<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2020 07:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2020 07:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง 2 ป.ป.ช.คนใหม่แทนตำแหน่งที่ว่างลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;สุชาติ ตระกูลเกษมสุข,ณัฐจักร ปัทมสิงห์ณ อยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.63 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่าตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายปรีชา เลิศกมลมาศและนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตามประกาศลงวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๓ และวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๘ ตามลำดับ นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ นายปรีชา เลิศกมลมาศ และนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร ได้พ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุมีอายุครบเจ็ดสิบปี และวุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ แทนตำแหน่งที่ว่างแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๓๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบมาตรา ๙ และมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ณ อยุธยา เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;อ่านต้นฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓ เป็นปีที่ ๕ ในรัชกาลปัจจุบัน
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พรเพชร วิชิตชลชัย
ประธานวุฒิสภา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71697</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐจักร ปัทมสิงห์ณ อยุธยา, ป.ป.ช., ปรีชา เลิศกมลมาศ, ราชกิจจา, สุชาติ ตระกูลเกษมสุข, สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200717/image_big_5f10ec5c81ef8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44523</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.เคลียร์&#039;นาฬิกาป้อม&#039; ตีตกรับทรัพย์สินเกิน3พัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พี่ใหญ่&amp;quot; เฮลั่น! ป.ป.ช.ตีตกคดี &amp;quot;ป้อมนาฬิกาเพื่อน&amp;quot; ส่วน &amp;quot;จีทูจีล็อต 2&amp;quot; แจ้งข้อกล่าวหาหมดแล้ว &amp;quot;สุภา&amp;quot; เผยคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักการเมือง อยู่ระหว่างการไต่สวน 49 เรื่อง อยู่ระหว่างการตรวจสอบเบื้องต้น 109 เรื่อง คืบหน้าไปเยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สถาบันอิศราร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. จัดงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. พบบรรณาธิการและผู้บริหารสื่อมวลชน มีการพูดถึงคดีที่อยู่ในการพิจารณาของป.ป.ช.หลายคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงการไต่สวน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กรณีการยืมนาฬิกาเพื่อน 21 เรือน เป็นการรับทรัพย์สินเกิน 3,000 บาท ตามกฎหมาย ป.ป.ช.หรือไม่ ว่าเมื่อเร็วๆ นี้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้วินิจฉัยในประเด็นนี้ และมีมติออกมาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอยืนยันมติ และจะให้เลขาธิการป.ป.ช.ชี้แจงต่อสังคม รวมถึงเหตุผลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.