<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงคนนอกประธานกมธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สุชาติ&amp;quot; หนุนคนนอกนั่งประธาน กมธ.ศึกษาแก้ รธน. สะพัด! พปชร.ส่ง &amp;quot;สุชาติ-สุรสิทธิ์-วิเชียร&amp;quot; นั่ง กมธ.พ่วงขาบู๊ &amp;quot;สิระ-ไพบูลย์-แรมโบ้-ธนกร&amp;quot; ขณะที่ &amp;quot;สิระ-เทพไท&amp;quot; ยังสาดน้ำลายใส่กันต่อ &amp;nbsp;ปชป.ยึดแนวทาง &amp;quot;ชวน&amp;quot; ไม่หักด้ามพร้าด้วยเข่า สิ่งใดดีกว่าเนื้อหาปี 60 ก็ให้เสนอมา &amp;quot;สุเทพ&amp;quot; ยังไม่เห็นข้อบกพร่อง รธน. แนะคนเป็นกลางนั่งประธาน กมธ.ไม่ใช่คนต่อต้าน รธน. &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ฟันธงการตั้ง กมธ.ศึกษามักเหลวเป๋ว ย้ำแก้ ม.256 ผุด ส.ส.ร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันอาทิตย์ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 กล่าวถึงกระแสที่ระบุว่าตนได้ตอบรับการเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วว่า ยังไม่ได้มีการตอบรับหรือปฏิเสธใดๆ คาดว่าข่าวที่ออกมาคงเป็นการหารือของผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างไม่เป็นทางการ และมีการพูดถึงชื่อของตนตามกระแสข่าวก่อนหน้านี้เท่านั้น ต้องยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้สนใจที่จะเข้ามาเป็นประธาน กมธ.ชุดนี้ ซึ่งไม่เกี่ยวกับประเด็นที่ว่าเหมือนลดศักดิ์ศรีจากรองประธานสภามาเป็นประธาน กมธ. แต่ด้วยภาระหน้าที่ในฐานะรองประธานสภาก็มีค่อนข้างมากอยู่แล้ว ทั้งในช่วงเปิดสมัยประชุมสภาที่ต้องควบคุมและศึกษาวาระประชุมโดยตลอด แล้วยังมีภารกิจสำคัญที่ได้รับมอบหมายจากนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ที่ให้ตนกำกับดูแลในเรื่องระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอที) ของสภา ที่ต้องเร่งรัดดำเนินการส่วนต่างๆ ของสัปปายะสภาสถาน หรืออาคารรัฐสภาแห่งใหม่ที่ใช้อยู่ในขณะนี้ให้มีความพร้อมสมบูรณ์โดยเร็ว และยังมีในส่วนของห้องประชุมสุริยันที่เป็นที่ประชุมสภาที่ต้องแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยอมรับว่าก่อนหน้านี้มีการทาบทามจากทางพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แต่ก็ได้แจ้งกลับไปถึงภาระหน้าที่ของรองประธานสภาที่ค่อนข้างหนักอยู่แล้วในขณะนี้ หากจะไปทำหน้าที่ประธาน กมธ.ที่เป็นเรื่องสำคัญและมีรายละเอียดมากอาจทำได้ไม่เต็มที่ จึงเห็นว่ายังมีบุคคลอื่นที่เหมาะสมอีกมาก&amp;quot; นายสุชาติระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีพรรค พปชร.เตรียมเสนอบุคคลชื่อย่อ &amp;quot;ส.&amp;quot; เข้ามาเป็นประธาน กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ นั้น นายสุชาติกล่าวว่าคงไม่ได้หมายถึงตน เพราะชื่อของตนเป็นที่เปิดเผยอยู่แล้ว ส่วนตัวมองว่าผู้ที่จะเข้ามาประธาน กมธ.ชุดนี้ควรจะเป็นคนนอก เพื่อหลีกเลี่ยงในเรื่องของข้อครหาการมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือใบสั่งทางการเมือง ส่วนรายชื่อที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เสนอขึ้นมาอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ก็ถือว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถและเป็นที่ยอมรับ หรือนายสุเทพ &amp;nbsp;เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ที่ล่าสุดออกมาร่วมให้ความเห็นเกี่ยวกับการตั้ง กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ ก็มีความเหมาะสมเช่นกัน
