<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2019 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลิก!ศาลยกฟ้อง2จำเลยคดีดัง&#039;น้องหญิง&#039;โดดรถดับปริศนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.62 - ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอ่านคำพิพากษาในคดี น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช หรือ &amp;quot;น้องหญิง&amp;quot;&amp;nbsp;อายุ 19 ปี เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา หลังกลับจากเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมี นายสุรพล ดาราคำ หรือ อ๊อฟ อายุ 23 ปี เป็นผู้ขับรถเทรลเลอร์พาไปส่งบ้าน พร้อมอ้างว่าระหว่างทางน้องหญิงกระโดดลงจากรถจนเสียชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 19 ก.ค. 2561 &amp;nbsp;โดยทางญาติไม่เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่เป็นการฆาตกรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน แจ้งข้อกล่าวหา นายสุรพล ดาราคำ ในข้อหา หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น หรือกระทำการด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังถึงแก่ความตาย และทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายและฆ่าผู้อื่น ส่วน น.ส.เป็ด เพื่อนสนิทน้องหญิง ที่อยู่ในสถานบันเทิงด้วยกัน และแนะนำให้น้องน้องหญิง รู้จักกับนายอ๊อฟ ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ให้การสนับสนุน หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น หรือกระทำการด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังถึงแก่ความตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยล่าสุดศาลพิพากษาให้ยกฟ้อง นายสุรพล &amp;nbsp;และน.ส.เป็ด &amp;nbsp;เนื่องจากผลชันสูตรศพของฝ่ายโจทก์และจำเลยมีความขัดแย้งกันโดยฝ่ายโจทก์ชี้ว่าที่ศีรษะถูกตีด้วยของแข็ง แต่ฝ่ายจำเลยชี้ว่าเกิดจากอุบัติเหตุ และฝ่ายโจทก์ไม่สามารถนำสืบให้คลายความสงสัยได้ว่าของแข็งที่ใช้ตีที่ศีรษะของผู้ตายคืออะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 31 ก.ค.ปีที่ผ่านมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางมาพบ นพ.สุรณรงค์ ศรีสุวรรณ ผอ.กองนิติวิทยาศาสตร์บริการ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อขอความเห็นจากแพทย์ชันสูตรกรณี น.ส.นรีกานต์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้รายงานผลชันสูตรศพเบื้องต้น น.ส.นรีกานต์ให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ทราบ โดยมีจุดที่สงสัยคือ รอยช้ำเป็นแนวยาวช่วงเหนือข้อศอกแขนซ้ายและหลังมือซ้าย ว่าเกิดจากการช้ำของเครื่องมือแพทย์ หรือเกิดขึ้นขณะเกิดเหตุ และอีกจุดหนึ่ง บาดแผลศอกขวา ไหล่ขวา สะโพกขวา ลักษณะถูกกระแทกตรงๆ ไม่มีรอยถลอกหรือครูดเหมือนอุบัติเหตุจราจรตามท้องถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ยังระบุว่า มีร่องรอยกะโหลกยุบที่ท้ายทอยหลังศีรษะ ลักษณะเหมือนโดนวัตถุทรงกลมกระทบ 2 ครั้งจนเป็นรูปเลข 8 และรอยกะโหลกแตกเป็นรูปใยแมงมุม หากอ้างอิงจากตำราการแพทย์ต่างประเทศระบุว่าเกิดจากการตีด้วยค้อน หรือตกจากที่สูงมากๆ มาใส่วัตถุทรงกลม ก่อน พล.ต.อ.ศรีวราห์จะสั่งการให้พนักงานสอบสวน กองปราบปราม และ สภ.เมืองปทุมธานี ไปสอบเจ้าหน้าที่และแพทย์ที่ รพ.การุณเวช และ รพ.ปทุมธานีที่รับตัว น.ส.นรีกานต์ไว้รักษา และตรวจสอบรถเทรลเลอร์คันเกิดเหตุอย่างละเอียดก่อนรายงานผลให้ทราบด่วน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40244</URL_LINK>
