;น้องเฌอปราง&amp;quot; ที่จะสนับสนุนรัฐบาลทหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิทธิตามความเข้าใจเดียวกันนี้ของพรรคอนาคตใหม่ พวกเขากลับไม่มอบให้ พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;และชี้หน้าด่าว่า เป็นสมุนเผด็จการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นำไปสู่การล้มกีฬากระชับสัมพันธ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคอนาคตใหม่ทำตัวราวเป็น &amp;quot;เทพ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ลงมาเกลือกกลั้วมนุษย์ เพราะกลัวเลือดความเป็นเทพจะจางลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคที่อ้างตัวมีอุดมการณ์ประชาธิปไตย แต่ใจเต็มไปด้วยความเป็นเผด็จการ ตัดสินผู้อื่นที่คิดไม่เหมือนตัวเองว่า เป็นพวกที่ไร้ค่าในสังคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ลองตั้งคำถามในมุมกลับ ไปยังพรรคอนาคตใหม่บ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้ากลุ่ม New Dem ไม่เชิญพรรคอนาคตใหม่ตั้งแต่วันแรกด้วยเหตุผล แกนนำพรรคอนาคตใหม่เกือบทั้งหมด ต้องการให้ยกเลิก ม.๑๑๒&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะ &amp;quot;ปิยบุตร แสงกนกกุล&amp;quot; ที่เสนอห้ามกษัตริย์ทรงแสดงพระราชดำรัสสดต่อสาธารณะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และต้องสาบานต่อรัฐสภาในฐานะประมุขว่าจะพิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือกรณี บริษัท ไทยซัมมิท อีสเทิร์น ซีบอร์ด ออโต้พาร์ท อินดัสตรี ของ &amp;quot;ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;quot; &amp;nbsp;ไล่พนักงานออก ๒๖๐ คน เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๙&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำลายหัวหน้า ๒๖๐ ครอบครัว เพียงเพราะพนักงานไปสมัครเป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานกลุ่มธุรกิจยานยนต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ชูนโยบายรัฐสวัสดิการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากมีการยกเหตุผลเหล่านี้แล้วปฏิเสธไม่ร่วมสังฆกรรมเพราะเป็นพรรคตลบตะแลง...จะรู้สึกเช่นไร?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเมืองที่เริ่มต้นด้วยจิตใจที่คับแคบ สร้างศัตรูตั้งแต่ยังไม่เลือกตั้ง หากเข้าสภาไปได้จะอยู่ในสภาพไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ร่วมห้องประชุมสภาเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เป็นกรรมาธิการร่วมชุดกับพรรคพลังประชารัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ร่วมสังฆกรรมงานรัฐสภาทุกอย่างกับพรรคพลังประชารัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอาแบบนั้นด้วยมั้ย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะถ้าทำก็เหมือนสืบทอดอำนาจของ คสช.ตามที่ออกแถลงการณ์เอาไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายประเทศในโลก ใช้กีฬาเป็นใบเบิกทางให้เกิดความสามัคคี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความขัดแย้งใน โกตดิวัวร์ หรือ ไอวอรีโคสต์ รุนแรงจนนำไปสู่สงครามกลางเมือง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเมือง ทหาร ประชาชน แบ่งเป็น ๒ ฝ่าย ใช้อาวุธเข่นฆ่ากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตายเป็นเบือ!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนที่ทำให้สงครามจบ ไม่ใช่นักการเมือง ไม่ใช่ทหาร แต่เป็นนักฟุตบอล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดิดิเยร์ ดร็อกบา&amp;quot; คนไทยคงรู้จักกันดี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวไอวอรีโคสต์ ยกให้เขาเป็นเทพเจ้า แต่ &amp;quot;ดิดิเยร์ ดร็อกบา&amp;quot; ยืนยันตัวเองเป็นเพียงนักฟุตบอลธรรมดาคนหนึ่งที่รักในประเทศตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เนลสัน แมนเดลา&amp;quot; อดีตประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของแอฟริกาใต้ เปลี่ยนความขัดแย้งระหว่างคนผิวสีและคนขาวในประเทศด้วย &amp;quot;รักบี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วพรรคอนาคตใหม่คิดว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผักกาดหอม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22482</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผักกาดหอม, พรพรหม วิกิตเศรษฐ์, พรรคประชาธิปัตย์, พริษฐ์ วัชรสินธุ, สุรบถ หลีกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18463</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2018 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2018 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปลื้ม&#039;ให้สามคำปชป.&#039;เราตั้งใจ&#039; ลั่นยุคคนรุ่นใหม่คุยกับพท.ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย. 61 - เมื่อเวลา 10.50 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสุรบถ หลีกภัย บุตรชายนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมายังพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเข้าพบนายชวน โดยก่อนเข้าพบนายสุรบถให้สัมภาษณ์ว่า มีความตั้งใจที่จะเข้ามาช่วยพรรคทำงาน ซึ่งการจะได้ลงสมัครส.ส.หรือไม่อยู่ที่การพิจารณาของผู้ใหญ่ แต่ก็อยากที่จะเข้ามาช่วยในเรื่องของกลุ่มวัยรุ่นและสื่อโซเชียล เพราะตนมีทีมงานที่จะทำเรื่องนี้อยู่แล้ว จึงมั่นใจว่าจะสามารถสื่อสารเรื่องการเมืองให้เข้าใจง่ายกับกลุ่มวัยรุ่นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามทีมงานในรายการวีอาร์โซ ที่ตนเคยทำจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานของพรรค เพราะทำรายการดังกล่าวก็ทำเพื่อเยาวชน ทั้งนี้ หากจะให้ตนให้คำนิยามสามคำกับพรรคประชาธิปัตย์ ก็ให้ได้ว่า &amp;ldquo;เราตั้งใจ&amp;rdquo; หมายถึง ความตั้งใจเป็นพื้นฐานของการทำงานทุกอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ในฐานะคนรุ่นใหม่ถ้าอนาคตพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์จับมือกันเป็นรัฐบาลจะเป็นการลดความขัดแย้งหรือไม่ นายสุรบถ กล่าวว่า เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ในพรรค แต่ตนพูดได้เต็มปากว่าในยุคของตน ประชาธิปัตย์และเพื่อไทยนั่งคุยกันได้อย่างสบาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18463</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป., ปลื้ม, พท., ส.ส., สุรบถ หลีกภัย, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180926/image_big_5bab0e08a089d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2018 14:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2018 14:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปลื้ม&#039;เผยเข้าปชป.เป็นทีม มีลูกนักการเมืองหลายค่ายร่วมทัพ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.61- นายสุรบถ หลีกภัย บุตรชายนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า จะไปสมัครสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทันทีที่พรรคเปิดรับสมัครสมาชิก โดยงานที่จะเข้าไปช่วยขึ้นอยู่กับพรรคเล็งเห็นถึงความสามารถของตนในส่วนไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจะลงสมัคร ส.ส.ในระบบแบ่งเขต หรือระบบปาร์ตี้ลิสต์นั้น ยังไม่สามารถตอบได้ คงต้องรอคุยกับพรรคก่อนว่าจะให้ลงสมัครส.ส.แบบใด ซึ่งคิดว่าอยู่จุดไหนก็ได้ ที่พรรคเห็นว่าตนมีประสิทธิภาพให้ช่วยในจุดนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อเข้ามาจะมีทีมที่ถนัดแต่ละด้านเข้ามาทำงานด้วย &amp;nbsp;โดยทีมของตนเป็นลูกหลานของนักการเมืองจากหลายพรรคมาร่วมกัน และรู้ว่าจะเสนออะไร สื่อสารอะไรให้คนรุ่นใหม่เข้าใจโดยการสื่อสารด้วยภาษาที่ง่าย อย่างไรก็ตาม ความถนัดของตนที่จะเข้าไปช่วยพรรคทำงานเป็นเรื่องการสื่อสารกับคนยุคใหม่ๆ วัยรุ่น เพราะเราทำงานด้านนี้มานาน จึงมีความเข้าใจในการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรบถ กล่าวว่า เรื่องสมัครเป็สมาชิกได้คุยกับพ่อแล้ว ซึ่งท่านสนับสนุนดี แต่ได้คุยกันในส่วนว่าจะช่วยทางพรรคและอยากเข้าไปทำอะไรหลายๆอย่าง