ดันขาใหญ่-ขาบู๊นั่ง กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ แจ้งความคืบหน้าการพิจารณาบุคคลเพื่อไปทำหน้าที่ใน กมธ. ศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ได้รายชื่อในเบื้องต้นแล้ว อาทิ นายสุชาติ ตันเจริญ &amp;nbsp;รองประธานสภา เป็นประธาน กมธ., นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายวิเชียร ชวลิต &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในเรื่องกฎหมายและทันเกม, นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกพรรคพปชร., นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.ซึ่งถูกวางตัวเป็นโฆษก กมธ.ชุดดังกล่าว หรือไม่ก็อาจเป็นนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมว.การคลัง ในฐานะโฆษกพรรค พปชร.ที่มีชื่อร่วมเป็น กมธ.พร้อมรับหน้าที่โฆษกฯ รวมถึงนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ที่มีชื่อเป็นโฆษก กมธ.ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามสัดส่วนที่เหลือซึ่งเป็นคนนอกนั้น ผู้เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างพิจารณา และผู้ที่ได้รับการทาบทามซึ่งมีทั้งนักวิชาการและบุคคลในแวดวงต่างๆ กำลังตัดสินใจ นอกจากนี้ในโควตาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) จำนวน 6 คน จะเป็นตัวแทนรัฐบาล องค์กรอิสระ และ ส.ว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรค พปชร.กล่าวตอบโต้นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช &amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์ ว่าเรื่องที่ตนพูดคือประเด็นการเลือกผู้ที่จะมาทำหน้าที่ประธาน กมธ.วิสามัญศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญชุดนี้ ว่าเป็นหน้าที่ของ กมธ.เขาจะไปเลือกกันเอง ไม่เกี่ยวข้องกับนายเทพไท &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายเทพไทที่เป็น ส.ส.มาหลายสมัยทำไมถึงไม่เข้าใจประเด็นง่ายๆ เช่นนี้ หรือต้องการจงใจเบี่ยงประเด็น ตนเป็น ส.ส.สมัยแรก หากจะนำตัวเลขทางการเมืองมาเปรียบเทียบกันคงสู้นายเทพไทไม่ได้อยู่แล้ว แต่สำหรับการทำหน้าที่ ส.ส.คือการเข้ามาสร้างประโยชน์ให้ประชาชน 4-5 เดือนที่ผ่านมาตนเชื่อว่าสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติและประชาชนมากกว่านายเทพไท เพราะฉะนั้นการโอ้อวดถึงจำนวนสมัยของการเป็น ส.ส.ที่ตนเองเคยเป็นมา คือพฤติกรรมของพวกบ้าตำแหน่ง นิยมหัวโขน สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณเข้ามาเป็น ส.ส.เป็นสิบปี คุณทำอะไรให้เป็นประโยชน์บ้าง เท่าที่ตนพยายามค้นหายังไม่เจอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่นายเทพไทพูดจาดูแคลน ส.ส.สมัยแรก ที่ไม่ได้มีผมเพียงคนเดียวในสภานั้น นายเทพไทต้องย้อนกลับไปมองดูตัวเอง ในขณะเดียวกันก็ต้องเปิดใจให้กว้าง ดูการทำงานของ ส.ส.สมัยแรก หลายๆ ท่าน ที่เขาสามารถทำผลงานช่วยเหลือประชาชนได้มากกว่าคนเก่าแก่แต่ไม่ได้ทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแบบนายเทพไท ส.ส.หลายสมัย มีพฤติกรรมพูดจาดูหมิ่นดูแคลนผู้อื่น จนต้องคลานเข้าไปกราบขอโทษผู้หญิงเพื่อให้ตัวเองพ้นคุก พฤติกรรมแบบนี้จะมากล่าวอ้างดีกว่า ส.ส.