<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิด-19 ตอกย้ำปัญหา หนี้สินครัวเรือนหนักหน่วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิกฤติโควิด-19 ทำให้เราเรียนรู้อะไรหลายอย่างที่จะต้องนำมาแก้ไขเพื่อป้องกันไม่ให้วิถีชีวิตคนไทยดำดิ่งสู่ &amp;ldquo;หนี้สินล้นพ้นตัว&amp;rdquo; ที่เป็นวิกฤติของจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรารู้จักคำว่า NPL หรือ &amp;ldquo;หนี้เสีย&amp;rdquo; ในระดับธุรกิจมาตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เราไม่ค่อยจะให้ความสำคัญกับ &amp;ldquo;หนี้เสียครัวเรือน&amp;rdquo; ซึ่งกระทบต่อชีวิตประจำวันของคนไทยเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติแถลงเมื่อเร็วๆ นี้ว่าหนี้เสียครัวเรือนปีนี้อาจแตะ 1 ล้านล้านบาท ก็ทำให้เราต้องมาทบทวนประเด็นนี้อย่างจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะรายงานบอกว่า ไตรมาส 1/63 หนี้เสียครัวเรือนทะยาน 9.5 แสนล้าน คิดเป็นสัดส่วนหนี้เสีย 8.1%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าเป็นห่วงคือ ข้อมูลที่ว่ากลุ่มคนอายุ 30-45 ปี มีภาระหนี้หนักทั้ง &amp;lsquo;หนี้บ้าน-รถยนต์-สินเชื่อบุคคล-บัตรเครดิต&amp;rsquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอเจอกับการขาดรายได้อย่างเฉียบพลันอันเกิดจากโรคระบาดที่เรียกว่า Income shock จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าเป็นห่วงอีกกลุ่มหนึ่งคือ คนอายุน้อยกว่า 22 ปี ที่กู้เงินซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและแถมเป็นหนี้เสียสูงด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมอ่านรายงานของคุณสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) แถลงสถานะหนี้มุมมองไตรมาสแรกของปีนี้ ณ สิ้นเดือนมีนาคมแล้วน่าเป็นกังวลไม่น้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณสุรพลให้ตัวเลขว่า หนี้เสีย (NPL) ของครัวเรือนผู้บริโภคตามฐานข้อมูลของเครดิตบูโร มีจำนวน 9.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีหนี้เสีย 7.7 แสนล้านบาท และคิดเป็น 8.1% ของหนี้ตามฐานข้อมูลเครดิตบูโรที่มีทั้งหมด 11.7 ล้านล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอเกิดการ lockdown เพราะโรคระบาด หนี้เสียก็พุ่งทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเมินว่า ผลกระทบของโควิด-19 และการปิดเมืองที่เริ่มขึ้นในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา คาดว่าจะทำให้หนี้เสียของครัวเรือนเพิ่มขึ้นเกิน 1 ล้านล้านบาทในปีนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือคิดเป็นสัดส่วนหนี้เสีย 2 หลัก หรือมากกว่า 10%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เห็นชัดคือข้อมูลสิ้นสุดไตรมาสแรกยังไม่ได้แสดงผลกระทบจากโควิด-19 อย่างเต็มที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุเพราะมาตรการปิดเมืองมาเข้มข้นในเดือนเมษายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดังนั้น ผมเชื่อว่าในปีนี้เราได้เห็นหนี้เสียเกิน 1 ล้านล้านบาทแน่ หรือคิดเป็นสัดส่วนหนี้เสียเป็น 2 หลัก&amp;rdquo; คุณสุรพลบอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่สิ่งที่ชะลอหนี้เสียตรงนี้คือ การเข้าไปปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกัน (DR : Debt Restructure) ให้กับลูกหนี้ที่มีประวัติดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และการปรับโครงสร้างหนี้ของลูกหนี้ที่เป็นหนี้เสีย (TDR)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ ลูกหนี้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดหนักสุด เพราะรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย และมีหนี้สินสะสมเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่นั่นไม่ได้แปลว่าคนมีรายได้สูงกว่าจะไม่มีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณสุรพลรายงานว่า ลูกหนี้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 