วินิจฉัยต่อไป อย่างไรก็ดี ในการลงมติกรณีนี้ ตนขอถอนตัว ไม่ได้ร่วมลงมติด้วย เนื่องจากเป็นเรื่องต่อเนื่องจากกรณีเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงการพิจารณาเรื่องการยืมทรัพย์สินว่า มีการยืม 2 ลักษณะ คือยืมในเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะเป็นหนี้สิน และยืมในเชิงนิติประเพณี โดยในรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ไม่มีการกำหนดให้แสดงรายการทรัพย์สินที่ยืมในเชิงนิติประเพณีดังกล่าวไว้ และเรื่องการยืมที่ถือเป็นนิติประเพณีนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดก่อนเคยวินิจฉัยว่าไม่มีความผิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ประเทศไทยเคยมีกรณีการยื่นทรัพย์สินประเภทรถยนต์จำนวนมาก อาทิ กรณีนักการเมืองรายหนึ่งขับรถเบนท์ลีย์สีชมพูเข้าทำเนียบรัฐบาล จนมีคนตั้งข้อสังเกตว่ามีการแจ้งทรัพย์สินดังกล่าวในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินหรือไม่ จนมีการตรวจสอบ แต่นักการเมืองรายดังกล่าวก็ได้ชี้แจงว่ายืมมาจากเพื่อนที่อยู่ประเทศสิงคโปร์ และได้คืนไปแล้ว จึงไม่ถือว่าทรัพย์สินที่ต้องยื่นแสดงต่อ ป.ป.ช. ดังนั้นการวินิจฉัยเรื่องการยืมทรัพย์สินจึงยึดแนวคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช.ชุดก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีสำคัญที่อยู่ระหว่างการไต่สวนว่า สำหรับคดีที่อยู่ในการรับผิดชอบของสำนักการเมือง อยู่ระหว่างการไต่สวน 49 เรื่อง อยู่ระหว่างการตรวจสอบเบื้องต้น 109 เรื่อง มีทั้งเรื่องเก่าและเรื่องใหม่สะสมมา โดยคดีทางการเมืองสำคัญนั้น กรอบระยะเวลาตามกฎหมาย ป.ป.ช.ใหม่ทำให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องเร่งทำสำนวนกันหมด โดยเป็นเรื่องที่ประธานกรรมการ ป.ป.ช.เคยชี้แจงแล้วว่าคดีการเมืองก้าวหน้าไปเยอะ แม้ที่ผ่านมาไม่สามารถชี้มูลอะไรได้ เพราะอยู่ในช่วงเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอบอกว่า คดีที่ประชาชนสนใจ เช่น คดีการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ล็อตสอง ดำเนินการไต่สวนอยู่ มีการกันบุคคลไว้เป็นพยานเรียบร้อยแล้ว และแจ้งข้อกล่าวหาไปหมดแล้ว ส่วนคดีระบายข้าวจีทูจี และคดีมันจีทูจียุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กำลังรวบรวมพยานเอกสาร อย่างไรก็ดี 2 คดีนี้มีโมเดลเหมือนกับคดีข้าวจีทูจีและมันเส้นจีทูจีสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส่วนคดี นปช.ลั่นกลองรบ ถูกกล่าวหาปราศรัยแบ่งแยกประเทศนั้น แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว อยู่ระหว่างรอคำชี้แจง คดีจัดซื้อจัดจ้างโครงการขุดลอกคลอง 1,500 ล้านบาท อยู่ระหว่างเตรียมเอกสารแจ้งข้อกล่าวหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุภากล่าวว่า ส่วนคดีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว อยู่ระหว่างการสรุปสำนวน คดีการปรับปรุงข้าวให้ประเทศอินโดนีเซีย (บูล็อค) สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว อยู่ระหว่างสรุปสำนวน คดีก่อสร้างฝายแม้ว มีทั้งหมด 4 สำนวน มีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว เสร็จ 1 สำนวน เหลืออีก 3 สำนวนอยู่ระหว่างไต่สวนรอสรุป ส่วนคดีการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่ง อยู่ระหว่างสรุปสำนวน และพิจารณาพยานหลักฐานเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป คดีทุจริตโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองตลิ่งชัน อยู่ระหว่างสรุปสำนวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุภากล่าวว่า ส่วนคดีสินบนข้ามชาติเรื่องเหมืองแร่ทองคำ มีการขอข้อมูลจากต่างประเทศไปแล้ว และแจ้งข้อกล่าวหาทางอาญากับผู้ถูกกล่าวหาแล้วด้วย ส่วนคดีสินบนข้ามชาติภาษีสุราดิอาร์จิโอ อยู่ระหว่างสรุปสำนวน ส่วนคดีพีทีที.