<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84240</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วธ.ร่วมกับชาวอุตรดิตถ์เชิญเที่ยวงานประเพณีไหลแพไฟ และเทศกาลกินปลา อาหารพื้นถิ่นของกินต้องห้ามพลาด ยิ่งใหญ่ 4-5 ธ.ค.นี้ ณ ชุมชนคุณธรรมฯ บ้านหาดสองแคว อุตรดิตถ์ ต่อยอด บวร On Tour </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลโดยกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มีนโยบายในการยกระดับงานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อสืบสาน รักษาและต่อยอดงานวัฒนธรรม สร้างรายได้ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ จังหวัดอุตรดิตถ์มีพื้นที่ตลอดสองข้างฝั่งแม่น้ำน่าน มีแพกระชังเลี้ยงปลามากที่สุดในประเทศไทย รวมทั้งเป็นพื้นที่ที่มีอาหารพื้นถิ่น ของกินที่มีเอกลักษณ์ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ วธ. ในการต่อยอด 5 F (Food Film Fashion Fighting Festival) ปีนี้จังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp; สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อาทิ อบต.หาดสองแคว อบจ.อุตรดิตถ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมการปกครอง&amp;nbsp; จึงได้มีการยกระดับงานประเพณีดังกล่าว เปิดงานประเพณีไหลแพไฟ และเทศกาลกินปลา อาหารพื้นถิ่นของกินต้องห้ามพลาด ระหว่างวันที่ 4-5 ธันวาคม 2563&amp;nbsp; ณ ชุมชนคุณธรรมฯ บ้านหาดสองแคว ซึ่งเป็นชุมชนคุณธรรมฯ ที่มีการต่อยอด บวร On Tour เป็นหนึ่งใน 100 สุดยอดชุมชนต้นแบบของประเทศไทย โดยมีขบวนไหลแพไฟ พิธีขอบคุณพืชพันธุ์ธัญญาหารและสายน้ำ การแสดงศิลปวัฒนธรรม เทศกาลกินปลาอาหารพื้นบ้านและของกินห้องห้าพลาด ชิม ช้อป แชะ แชร์ ที่ตลาดวัฒนธรรม ถนนสายวัฒนธรรมลาวเวียง การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม CPOT/OTOP ประกวดภาพถ่าย การละเล่นพื้นบ้าน มหรสพลิเก รำวงย้อนยุค การแสดงแสงสีเสียง อันนำมาซึ่งความสุข ความภาคภูมิใจ สร้างรายได้ให้กับประชาชนตามยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล ส่งเสริมการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ สืบสาน รักษา ต่อยอดงานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประเพณีไหลแพไฟเฉลิมพระเกียรติและพิธีขอบคุณพืชพันธุ์ธัญญาหารและสายน้ำ ได้เริ่มครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2541 ในครั้งนั้นมีเพียงแพรูปจำลองเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เพียงแพเดียว ต่อมาในปี 2542 เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา จึงได้กำหนดให้ประเพณีไหลแพไฟเฉลิมพระเกียรติฯ จัดเป็นประจำทุกวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี และเป็นงานประเพณีสำคัญตลอดมา จากนั้นได้มีขบวนเรือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยตลอดฝั่งมีประชาชนเข้าร่วมชมความสวยงาม ยิ่งใหญ่อลังการเพิ่มขึ้นทุกปี สร้างความสุข ความภาคภูมิใจ สร้างรายได้ให้กับประชาชนและชุมชนเพิ่มมากขึ้น โดยแพไฟเฉลิมพระเกียรติฯ 7 หลัง ได้แก่ แพหลังที่ 1 เอกองค์อมรินทร์ แพหลังที่ 2 นวมินทร์มหาราช แพหลังที่ 3 ปราชญ์แห่งแผ่นดิน แพหลังที่ 4 อัครศิลปิน แพหลังที่ 5 ภูมินทร์ภัทรราชัน แพหลังที่ 6 คุ้มเกล้าประชาสุขสันต์ แพหลังที่ 7 ราชันแห่งราชา โดยปีนี้ทางจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ขอความร่วมมือผู้ชมงานด้วยวิถีใหม่ (New Normal) สามหน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์และเว้นระยะทางสังคม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด -19&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84240</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.), สุรพันธ์ เจริญทรัพย์, อุตรดิตถ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201118/image_big_5fb4ba28981e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