                <HASHTAG>นรีกานต์ ยาวิราช, น้องหญิง, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, สุรพล ดาราคำ, โดดรถเทรลเลอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190705/image_big_5d1ed0d31f55c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้ง2ผกก.เซ่นคดี ฆาตกรรมอำพราง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ่อแห่โลง &amp;quot;น้องหญิง&amp;quot; ไปพึ่งกองปราบฯ คดีลูกตายปริศนา กะโหลกแตก สมองบวม ตำรวจบางปะอินระบุเป็นอุบัติเหตุตกรถเทรลเลอร์ตามที่ผู้ต้องสงสัยให้การ แต่แพทย์ระบุถูกตีด้วยของแข็ง &amp;quot;อัจฉริยะ&amp;quot; เตรียมร้อง บช.ภ.1 เอาผิด ผกก.กับรองสารวัตรเจ้าของคดี &amp;quot;ศรีวราห์&amp;quot; โดดคุมคดี เผย &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; สนใจ ล่าสุดสั่งเด้งตำรวจทั้ง 2 นายแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 กรกฎาคมนี้ ที่กองปราบปราม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้พานายสุบิน ยาวิราช อายุ 41 ปี และ น.ส.ภาณิศา ยาวิราช พ่อและอาของ น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช หรือ &amp;ldquo;น้องหญิง&amp;rdquo; อายุ 19 ปี ที่เสียชีวิตอย่างปริศนา เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีนายสุรพล หรืออ๊อฟ ดาราคำ อายุ 23 ปี, น.ส.สิรินาถ รอบรัมย์ หรือเป็ด อายุ 18 ปี และนายท็อป ไม่ทราบชื่อ นามสกุลจริง ในข้อหาร่วมกันทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หลังพบหลักฐานที่ทำให้เชื่อว่าทั้ง 3 คนน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ น.ส.นรีกานต์ โดยนำหลักฐานเป็นคลิปเสียงผู้ตายก่อนเสียชีวิต ข้อมูลจีพีเอสสัญญาณโทรศัพท์ และข้อความทางไลน์ของผู้เสียชีวิต มามอบเพื่อประกอบการพิจารณา โดยในการเดินทางมาครั้งนี้ ครอบครัวผู้ตายได้แห่โลงศพน้องหญิงมาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา น้องหญิงได้ไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ขากลับ นายสุรพลคนขับรถเทรลเลอร์ได้อาสาขับรถไปส่ง โดยมี น.ส.เป็ดและนายท็อปนั่งไปด้วย ก่อนที่น้องหญิงจะเสียชีวิตอย่างปริศนาระหว่างทาง กะโหลกศีรษะแตกและสมองบวม โดยนายสุรพลอ้างว่าน้องหญิงได้กระโดดลงจากรถเทรลเลอร์ไปเอง ขณะที่พนักงานสอบสวน สภ.บางปะอินได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานในคดีอุบัติเหตุ กระทั่งต่อมา ผลชันสูตรของแพทย์ระบุว่าน้องหญิงเสียชีวิตจากการถูกตีด้วยของแข็งเข้าที่ท้ายทอย จึงได้มีการเชิญตัว น.ส.สิรินาถ อาชีพเด็กเสิร์ฟ อยู่ในร้านอาหารร้านเดียวกับที่น้องหญิงทำงานเป็นพนักงานบัญชี มาสอบปากคำ หลังทราบว่า น.ส.สิรินาถเป็นผู้โทรศัพท์ชักชวนผู้ตายไปเที่ยวในวันเกิดเหตุ ก่อนที่ต่อมาจะมีการแจ้งข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายกับนายสุรพล แต่ทางญาติยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากพบหลักฐานข้อพิรุธหลายอย่างเกี่ยวกับสาเหตุการตาย และเชื่อว่าการเสียชีวิตของน้องหญิงน่าจะเป็นการฆาตกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัจฉริยะกล่าวว่า การเดินทางมายังกองปราบฯ ในวันนี้ ทางพ่อและครอบครัวของผู้เสียชีวิตมีความประสงค์ให้ทางตำรวจกองปราบฯ ช่วยทำคดีดังกล่าว และเอาผิดกับผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คน เนื่องจากพบหลักฐานเชื่อมโยงหลายอย่าง ทั้งข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ที่ระบุสถานที่จุดสุดท้ายของผู้ตายก่อนขาดหายการติดต่อไป ซึ่งตรงกับจีพีเอสตัวรถเทรลเลอร์ของนายสุรพล ที่บอกพิกัดตำแหน่งสถานที่อยู่ในจุดเดียวกันในช่วงเวลานั้น และมีการจอดรถนานกว่า 7 นาที นอกจากนี้ยังมีคลิปเสียงของผู้ตายก่อนจะเสียชีวิตที่ส่งไปให้กับกลุ่มเพื่อนสนิทต่างๆ ส่วน น.ส.สิรินาถ จากการตรวจสอบทราบว่าเป็นผู้ที่ชักชวนผู้ตายไปเที่ยวในวันเกิดเหตุ ก่อนจะแยกไปกับนายท็อป ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง จึงเชื่อว่าน่าจะมีส่วนรู้เห็นด้วย โดย น.ส.สิรินาถทำหน้าที่เป็นนางนกต่อ เนื่องจากการตรวจสอบประวัติของ น.ส.สิรินาถ พบว่าเคยล่อลวงหญิงสาวไปให้ผู้ชายก่อเหตุคล้ายๆ กับล่วงละเมิดทางเพศมาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัจฉริยะกล่าวด้วยว่า คดีนี้ ก่อนหน้านี้ทาง สภ.