จีอี. เครือ ปตท. ลงทุนปลูกปาล์มที่ประเทศอินโดนีเซีย ขณะนี้กำลังสรุปข้อมูลและรอเอกสารบางส่วนจากต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คดีที่เป็นที่สนใจของประชาชนทั้งหมดนั้น จะเห็นได้ว่าแจ้งข้อกล่าวหาเกือบหมดแล้ว อยู่ระหว่างรวบรวมสรุปสำนวน พยายามทำตามกฎหมายให้มากที่สุด ทุกคนทำกันเต็มมือเต็มที่&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุภากล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีคดีร่ำรวยผิดปกติที่ดำเนินการไปแล้ว เช่น นายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ส่วนนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีต ผอ.พศ. กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ เนื่องจากคดีการทุจริตเงินบูรณปฏิสังขรณ์วัด (เงินทอนวัด) เป็นคดีใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิทยา อาคมพิทักษ์ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีการนำเข้ารถหรูหลบเลี่ยงภาษีว่า คดีนี้มีหลายสำนวน เสร็จแล้วบางส่วน มีการส่งเรื่องไปยังต้นสังกัดให้ไล่ผู้ถูกกล่าวหาออกแล้ว ส่วนคดีอาญาอยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการ สาเหตุที่เสร็จบางส่วน มีรถหรูจำนวนมาก ในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐ เอกสารหลักฐานต่างๆ กำลังทยอยเข้ามา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44523</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วิทยา อาคมพิทักษ์, สุภา ปิยะจิตติ, สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190828/image_big_5d668ebd0e3f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16508</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; storage.thaipost.net ขณะที่เสียงปี่กลองการเมืองการเลือกตั้งกำลังใกล้บรรเลง แม้หลายพรรคจะออกตัวว่าขยับอะไรไม่ได้ เพราะติดล็อกคำสั่ง คสช. ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมการเมือง ห้ามชุมนุมการเมืองเกินห้าคน แต่ในความเป็นจริง หลายพรรคได้นัดหารือ นัดประชุมนอกรอบกันเป็นประจำ คสช.เองก็รู้ เพียงแต่ก็ไม่ได้เข้าไปเข้มงวดอะไร อย่าง &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; ก็เป็นประจำที่ทุกสัปดาห์จะมีการนัดหารือระดับคีย์แมน แกนนำพรรคในกรรมการชุดต่างๆ ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ยิ่งวันไหนระดับหัวแถว &amp;quot;สมชาย วงศ์สวัสดิ์&amp;quot; น้องเขยทักษิณ ชินวัตร มาร่วมวงด้วย วงหารือก็จะคึกคักเป็นพิเศษ มีข่าวว่ามีการตั้งคณะทำงานชุดต่างๆ ไว้หลายชุดแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมเลือกตั้งโดยไม่รอ คสช.ปลดล็อก เช่น คณะกรรมการยกร่างนโยบายพรรคในการหาเสียง คณะกรรมการเตรียมการเลือกตั้ง แล้วยังมีการตั้งกรรมการขึ้นมาด้วยชุดหนึ่ง เรียกกันว่าคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและคำสั่งคสช. ประชุมกันภายในมาหลายรอบแล้ว มี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเป็นประธาน พร้อมด้วยมือกฎหมาย อดีต ส.