ท่านอื่นได้อย่างไร&amp;quot; นายสิระกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเทพไท เสนพงศ์ ได้ facebook live ที่สภากาแฟกลางตลาดนัดหนองหม้อ ต.สวนหลวง &amp;nbsp;อ.เฉลิมพระเกียรติ กล่าวถึงกรณีนายสิระพาดพิงว่าตนเป็น ส.ส.มาหลายสมัยจริง ทำงานด้านนิติบัญญัติไม่เคยบกพร่อง มีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น และได้ออกกฎหมายเพื่อใช้ในการบริหารประเทศจำนวนมาก โดยเฉพาะการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ได้มีโอกาสเป็นกรรมาธิการทุกครั้ง ถ้าจะไปตรวจสอบผลงานที่ผ่านมาสามารถตรวจสอบได้จากบันทึกการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ที่ผ่านมาตนยังไม่เคยทำงานฝ่ายบริหารมาก่อน จึงอยากถามว่าจะเอาผลงานของตนในด้านไหน&amp;nbsp;
ปชป.ยึดแนวทาง &amp;#39;ชวน&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผลงานในพื้นที่ผมก็เป็น ส.ส.ที่ไม่เคยสอบตกเลย แต่นายสิระสมัครเลือกตั้งมาหลายครั้งสอบตกทุกครั้ง เพิ่งโชคดีอาศัยบารมีของ พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็น ส.ส.ครั้งนี้เป็นครั้งแรก การอ้างว่าตัวเองทำงาน 5 เดือนมีผลงานมากมาย อยากถามว่าผลงานด้านไหน ถ้าจะเอาผลงานด้านการโชว์ความกร่าง ก็น่าจะเป็นแชมป์จากสื่อโซเชียลมีเดีย ที่โด่งดังมากที่สุดโดยเฉพาะกรณีกร่างใส่ตำรวจที่ภูเก็ต หากเปรียบเป็นนักมวย นายสิระก็เป็นนักมวยรุ่นฟลายเวต จะข้ามรุ่นมาเทียบชั้นกับรุ่นเฮฟวีเวตได้อย่างไร ผมจะไม่ขอตอบโต้กับนายสิระอีกต่อไป หลายคนเตือนว่าอย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ ผมก็เชื่อฟัง เพราะผมถือคติของคนโบราณที่สอนไว้ว่า ถ้าเล่นกับหมา หมาจะเลียปาก ผมจึงไม่ยอมเล่นกับหมาอีกต่อไป&amp;quot; นายเทพไทกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป.กล่าวถึงกรณีที่นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ระบุว่า พวกที่อยากแก้รัฐธรรมนูญคือพวกที่ดัดจริต เพราะอยากแก้มือเนื่องจากแพ้การเลือกตั้ง และเป็นพวกที่กระสันอยากมีอำนาจว่า นายวันชัยเข้าใจในรัฐธรรมนูญในส่วนที่ตัวเองได้ประโยชน์เท่านั้น จึงได้ให้สัมภาษณ์ในลักษณะโจมตีคนอื่นแบบนี้ ถ้านายวันชัยจะตั้งสติสักหน่อย ลองมองดูเนื้อหาในมาตราอื่นๆ ก็จะพบว่ามีข้อบกพร่องอยู่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชน ที่เนื้อหามีความด้อยกว่ารัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันมาตั้งแต่ช่วงการทำประชามติเมื่อปี 2559 ว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ร่างโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเข้าใจนายวันชัย เพราะที่ผ่านมานั้นนายวันชัยเป็นเนติบริกร ที่ทำงานเพื่อให้ตัวเองเข้าสู่การดำรงตำแหน่งมาโดยตลอด เลยไม่ทราบถึงปัญหาที่แท้จริงที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร มีผลกระทบอะไรต่อประชาชนบ้าง ในการศึกษาเพื่อจะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น อยากจะให้ยึดถือสิ่งที่นายชวนได้ให้ข้อแนะนำว่า อย่าเพิ่งไปหักด้ามพร้าด้วยเข่า หรือตั้งเป้าว่าล้มให้หมดพังให้หมด โดยที่ไม่สร้างอะไรขึ้นมาใหม่ เพราะจะไม่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง และถ้าสิ่งใดที่คิดว่าดีกว่าเนื้อหาในรัฐธรรมนูญปี 2560 ก็ขอให้เสนอมา&amp;quot; นายชัยชนะกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั่งเป็นประธาน กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เพราะตนไม่มีหน้าที่เลือก