<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88714</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลอดกฎคุมโซนแดง 28จว.งดเดินทาง/สมุทรสาครวิกฤติติดเชื้อ541คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คลอดแล้วมาตรการคุมเข้มพื้นที่สีแดง &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลงนามคำสั่ง ศบค.กำหนด 28 จว.เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ปิดโรงเรียน ผับ บาร์ คาราโอเกะ ห้ามประชุม &amp;nbsp;สัมมนา จัดเลี้ยง ร้านอาหารมีเงื่อนไขจำกัดคนนั่ง และมีมาตรการแต่ละพื้นที่ ส่วนห้าง-ร้านสะดวกซื้อเปิดตามเวลาปกติ งดเดินทางข้ามจังหวัด ทำงานที่บ้าน เริ่ม 6 โมงเช้า &amp;nbsp;4 ม.ค. สมุทรสาครวิกฤติพบติดเชื้อพุ่ง 541 ราย ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 ม.ค. เวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) &amp;nbsp;หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อว่า วันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 315 ราย ติดเชื้อในประเทศ 294 ราย อยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 21 ราย รวมผู้ป่วยยืนยันสะสม &amp;nbsp;7,694 ราย หายป่วยแล้ว 4,337 ราย รักษาในโรงพยาบาล &amp;nbsp;3,293 ราย เสียชีวิตสะสม 64 ราย ทั้งนี้ยอดผู้ป่วยวันนี้ขึ้นไปสูงสุดกว่าวันอื่นๆ โดยผู้ป่วยรายใหม่ติดเชื้อในประเทศ จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 274 ราย มีความเชื่อมโยงกับ จ.สมุทรสาคร 2 ราย คือผู้ติดเชื้อจาก กทม.และสมุทรสงคราม และเชื่อมโยงกับพัทยา จ.ชลบุรี 1 ราย เป็นผู้ติดเชื้อจาก กทม. ผู้ป่วยรายใหม่ติดเชื้อในประเทศมี ประวัติไปสถานบันเทิง, สถานที่ชุมชน และสัมผัสผู้ป่วยก่อนหน้านี้ 37 ราย แบ่งเป็น กทม. 15 ราย, จ.เชียงใหม่ 2 &amp;nbsp;ราย, จ.กาญจนบุรี 1 ราย, จ.นนทบุรี 2 ราย, จ.ราชบุรี 5 &amp;nbsp;ราย, จ.ลำปาง 2 ราย, จ.อ่างทอง 9 ราย, จ.อำนาจเจริญ 1 &amp;nbsp;ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า ยังมีผู้ป่วยรายใหม่อยู่ระหว่างรอผลการสอบสวนโรคอีก 234 ราย แบ่งเป็น กทม. 2 ราย, &amp;nbsp;นนทบุรี 1 ราย, สมุทรสาคร 38 ราย, ระยอง 43 ราย, ชลบุรี 62 ราย, สมุทรปราการ 8 ราย, จันทบุรี 68 ราย และตราด 12 ราย นอกจากนี้ ยังมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศจากการคัดกรองเชิงรุกในแรงงานต่างด้าวอีก 20 ราย แบ่งเป็น จ.สมุทรสาคร 17 ราย และ จ.นนทบุรี 3 ราย สำหรับตัวเลขผู้ติดเชื้อจากผู้เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานที่กักตัวของรัฐทุกประเภทมี 21 ราย ส่วนสถานการณ์ทั่วโลกมียอดผู้ติดเชื้อรวม 84,975,277 ราย &amp;nbsp;รักษาหายแล้ว 60,093,000 ราย และเสียชีวิตรวม &amp;nbsp;1,843,313 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค.ได้ลงนามในประกาศมาตรการฉบับที่ 6 แล้วหรือยัง และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 4 ม.ค. เวลา 06.00 น.ตามที่เสนอหรือไม่ โฆษก ศบค.ตอบว่า ณ ตอนนี้ยังเป็นร่าง ซึ่งนำมาพูดคุยกันในที่ประชุมเช้านี้อีกรอบหนึ่ง ได้มีการทบทวนมาตรการต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เกิดความมั่นใจในมาตรการที่จะออกไป โดยจะดูจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ข้อมูลที่มีมา เรื่องของจังหวัดที่แตกต่างกันไป ฉะนั้นได้มีการปรับแก้ไขบ้างเพื่อให้นายกฯ พิจารณาลงนาม&amp;nbsp;
คลอดแล้วข้อกำหนดสู้โควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่คําสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 1/2564 เรื่อง พื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ตามข้อกําหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.63 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นคราวที่ 8 จนถึงวันที่ 15 ม.ค.64 นั้น &amp;nbsp;เพื่อให้การบริหารจัดการและเตรียมความพร้อมในการป้องกันการระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา &amp;nbsp;2019 ตามแนวทางการจัดเขตพื้นที่สถานการณ์ตามข้อกําหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในข้อ 4 (2) ของคําสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 4/2563 เรื่อง แต่งตั้งผู้กํากับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ลงวันที่ 25 มี.ค.63 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อํานวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 โดยคําแนะนําของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข และศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กระทรวงมหาดไทย จึงมีคําสั่งให้หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินและพนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามมาตรการ ตามข้อกำหนดฯ สำหรับเขตพื้นที่สถานการณ์ ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ตามบัญชีรายชื่อ จังหวัด ประกอบด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.กรุงเทพมหานคร 2.จ.กาญจนบุรี 3.จ.จันทบุรี 4.จ.ฉะเชิงเทรา 5.จ.ชุมพร 6.