ส.หลายคนร่วมวง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๐ แว่วมาว่า กรรมการชุดนี้ลิสต์เรื่องที่เพื่อไทยจะเข้าไปผลักดันหลังการเลือกตั้ง แม้ต่อให้เป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็ตาม ก็คือ จะเข้าไปขับเคลื่อนแก้ไขมรดก คสช. ที่สำคัญๆ เช่น พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เพราะมองว่ากฎหมายนี้กองเชียร์ของเพื่อไทยไม่เอาด้วยค่อนข้างมาก ที่สำคัญมีการเล็งกันไว้ว่าหลังเลือกตั้งอาจจะอาศัยจังหวะเข้าไปขยับแก้ไข &amp;ldquo;พ.ร.บ.กฎอัยการศึกปี 2457&amp;rdquo; เครื่องมือที่ทำให้ทหารเข้ามาคุมสถานการณ์ต่างๆ แบบเบ็ดเสร็จเหนือรัฐบาลและตำรวจ โดยเฉพาะในช่วงการเมืองขมึงเกลียว อันเป็นเครื่องมือแรกที่ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ใช้ก่อนทำรัฐประหาร ที่ประกาศกฎอัยการศึกตอนตีสามของวันที่ 20 พ.ค.2557 จากนั้นก็เรียกตัวแทนพรรคการเมือง&amp;ndash;นปช.-กปปส.&amp;ndash;รัฐบาล ไปคุยที่สโมสรทหารบกสองวันซ้อน ก่อนที่จะทำการยึดอำนาจ ในวันที่ 22 พ.ค.2557 โดยเพื่อไทยเล็งไว้ว่า จะใช้ความที่เป็นกฎหมายเก่าแก่ ไม่เคยมีการแก้ไขยกเลิก มาเป็นเหตุผลในการแก้ไขกฎอัยการศึก เพื่อจะได้ลดอำนาจทหารลง ไม่ให้เกิดรัฐประหารได้ง่ายๆ แบบปี 2557 รวมถึงหากเป็นไปได้ ก็อาจแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการ สภากลาโหม ปี 2551 ที่ให้อำนาจการแต่งตั้ง ผบ.เหล่าทัพ ต้องผ่านสภากลาโหมเสียก่อน เรื่องเหล่านี้เพื่อไทยรู้ดีว่าเป็นเรื่องอ่อนไหว ดังนั้น หากคิดจะทำต้องทำแบบรวดเร็ว เช่น เสนอแก้ไข 3 วาระรวดไปเลยเพื่อไม่ให้ฝ่ายทหารขยับคัดค้านได้ทัน โดยจะอ้างว่าเป็นเรื่องที่ประชาชนเห็นด้วย ถึงประเด็นนี้จะเข้าทางโกยคะแนนฝั่งตัวเองที่ต้าน คสช.สุดลิ่มทิ่มประตู แต่แกนนำพรรคประเมินแล้วถ้าชูเป็นนโยบายหาเสียงก็ยิ่งตกเป็นเป้าโดนฝ่าย คสช.สกัด สุดท้ายจึงไม่อาจนำมาหาเสียงแบบโฉ่งฉ่าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๐ มหากาพย์จีที 200 จบไม่ลงซักที องค์กรจับโกงอย่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งอนุกรรมการไต่สวนกรณีนี้ตั้งแต่ มี.ค.56 ผ่านมา 5 ปี ยังย่ำอยู่ที่เดิม สิ่งที่คืบหน้าก็คือ &amp;quot;ไม้ล้างป่าช้า&amp;quot; ยกระดับเป็น &amp;quot;พระเครื่อง&amp;quot; ซะแล้ว &amp;quot;สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร&amp;quot; กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานอนุกรรมการไต่สวนการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 ยกมาเป็นข้ออ้างว่า &amp;quot;การวินิจฉัยว่าถูกหรือผิดเป็นเรื่องที่ยาก เพราะบางครั้งไม่ได้อยู่ที่มูลค่าของเครื่อง แต่เป็นเหมือนความเชื่อ เหมือนพระเครื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่นำไปใช้แล้วเขารู้สึกว่าคุ้มค่า&amp;quot; เล่นเอามึนตึ้บ ขนาดทั่นเลขาฯ วรวิทย์ สุขบุญ ฟังแล้วยังบอกโนคอมเมนต์เลย พานนึกถึงอดีตประธานอนุไต่สวนคนเก่า &amp;quot;วิชัย วิวิตเสวี&amp;quot; ที่เคยให้สัมภาษณ์เมื่อปี 2558 ว่า &amp;quot;การไต่สวนคดีนี้ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากเป็นเรื่องลึกลับ&amp;quot; มาแนวนี้กันทั้งคณะหรือเปล่า เล่นเอาอุปาทานหมู่กันตั้งแต่คนใช้ยันคนสอบเลยหรือเปล่า เหมือนกับที่อาจารย์ &amp;quot;เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์&amp;quot; ผู้ตั้งฉายาเจ้าจีที 200 เคยนิยามไว้ &amp;quot;เครื่องจีที 200 ไม่สามารถตรวจสอบหาวัตถุระเบิดได้จริง ไม่ใช่เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ เป็นเพียงการอุปาทานของผู้ใช้ ซึ่งคล้ายกับไม้ล้างป่าช้าไร้ญาติที่ชี้หาศพไร้ญาติตามความเชื่อ ใช้พลังจิตหาเอา จากการพิสูจน์ผ่าเครื่องชนิดนี้ออกของผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศก็ไม่พบอุปกรณ์ที่ตรวจจับวัตถุระเบิดได้&amp;quot; เจ้าเครื่องนี้จะอาถรรพ์หรือเปล่าไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ประเทศชาติเสียค่าโง่ไปแล้ว 1,134 ล้านบาท ปล่อยให้แก๊งโกงชาติที่ล้วงงบแผ่นดินไปซื้อในราคาแพงลิบลิ่วเหยียบล้านต่อเครื่อง แล้วเก็บส่วนแบ่งเข้ากระเป๋าตัวเอง ทุกวันยังอยู่ดีมีสุขสบายใจเฉิบ เฮ้อประเทศไทยยุค 4.0.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16508</URL_LINK>
                <HASHTAG>บันทึกหน้า4, พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์, ลี้คิมฮวง, สมชาย วงศ์สวัสดิ์, สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร, เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2018 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2018 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.ยันไม่ปล่อยคดีจีที 200 ขาดอายุความแน่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.61 -&amp;nbsp; นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการไต่สวนข้อเท็จจริงการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 (GT200) และอัลฟ่า 6 ที่ยังเหลืออยู่ ว่า เรื่องดังกล่าวยังคงพิจารณาอยู่ และยืนยันว่า ป.ป.ช.ไม่มีการปล่อยให้ขาดอายุความแน่นอน แต่การจะวินิจฉัยว่าถูกหรือผิด เป็นเรื่องที่ยากเพราะบางครั้งไม่ได้อยี่ท่มูลค่าของเครื่องแต่เป็นเหมือนความเชื่อ เหมือนพระเครื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่นำไปใช้แล้วเขารู้สึกว่าคุ้มค่า แต่บางส่วนก็มองว่าราคาเครื่องไม่น่าจะแพงขนาดนั้น อย่างไรก็คงจะมีความชัดเจนในเรื่องนี้ออกมาในช่วงเวลาที่เหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า สามารถใช้กรณีการชี้มูลความผิดอดีตข้าราชการใน จ.พิษณุโลก ที่มีการจัดซื้อเครื่องตรวจสารเสพติดอัลฟ่า 6 (Alpha6) มาเป็นบรรทัดฐานพิจารณาคดีอื่นๆได้หรือไม่ นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า เป็นคนละกรณีกัน เพราะกรณีนั้นเป็นการจัดซื้อโดยไม่มีอำนาจ ไม่ใช่เรื่องที่เป็นปัญหาจากตัวเครื่องเหมือนกรณี GT200.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16409</URL_LINK>
                <HASHTAG>GT200, การจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200, จีที 200, ปปช., สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180829/image_big_5b8637ba4cd14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป.ป.ช.&#039;ชี้ภาพมัด สินบน&#039;โรงไฟฟ้า&#039; โรลส์รอยซ์ส่อวืด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ป.ป.ช.ยันมีรูปถ่ายมัดชัดๆ สินบน &amp;ldquo;มิตซูบิชิ&amp;rdquo; เพราะคนญี่ปุ่นถ่ายไว้หมดใครรับเท่าใด ส่วนกรณี &amp;ldquo;โรลส์รอยซ์&amp;rdquo; ส่อเค้าเหลว เหตุฝรั่งไม่ร่วมมือ กลัวลูกค้าหนี รับสภาพเมืองไทยถูกมองต้องมีใต้โต๊ะ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 ก.