<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2020 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2020 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีทีเอสปลื้มยอดจองGreen Bondล้นเกินเป้า3.3เท่า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ย.2563 นายสุรยุทธ ทวีกุลวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่สายการเงิน บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการสำรวจความต้องการลงทุนในหุ้นกู้ (Bookbuilding) เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2563 และการเสนอขายเมื่อวันที่ 3-5 พฤศจิกายนที่ผ่านมานั้น หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ ได้รับการตอบรับจากผู้ลงทุนเป็นอย่างดี โดยมีผู้ลงทุนแสดงความจำนงในการลงทุนในหุ้นกู้กว่า 3.3 เท่า &amp;nbsp;ส่งผลให้บริษัทฯ ตัดสินใจนำหุ้นกู้ส่วนสำรองเพื่อการเสนอขายเพิ่มเติมมาใช้ และเพิ่มจำนวนการออกหุ้นกู้จากแผนการเสนอขายเดิมจำนวน 5,000 ล้านบาท เป็นจำนวนเสนอขายหุ้นกู้รวมทั้งสิ้น 8,600 ล้านบาท ประกอบด้วย หุ้นกู้อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.10% ต่อปี จำนวน 500 ล้านบาท หุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.44% ต่อปี จำนวน 4,000 ล้านบาท หุ้นกู้อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.86% ต่อปี จำนวน 1,500 ล้านบาท หุ้นกู้อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.11% ต่อปี จำนวน 2,000 ล้านบาท และหุ้นกู้อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.41% ต่อปี จำนวน 600 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ทริสเรทติ้งได้จัดอันดับเครดิตองค์กรและเรทติ้งหุ้นกู้ของบริษัทฯ ที่ระดับ &amp;ldquo;A&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563 &amp;nbsp; โดยบริษัทฯ จะนำเงินที่ได้จากการออก Green Bond ในครั้งนี้ ไปเพื่อลงทุน และ ใช้ชำระคืนหนี้คงค้างในโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ซึ่งเป็นโครงการสำคัญที่จะส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนด้วยพลังงานไฟฟ้า &amp;nbsp;ลดการใช้รถยนต์ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในเขตกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง อยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยมีความคืบหน้าในการก่อสร้างทั้งในส่วนของงานโยธาและงานระบบไฟฟ้าแล้วเสร็จไปกว่าร้อยละ 60 ทั้งนี้ โครงการรถไฟฟ้าทั้งสองเส้นทางพร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบภายในปี 2565 ด้วยรถไฟฟ้าโมโนเรลรวม 72 ขบวน 288 ตู้ แบ่งเป็น สายสีชมพู 42 ขบวน และสายสีเหลือง 30 ขบวน ในระยะแรกจะให้บริการด้วยรถไฟฟ้า 4 ตู้ต่อ 1 ขบวน รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 17,000 คนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง และในระยะต่อไปยังสามารถเพิ่มจำนวนตู้โดยสารได้สูงสุด 7 ตู้ต่อขบวน รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 28,000 คนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บริษัทฯ ขอขอบคุณผู้ลงทุนที่ไว้วางใจและให้ความสนใจจองซื้อ Green Bond ของ BTSG รวมทั้งขอบคุณ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ที่เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในครั้งนี้ โดยการออก Green Bond ในครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง หลังจากที่บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการออก Green Bond ครั้งแรกในปี 2562 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการลงทุนอย่างต่อเนื่องในโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; นายสุรยุทธกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82982</URL_LINK>
                <HASHTAG>green bond, บีทีเอส กรุ๊ป, สุรยุทธ ทวีกุลวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201106/image_big_5fa4d9945ff1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