บางปะอินยังไม่ได้รับเรื่องหรือตรวจสอบทางคดีแต่อย่างใด มีเพียงแค่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานในคดีอุบัติเหตุเท่านั้น กระทั่งเรื่องนี้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม จึงเริ่มตรวจสอบและเรียกตัวนายสุรพลมาแจ้งข้อกล่าวหากักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย โดยที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีการเชิญคนในครอบครัวของน้องหญิงมาสอบปากคำถึงเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด ด้วยเหตุนี้จึงได้พาผู้เสียหายมาเข้าร้องทุกข์กับตำรวจกองปราบฯ นอกจากนี้ ในวันที่ 31 ก.ค. ตนและครอบครัวผู้เสียชีวิตจะเดินทางไปยื่นเรื่องร้องเรียนกับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ให้ช่วยตรวจสอบและลงโทษทางวินัยและอาญากับคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะอิน ในความผิดตามมาตรา 157 ฐานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพราะที่ผ่านมา การกระทำของตำรวจ สภ.บางปะอินทำให้รูปคดีได้รับความเสียหายมาก มีการบิดเบือนข้อกล่าวหาให้กลายเป็นข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ไม่มีการตรวจสอบหรือสนใจคดีดังกล่าวจนกระทั่งเรื่องแดงขึ้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุบินกล่าวว่า ตนกับลูกไม่ได้อยู่ด้วยกัน ก่อนเกิดเหตุตนทราบว่าน้องหญิงได้ย้ายไปอยู่กับ น.ส.สิรินาถเมื่อไม่นานมานี้ ตั้งแต่เกิดเหตุ พนักงานสอบสวน สภ.บางปะอินไม่เคยเชิญตนไปสอบปากคำแต่อย่างใด บอกเพียงว่าเป็นคดีอุบัติเหตุเท่านั้น แต่เมื่อพิจารณาจากคลิปเสียงที่พบในโทรศัพท์น่าจะเป็นการฆาตกรรม จึงได้พยายามค้นหาหลักฐานต่างๆ ด้วยตนเองเพื่อนำมามอบให้พนักงานสอบสวน แต่ก็ไม่มีการตอบกลับมาแต่อย่างใด เมื่อสอบถามไปยัง ผกก.สภ.บางปะอิน ก็ได้รับคำตอบเพียงว่าขอรวบรวมตรวจสอบก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป.ได้รับเรื่องไว้ ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งต่อให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะ ได้เดินทางมายังกองปราบฯ เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี โดยรับฟังการบรรยายสรุปประมาณ 15 นาที จากนั้นก็รีบเดินทางไปยัง สภ.บางปะอิน ท้องที่เกิดเหตุ และเปิดเผยเพียงสั้นๆ กับสื่อมวลชนว่า คดีนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษ จึงสั่งการให้ตนมาดูรายละเอียดทางคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.ฤทธิ์ ศิริเทพ ผกก.สภ.บางปะอิน กล่าวว่า นับแต่ทางญาติมาแจ้งความร้องทุกข์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการไปตามขั้นตอนกระบวนการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริง เรียกตัวนายอ๊อฟมาสอบสวน ขอตรวจพิสูจน์รถ พร้อมนำตัวนายอ๊อฟไปตรวจร่างกาย และสอบพยานผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งที่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาในตอนแรก เพราะต้องทำการตรวจสอบว่าเป็นคดีอาชญากรรม หรือคดีจราจร ในส่วนที่ทางชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมจะไปแจ้งความตนเองนั้นก็พร้อมที่จะชี้แจง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ได้เดินทางไปถึง สภ.บางปะอิน เพื่อตรวจสำนวนและติดตามความคืบหน้าทางคดี โดยได้ประชุมร่วมกับตำรวจชุดคลี่คลายคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด พล.ต.อ.ศรีวราห์ได้มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.ฤทธิ์ ศิริเทพ ผกก.สภ.บางปะอิน และ ร.ต.อ.ประเสริฐศักดิ์ วงค์ภูผานนท์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางปะอิน เจ้าของคดี ไปช่วยราชการที่ ศปก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยาเป็นเวลา 30 วัน โดยมีผลทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14387</URL_LINK>
                <HASHTAG>นรีกานต์ ยาวิราช, พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ภาณิศา ยาวิราช, สิรินาถ รอบรัมย์, สุบิน ยาวิราช, สุรพล ดาราคำ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180730/image_big_5b5f1645b440d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