ค. นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงการตรวจสอบกรณีสินบนบริษัท มิตซูบิชิ ฮิตาชิ พาวเวอร์ ซิสเต็มส์ จ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่ไทย 20 ล้านบาท ในโครงการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนในไทย เมื่อปี 2556 ว่าบริษัทดังกล่าวต้องการขนถ่ายวัสดุอุปกรณ์เพื่อนำมาติดตั้งที่โรงไฟฟ้า อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ด้วยเรือขนาดใหญ่ มาขึ้นที่ท่าเรือของกรมเจ้าท่า แต่เมื่อน้ำหนักเกิน จึงต้องจ่ายสินบน โดยบริษัทได้ร้องเรียนกับ ป.ป.ช.ญี่ปุ่น ซึ่งเราได้ไปพูดคุย ป.ป.ช.ญี่ปุ่นอยากให้เราเล่นงานเจ้าหน้าที่ไทยอย่างเดียว เพราะคนของเขาไม่ค่อยสนใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ป.ป.ช.ญี่ปุ่นระบุว่าเจ้าหน้าที่ไทยเป็นคนเรียกรับสินบน เราก็ตรวจสอบ ปรากฏว่าข้อมูลตรงกัน โดยบริษัทนั้นอ้างว่าต้องจำยอม ไม่เช่นนั้นจะผิดสัญญาก่อสร้างโรงไฟฟ้า และโดนค่าปรับ ทั้งนี้ ความเป็นจริงหน่วยงานตรวจสอบของญี่ปุ่นต้องเอาผิดบริษัทดังกล่าวด้วย เนื่องจากสมยอม&amp;rdquo; นายสุรศักดิ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรศักดิ์กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกกล่าวหาว่าเรียกรับสินบน มีทั้งเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่าในพื้นที่ นักการเมืองท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจน้ำ รวม 4-5 คน เข้าไปร่วมประชุมร่วมรับเงินรับทอง ซึ่งคนของบริษัทดังกล่าวที่ถือเงินมาให้เจ้าหน้าที่ถ่ายรูปไว้หมดว่าใครรับไปบ้าง ซึ่ง ป.ป.ช.ได้หลักฐานส่วนนั้นมาหมดแล้ว และ ป.ป.ช.กำลังตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่ระดับสูงมีส่วนร่วมด้วยหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าไม่ต้องหยุดดำเนินการ ถือเป็นคนละประเด็น เพราะบริษัทดังกล่าวไม่ได้ชนะประมูลด้วยการให้สินบน เป็นเฉพาะกรณีการให้สินบนเพื่อจะนำของขึ้นท่ามาก่อสร้างเท่านั้น&amp;rdquo; นายสุรศักดิ์กล่าว
นายสุรศักดิ์ ในฐานะองค์คณะไต่สวนข้อเท็จจริง ผู้รับผิดชอบสำนวนกรณีการจ่ายสินบนของบริษัท โรลส์ รอยซ์ จำกัด ให้เจ้าหน้าที่รัฐในบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการตรวจสอบว่า ในเรื่องของเส้นทางการเงินถือว่ามีความยากลำบาก เนื่องจากดำเนินการผ่านสถาบันการเงินต่างประเทศ และสถาบันการเงินเหล่านั้นไม่ค่อยให้ความร่วมมือเรื่องข้อมูลกับ ป.ป.ช. เพราะเขาได้ค่าธรรมเนียมดำเนินการตรงนั้น แล้วถ้าให้ข้อมูลอีกหน่อยคงไม่มีใครมาใช้บริการ เราจึงต้องประสาน ป.ป.ช.ประเทศนั้นๆ เพื่อใช้อำนาจตามกฎหมายเขาให้ช่วยดำเนินการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเทศนี้มันแปลก นักลงทุนไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศที่จะมาเสนอขายสินค้าหรือบริการต่างๆ เข้าใจว่าต้องมีใต้โต๊ะ เขาเข้าใจและเชื่อว่าต้องมี ทั้งที่สินค้าหรือบริการของคนที่ชนะการประกวดราคาก็มีคุณภาพและราคาถูกกว่า&amp;quot; นายสุรศักดิ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13900</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน), บริษัท โรลส์ รอยซ์ จำกัด, สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180722/image_big_5b548fb3ad1d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกัดสาวกพา2สมีเผ่นออกนอก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คดีเงินทอนวัดถึงมือ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ &amp;nbsp;ขณะที่กองปราบฯ ประสาน สตม.