เรื่องนี้เป็นเรื่องของสมาชิกรัฐสภา สิ่งสำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญคือ เนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญที่จะแก้ไขว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องส่วนตัวหรือส่วนรวม มีประโยชน์ต่อประชาชนหรือไม่ ส่วนตัวมีจุดยืนที่สนับสนุนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นหนึ่งในประชาชน 16 ล้านคนที่เห็นชอบให้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยมองว่าเป็นหนทางในการที่จะสามารถปฏิรูปและเปลี่ยนแปลงประเทศได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมยังไม่เห็นข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่เห็นข้อบกพร่องของตัวบุคคลมากกว่า ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องสามารถบอกได้ว่า มาตราไหนที่เป็นปัญหาอุปสรรคในการพัฒนาประเทศหรือการดูแลประชาชน แต่บางประเด็นที่ไปพูดกันในภาคใต้ก็ไม่เห็นด้วย เช่น ประเทศไทยสามารถแบ่งแยกเป็นมลรัฐได้&amp;quot;
หนุนคนกลางนั่งประธาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพกล่าวว่า สำหรับคุณสมบัติของการเป็นประธาน กมธ.ควรจะเป็นบุคคลที่เป็นกลาง ไม่ใช่คนที่ต่อต้านรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่ต้น หรือเป็นคนที่สนับสนุนมาตั้งแต่แรกเหมือนอย่างตน และเชื่อมั่นว่าไม่น่ากลายเป็นประเด็นความขัดแย้ง เพราะประเทศไทยเดินหน้าและก้าวข้ามผ่านความขัดแย้งมาแล้ว ส่วนตัวเป็นคนมองโลกในแง่ดี เชื่อว่าประเทศไทยจะร่วมกันผนึกกำลังทำให้ประเทศพัฒนาก้าวต่อไปได้ หมดเวลามาทะเลาะกันแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า &amp;nbsp;สนับสนุนแก้ไข รธน.2560 บางมาตรา ตามที่ได้ทดสอบการใช้ รธน.2560 ตั้งแต่ 6 เมษายน 2560 เป็นต้นมา ก็พอทราบและรู้สึกว่า รธน.2560 มีปัญหาต้องแก้ไขบางส่วน อาทิ มาตรา 98 (3) พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 ในส่วนการจัดตั้งพรรคการเมือง, พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร &amp;nbsp;2561 การเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียว ควรจะมี 2 ใบ และมาตราอื่นๆ ส่วนมาตรา 1, 2 อย่าไปแตะต้อง เพราะเป็นเรื่องหลักสำคัญของชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การแก้ไข รธน.จึงมีความท้าทายอยู่ 3 เรื่อง คือ 1.ทำอย่างไรจะมีการเสียสละความได้เปรียบทางการเมืองของตน เพื่อทำให้ประเทศไทยได้เปรียบและมีกติกาที่เอื้อให้เกิดการเมืองสุจริตและมีประสิทธิภาพ การเลือกตั้งที่เป็นธรรมและมีความหมาย ทำให้การเข้าสู่อำนาจบริหารและนิติบัญญัติยึดโยงกับประชาชน 2.ทำอย่างไรจะมีกระบวนการรับฟังความต้องการของประชาชนว่าต้องการเห็นการแก้ไขในเรื่องใดบ้าง 3.ทำอย่างไรจะไม่กล่าวหาใส่ร้ายกันในเรื่องการแก้ &amp;nbsp;รธน. เนื่องจากมนุษย์สามารถใช้เหตุผลและแลกเปลี่ยนความเห็นโดยใช้ปัญญาและลดการกล่าวหาได้ &amp;nbsp;เพราะท้ายที่สุดการแก้จะสำเร็จหรือไม่ต้องใช้เสียงจากทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และ ส.ว.ในรัฐสภาอันทรงเกียรติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ความจริงใจและความพร้อมที่จะร่วมทำกติกาให้เป็นธรรม และบรรลุเป้าประสงค์ข้างต้นสำคัญกว่าตัวผู้ที่จะมานั่งเป็นประธาน กมธ. ประชาชนคงจะติดตามท่าทีของแต่ละพรรคการเมืองต่อไปว่า การแก้ รธน.