เพราะรู้สึกว่าน่าจะมาสื่อสารกับคนยุคใหม่ได้ อีกทั้งคิดว่าเป็นยุคที่ต้องคุยกันเยอะๆ อย่างไรก็ตาม การพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ยังไม่ได้คุยอย่างเป็นทางการ เพราะอยากเข้าไปสมัครสมาชิกแบบปกติตามที่เขาประกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มองว่าหมดยุคที่เราเอาเรื่องเเก่า ความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจมาทะเลาะกัน รู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้ควรหมดไปได้แล้ว และคนรุ่นผมไม่มีรูปแบบความขัดแย้งเก่าๆในรูปแบบนั้น เพราะคุยกันได้มาก อย่างผมมีเพื่อนที่อยู่ต่างฝ่ายต่างพรรคกันมากๆ แต่ไม่ใช่นำเรื่องผู้ใหญ่ หรือเรื่องยุคพ่อยุคแม่มาทะเลาะกัน คิดว่าควรหยุดได้แล้ว เพราะคือเรื่องพื้นฐานที่สุด กว่าเราจะก้าวไปสู่อนาคตได้ อย่างน้อยที่สุดต้องหยุดการบาดหมาง เชื่อว่าสังคมมีความแตกต่างทางความคิด ไม่มีใครชอบสีเหมือนกับเรา แต่ต้องไม่แตกแยกทะเลาะกัน ผมรู้สึกว่ายุคพวกผมเราเลือกเข้ามาคุยกันด้วยเหตุผลได้ ผมเชื่อว่าการเมืองในอนาคตจะเหมือนการทำธุรกิจในยุคนี้ คือสามารถร่วมงานกันได้ &amp;nbsp;ที่จะไม่ใช่เรื่องต้องแบ่งฝ่ายชัดเจน เชื่อว่าเรามีเป้าหมายเดียวกัน คือให้ประเทศชาติและประชาชนดีขึ้น สำหรับผมการเมืองจะไม่ใช่การแบ่งแยกเหมือนในอดีต รู้สึกว่าเป็นยุคเก่าและน้ำเน่ามาก ซึ่งไม่มีประโยชน์กับใครเลย เป็นแค่การทะเลาะของคนกลุ่มหนึ่งเล็กๆ ที่บาดหมางเรื่องอะไรไม่ทราบ แต่สุดท้ายทำให้คนกลุ่มมากเกิดความแตกแยก ดังนั้น การเมืองในอนาคตควรจะร่วมมือกันได้ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน คือมีจุดร่วมกัน หาคนเก่งที่สุดในทุกๆด้าน &amp;nbsp;แล้วไปทำสิ่งนั้นๆให้เหมาะสมที่สุด จึงเชื่ออนาคตการเมืองจะเป็นแบบนั้น&amp;quot; นายสุรบถ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงมุมมองบุคคลที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งขณะนี้มีการแข่งขันกันอยู่นั้น นายสุรบถ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ทราบ บอกได้เพียงว่าคนรุ่นตนจะทำอะไรได้บ้าง แต่ไม่ได้แปลว่าคนยุคก่อนทำอะไรไม่ดี ไม่ใช่ แต่เป็นยุคที่บุกเบิกให้สิ่งต่างๆไว้ให้คนรุ่นหลัง เขาอาจทำสิ่งที่ดีและผิดพลาด แต่คือบทเรียนของเรา ต่อให้คนทั่วไปอาจมองคนนั้นดี ไม่ดี อย่างไร เชื่อว่าทุกคนทุกรัฐบาล ผู้ใหญ่ที่ทำงานเพื่อประเทศมีจุดยืนเดียวกัน คืออยากให้ประเทศดีขึ้น จึงอยากให้การเมืองยุคหลังมองอนาคต ไม่เหลียวมองเรื่องเก่าๆ มองไปข้างหน้าด้วยกัน &amp;nbsp;ลดความแตกแยกที่เป็นเบสิคที่สุด เหมือนเรือกลางทะเล ถ้าลูกเรือเอาแต่ทะเลากัน เรือก็ไม่เดินไปไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามย้ำว่าสนับสนุนนายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรคต่อหรือไม่ นายสุรบถ ตอบว่า ท่านเป็นคนดีมีความสามารถ และเคารพท่านจากใจจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรบถ กล่าวต่อว่า นักการเมืองในอนาคตจะอยู่ในตำแแหน่งคล้ายโปรดิวเซอร์ คือเลือกของดีที่สุดในแต่ละแขนงมาร่วมกัน ไม่ใช่เอาพวกพ้องที่สนิทกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่ากลัวถูกเปรียบเทียบกับพ่อหรือไม่ เพราะนายชวนประสบความสำเร็จทางการเมือง นายสุรบถ ชี้แจงว่า ไม่กลัวถูกเปรียบเทียบ พ่อก็คือพ่อ ตนก็คือตน นับถือที่พ่อเป็นคนดี ซึ่งพ่อได้ปลูกฝังสิ่งต่างๆในใจ ทำให้ตนมีวันนี้ได้ แต่หากถามว่าต้องทำงานการเมืองหรือจุดยืนแบบพ่อหรือไม่ ก็ต้องตอบว่า ไม่ เพราะตนมีสไตล์ของตัวเอง มีสิ่งที่อยากทำและทำในสิ่งที่ถนัด เพราะฉะนั้น จึงต้องเรียกพ่อว่าเป็นคนดีที่ยิ่งใหญ่สำหรับตน และจะอยู่ในทุกๆจุดของการตัดสินใจที่ดีงาม เชื่อว่าการตัดสินใจของพ่อยืนอยู่บนความดีและความถูกต้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18168</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนรุ่นใหม่, ประชาธิปัตย์, ปลื้ม สุรบถ, สุรบถ หลีกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180922/image_big_5ba5f3d72bf3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