สกัด 3 ลูกศิษย์เชื่อพา &amp;quot;พระพรหมเมธี&amp;quot; หนี ทั้งพบพิรุธพระผู้ใหญ่เลื่อนตำแหน่งสูงแต่ไม่จบเปรียญธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 พ.ค.นี้ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนกรณีการตรวจสอบการทุจริตเงินอุดหนุนงบประมาณบูรณปฏิสังขรณ์วัด หรือที่สื่อเรียกกันว่าคดีทุจริตเงินทอนวัด ล็อตที่ 3 ซึ่งมีนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการ ป.ป.ช. เป็นผู้รับผิดชอบสำนวน บรรจุเป็นวาระเร่งด่วน เพื่อรายงานความคืบหน้าให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาสำนวนส่วนที่เกี่ยวข้องกับทุจริตเงินพระปริยัติธรรม ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีกับพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นข่าวและสังคมให้ความสนใจ ทั้งนี้ จะมีการแถลงมติที่ประชุมอย่างไรหรือไม่ ต้องแล้วแต่ที่ประชุมจะมอบหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวถึงการทุจริตเงินทอนวัดว่า ขอให้คนไทยมีสติในการพิจารณา ไตร่ตรอง และแยกแยะว่าอะไรดีหรือไม่ดี ความศรัทธาเกิดขึ้นได้ โดยอย่ายึดติดที่ตัวบุคคล ขอให้ยึดถือพระรัตนตรัยเป็นที่ตั้ง และเลื่อมใสศรัทธาต่อหลักธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งสอนให้คนประพฤติปฏิบัติดี นำไปสู่ผู้มีศีล สมาธิ และปัญญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายมานัส ทารัตน์ใจ อธิบดีกรมการศาสนา ผู้บริหาร วธ. กล่าวว่า จากเหตุการณ์พระเถระถูกดำเนินคดีและสถานการณ์พระพุทธศาสนาในขณะนี้ ขอให้ประชาชนรับข้อมูลข่าวสารอย่างมีสติ และขออย่าได้หวั่นไหวในพระพุทธศาสนา โดยขอให้พุทธศาสนิกชนยึดหลักธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นตัวตั้ง เนื่องจากที่ผ่านมา ชาวพุทธส่วนใหญ่ไปยึดติดกับตัวบุคคล เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสมกับพระสงฆ์รูปนั้นๆ จะทำให้เกิดความหวั่นไหว กระทบต่อศรัทธาและจิตใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากพุทธศาสนิกชนยึดหลักธรรมของพระพุทธองค์แล้ว เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่อพระสงฆ์ ไม่ว่าจะเป็นพระเถระ หรือพระทั่วไปก็ตาม จะไม่เกิดความหวั่นไหวในพระรัตนตรัยแต่อย่างใด ตนขอให้ประชาชนยึดแนวปฏิบัติดังกล่าว จะช่วยให้ไม่กระทบต่อศรัทธาในพระพุทธศาสนา&amp;quot; อธิบดีกรมการศาสนา กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่กองปราบปราม มีความคืบหน้าการติดตามตัวพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร สองพระเถระผู้ใหญ่ที่ตกเป็นผู้ต้องหาฐานร่วมกันฟอกเงินในคดีเงินทอนวัด โดยเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์รายงานว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา ชุดสืบสวนประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ให้เฝ้าระวังการเดินทางออกนอกประเทศของชายไทย 1 คน หญิงไทย 1 คน และหญิงสาวชาวลาวอีก 1 คน เนื่องจากเป็นศิษย์ที่มีความใกล้ชิดกับพระพรหมเมธี โดยเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวพันกับการให้ความช่วยเหลือผู้ต้องหาในการหลบหนี ซึ่งก่อนหน้านี้ ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบพบว่าบุคคลทั้งสามได้หายไปจากที่พักและได้ขาดการติดต่อไปหลังจากที่พระพรหมเมธีได้หลบหนีการติดตามจับกุมตัวของเจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในส่วนของพระพรหมสิทธิและพระพรหมเมธีนั้น ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ สตม.