นั้นที่บรรจุในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลเป็นเพียงวาทกรรม หรือเป็นวาระที่จะทำ และจะเปลี่ยนวาระในกระดาษเป็นวาระแห่งชาติหรือไม่&amp;quot; นายนพดลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวตอบคำถามที่ว่าสนใจในตำแหน่ง กมธ.ศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า ภายในพรรคกำลังศึกษากันอยู่ พรรคจะวางตัวนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคเป็นตัวหลักแน่นอน แต่สำหรับตนขณะนี้มีภารกิจใน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ดังนั้นการทำงานจากตอนนี้ถึงสิ้นปีคงจะมีเวลาออกไปทำเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญน้อยลง เพราะเวลาส่วนใหญ่จะอยู่ใน กมธ.งบประมาณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.กล่าวในหัวข้อ &amp;quot;ปาหี่แก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;quot; ว่า จากประสบการณ์การทำงานในฐานะ ส.ส. การตั้ง กมธ.ศึกษาในเรื่องใดมักเหลวเป๋วไม่ประสบความสำเร็จเสมอ ศึกษามาแล้วได้เอกสารมาเล่มหนึ่งนำเสนอต่อสภาบ้าง ได้ผลมาแล้วก็ไม่กล้านำเสนอต่อสภาบ้าง แล้วก็ไม่เกิดผลอะไรขึ้นมา เสมือนมวยล้มต้มคนดูหรือเหมือนละครลวงโลก ในส่วนที่เห็นตรงกันอยู่แล้วในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือแก้ไขมาตรา 256 เพื่อให้เกิดสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จากนั้นให้ ส.ส.ร.ตั้ง กมธ.ฟังความเห็นจากประชาชนเพื่อยกร่างส่งกลับให้ ส.ส.ร.ทำประชามติ&amp;nbsp;
โพลหนุนซักฟอกรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องตัดอำนาจในการแก้ไขร่างโดยสภาออก ให้เป็นเรื่องของประชาชนเท่านั้น ขีดเส้นใต้หมวด 1 &amp;nbsp;และ 2 ที่จะไม่มีการแตะ ทำเช่นนี้เท่านั้นจึงจะเป็นการสะเดาะกุญแจ เปิดประตูในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ถูกต้อง จะเสียเวลาตั้ง กมธ.ศึกษาให้เสียงบประมาณแผ่นดินไปทำไม ยิ่งตั้งยิ่งทำไม่สำเร็จ เป็นการติดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก จะสะสมปัญหานำพาสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ ที่ควรทำคือพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งประกาศนโยบายเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ จนเป็นเหตุผลให้ตระบัดสัตย์กับประชาชนเข้าร่วมรัฐบาล ควรเป็นผู้นำเจรจากับซีกฝั่งรัฐบาล วุฒิสภา ให้ร่วมมือกันในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้&amp;quot; นายจตุพรกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.ทวีตข้อความในทวิตเตอร์ว่า &amp;quot;...จนป่านนี้แล้วยังมีข่าวชื่อมีชัย &amp;nbsp;บวรศักดิ์ เป็นประธาน กมธ.ศึกษาแนวทางแก้รัฐธรรมนูญ ถ้าคิดอะไรไม่ออกจริงๆ ไม่ต้องแก้ก็ได้ครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.เหวง โตจิราการ แนวร่วม นปช.โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;รัฐธรรมนูญ 60 เป็นรัฐธรรมนูญ คสช. &amp;nbsp;จึงต้องแก้ให้เป็นรัฐธรรมนูญประชาชน รัฐธรรมนูญ 60 ยกร่างโดยคณะร่างที่ตั้งโดย คสช. เพื่อการสืบทอดอำนาจของ คสช. เป็นรัฐธรรมนูญที่ทำประชามติภายใต้ปากกระบอกปืนของ คสช. จึงเป็นประชามติกำมะลอ ผู้ที่เห็นต่างถูกทหาร คสช.คุกคาม ทุกจังหวัดทั่วประเทศ และจำนวนไม่น้อยถูกนำไปดำเนินคดีภายใต้ศาลทหาร (แม้ภายหลังจะหลุดพ้นแล้วก็ตาม) จึงเป็นรัฐธรรมนูญโดย คสช. ของ คสช. และเพื่อ คสช.