จ.ชลบุรี 7.จังหวัดตราด 8.จ.ตาก &amp;nbsp;9.จ.นครนายก 10.จ.นครปฐม 11.จ.นนทบุรี 12.จ.ปทุมธานี 13.จ.ประจวบคีรีขันธ์ 14.จ.ปราจีนบุรี 15.จ.พระนครศรีอยุธยา 16.จ.เพชรบุรี 17.จ.ราชบุรี 18.จ.ระนอง &amp;nbsp;19.จ.ระยอง 20.จ.ลพบุรี 21.จ.สิงห์บุรี 22.จ.สมุทรปราการ &amp;nbsp;23.จ.สมุทรสงคราม 24.จ.สมุทรสาคร 25.จ.สุพรรณบุรี &amp;nbsp;26.จ.สระแก้ว 27.จ.สระบุรี 28.จ.อ่างทอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น 28 จังหวัด ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.63 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคําสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น สั่ง ณ &amp;nbsp;วันที่ 3 ม.ค.64 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ผอ.ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษายังได้เผยแพร่ข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 16)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2563 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นคราวที่ 8 จนถึงวันที่ 15 &amp;nbsp;มกราคม พ.ศ.2564 นั้น
ปิดโรงเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่การระบาดระลอกใหม่ของโรดติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้ขยายขอบเขตการแพร่โรคออกเป็นวงกว้าง กระจายไปในหลายเขตพื้นที่ และการตรวจพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่โดยเฉพาะกรณีที่เป็นการติดเชื้อภายในประเทศมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นในแต่ละวัน ประกอบกับมีการเดินทางของบุคคลจากเขตพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดให้เป็นเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด ซึ่งโดยส่วนใหญ่ยังไม่ปรากฏอาการของโรค เป็นเหตุให้เชื้อโรคแพร่ออกไปในลักษณะที่เป็นกลุ่มก้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานเพื่อควบคุมโรคพบว่า มีผู้ติดเชื้อโรคบางส่วนปกปิดข้อมูลการเดินทาง ทำให้ขั้นตอนการสอบสวนโรคเกิดความล่าช้าและเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานอื่นที่เกี่ยวข้อง จนส่งผลให้เกิดเป็นการระบาดระลอกใหม่ขึ้นเป็นวงกว้าง รัฐบาลจึงมีความจำเป็นที่ต้องกำหนดและบังคับใช้บรรดามาตรการต่างๆ &amp;nbsp;เพื่อเข้าแก้ไขและระงับยับยั้งสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวนี้ &amp;nbsp;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 นายกรัฐมนตรีจึงออกข้อกำหนดและข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการทั้งหลาย ดังต่อไปนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 1 การห้ามใช้อาคารหรือสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค ห้ามการใช้อาคารหรือสถานที่ของโรงเรียนและสถาบันการศึกษาทุกประเภทที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด เพื่อการจัดการเรียนการสอน การสอบ การฝึกอบรม หรือการทำกิจกรรมใดๆ ที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.เป็นการเรียนการสอน หรือกิจกรรมเพื่อการสื่อสารแบบทางไกล หรือด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.เป็นการใช้อาคารหรือสถานที่เพื่อให้ความช่วยเหลือ &amp;nbsp;สงเคราะห์ อุปถัมภ์ หรือให้การอุปการะแก่บุคคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.เป็นการจัดกิจกรรมของทางราชการ หรือกิจกรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.เป็นโรงเรียน หรือสถาบันการศึกษาที่มีขนาดเล็ก ที่มีจำนวนนักเรียนรวมทั้งโรงเรียนไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบคน &amp;nbsp;หรือเป็นโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน
ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 2 การห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ห้ามการจัดกิจกรรมในเขตพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก และมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้โดยง่าย เช่น การประชุม การสัมมนา การจัดเลี้ยง การแจกจ่ายอาหารหรือสิ่งของต่างๆ &amp;nbsp;เว้นแต่เป็นการดำเนินการโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นการจัดกิจกรรมในพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นสถานที่กักกันโรคโดยมีมาตรการทางสาธารณสุขรองรับ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโดยคำแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ความรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 3 การปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัด อาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อพิจารณาสั่งปิดสถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ &amp;nbsp;ผับ บาร์ คาราโอเกะ ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดให้เป็นเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 4 เงื่อนไขการเปิดดำเนินการ ในเขตพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดให้เป็นเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด ให้สถานที่ กิจการ หรือการทำกิจกรรมดังต่อไปนี้เปิดดำเนินการได้ภายใต้เงื่อนไข เงื่อนเวลา และการจัดระบบและระเบียบต่างๆ ที่กำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.การจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ให้จัดระเบียบการเข้าใช้บริการ จำนวนผู้นั่งบริโภคในร้าน การจัดสถานที่ให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติและมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด โดยอาจให้เป็นลักษณะของการนำกลับไปบริโภคที่อื่น โดยให้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย และศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขร่วมกันพิจารณาประเมิน กำหนดรูปแบบและกำกับการดำเนินการตามข้อปฏิบัติและมาตรการดังกล่าวของแต่ละพื้นที่จังหวัดให้มีความเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การจำหน่ายสุรา สำหรับร้านอาหารหรือสถานที่ซึ่งจำหน่ายสุรา ห้ามการบริโภคสุราและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม หรือสถานที่จัดนิทรรศการ ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือสถานประกอบการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน ให้เปิดทำการได้ตามเวลาปกติของสถานที่นั้นๆ ภายใต้การดำเนินการมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด
สมุทรสาครวิกฤติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 5 มาตรการที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่ เพื่อการป้องกันระงับยับยั้งการแพร่โรคที่สอดคล้องกับสถานการณ์ของแต่ละเขตพื้นที่สถานการณ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัดอาจพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อในการสั่งปิด &amp;nbsp;จำกัด หรือห้ามการดำเนินการของพื้นที่ สถานที่ หรือพาหนะ หรือสั่งให้งดการทำกิจกรรมอื่นในเขตพื้นที่รับผิดชอบซึ่งมีความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่กำหนดได้ โดยให้ดำเนินการตามมาตรการหรือแนวปฏิบัติตามข้อกำหนด (ฉบับที่ 15)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 6 การตรวจคัดกรองการเดินทางข้ามจังหวัด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจและคัดกรองการเดินทางโดยใช้เส้นทางคมนาคมข้ามเขตพื้นที่จังหวัด โดยเฉพาะการเดินทางของบุคคลจากเขตพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดให้เป็นเขตที่ควบคุมสูงสุด ทั้งนี้ ให้ดำเนินการตามมาตรการที่ ศปก.ศบค.กำหนด โดยให้พิจารณาถึงความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ และต้องไม่เป็นการก่อความเดือดร้อนแก่ประชาชนเกินสมควรแก่เหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ประชาชนงดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ซึ่งต้องแสดงเหตุผลและหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งเข้ารับการตรวจคัดกรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด อันอาจทำให้ไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางและทำให้ต้องใช้ระยะเวลาการเดินทางมากกว่าปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 7 ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการภาคเอกชนพิจารณารูปแบบการปฏิบัติงานในช่วงระยะเวลานี้ ซึ่งอาจเป็นการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง หรือการสลับวันหรือการเหลื่อมเวลาเข้าปฏิบัติงานเพื่อลดจำนวนผู้ปฏิบัติงานและปริมาณการเดินทาง ซึ่งเป็นมาตรการลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 8 ให้คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ตรวจสอบกลั่นกรองและเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุญาตให้ผ่อนคลาย หรือกระชับมาตรการที่ใช้บังคับกับสถานที่ กิจการ หรือกิจกรรมเพิ่มเติมได้ เพื่อความเหมาะสมต่อสถานการณ์ตามที่เห็นสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2564 เวลา 06.00 &amp;nbsp;น. เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศที่ &amp;quot;ศูนย์ห่วงใยคนสาคร&amp;quot; 2 วัดโกรกกราก วันที่ 3 ม.ค.64 นายสุรศักดิ์ ผลยังส่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้ไปเยี่ยมดูความเรียบร้อย &amp;nbsp; ซึ่งในวันนี้พบว่ามีผู้ติดเชื้อมากถึง 541 ราย เป็นต่างด้าวที่ค้นหาเชิงรุก 448 ราย เพราะฉะนั้นการตั้งศูนย์ห่วงใยคนสาครจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะตัวเลขของผู้ติดเชื้อมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และในโรงงานอุตสาหกรรมก็ต้องช่วยกันจัดสถานที่รองรับผู้ป่วยของตนเองด้วยอีกทาง ทั้งนี้ ขณะแถลงข่าวช่วงสาย จังหวัดสมุทรสาครพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นเพียง 36 รายเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88714</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สุรศักดิ์ ผลยังส่ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210103/image_big_5ff1d678130cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