50,000 บาทต่อเดือน ก็ประสบปัญหาเช่นกัน เพราะรายจ่ายลดไม่ได้ แต่รายได้หายไปหรือไม่แน่นอนจากสภาพการทำงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่แหละที่เรียกว่าภาวะ Income shock ของแรงงาน 11.9 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสำรวจพบด้วยว่า ในช่วงไตรมาสแรกกลุ่มคน Gen Y มีภาระการผ่อนชำระค่างวดสินเชื่อรถยนต์ค่อนข้างมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้มีอายุไม่เกิน 22 ปี มีหนี้ซื้อรถยนต์เป็นสัดส่วนค่อนข้างมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และสินเชื่อรถยนต์กลุ่มนี้กลายเป็นหนี้เสียสูงเสียด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สินเชื่อบ้านก็น่าห่วงเหมือนกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานนี้บอกว่า ลูกหนี้จำนวนมากที่เข้าไปขอปรับโครงสร้างหนี้บ้าน เพราะผ่อนไม่ไหว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หนี้กลุ่มที่น่าห่วงมากที่สุดคือ กลุ่มที่กู้บ้าน และมีปัญหาเรื่องผ่อนบ้าน กับอีกกลุ่มหนึ่งคือ กลุ่มอายุน้อยกู้ซื้อรถ&amp;rdquo; คุณสุรพลบอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถิติอีกชุดที่น่าสนใจคือ เมื่อจำแนกหนี้ของครัวเรือน ณ สิ้นไตรมาสแรกจะพบว่า กลุ่มคนที่มีอายุ 20-22 ปี (Gen Z) มีหนี้สิน 2.5 หมื่นล้านบาท เป็นหนี้เสีย 1,200 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนหนี้เสีย 5%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกลุ่มคนที่มีอายุ 23-39 ปี (Gen Y) มีหนี้สิน 4 ล้านล้านบาท เป็นหนี้เสีย 2.7 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนหนี้เสีย 6.8%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มคนที่มีอายุ 40-54 ปี (Gen X) มีหนี้สิน 3.7 ล้านล้านบาท เป็นหนี้เสีย 2.8 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 7.4% เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าพิจารณาหนี้สินครัวเรือนจำแนกตามอายุ พบว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อายุ 30 ปี เป็นช่วงที่จำนวนคนมีสินเชื่อรถยนต์มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อายุ 38 ปี เป็นช่วงที่จำนวนคนมีสินเชื่อส่วนบุคคลมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อายุ 40 ปี เป็นช่วงที่มีจำนวนคนมีสินเชื่อบ้านมากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และอายุ 40 ปี เป็นช่วงที่มีจำนวนคนมีบัตรเครดิตมากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเห็นได้ชัดว่า คนที่มีอายุ 30 ปลายๆ แต่ไม่เกิน 45 ปี เป็นกลุ่มที่มีภาระหนัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และคนกลุ่มนี้ทำงานในระบบ แต่เจอภาวะ Income shock ก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณสุรพลบอกว่าพอเกิดโควิดก็ทำให้ตั้งแต่เดือน ม.ค.-มี.ค.63 สถาบันการเงินต่างๆ ขอตรวจข้อมูลลูกค้าเก่าว่าสถานะหนี้ยังดีอยู่หรือไม่ มีหนี้ที่อื่นเพิ่มหรือไม่ เข้มข้นมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีจำนวนการขอ 15.91 ล้านครั้ง และในเดือน เม.ย. มีการขอตรวจข้อมูลอีก 10 ล้านครั้ง ทำให้ทั้งปีนี้คาดว่าจะมีการขอตรวจข้อมูล 70 ล้านครั้ง เทียบกับปีที่แล้วที่มีการขอตรวจข้อมูล 54.9 ล้านครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวเลขทั้งหมดนี้สะท้อนว่าเมื่อ &amp;ldquo;น้ำลดตอผุด&amp;rdquo; ทำให้เราเห็นปัญหา &amp;ldquo;หนี้สินครัวเรือน&amp;rdquo; ของคนทำงานสูงจนน่าเป็นห่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งเจอวิกฤติโรคระบาดก็ยิ่งทำให้ปัญหาเด่นชัดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาไม่ได้เพิ่งเกิด แต่โควิด-19 มาส่องให้ชัด และทำให้เราต้องลงมือแก้ที่ต้นตอของปัญหาอย่างแท้จริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67301</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, สุรพล โอภาสเสถียร, หนี้เสีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