อย่างชัดเจน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;quot;นิด้าโพล&amp;quot; เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง &amp;quot;ถึงเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแล้วหรือยัง&amp;quot; สำรวจระหว่างวันที่ 6-7 พ.ย.62 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ 1,271 หน่วยตัวอย่าง เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณีที่ฝ่ายค้านจะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;ทั้งคณะ ในเดือนธันวาคม 2562 พบว่าร้อยละ 51.61 ระบุว่าเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะการบริหารที่ผ่านมายังไม่ดีขึ้น ควรจะได้รับการตรวจสอบการทำงาน จะได้รับรู้ถึงปัญหาต่างๆ ที่รัฐบาลได้ทำ ร้อยละ 20.22 &amp;nbsp;ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วย เพราะการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของรัฐบาลยังไม่สามารถทำได้ดี จึงควรมีการตรวจสอบความถูกต้องของรัฐบาล ขณะที่บางส่วนระบุว่า เป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านที่จะทำการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอยู่แล้ว ร้อยละ 9.44 ระบุว่าไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะรัฐบาลเพิ่งเริ่มทำงานควรเปิดโอกาสให้ทำงานสร้างผลงานก่อน อย่างน้อยควรจะให้เวลาสัก 2 ปี ร้อยละ 18.02 ระบุว่าไม่เห็นด้วยเลย เพราะ การทำงานของรัฐบาลภาพรวมยังดีอยู่ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ระยะเวลาการทำงานของรัฐบาลยังน้อยอยู่ &amp;nbsp;เร็วเกินไปที่ฝ่ายค้านจะทำการอภิปรายไม่ไว้วางใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความคิดเห็นต่อกรณีที่ฝ่ายค้านจะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลรายบุคคล พบว่าร้อยละ &amp;nbsp;49.41 ระบุว่าเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะรัฐมนตรีบางท่านเข้ามาทำงานไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง ไม่โปร่งใส &amp;nbsp;ขณะที่บางส่วนระบุว่าอยากให้ปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีชุดใหม่ ร้อยละ 25.26 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วย เพราะ รัฐมนตรีบางท่านยังไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง การบริหารงานยังไม่มีผลงาน ร้อยละ 8.81 ระบุว่าไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะรัฐมนตรีแต่ละท่านเพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง ควรเปิดโอกาสให้ทำงานสร้างผลงานก่อน ขณะที่บางส่วนระบุว่าฝ่ายค้านคอยจะโจมตีคณะรัฐมนตรีอยู่แล้ว ร้อยละ 14.32 ระบุว่าไม่เห็นด้วยเลย &amp;nbsp;เพราะระยะเวลาการทำงานยังน้อยไป อยากให้ทำงานเต็มที่ไปก่อน ขณะที่บางส่วนระบุว่าฝ่ายค้านพยายามจะล้มรัฐบาลอยู่ตลอดเวลา.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49964</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นพดล ปัทมะ, วิเชียร ชวลิต, สิระ เจนจาคะ, สุชาติ ตันเจริญ, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, สุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191110/image_big_5dc808b314f79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