ได้นำหมายจับเข้าระบบเฝ้าระวังของด่าน ตม.ทั่วประเทศไว้แล้ว ทั้งนี้ หากพบบุคคลที่เฝ้าระวังทั้ง 3 คน แม้ว่าจะยังไม่มีหมายจับ ก็ให้ประสานแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯ ได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการพิจารณารวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับพระที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ฐานร่วมกันฟอกเงินแล้ว ผู้บังคับบัญชาในระดับ ตร. ยังได้สั่งการให้ขยายผลไปยังคดีอื่นๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการให้เช่าที่ดินของวัด หรือที่ธรณีสงฆ์ โดยตรวจสอบเส้นทางการเงินว่าเงินที่ได้รับนั้นเข้าสู่บัญชีวัดหรือบัญชีส่วนตัวของพระแต่ละรูป และมีการออกใบเสร็จรับเงินอย่างถูกต้องหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นของวัดสามพระยาที่ค้นพบโฉนดที่ดินของฆราวาสจำนวนมากอยู่ในกุฏิของพระอรรถกิจโสภณ เลขานุการเจ้าคณะกรุงเทพฯ วัดสามพระยา ว่า เกี่ยวข้องกับการรับจำนองโฉนดที่ดินหรือออกเงินกู้ด้วยหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ในส่วนของพนักงานสอบสวนกองปราบปรามนั้น กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าอาจจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มกับพระพรหมดิลก ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามกฎหมายอาญาฯ มาตรา 157 เพิ่มเติมด้วย เนื่องจากการดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสนั้น ถือเป็นการกระทำตามอำนาจหน้าที่ที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ชุดสืบสวนกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบประวัติของพระชั้นผู้ใหญ่ทั้ง 3 รูป เพื่อประมวลข้อมูลเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสมณศักดิ์และตำแหน่งทางการปกครองของสงฆ์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ก่อนจะส่งมอบให้กับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นำเสนอต่อมหาเถรสมาคม (มส.) เพื่อเป็นข้อมูลในการประกอบการพิจารณาถึงความเหมาะสมในตำแหน่งของพระทั้ง 3 รูปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นชุดสืบสวนพบว่า พระพรหมสิทธิและ พระพรหมเมธีนั้น จบการศึกษาชั้นนักธรรมเอก แต่ไม่ได้เล่าเรียนบาลีหรือเปรียญธรรมมาก่อน ซึ่งเป็นเรื่องแปลกในวงการสงฆ์ที่พระทั้ง 2 รูป ซึ่งไม่ได้จบเปรียญธรรมแม้แต่ประโยคเดียว แต่สามารถขึ้นมาถึงระดับรองสมเด็จพระราชาคณะในชั้นพรหมได้ ซึ่งเรียกได้ว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น พระผู้ใหญ่ทั้งสองรูปยังมีอาวุโสน้อยมากหากเทียบกับพระสงฆ์รูปอื่นๆ ในมหานิกาย ต่างจากพระพรหมดิลก ที่จบเปรียญธรรม 9 ประโยค ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10284</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ช., พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ), พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี), มส., วรวิทย์ สุขบุญ, วีระ โรจน์พจนรัตน์, สตม., สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0d66beeaa7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
